"แม่ พรุ่งนี้เราไปทำบุญกันนะคะ"
ทอฝัน หรือชื่อเล่นสั้น ๆ ที่คนอื่น ๆ มักจะเรียกเธอคือ ฝัน กล่าวกับผู้เป็แม่ขณะที่ทั้งสองคนกำลังนั่งดูละครหลังข่าว่ค่ำกันอยู่ และคุยเื่สัพเพเหระกันไปเรื่อยเปื่อย
"เราเพิ่งจะไปมานี่ลูก อยากไปวัดอีกแล้วเหรอ"
คนเป็แม่อดที่จะสงสัยในท่าทีของลูกสาวตัวเองไม่ได้ เพราะจากคนที่ไม่ชอบเข้าวัดทำบุญ ่หลังสองสามเดือนมานี้ทอฝันกลับกลายมาเป็คนชอบเข้าวัดทำบุญซะอย่างนั้น แถมไปบ่อยจนแทบจะทุกวันอีกต่างหาก
"ฝันอยากไปอีกค่ะ อยากไปบ่อย ๆ"
"มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า บอกแม่ได้นะลูก"
"เอ่อ ไม่มีอะไรค่ะ แค่อยากทำบุญเยอะ ๆ ค่ะแม่"
"งั้นก็ตามใจ พรุ่งนี้แม่จะตื่นมาทำกับข้าวละกัน"
ทอฝันยิ้มอย่างพอใจเมื่อคนเป็แม่ตกลงจะไปทำบุญกับเธอ ทั้งสองคนจึงแยกย้ายกันเข้านอน เมื่อรู้ว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า
ทอฝันเปิดประตูห้องนอนแล้วเหลือบมองนาฬิกาข้างฝาผนังบอกเวลาสามทุ่มครึ่ง เมื่อเห็นว่ายังไม่ดึกมากจึงพาตัวเองไปยังมุมวาดรูปที่อยู่ใกล้หน้าต่างมุมห้อง และเปิดสมุดวาดรูปที่มีรูปผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอวาดขึ้นมา
วาดมาจากความฝันที่เธอมักจะเห็นใบหน้านี้ซ้ำ ๆ นับครั้งไม่ได้ว่าเธอฝันเห็นใบหน้าเดิม ๆ นี้สักกี่ครั้งแล้ว่สองสามเดือนมานี้ แต่มันก็บ่อยมากพอที่ทำให้รูปวาดของเธอเสร็จสมบูรณ์
ใบหน้าขาวนวลรูปไข่กับดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น ทอฝันจำได้แม่นยำ รวมถึงทรงผม การแต่งตัว รูปร่าง หรือแม้แต่รอยยิ้มที่แฝงความเศร้าไว้อยู่ ทอฝันก็สังเกตเห็นมันได้ชัดเจน และเผลอใส่ความเศร้าที่ซ่อนไว้ในรอยยิ้มนั้น ลงไปในภาพของเธอด้วย
แต่ถึงใบหน้าของหญิงสาวในฝันจะมีความเศร้าให้เห็นด้วยก็ตาม แต่โดยรวมแล้วความสวยที่มีมากกว่าก็กลบความเศร้าหมองบนใบหน้าของเธอไปได้มากทีเดียว นอกจากนี้ปากกระจับสวยได้รูปที่อยู่บนหน้าของเธอก็ช่างมีเสน่ห์เย้ายวนชวนให้มอง จนแทบละสายตาไม่ได้เลย
"คุณเป็ใครกันนะ"
ทอฝันเอ่ยออกมาขณะเพ่งมองรูปที่ตนเองวาด ภาพนี้ราวกับมีชีวิตหากมองให้ลึกลงไป สายลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างห้องนอนเข้ามาทำให้ทอฝันขนลุกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ บวกกับเวลาที่ดึกมากยิ่งขึ้น เธอจึงปิดสมุดวาดภาพเล่มนั้นลง และะโขึ้นเตียงนอนในทันที
"เราอยากเจอคุณอีก มาหาเราอีกได้ไหม"
ทอฝันเอ่ยคำพูดนี้ออกมาซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า พร้อมกับในหัวก็มีแต่ภาพของหญิงสาวที่เธอฝันถึงอยู่บ่อย ๆ รู้ตัวอีกทีก็รู้สึกเหมือนปลายเตียงยุบฮวบลงไปเหมือนมีน้ำหนักของสิ่งใดวางลง
ทอฝันที่นอนตะแคงข้างอยู่นั้น ค่อย ๆ พลิกตัวกลับมานอนหงาย และหันมองไปยังปลายเตียง แล้วก็พบว่า ปลายเตียงของเธอมีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ ทั้งใบหน้ารูปร่างทรงผม ทุกสิ่งอย่างเหมือนกับผู้หญิงในฝันของเธอ ความสวยที่ได้เห็นด้วยสองตาตัวเองวันนี้ชัดเจนยิ่งกว่าในฝันซะอีก ั้แ่เกิดมาจนอายุยี่สิบเก้าปี ไม่เคยรู้สึกว่าผู้หญิงคนไหนจะสวยได้มากเท่านี้มาก่อนเลย
"คุณเข้ามาในห้องฉันได้ยังไงคะ"
ทอฝันเอ่ยถามคนตรงหน้า และจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวอย่างไม่ละสายตา
"พี่ฝันช่วยเพียงด้วย"
หยดน้ำใส ๆ ค่อย ๆ ไหลอาบแก้มคนตรงหน้าพร้อมกับเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น มือเรียวของเ้าตัวค่อย ๆ ปาดน้ำตาบนแก้มของตัวเองอย่างช้า ๆ แต่ยิ่งเช็ด น้ำตาก็ยิ่งไหล ทอฝันที่เห็นคนตรงหน้าร้องไห้ก็ยิ่งรู้สึกสงสาร เธออยากจะคว้าคนตรงหน้าเข้ามากอดเพื่อปลอบใจเหลือเกิน แต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้ถึงทำได้เพียงนั่งนิ่งพิงหัวเตียงอยู่เช่นนี้ แม้จะอยากขยับเข้าไปใกล้ก็ไม่สามารถทำได้เลย
"จะให้ช่วยยังไง ช่วยอะไร แล้วทำไมเรียกเราว่าพี่ คุณอายุเท่าไหร่"
"เพราะพี่ฝันคือคนเดียวที่รักเพียง พี่ฝันคือคนเดียวที่เข้าใจเพียง พี่ฝันคือคนเดียวที่คอยโอบกอดเพียง ตอนนี้เพียงเหนื่อยเหลือเกิน เมื่อไหร่เราจะได้เจอกันสักที"
"เจอแบบไหน เจอยังไง คุณพูดอะไรฉันงงไปหมดแล้ว"
ใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้ามองทอฝันด้วยสายตาอันแสนเศร้าสร้อย ความเศร้านี้ทอฝันจำมันได้ดี ความเศร้าภายใต้รอยยิ้ม ความเศร้าภายใต้ความกดดันบางสิ่งบางอย่าง ความเศร้าที่ทำให้เธออยากดึงคนตรงหน้ามากอดไว้ให้แน่นเพราะรู้สึกสงสารเหลือเกิน
"ได้โปรดอธิฐานให้เราได้พบกัน ได้โปรดทำมันเช่นนั้นเหมือนที่พี่ทำมันเสมอ เพราะเพียงก็ทำเช่นเดียวกัน"
พูดจบร่างของหญิงสาวก็เลือนหายไป ทอฝันรีบเรียกชื่อเธอ แต่ก็ไม่ทัน แค่พริบตาเดียวทุกอย่างก็เลือนหายไปหมดสิ้น ราวกับห้องนี้ไม่เคยมีใครมาเยือน
"อย่าเพิ่งไปค่ะ คุณคะ อย่าเพิ่งไป อย่าเพิ่งไปค่ะ"
ทอฝันยังะโเรียกหาคนที่เพิ่งเจอกันเมื่อสักครู่ แต่ทุกอย่างก็ว่างเปล่า จนเธอรู้สึกถึงมือของใครบางคนเขย่าตัวเธออย่างแรง
"ฝันเป็อะไรลูก ฝันได้ยินแม่มั้ย ตื่นสิลูก ตื่น"
เสียงของแม่ที่คุ้นหูบวกกับแรงเขย่าอย่างรุนแรงทำให้ทอฝันสะดุ้งตื่น และเมื่อเพิ่งมองทุกอย่างรอบห้องและเห็นคนเป็แม่นั่งอยู่บนเตียงข้างตัว เธอจึงรู้ว่ทุกอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นนั้นเป็เพียงความฝัน
"แค่ฝันค่ะแม่ ไม่มีอะไรค่ะ"
ทอฝันเอ่ยกับผู้เป็แม่และสวมกอดคนตรงหน้าอย่างแแ่ แต่ในใจนั้นพยายามประติดประต่อเื่ราวความฝันทั้งหมด
"แม่กลับไปนอนเถอะค่ะ ฝันโอเคแล้วค่ะ พรุ่งนี้เราไปทำบุญกันนะคะ"
"ถ้าลูกไม่เป็ไรงั้นแม่ไปนอนนะ"
"ค่ะแม่ ฝันดีค่ะ"
เมื่อเสียงประตูห้องนอนปิดลง ทอฝันค่อย ๆ ลุกไปยังโต๊ะวาดรูปของเธอพร้อมกับเปิดสมุดวาดรูปอีกครั้ง
"เพียงงั้นเหรอ คุณชื่อเพียงเหรอ เราจะได้เจอกันใช่มั้ย ฉันจะอธิฐานถึงคุณอย่างที่คุณบอกนะคะ"
นิ้วเรียวของทอฝันค่อย ๆ ลูบไล้ใบหน้าหญิงสาวผ่านรูปวาดที่เธอตั้งใจวาดเองกับมือ ยิ่งจดจ้องใบหน้านั้นเนิ่นนานแค่ไหน ทอฝันก็ยิ่งรู้สึกคิดถึง ยิ่งอยากเจอ อยากััเนื้อแท้ของอีกฝ่าย อยากสูดดมกลิ่นกาย อยากแนบชิดทุกััให้ใกล้มากกว่านี้
การได้ฝันเห็นทุกคืนแบบนี้ยิ่งทรมาณ วันแล้ววันเล่าที่ต้องฝัน ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ทำได้เพียงอธิฐานจิต แต่การจะได้เจอกันก็ดูจะไม่มีหวังเลย ไม่มีอะไรที่ดูจะเป็ไปได้เลยแม้สักนิด
ทอฝันปิดสมุดวาดภาพและเดินกลับมาที่เตียงนอน หันมองนาฬิกาข้างฝาผนังบอกเวลาตีสาม พอจะมีเวลางีบหลับอีกราวสามชั่วโมง เพราะหกโมงเช้าคือเวลาตื่นนอนโดยปกติของเธอ คิดได้ดังนั้นเธอก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงและหลับไปในทันที
เช้าวันต่อมา
ทอฝันที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วเดินลงมาจากชั้นสองของบ้านและได้กลิ่นอาหารอบอวลไปทั่วบ้านชั้นล่างในทันที
"วันนี้ทำเมนูอะไรไปวัดคะแม่ หอมจังเลย"
คนเป็แม่หรี่แก็สบนเตาลงเล็กน้อยและหมุนตัวกลับมาหยิบปิ่นโตเพื่อเตรียมตักกับข้าวที่ทำเสร็จแล้วไปวัด พลางก็พูดคุยกับลูกสาวที่เพิ่งจะเดินเข้ามาในห้องครัว
"วันนี้แม่ทำพะโล้ ฉู่ฉี่ปลาทู แล้วก็ผัดหมูกับกะปิจ้ะ"
ทอฝันตาลุกวาวทันใดเมื่อได้ยินชื่อเมนู เพราะทุกอย่างนั้นล้วนเป็เมนูโปรดของเธอทั้งนั้น
"เรารีบไปทำบุญกันดีกว่าค่ะ ฝันอยากรีบกลับมาทานข้าว มีแต่เมนูน่าทานทั้งนั้น"
"งั้นมาช่วยแม่จัดตะกร้าเร็ว จะได้รีบไปกัน"
สองแม่ลูกช่วยกันคนละไม้คนละมือ จนทุกอย่างเรียบร้อย ตะกร้าสานใบใหญ่มีปิ่นโตสี่ชั้นอยู่ภายใน และกล่องผลไม้ที่ปอกพร้อมรับประทาน รวมถึงช่อดอกไม้และธูปเทียนเตรียมไว้เรียบร้อย ทอฝันหิ้วตะกร้ามาใส่ไว้หลังรถเก๋งคันเก่งของเธอ รถที่เป็สมบัติชิ้นเดียวของพ่อเธอที่หลงเหลือไว้ ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต แม้ว่าสภาพจะเก่าแต่เครื่องยังดีเพราะพ่อของทอฝันดูแลรถคันนี้เป็อย่างดี เธอจึงใช้รถคันนี้ต่อและดูแลเป็อย่างดีเช่นกัน
"เรียบร้อยแล้วค่ะแม่ ไปกันค่ะ"
ทอฝันเปิดประตูรถให้ผู้เป็แม่ที่เพิ่งเดินออกจากบ้านมาหลังจากล็อคประตูบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ใช้เวลาเพียงยี่สิบนาทีสองแม่ลูกก็มาถึงวัด เนื่องจากอยู่ไม่ไกลกับบ้านมากนัก ทันทีที่ย่างเข้ามาในศาลา หลวงตารูปหนึ่งก็เอ่ยกับทอฝันและแม่ในทันที
"มาวัดบ่อยนะโยม อัตมาไม่ค่อยเห็นเด็กวัยรุ่นยุคนี้เข้าวัดกันบ่อย ๆ นอกจาก่เทศกาลโน่นละ"
"นมัสกรานค่ะหลวงตา วันนี้ฝันพาแม่มาถวายภัตตาหารเช้าค่ะ"
"เจริญพรโยม มา ๆ"
ทอฝันตั้งจิตใจแน่วแน่ทุกครั้งที่มาวัด เมื่อถึงตอนกรวดน้ำ เธอจะทำเช่นเดิมเสมอคือ นึกถึงใบหน้าสวยของหญิงสาวที่เธอฝันเห็นทุกคืน ปกติแล้วทอฝันจะเอ่ยถึงเธอเพียงแค่คนในฝัน แต่การกรวดน้ำวันนี้เธอได้ทราบชื่อของเ้าของใบหน้าสวยแล้ว เธอจึงเอ่ยชื่อของหญิงสาวระหว่างที่กรวดน้ำไปด้วย
หากจิตของเราทั้งสองเชื่อมโยงเกี่ยวพันธ์ ยังคงมีวาสนาต่อกัน ในปัจจุบันชาตินี้ขอให้เราได้เจอกันอีก ขอคำอธิฐานนี้จงส่งไปถึงหญิงสาวรูปงามที่ชื่อเพียง คนที่ฉันฝันเห็นทุกคืน ขอให้คุณรับรู้ว่าฉันยังรอการพบกันของเราเสมอ ขอให้บุญกุศลที่ฉันได้ทำและจิตของฉันที่ตั้งมั่นถึงเพียงแต่คุณทำให้เราได้พบเจอกันในเร็ววันด้วยเถิด สาธุ
ทอฝันค่อย ๆ เทน้ำจากที่กรวดน้ำลงในถ้วยรองรับจนหมดหยดสุดท้ายแล้วพนมมือขึ้นหลับตาส่งคำอธิฐานนี้ไปถึงคนในฝัน แม้ไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังทำจะส่งผลมากน้อยสักเพียงใด แต่เธอก็จะทำเช่นนี้เสมอจนกว่าจะได้เจอกัน
เพียง ขอให้คำอธิฐานของฉันส่งถึงเธอ และทำให้เราได้เจอกันในสักวันนะ
----------------------------------------------