อากาศที่อบอุ่นด้วยแสงแดด พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างรถปิคอัพได้พาเอากลิ่นหอมอ่อนๆ ของยางสนเข้ามาด้วย แต่ขณะนี้ชาร์ลี คอลลินส์กำลังหมกมุ่นอยู่กับความคิดของตนเองจนเกินกว่าจะสนใจในกลิ่นหอมละมุนที่อวลอยู่ในสายลมอ่อนนั้นแววแห่งความเคร่งขรึมนั้นเห็นได้ชัดจากเรียวปากที่ไร้รอยยิ้ม ริมฝีปากบางๆคู่นั้นเม้มเข้าหากันอย่างตั้งมั่นอยู่กับสมาธิ รอยย่นบางปรากฏอยู่เหนือหน้าผากและดวงตาคู่กลมโตสีเขียวขาบคือที่รวมแห่งความคิดมากมายหลายอย่างในใจ
ความสนใจทั้งมวลของเธอดูจะตั้งมั่นอยู่กับเส้นทางหลวงที่เธอขับรถผ่านไป น้อยครั้งนักที่เธอจะละสายตาจากถนนคอนกรีตที่ทอดเข้าสู่เทือกเขาไอดาโฮเธอขับรถบรรทุกเล็กคันนี้อย่างชำนิชำนาญซึ่งความชำนาญดังกล่าวเกิดจากการที่เธอเรียนขับรถมาั้แ่ก่อนที่เท้าทั้งสองข้างจะหยั่งถึงคลัทช์เสียด้วยซ้ำซึ่งก็เช่นเดียวกับความสามารถในการขี่ม้า ที่เธอเรียนวิธีการขี่ม้าอย่างถูกต้องก่อนที่เท้าจะสอดเข้าในโกลนได้
เส้นทางที่ทอดตัวคดเคี้ยวไปเรื่อยๆและขนาบข้างด้วยแนวป่าสนนั้นยังจะเลยไปอีกไกลมากนัก แต่ทว่าจุดหมายปลายทางของเธออยู่ที่ตัวอาคารข้างทางซึ่งมีลักษณะเหมือนบ้านที่ผนวกอยู่ด้วยร้านขายเครื่องดื่มและของชำด้านหน้าโดยมีส่วนที่อยู่อาศัยอยู่ทางด้านหลังชาร์ลีค่อยชะลอความเร็วของรถและเลี้ยวลงจากเส้นทางหลวง ผ่านปั๊มน้ำมันเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าอาคารไม้หลังนั้น
เมื่อจอดรถลงเรียบร้อยแล้วเธอก็ดับเครื่องยนต์ลงเอื้อมไปเปิดประตูออก รองเท้าขี่ม้าแบบตะวันตกจิกลงไปในพื้นดินปนกรวดขณะที่เธอก้าวลงจากรถกางเกงยีนรัดแนบอยู่กับเรือนร่าง เนื้อผ้าค่อนข้างนุ่มเนื่องจากใช้มานานมันแนบอยู่กับ่ตะโพกและ่ขาเพรียวงามเสื้อเชิ้ตลายทางที่สวมอยู่ถูกพับแขนขึ้น เผยให้เห็นผิวเนื้อสีน้ำตาลอ่อนนวล
มันมีความงามสง่าปรากฏอยู่ ขณะที่เธอเดินตรงเข้าไปยังประตูทางเข้าของสำนักงานที่เป็ร้านขายเครื่องดื่มอยู่ในตัวดังกล่าวเรือนผมสีทรายนั้นถูกรวบไว้เป็พวงและเหน็บด้วยกิ๊ปกระมันพลิ้วไหวอยู่ในทุกจังหวะของการก้าวเดิน
เสียงกระดิ่งที่ติดอยู่เหนือประตูดังขึ้นขณะที่เธอเปิดประตูเดินเข้าไปภายใน และได้รับการต้อนรับด้วยกลิ่นหอมของโฮมเมทโดนัท กับกลิ่นหอมของกาแฟที่อวลอบมาจากเคาน์เตอร์ที่ทำเป็รูปเกือกม้า
ขณะที่เธอหยุดฝีเท้าเพื่อปิดประตูลงนั้นสายตาของชาร์ลีก็ปะทะเข้ากับสิ่งของของใครคนหนึ่ง ที่กองอยู่ข้างฝาผนังซึ่งสิ่งเ่าั้มีทั้งถุงเครื่องหลัง อานม้าชนิดดีที่บอกว่าเคยผ่านการใช้มาแล้วผ้าขนสัตว์ที่ใช้ปูหลังอานและสัมภาระอื่นๆ มีตราอันเป็เครื่องหมายแห่งคุณภาพซึ่งอุปกรณ์ทั้งหลายเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เล่าขานถึงเื่ราวความเป็มาของโคบาลคนหนึ่งทั้งสิ้นถ้าเป็ในยามปกติแล้วความสงสัยใคร่รู้จะต้องทำให้ชาร์ลีซักถามเกี่ยวกับตัวผู้เป็เ้าของแต่ทว่าในขณะนี้ เธอกำลังหมกมุ่นอยู่กับความคิดในใจของตนเองดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
เมื่อเธอมองไปยังเคาน์เตอร์ก็สังเกตเห็นโคบาลคนหนึ่งนั่งทอดหุ่ยอยู่บนเก้าอี้กลมหน้าเคาน์เตอร์ด้วยท่าทางเกียจคร้าน เนื่องจากเขาเป็ลูกค้าคนเดียวของร้าน เพราะฉะนั้นเขาก็น่าจะเป็เ้าของสัมภาระทั้งหลายที่กองอยู่ข้างฝานั่น ทันใดเสียงที่ดังออกมาจากห้องครัวก็เรียกความสนใจของชาร์ลี เธอจึงหันไปมองทางนั้นและแล้วรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้น เมื่อเธอเห็นร่างล่ำสันของเ้าของร้านซึ่งผูกผ้ากันเปื้อนสีขาวไว้โผล่ออกมา
“เฮลโล แฟรงค์” เธอสาวเท้าเข้าไปยังเคาน์เตอร์“เป็ไง สบายดีหรือเปล่า”
“อ๊ะ...ก็เห็นอยู่แล้วนี่ว่าผมยังมีชีวิตอยู่ยังหายใจได้นะ ชาร์ลี คอลลินส์” เขาเดินออกมาจับมือกับเธอด้วยท่าทางดีอกดีใจใบหน้าที่ยับย่นมีรอยยิ้มกระจายอยู่ เรือนผมสีน้ำตาลนั้นกำลังจะเปลี่ยนเป็สีเทาเงินทั้งศีรษะแล้ว“โอ้โฮ...ั้แ่ฤดูสปริง ไม่ได้เห็นเงาเลยนะ ชาร์ลี”
“โอย...ฉันยุ่งจะตายอยู่แล้วละแฟรงค์” ซึ่งคำบอกเล่าดังกล่าวนั้น มีความหมายที่แฝงเป็นัยซึ่งจะรู้ๆ กันอยู่ซึ่งทำให้สีหน้าของบุรุษผู้เป็เ้าของร้านขรึมลงด้วยความเห็นใจ
“แกรี่เป็ยังไงบ้างล่ะ ใครๆที่นี่รู้ข่าวเื่อุบัติเหตุเข้าก็เสียใจกันทุกคนนะ” เขาชี้ไปยังเก้าอี้กลมตัวที่เธอยืนอยู่ใกล้“นั่งก่อนสิ ชาร์ลี เดี๋ยวผมจะรินกาแฟให้กินสักถ้วยนะ”
“ไม่ละ แฟรงค์ ขอบใจ คือ...” เธอพยายามจะทักท้วง แต่เขาก็วางถ้วยกาแฟให้ตรงหน้าแล้ว ดังนั้นชาร์ลีจึงเยงแต่เลื่อนตะโพกขึ้นไปไว้บนม้ากลม ขาข้างหนึ่งยันอยู่กับพื้นส่วนอีกข้างหนึ่งวางอยู่บนรางทองเหลืองรอบเคาน์เตอร์ “เวลานี้อาการของแกรี่ดีขึ้นมากแล้วละแต่ยังต้องพักผ่อนอยู่”
“นั่นสิ ผมก็พอจะมองเห็นภาพอยู่เหมือนกันละนะ”แฟรงค์ ดอยเยิล เปล่งเสียงหัวเราะเบาๆและแลเวเสียงหัวเราะก็เปลี่ยนเป็รอยยิ้มที่บอกความเห็นใจ “เมื่อแกรี่ไม่สามารถจะช่วยทำอะไรได้เลยคุณก็ต้องรับภาระหนักหน่อยสินะ”
“ก็เพราะเหตุนี้แหละที่ทำให้ฉันถึงต้องมาที่นี่ไงล่ะ”ชาร์ลีคว้าโอกาสที่เขาเปิดให้เป็ครั้งแรกไว้ “แกรี่จะต้องอยู่ในสภาพเข้าเฝือกไปอีก 6 อาทิตย์ฉันก็เลยคิดว่าอยากจะจ้างลอนนี่ให้ไปช่วยทำงานในไร่ตอน่ฤดูร้อนที่ยังเหลืออยู่นี่” ลอนนี่ ดอยเยิลก็คือลูกชายวัยรุ่นของแฟรงค์นั่นเอง และเคยรับจ้างทำงานในไร่ให้กับเธอมาแล้วเมื่อขาดคนงานลง ชาร์ลีมองเห็นว่าลอนนี่เป็คนทำงานดี และไว้ใจได้คนหนึ่งทีเดียว
“โอ...เสียใจจริงฤดูร้อนปีนี้ลลอนนี่มันไปรับจ้างทำงานเป็กรรมกรสร้างถนนซึ่งก็เป็งานเต็มเวลาเสียแล้วนี่ เอาเฉพาะวันหยุดได้ไหมล่ะ ผมจะบอกมันให้”
ชาร์ลีถอนหายใจออกมาดังๆ รอยยิ้มขรึมๆ ปรากฏขึ้นบนเรียวปาก
“ตอนนี้เรากำลัง้าใครสักคนหนึ่งที่จะทำงานให้เราได้เต็มเวลาเลยเวลานี้ฉันต้องทั้งดูแลแกรี่ แล้วก็ยังต้องทำงานไร่ด้วย แทบจะไม่มีเวลาว่างเลยแล้วงานมันก็มากเสียจนฉันทำงานคนเดียวไม่ไหวจริงๆ” เธอพูดอย่างยอมรับ“ก็เลยคิดว่าจะหาคนที่เขารับจ้างทำงานชั่วคราวหรือกนอกเวลาได้ก็ยังดีแต่ตอนนี้ ไม่ว่าจะถามใครก็รู้สึกว่าเขาจะมีงานทำกันแล้วทั้งนั้น”
“เออ...แอนดี้ ฮอลลิสเตอร์ ล่ะ เป็ไง” แฟรงค์แนะนำขึ้น
“ก็เมาเหมือนเดิมอีกนั่นแหละฉันไว้ใจเขาไม่ได้เลยนะแฟรงค์” ชาร์ลีส่ายศีรษะอย่างอ่อนอกอ่อนใจ
ขณะที่เอื้อมมือไปจะหยิบถ้วยกาแฟขึ้นดื่มก็มีเสียงที่สามสอดขึ้นเกี่ยวกับเื่ที่กำลังสนทนากันอยู่ เป็เสียงทุ้มๆที่บอกถึงความสนใจในเื่ที่พูดกันอยู่
“ขอโทษครับคุณแต่ผมได้ยินคุณพูดว่าอยากจะหาใครสักคนหนึ่งไปช่วยทำงานในไร่ปศุสัตว์ใช่ไหมครับ”
ชาร์ลีเบือนหน้าไปทางโคบาลที่นั่งอยู่ตรงด้านหัวของเคาน์เตอร์เลิกคิ้วคล้ายจะตรวจสอบอะไรบางอย่างจากเขาอยู่หมวกปีกกว้างสีน้ำตาลที่เขาสวมอยู่ถูกปัดให้เลยไปทางข้างหลังเผยให้เห็นเรือนผมดกดำผิวหน้าของเขาเป็สีน้ำตาลคล้ำด้วยตากแดดเกรียมลมมาเป็เวลานาน เมื่อประสมประสานกันเข้ากับสีดำสนิทของเรือนผมมันก็ตัดกับสีฟ้าของดวงตาคู่ที่กำลังประสานกับเธออยู่ เขานั่งอยู่ในท่าสบายๆเหมือนไม่ใส่ใจในอะไรทั้งสิ้น มือทั้งสองข้างประคองถ้วยกาแฟไว้นิ้วแข็งแรงสีน้ำตาลนั้นบอกให้รู้ว่าเขาผ่านงานหนักมาอย่างโชกโชน รอยยิ้มปรากฏอยู่ทั้งในสีหน้าและแววตาซึ่งบอกให้รู้เป็นัยว่า เขาไม่ใช่คนที่ใครจะมาหลอกเขาได้ง่ายๆ ในวัยประมาณ 30เศษนี้ ความเป็ชายชาตรีปรากฏอยู่ในทุกอิริยาบถ ใบหน้าที่คมสันค่อนข้างกระด้างนั้นเป็ลักษณะผู้ชายตะวันตกทั่วไป
มันออกจะเป็การยากที่จะประมาณในส่วนสูงของคนผู้นี้แต่เธอพอจะสังเกตเห็นความแข็งแรงได้จากมัดกล้ามที่ซ่อนอยู่ใต้กางเกงยีนซีดๆกับเสื้อเชิ้ตลายทางที่เขาสวมอยู่คุณสมบัติประการหนึ่งของผู้ชายคนนี้เท่าที่ชาร์ลีพอจะสังเกตเห็นก็คือเขาชอบที่จะพเนจรร่อนเร่ไปเรื่อยๆ เธอเคยพบคนที่มีลักษณะเช่นนี้มาก่อน
หลังจากที่เธอใช้สายตาสำรวจเขาจนเป็ที่พอใจแล้วชาร์ลีจึงได้ตอบคำถามที่เขาตั้งขึ้น
“ใช่ เรากำลังมองหาคนที่จะช่วยทำงานในไร่อยู่”
“คุณสามารถใช้ผมให้เป็ประโยชน์ได้นะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงไม่เร่งร้อนเช่นเดิมแต่ทว่าท่าทางที่มองดูจะไม่ยินดียินร้ายนั้นดูจะเป็เพียงกลลวงเท่านั้นเพราะสายตาของเขาที่จับจ้องมองหน้าเธออยู่เป็ประกายพราวและกวาดไปทั่วเรือนร่างของเธอ ในลักษณะเดียวกันกับที่ชาร์ลีมองเขา
ซึ่งชาร์ลีก็พอจะอ่านแววในดวงตาของเขาออกเพราะดูเหมือนเขาเองก็ไม่ได้คิดจะปิดบังอะไรมันเป็การแสดงออกถึงความชื่นชมของผู้ชายคนหนึ่งที่มีต่อเพศตรงข้ามเท่านั้นแต่มันก็สร้างความรบกวนใจให้เกิดขึ้นตามประสาของผู้หญิงที่ไวต่อความรู้สึกทุกประเภท