"หลังจากนี้พวกเจ้าต้องเชื่อฟังศิษพี่หญิงของเจ้าให้ดี
คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันเข้าใจมั้ย?"
"ค่ะท่านประมุข"x100+!
ลูกศิษสาวนับร้อยรับคำของประมุขสาวอายุเกินร้อย
หม้อจื่อตัดสินใจบอกเรื่องที่ตนเองจะไม่อยู่กับลูกศิษของตน
เพื่อให้ฟงเหมี่ยงสามารถควบคุมดูแลสำนักออกหน้าออกตาได้
โดยไม่ต้องมีผู้ใดสับสน
.
"เอ้อ... ว่าแต่วิชาใหม่ของอาจารย์คือวิชาอะไรเหรอคะ?"
"เจ้า!"
"ไม่เป็นไร ไม่เป็น..."
นางห้ามฟงเหมี่ยงที่ออกเสียงดุศิษน้องหญิง
เนื่องจากคราวนี้ข้ออ้างของนาง ก็คือการเข้าถ้ำฝึกวิชาลับเป็นเวลาหนึ่งปี
ด้วยข้ออ้างนี้ ทำให้ศัตรูยังคงเกรงชื่อของนาง
แม้ว่าความจริงแล้วตัวนางนั้นไม่อยู่มัวออกไปแรด?
และนอกจากนี้...
.
"ฟงเหมี่ยง เจ้าแสดงวิชาให้ศิษน้องทั้งหลายได้ดูเถอะ"
"ค่ะ! อาจารย์!"
ฟุ่บๆๆ! ครืนนนนน!
โหววว!x100!+
สิ้นคำสั่งฟงเหมี่ยงร่ายรำเพลงฝ่ามือ จนทำให้กาลอากาศบิดผัน
ทำเอาเหล่าลูกศิษสาวนับร้อยนั้นต้องอ้าปากค้าง
นั่นก็เพราะวิชาฝ่ามือเหมันต์วิปโยก
ทำให้มวลหมู่เมฆามารวมตัวเหนือวังบุปผาน้ำแข็ง
ก่อกำเนิดเสียงฟ้าร้องและประกายแสงฟ้าแลบเหนือท้องฟ้าอย่างน่าอัศจรรย์
การใช้เพลงยุทธระดับนี้ ต่อให้นับทั่วทั้งใต้หล้า หาได้มีเกินสิบคนที่รู้จักกัน
นั่นแสดงว่าวิชาและพลังวัตรของฟงเหมี่ยงนั้นก้าวล้ำ
ย่างบาทาข้างหนึ่งเข้าไปสู่ขั้นเทพยุทธ ขั้นเดียวกับตัวหม้อจื่อเองเช่นกัน!
.
"อย่างที่พวกเจ้าเห็น นี่เป็นเพียงแค่วิชาชั้นต้น ของวิชาที่อาจารย์กำลังฝึกอยู่"
"สะ! สุดยอดไปเลยค่ะศิษพี่หญิง!"
"ท่านทำได้ยังไงคะ!" "ศิษพี่หญิง ท่านบรรลุวิชาขั้นเซียนแล้วเหรอคะ!"
อุ๊? ฉ่าาา?
ฮึฮึ..?
หม้อจื่อลอบยิ้มกับอาการเขินอายของลูกศิษ
หาใช่ภูมิใจ แต่ด้วยมันเป็นไปดั่งกลอุบายที่นางวางแผนเอาไว้
แน่นอนว่าที่ฟงเหมี่ยงบรรลุวิชาขั้นเซียน ก็เป็นเพราะพลังวัตรที่นางถ่ายทอดให้
การให้นางโชว์ฝีมือให้พวกนางเห็น ด้วยวิชาที่แม้แต่ชาวบ้านทั่วไปก็สามารถสังเกตุได้
คำเลื่องลือเหล่านี้จะกลายเป็นที่โจทย์จันฑ์ ต่อจากนี้การที่นางจะวางมือ
จากการเป็นเจ้าสำนักหีแห้งมากว่าร้อยปีก็ไม่ได้เกินไปกว่าฝัน แต่อย่างใด?
.
ฟุ่บ...
อุ๊? เฮืออก!? หวาาา!
และระหว่างที่นางเดินกลับที่พัก
พวกคนงานชายที่รุมเย็ดนางเมื่อวันก่อนเห็นแล้วก็ให้ผวากันอย่างหนัก
นางไม่ต้องห่วงเลยว่าพวกมันจะกล้าปากสว่าง
เรื่องความร่านหรือเรื่องที่พวกมันได้รุมเย็ดนางจนหีบานตูดบาน
โอยย...อ้อย..
เพราะพวกมันต่างหากที่จะต้องอับและอาย
หากรู้ว่าหลังจากนั้นทุกคนต้องกลายเป็นชายได้ชายชายโดนชาย
และยังคงต้องเดินไปไหนมาไหนกันอย่างขาถ่างๆอยู่แบบนั้น
.
หึหึ...?
หม้อจื่อเห็นแล้วก็ให้แอบหัวเราะ
ก่อนนี้นางมักควบคุมผู้คนด้วยความหวาดกลัวและพลังอำนาจ
การได้เป็นฝ่ายกุมความลับเรื่องกามๆบ้าง มันก็สนุกและแปลกใหม่ดีไม่หยอก
มิน่าเล่าเจ้าพวกนี้ถึงได้ชอบเอาเรื่องคาวๆมาข่มขู่พวกสาวๆกัน
.
พรึ่บบ.... อืมม?
พอหมดธุระเรื่องสำนักแล้วหม้อจื่อก็แปลงโฉม
เป็นแม่นางใหหญี่สตรีชุดขาวเพื่อโบยบินออกไปสู่โลกภายนอกสำนัก
.
"อ๊ะ...มะ....แม่นาง..? โอยย..."
"..? ฮึ?"
อึ๊ก?
ตอนออกมาและผ่านสวน นางก็สบัดหน้าจิกตาใส่อางัดไปหนึ่งกระบวน
เขาทำหน้าสำนึกผิดอย่างชัดเจน ส่วนนางก็ยอมรับเลยว่าค่อนข้างจะเบาใจ
ก่อนนี้นางรู้สึกใจหายนิดหน่อย หากต้องจากผัวคนแรกของนางไปนานและแสนไกล
แต่พอเขาพาคนมารุมเย็ดนางในร่างเจ้าสำนักอย่างหืนกาม
นางก็รู้เลยว่าพื้นฐานผู้ชายคนนี้นั้นคบไม่ได้
ดีซะอีกที่นางจะได้ไม่ต้องโหยหาผู้ชายเลวๆแบบนี้ไว้
.
.
ตึกตึก....
โอ้วว... ดูนั่นสินางมาอีกแล้ว...
ว้าว... ท่านแม่... ดูสิคะพี่นางฟ้า...
ท่ามกลางถนนทืปกคลุมไปด้วยหิมะบางๆ
เสียงแซ่ซ้องถึงความงามของสตรีชุดขาวดังมาเข้าถึงหูอย่างไม่ขาดสาย
.
ฮิฮิ...
หัวใจของเจ้าสำนักสาวให้โตพอง มีสตรีใดเล่าจะมิชอบ
หากผู้คนมาชมชอบความงดงามของตนและคอยมองไม่ขาดสาย
มันแตกต่างจากยามที่นางเป็นเจ้าสำนัก
ที่คำชมส่วนใหญ่ล้วนเป็นเรื่องของพิธีรีตรอง
อีกอย่างก็มีเฉพาะตอนที่่นางเป็นแม่นางใหหญี่เท่านั้น
ที่ใบหน้าอันงดงามราวภาพวาดนี้
จะปรากฏต่อสายตาอย่างชัดเจนต่อผู้คนทั้งผอง
.
วิ้ววว.... ฟู่...
สถานที่ที่เฉินอันนัดนางเอาไว้นั่น ก็คือท่าเรือหลักของแดนเหมันต์
ดินแดนที่น้ำทะเลมีอุณหภูมิไม่ต่างจากน้ำใส่น้ำแข็ง
ผู้คนที่กำลังทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง ต่างก็มีไอน้ำอันเยือกแข็ง
พ่นออกมาจากริมฝีปากยามหายใจไม่ทั่วท้อง
เวลานี้เป็นเวลาใกล้หัวค่ำแล้ว มันจึงยิ่งหนาวเหน็บเป็นสองเท่า
ตรงหน้านางนั้นเป็นเรือสำเภาลำใหญ่ยักษ์ สูงกว่าตึกสองชั้น
และมีผู้คนมารอทยอยกันขึ้นเรืออย่างแน่นขนัด
บ้างก็ขนสัมภาระและสินค้าไปมาอย่างคึกคัก
.
"อ้าว? มาแล้วหรือแม่นางใหหญี่?"
"อื้มม... มาแล้ว..."
หม้อจื่อตอบชายหนุ่มผู้ยืนสูงเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางฝูงชนอย่างเสียงเรียบ
ชิ้ง....ว้าวว?
แต่ในใจแอบชื่นชมความหล่อเหลาของเขาอย่างเงียบๆ
ไม่ว่าเห็นทีไรบุรุษผู้นี้ก็ช่างหน้าตาคมคายอย่างหาชายใดมาเทียบ
เขามีเสน่ห์อันลึกลับแปลกๆแตกต่างจากผู้ชายทั่วไปที่ช่วงนี้ได้จับนางแหกหีเสียบ?
นั่นคงเพราะเฉินอันเป็นสมาชิกของชุมนุมเงาดำ
แม้วรยุทธของเขาไม่มีทางเทียบนางได้
แต่วิชากลบกลิ่นอายไร้เสียงของเขานั่นคงฝึกได้จนถึงพิกัด
.
แม้ว่าเขายืนคุยกับนางอยู่ตรงนี้แต่สัมผัสการมีตัวตันของเขากลับช่างเบาบาง
หากว่าเป็นปกติแล้ว ใครก็ตามที่ติดต่อกับเขาในเพลานี้จักไม่มีทางจดจำเขาได้
ทว่า... ฟู่ววว...(ถอนหายใจ)
ตึกตัก....
หากคนผู้นั้นเป็นสตรี จะมีหญิงใดเล่าสามารถลืมเขาไป
ไม่ว่าเฉินอันจะปกปิดกลิ่นอายของตนได้ดีสักเพียงใด
เค้าหน้าสันจมูกและรอยยิ้ม ริมฝีปากสีอ่อนที่ดูแล้วแสนนุ่มนิ่ม
สาวใดได้เห็นเป็นต้องจดจำสลักสเลาเอาไว้ในหัวใจให้ตราตรึงในดวงจิต
เขาผู้นี้คงมีปัญหาเวลาต้องลอบเล้นทำภารกิจกับสตรีเป็นแน่แท้
.
"ข้าตกใจมากเลยนะครับ
ไม่นึกว่าศิษเอกลับๆของท่านประมุกจะเป็นแม่นาง....เอ๋?"
ฟึ่บๆๆ... แม่นางใหหญี่? แม่นางใหหญี่?
"อุ๊ย? ฮ่าฮ่า... ขอโทษที...."
หญิงสาวหัวเราะแก้เก้อ เมื่อมัวละเมอเพ้อพกไปเรื่อยต่อหน้าชายหนุ่ม
แม้จะมีอายุเกินร้อยปี แต่นี่แทบจะเป็นปีแรกที่นางได้ปล่อยผี
สนใจเพศตรงข้ามอย่างจริงจังโดยไม่ต้องปกปิดท่าทางแบบนี้?
นางได้ส่งชงเอ๋อไปคุยกับเขา เพื่อนัดแนะว่าลูกศิษลับที่ว่าคือนางอีกที
.
ฮิฮิ...
"แหม... อารมณ์ดีจนน่าหมั่นใส้เลยนะคะท่านเจ้าสำนัก..."
ชงเอ๋อที่สางผมให้นางในเช้าวันนั้นอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแขวะ
"แล้วถ้าเจ้าเป็นข้าจะไม่อารมณ์ดีเหรอ? ข้าอุตส่าห์ส่งเจ้าไปพบคนหล่อมานะ"
"โถๆ... ท่านคนอวดผัว...."
"บ้า... เขายังไม่ได้เป็นผัวข้าสักหน่อย...."
"แล้วท่านจะปล่อยให้เหลือเหรอคะ?"
"อืมม...อิอิ..."
"เชอะ..."
"ฮ่าฮ่า! อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิชงเอ๋อ!"
ใบหน้าของสาวใช้วัยชรานอกจากแง่งอนแล้ว
ยังสะท้อนความอาทร เพราะนางกับหม้อจื่อแทบไม่เคยห่างกันนานๆ
แต่นี่นางจะไปรอนแรมนอกสำนักอาจเป็นปี ทำให้นางรู้สึกใจหายอย่างไม่เคยเจอ
"แต่คนนี้ข้าอนุมัตินะคะ จับให้ได้ล่ะ"
"งุ้ยยย! จริงเหรอ! ขอบคุณนะชงเอ๋อออ!"
หมับ! ว้ายย! ท่านเจ้าสำนัก!
อิอิ... ฉ่าา... งือ...ค่ะ...
สาวใช้ตอบอย่างอ้อมแอ้มต่อเจ้าสำนักสาวที่อมยิ้มกอดเอวของนางอย่างแป้นแล้น
มิตรภาพของทั้งสองนั้นยากนักที่หม้อจื่อจะหาสิ่งใดมาทดแทน
อ้อ...นอกจากกับผู้ชายอะนะ? อิอิ...