ปรมาจารย์บานฉ่ำ 18+

    ปรมาจารย์บานฉ่ำ-57-เรือสำเภา

    "หลังจากนี้พวกเจ้าต้องเชื่อฟังศิษพี่หญิงของเจ้าให้ดี

    คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันเข้าใจมั้ย?"

    "ค่ะท่านประมุข"x100+!

    ลูกศิษสาวนับร้อยรับคำของประมุขสาวอายุเกินร้อย

    หม้อจื่อตัดสินใจบอกเรื่องที่ตนเองจะไม่อยู่กับลูกศิษของตน

    เพื่อให้ฟงเหมี่ยงสามารถควบคุมดูแลสำนักออกหน้าออกตาได้

    โดยไม่ต้องมีผู้ใดสับสน

    .

    "เอ้อ... ว่าแต่วิชาใหม่ของอาจารย์คือวิชาอะไรเหรอคะ?"

    "เจ้า!"

    "ไม่เป็นไร ไม่เป็น..."

    นางห้ามฟงเหมี่ยงที่ออกเสียงดุศิษน้องหญิง

    เนื่องจากคราวนี้ข้ออ้างของนาง ก็คือการเข้าถ้ำฝึกวิชาลับเป็นเวลาหนึ่งปี

    ด้วยข้ออ้างนี้ ทำให้ศัตรูยังคงเกรงชื่อของนาง

    แม้ว่าความจริงแล้วตัวนางนั้นไม่อยู่มัวออกไปแรด?

    และนอกจากนี้...

    .

    "ฟงเหมี่ยง เจ้าแสดงวิชาให้ศิษน้องทั้งหลายได้ดูเถอะ"

    "ค่ะ! อาจารย์!"

    ฟุ่บๆๆ! ครืนนนนน!

    โหววว!x100!+

    สิ้นคำสั่งฟงเหมี่ยงร่ายรำเพลงฝ่ามือ จนทำให้กาลอากาศบิดผัน

    ทำเอาเหล่าลูกศิษสาวนับร้อยนั้นต้องอ้าปากค้าง

    นั่นก็เพราะวิชาฝ่ามือเหมันต์วิปโยก

    ทำให้มวลหมู่เมฆามารวมตัวเหนือวังบุปผาน้ำแข็ง

    ก่อกำเนิดเสียงฟ้าร้องและประกายแสงฟ้าแลบเหนือท้องฟ้าอย่างน่าอัศจรรย์

    การใช้เพลงยุทธระดับนี้ ต่อให้นับทั่วทั้งใต้หล้า หาได้มีเกินสิบคนที่รู้จักกัน

    นั่นแสดงว่าวิชาและพลังวัตรของฟงเหมี่ยงนั้นก้าวล้ำ

    ย่างบาทาข้างหนึ่งเข้าไปสู่ขั้นเทพยุทธ ขั้นเดียวกับตัวหม้อจื่อเองเช่นกัน!

    .

    "อย่างที่พวกเจ้าเห็น นี่เป็นเพียงแค่วิชาชั้นต้น ของวิชาที่อาจารย์กำลังฝึกอยู่"

    "สะ! สุดยอดไปเลยค่ะศิษพี่หญิง!"

    "ท่านทำได้ยังไงคะ!" "ศิษพี่หญิง ท่านบรรลุวิชาขั้นเซียนแล้วเหรอคะ!"

    อุ๊? ฉ่าาา?

    ฮึฮึ..?

    หม้อจื่อลอบยิ้มกับอาการเขินอายของลูกศิษ

    หาใช่ภูมิใจ แต่ด้วยมันเป็นไปดั่งกลอุบายที่นางวางแผนเอาไว้

    แน่นอนว่าที่ฟงเหมี่ยงบรรลุวิชาขั้นเซียน ก็เป็นเพราะพลังวัตรที่นางถ่ายทอดให้

    การให้นางโชว์ฝีมือให้พวกนางเห็น ด้วยวิชาที่แม้แต่ชาวบ้านทั่วไปก็สามารถสังเกตุได้

    คำเลื่องลือเหล่านี้จะกลายเป็นที่โจทย์จันฑ์ ต่อจากนี้การที่นางจะวางมือ

    จากการเป็นเจ้าสำนักหีแห้งมากว่าร้อยปีก็ไม่ได้เกินไปกว่าฝัน แต่อย่างใด?

    .

    ฟุ่บ...

    อุ๊? เฮืออก!? หวาาา!

    และระหว่างที่นางเดินกลับที่พัก

    พวกคนงานชายที่รุมเย็ดนางเมื่อวันก่อนเห็นแล้วก็ให้ผวากันอย่างหนัก

    นางไม่ต้องห่วงเลยว่าพวกมันจะกล้าปากสว่าง

    เรื่องความร่านหรือเรื่องที่พวกมันได้รุมเย็ดนางจนหีบานตูดบาน

    โอยย...อ้อย..

    เพราะพวกมันต่างหากที่จะต้องอับและอาย

    หากรู้ว่าหลังจากนั้นทุกคนต้องกลายเป็นชายได้ชายชายโดนชาย

    และยังคงต้องเดินไปไหนมาไหนกันอย่างขาถ่างๆอยู่แบบนั้น

    .

    หึหึ...?

    หม้อจื่อเห็นแล้วก็ให้แอบหัวเราะ

    ก่อนนี้นางมักควบคุมผู้คนด้วยความหวาดกลัวและพลังอำนาจ

    การได้เป็นฝ่ายกุมความลับเรื่องกามๆบ้าง มันก็สนุกและแปลกใหม่ดีไม่หยอก

    มิน่าเล่าเจ้าพวกนี้ถึงได้ชอบเอาเรื่องคาวๆมาข่มขู่พวกสาวๆกัน

    .

    พรึ่บบ.... อืมม?

    พอหมดธุระเรื่องสำนักแล้วหม้อจื่อก็แปลงโฉม

    เป็นแม่นางใหหญี่สตรีชุดขาวเพื่อโบยบินออกไปสู่โลกภายนอกสำนัก

    .

    "อ๊ะ...มะ....แม่นาง..? โอยย..."

    "..? ฮึ?"

    อึ๊ก?

    ตอนออกมาและผ่านสวน นางก็สบัดหน้าจิกตาใส่อางัดไปหนึ่งกระบวน

    เขาทำหน้าสำนึกผิดอย่างชัดเจน ส่วนนางก็ยอมรับเลยว่าค่อนข้างจะเบาใจ

    ก่อนนี้นางรู้สึกใจหายนิดหน่อย หากต้องจากผัวคนแรกของนางไปนานและแสนไกล

    แต่พอเขาพาคนมารุมเย็ดนางในร่างเจ้าสำนักอย่างหืนกาม

    นางก็รู้เลยว่าพื้นฐานผู้ชายคนนี้นั้นคบไม่ได้

    ดีซะอีกที่นางจะได้ไม่ต้องโหยหาผู้ชายเลวๆแบบนี้ไว้

    .

    .

    ตึกตึก....

    โอ้วว... ดูนั่นสินางมาอีกแล้ว...

    ว้าว... ท่านแม่... ดูสิคะพี่นางฟ้า...

    ท่ามกลางถนนทืปกคลุมไปด้วยหิมะบางๆ

    เสียงแซ่ซ้องถึงความงามของสตรีชุดขาวดังมาเข้าถึงหูอย่างไม่ขาดสาย

    .

    ฮิฮิ...

    หัวใจของเจ้าสำนักสาวให้โตพอง มีสตรีใดเล่าจะมิชอบ

    หากผู้คนมาชมชอบความงดงามของตนและคอยมองไม่ขาดสาย

    มันแตกต่างจากยามที่นางเป็นเจ้าสำนัก

    ที่คำชมส่วนใหญ่ล้วนเป็นเรื่องของพิธีรีตรอง

    อีกอย่างก็มีเฉพาะตอนที่่นางเป็นแม่นางใหหญี่เท่านั้น

    ที่ใบหน้าอันงดงามราวภาพวาดนี้

    จะปรากฏต่อสายตาอย่างชัดเจนต่อผู้คนทั้งผอง

    .

    วิ้ววว.... ฟู่...

    สถานที่ที่เฉินอันนัดนางเอาไว้นั่น ก็คือท่าเรือหลักของแดนเหมันต์

    ดินแดนที่น้ำทะเลมีอุณหภูมิไม่ต่างจากน้ำใส่น้ำแข็ง

    ผู้คนที่กำลังทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง ต่างก็มีไอน้ำอันเยือกแข็ง

    พ่นออกมาจากริมฝีปากยามหายใจไม่ทั่วท้อง

    เวลานี้เป็นเวลาใกล้หัวค่ำแล้ว มันจึงยิ่งหนาวเหน็บเป็นสองเท่า

    ตรงหน้านางนั้นเป็นเรือสำเภาลำใหญ่ยักษ์ สูงกว่าตึกสองชั้น

    และมีผู้คนมารอทยอยกันขึ้นเรืออย่างแน่นขนัด

    บ้างก็ขนสัมภาระและสินค้าไปมาอย่างคึกคัก

    .

    "อ้าว? มาแล้วหรือแม่นางใหหญี่?"

    "อื้มม... มาแล้ว..."

    หม้อจื่อตอบชายหนุ่มผู้ยืนสูงเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางฝูงชนอย่างเสียงเรียบ

    ชิ้ง....ว้าวว?

    แต่ในใจแอบชื่นชมความหล่อเหลาของเขาอย่างเงียบๆ

    ไม่ว่าเห็นทีไรบุรุษผู้นี้ก็ช่างหน้าตาคมคายอย่างหาชายใดมาเทียบ

    เขามีเสน่ห์อันลึกลับแปลกๆแตกต่างจากผู้ชายทั่วไปที่ช่วงนี้ได้จับนางแหกหีเสียบ?

    นั่นคงเพราะเฉินอันเป็นสมาชิกของชุมนุมเงาดำ

    แม้วรยุทธของเขาไม่มีทางเทียบนางได้

    แต่วิชากลบกลิ่นอายไร้เสียงของเขานั่นคงฝึกได้จนถึงพิกัด

    .

    แม้ว่าเขายืนคุยกับนางอยู่ตรงนี้แต่สัมผัสการมีตัวตันของเขากลับช่างเบาบาง

    หากว่าเป็นปกติแล้ว ใครก็ตามที่ติดต่อกับเขาในเพลานี้จักไม่มีทางจดจำเขาได้

    ทว่า... ฟู่ววว...(ถอนหายใจ)

    ตึกตัก....

    หากคนผู้นั้นเป็นสตรี จะมีหญิงใดเล่าสามารถลืมเขาไป

    ไม่ว่าเฉินอันจะปกปิดกลิ่นอายของตนได้ดีสักเพียงใด

    เค้าหน้าสันจมูกและรอยยิ้ม ริมฝีปากสีอ่อนที่ดูแล้วแสนนุ่มนิ่ม

    สาวใดได้เห็นเป็นต้องจดจำสลักสเลาเอาไว้ในหัวใจให้ตราตรึงในดวงจิต

    เขาผู้นี้คงมีปัญหาเวลาต้องลอบเล้นทำภารกิจกับสตรีเป็นแน่แท้

    .

    "ข้าตกใจมากเลยนะครับ

    ไม่นึกว่าศิษเอกลับๆของท่านประมุกจะเป็นแม่นาง....เอ๋?"

    ฟึ่บๆๆ... แม่นางใหหญี่? แม่นางใหหญี่?

    "อุ๊ย? ฮ่าฮ่า... ขอโทษที...."

    หญิงสาวหัวเราะแก้เก้อ เมื่อมัวละเมอเพ้อพกไปเรื่อยต่อหน้าชายหนุ่ม

    แม้จะมีอายุเกินร้อยปี แต่นี่แทบจะเป็นปีแรกที่นางได้ปล่อยผี

    สนใจเพศตรงข้ามอย่างจริงจังโดยไม่ต้องปกปิดท่าทางแบบนี้?

    นางได้ส่งชงเอ๋อไปคุยกับเขา เพื่อนัดแนะว่าลูกศิษลับที่ว่าคือนางอีกที

    .

    ฮิฮิ...

    "แหม... อารมณ์ดีจนน่าหมั่นใส้เลยนะคะท่านเจ้าสำนัก..."

    ชงเอ๋อที่สางผมให้นางในเช้าวันนั้นอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแขวะ

    "แล้วถ้าเจ้าเป็นข้าจะไม่อารมณ์ดีเหรอ? ข้าอุตส่าห์ส่งเจ้าไปพบคนหล่อมานะ"

    "โถๆ... ท่านคนอวดผัว...."

    "บ้า... เขายังไม่ได้เป็นผัวข้าสักหน่อย...."

    "แล้วท่านจะปล่อยให้เหลือเหรอคะ?"

    "อืมม...อิอิ..."

    "เชอะ..."

    "ฮ่าฮ่า! อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิชงเอ๋อ!"

    ใบหน้าของสาวใช้วัยชรานอกจากแง่งอนแล้ว

    ยังสะท้อนความอาทร เพราะนางกับหม้อจื่อแทบไม่เคยห่างกันนานๆ

    แต่นี่นางจะไปรอนแรมนอกสำนักอาจเป็นปี ทำให้นางรู้สึกใจหายอย่างไม่เคยเจอ

    "แต่คนนี้ข้าอนุมัตินะคะ จับให้ได้ล่ะ"

    "งุ้ยยย! จริงเหรอ! ขอบคุณนะชงเอ๋อออ!"

    หมับ! ว้ายย! ท่านเจ้าสำนัก!

    อิอิ... ฉ่าา... งือ...ค่ะ...

    สาวใช้ตอบอย่างอ้อมแอ้มต่อเจ้าสำนักสาวที่อมยิ้มกอดเอวของนางอย่างแป้นแล้น

    มิตรภาพของทั้งสองนั้นยากนักที่หม้อจื่อจะหาสิ่งใดมาทดแทน

    อ้อ...นอกจากกับผู้ชายอะนะ? อิอิ...

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์บานฉ่ำ 18+ ที่คุณอ่าน