บทที่ 8 ขอประทานสมรส
ตกหัวค่ำจางเหวิ่นชิงยังคงเดินวนไปวนมาอยู่ภายในห้องนอนด้วยท่าทางที่กลัดกลุ้มอย่างหนักเขาได้แต่นึกเสียใจและอยากกัดลิ้นตัวเองให้ตายไปเสีย เมื่อเขาเผลอรับปากจางหมินเย่วออกไปใน่กลางวันที่ผ่านมาโดยไม่ได้ตั้งใจแต่เมื่อนึกถึงแววตาที่เปล่งประกายอย่างมีความหวังกับท่าทางตื่นเต้นดีใจขึ้นมาอย่างกะทันหันของบุตรสาวก็ทำให้จางเหวิ่นชิงไม่อาจถอนคำพูดที่ตนเองลั่นออกมาได้
“ท่านพี่ยังไม่นอนอีกหรือ”เซี่ยเหมยเอ่ยทักพร้อมยกมือขึ้นลูบลำแขนหนาของเขาอย่างห่วงใย
จางเหวิ่นชิงถอนหายใจหนักออกมาอีกครั้ง“ข้ายังมิอาจทำใจยอมรับเ้าคนหยิ่งผยองผู้นั้นได้”จางเหวิ่นชิงตัดพ้อออกมาให้ฮูหยินของตนรับฟังสีหน้าฉายความขุ่นเคืองออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“ท่านพี่...เื่ความรักมิอาจบีบบังคับได้...ท่านก็ทำใจยอมรับเสียเถอะ”
“แต่ว่า...เย่วเอ๋อร์ควรได้คู่ครองที่ดีกว่าเ้าคนผู้นั้นไม่ว่าข้าจะคิดเช่นใดคนผู้นั้นก็หาใช่คนที่เหมาะสมกับนาง” จางเหวิ่นชิงคำรามออกมา
เซี่ยเหมยสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างแง่งอน“เช่นนั้นท่านพี่ก็ไปบอกเย่วเอ๋อร์เสียเองเลยว่าท่านจะมิช่วยนางแล้ว...แต่ว่า...หากเกิดเื่อันใดกับนางขึ้นมาท่านพี่ต้องเป็คนรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวนะเ้าคะ”
จางเหวิ่นชิงมองหน้าเซี่ยเหมยอย่างอ่อนใจเขาได้แต่ยอมแพ้กับคำกล่าวของนางด้วยความจนใจ “เ้าก็รู้ดี เย่วเอ๋อร์นั้นทั้งดื้อรั้นและเอาแต่ใจตนเองั้แ่เด็กหากข้าผิดคำพูดขึ้นมา นางคงไม่ยอมมองหน้าข้าไปชั่วชีวิตเป็แน่”
“ในเมื่อท่านพี่ก็รู้ดีกว่าข้า...เช่นนั้นวันนี้ก็นอนเถิดเ้าค่ะ”เซี่ยเหมยพูดจบก็สะบัดตัวหันหลังเดินกลับไปที่เตียง พร้อมล้มตัวลงนอนเพียงลำพังอย่างไม่คิดจะสนใจสามีของตนอีก
จางเหวิ่นชิงเห็นท่าทางแข็งขืนเช่นนั้นของภรรยาก็ได้แต่ถอนหายใจครั้งใหญ่“หากเ้าทำให้เย่วเอ๋อร์เสียใจ ข้าจะทำให้เ้าไม่มีความสุขไปชั่วชีวิต”จางเหวิ่นชิงกล่าวอาฆาตขึ้นมา ก่อนจะเดินกลับไปที่เตียง เขาล้มตัวลงนอนอยู่เป็เวลานานก็มิอาจข่มตาหลับลงได้จวบจนเกือบรุ่งสางจางเหวิ่นชิงถึงได้คล้อยหลับลงไป
รุ่งเช้าของวันจางเหวิ่นชิงลุกขึ้นแต่งตัวอย่างเป็ทางการโดยมีเซี่ยเหมยคอยดูแลความเรียบร้อยไม่ห่าง“ท่านพี่ วันนี้ท่านจะเข้าเฝ้าฝ่าาหวังว่าคงไม่มีเื่หนักหนาอันใดขึ้นมาอีกนะเ้าคะ”
จางเหวิ่นชิงพยักหน้ารับด้วยใบหน้าที่ไม่สู้ดีนักเขามิได้กังวลใจเื่ฮ่องเต้ แต่เขากลัดกลุ้มและยังคงทำใจยอมรับซ่งฟู่หลงไม่ได้อยู่ดี
ภายในท้องพระโรงอันโอ่อ่า ฮ่องเต้หนิงเว่ยเจี้ยนนั่งประทับอยู่บนบัลลังก์ทองคำด้วยท่าทางอันน่าเกรงขามเขาจ้องมองจางเหวิ่นชิงที่คุกเข่าลงตรงหน้าเขาอย่างนึกประหลาดใจ
“ใต้เท้าจางเ้ามีเื่ด่วนอันใดจึงเข้าเฝ้าข้าแต่เช้าเช่นนี้”
“ทูลฝ่าาหม่อมฉันมีเื่อยากทูลขอพ่ะย่ะค่ะ”
“ใต้เท้าจางว่ามาได้เลย”
“ทูลฝ่าา...สกุลจางรับใช้แว่นแคว้นมาตลอดชั่วอายุคนหม่อมฉันเองก็รับใช้ฝ่าาด้วยความจงรักภักดี บัดนี้หม่อมฉันมีเื่กราบทูลขอฝ่าาหวังว่าฝ่าาจะอนุญาตให้คนชราเช่นหม่อมฉันได้สมหวัง”จางเหวิ่นชิงกล่าวออกมาก่อนจะปรายตาขึ้นมองหน้าหนิงเว่ยเจี้ยน แต่เมื่อเห็นว่าเขายังคงแสดงสีหน้าเป็ปกติจางเหวิ่นชิงจึงได้กล่าวต่อ “หม่อมฉันอยากทูลขอพระราชทานสมรสให้บุตรสาวคนรองของข้า...จางหมินเย่วพ่ะย่ะค่ะ”
“บุตรสาวของเ้าหรือ...กับผู้ใดกันเล่า”
“ทูลฝ่าา...เป็ใต้เท้าซ่ง...ซ่งฟู่หลงพ่ะย่ะค่ะ”
“ฟู่หลงงั้นหรือ”หนิงเว่ยเจี้ยนพึมพำออกมาอย่างตกตะลึง เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าซ่งฟู่หลงมีความสัมพันธ์กับจางหมินเย่วสีหน้าของหนิงเว่ยเจี้ยนแปรเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมในทันที เขาหันไปหาขันทีข้างกายพร้อมส่งสัญญาณให้อย่างมีพิรุธก่อนที่ขันทีจะโค้งคำนับและหันหลังเดินหลบออกจากห้องไปทันที
“ช่างเป็เื่ที่ข้าประหลาดใจยิ่งนักข้าเพิ่งรู้ว่าใต้เท้าซ่งและคุณหนูสกุลจางมีใจปฏิพัทธ์ซึ่งกันและกัน”หนิงเว่ยเจี้ยนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่สีหน้ากลับแสดงความใคร่รู้อย่างหนัก เขาขยับกายนั่งหลังตรงขึ้นอย่าง้าตั้งใจฟัง
จางเหวิ่นชิงเองก็อดรู้สึกแปลกใจต่อท่าทีของหนิงเว่ยเจี้ยนเสียมิได้เหตุใดเื่การแต่งงานของขุนนางระดับต่ำเช่นนี้จึงทำให้ฮ่องเต้ถึงกับแสดงความสนใจขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อแต่เมื่อคิดถึงคำกล่าวอ้างที่ว่าซ่งฟู่หลงแม้เป็ขุนนางขั้นเจ็ดแต่ก็ได้รับความโปรดปรานจากหนิงเว่ยเจี้ยนอยู่มากทำให้เขาค่อยคลายความสงสัยลงไป
“ทูลฝ่าา...บุตรสาวของหม่อมฉันมีใจรักใคร่ต่อใต้เท้าซ่ง...ข้าผู้เป็พ่อย่อมต้องสนับสนุนนางพ่ะย่ะค่ะ”
หนิงเว่ยเจี้ยนพยักหน้ารับแต่กลับมิตอบอันใดทำเอาจางเหวิ่นชิงถึงกับยืนเก้อไปในทันที
สักพักใหญ่ร่างของชายหนุ่มก็ปรากฏตัวขึ้นซ่งฟู่หลงก้าวเท้าเข้ามาภายในท้องพระโรงด้วยท่าทางหงุดหงิดเสียเต็มประดา
“ถวายพระพรฝ่าา”ซ่งฟู่หลงโค้งตัวคำนับหนิงเว่ยเจี้ยนตามธรรมเนียมก่อนจะปรายตามองไปยังจางเหวิ่นชิงอีกหนอย่างรู้สึกขัดใจ
“ฝ่าาให้คนไปตามหม่อมฉันมา ไม่ทราบว่ามีเื่อันใด”
หนิงเว่ยเจี้ยนถึงกับกระแอมออกมาเมื่อเห็นท่าทางของซ่งฟู่หลงที่ตอนนี้แทบจะะโเข้าขย้ำจางเหวิ่นชิงด้วยความโกรธ
“ใต้เท้าจางมาเข้าเฝ้าข้าเพื่อขอประทานสมรสให้บุตรสาวคนรองกับ...เ้า”
“หม่อมฉันขอปฏิเสธพ่ะย่ะค่ะ” ซ่งฟู่หลงกล่าวคัดค้านออกมาทันทีอย่างไม่รอให้หนิงเว่ยเจี้ยนพูดจบ
“ใต้เท้าซ่ง...เ้า...”จางเหวิ่นชิงถึงกับตะคอกออกมาพร้อมชี้หน้าไปยังซ่งฟู่หลงด้วยความโมโห
ซ่งฟู่หลงโค้งตัวหาหนิงเว่ยเจี้ยนก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันดัง“ทูลฝ่าา...หม่อมฉันมิอาจแต่งงานกับคุณหนูรองสกุลจางได้...เนื่องจากหม่อมฉันได้แต่งงานและมีฮูหยินของจวนอยู่ก่อนแล้วพ่ะย่ะค่ะ”