“สำหรับการฉลองการเปิดร้านวันแรก!ทางร้านของเราขอมอบของสมนาคุณให้กับคุณลูกค้าทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการภายในร้านด้วยถุงหอมสูตรพิเศษจากจากอาณาจักรซามอร์นะครับ!”
ปกติการเปิดร้านวันแรกเ้าของร้านมักจะคิดอยู่เสมอว่า้าให้ลูกค้านั้นมาใช้บริการกันให้เยอะๆโดยเฉพาะร้านขนมหวานและของกินด้วยแล้ว จะถือว่าเป็อะไรที่ดีมาก
“โต๊ะ1ฝอยเงินฝอยทองและชาเอิร์ลเกรย์อีก5ที่ครับมาสเตอร์!”
แต่ว่า การที่จำนวนคนที่มาใช้บริการวันแรกนั้นมีไม่เยอะก็ไม่ถือว่าร้านนั้นๆไม่ดีหรืออะไรเพียงแต่การโปรโมตนั้นไม่ทั่วถึงหรือไม่มีความน่าสนใจก็เท่านั้น
“โต๊ะ7เค้กสตอว์เบอรี่และเค้กบลูเบอรี่อย่างละที่ครับมาสเตอร์!”
เช่นนั้น สิ่งที่จำเป็ก็คือการหาวิธีการโปรโมตใหม่ๆเข้ามาช่วยถึงโลกนี้จะไม่มีอินเตอร์เน็ตหรือสิ่งพิมพ์ก็ตามทีแต่การเรียกลูกค้าด้วยการทำขนมโชว์หน้าร้านก็เป็สิ่งที่ทำได้
“โต๊ะ4ชาเอิร์ลเกรย์1ที่ครับมาสเตอร์!”
รวมถึงการบอกต่อของลูกค้านั้นก็เป็สิ่งสำคัญฉะนั้น การมีเส้นสายกับคนหลายๆชนชั้น ก็ช่วยให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการด้วยนั่นเอง
“โต๊ะ8 ฝอยเงินฝอยทอง2ที่เค้กส้ม1ที่ และชาเลดี้เกรย์อีก3ที่ครับมาสเตอร์!”
ถึงแม้ว่าเราจะ้าลูกค้าเยอะแค่ไหนก็ตาม...แต่ว่าถ้ามันจะมาวันแรกกันจนล้นร้านแบบนี้ผมก็ไม่ไหวเหมือนกันนะครับ! อยากได้ลูกมือเพิ่มมากๆเลยคร้าบบบบบบบบ!!!
ผมกรีดร้องภายในใจขณะรับออเดอร์ส่งไปให้หลังครัวที่มือก็จัดการเตรียมเครื่องดื่มต่างๆที่เหล่าลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในวันแรกจนเต็มร้านเหล่าเด็กเสิร์ฟที่อดีตเคยเป็เ้าหน้าที่บรรณารักษ์ต่างก็เดินวุ่นรับออเดอร์จากลูกค้ากว่า20ที่นั่งจนมือระวิง
“ชั้นว่างานนี้ไอลิเบอต้าต้องเตรียมขยายชั้น2”
“เราว่าไม่หรอกคลูสลิเบอต้าคงไม่ใจเร็วขนาดนั้นหรอก...มั้ง?” สองหนุ่มผู้มีความทรงจำจากโลกเก่าเช่นเดียวกับผมคุยกันเป็ภาษาอังกฤษพลางจิบน้ำชาอยู่หน้าเค้าเตอร์อย่างสบายใจท่ามกลางเสียงเจี้ยวจ้าวไม่ได้ศัพท์ของลูกค้าสาวๆจากชนชั้นสูงที่นั่งอยู่เต็มร้านสีหน้าไม่ทุกข์ร้อนของพวกเขาทำให้ขมับของผมเต้นตุบๆกันเลยทีเดียว
“ไม่คิดจะช่วยกันหน่อยหรือยังไงครับคุณท่านทั้งสอง?”ผมถามเป็ภาษาเดียวกันพลางมองหน้าคลูสกับเฟอร์ที่กำลังนั่งจิบชากันอย่างสบายใจค่าชาก็ไม่จ่ายยังจะเหมาไปทั้งกาอีก...
“แกบอกพวกชั้นเองนะว่าให้ช่วยมานั่งเป็เพื่อนให้หน่อยในวันเปิดร้านเองนะเฟ๊ย”หนุ่มแว่นตอบพลางยกน้ำชาขึ้นจิบอย่างสบายใจ
“เฮ้อ...นั่นสินะครับ...แต่จะว่าไป...ไม่มีใครมานั่งเค้าเตอร์เลยนะครับเนี่ย...”ผมว่าเช่นนั้นพร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆร้านแม้ว่าโต๊ะที่นั่งที่จัดไว้กว่า20ที่จะเต็มไปแล้วก็ตามแต่เก้าอี้ที่หน้าเค้าเตอร์ก็ยังมีที่ว่างให้จับจองอีกถึง4ที่ถ้าไม่รวมที่เฟอร์และคลูสนั่งอยู่
“คงจะมีหรอกลิเบอต้าเ้าดูสิ คนนึงก็ผู้ดูแลหอสมุดที่ขึ้นชื่อเื่ความเอาแต่ใจอีกคนก็ดยุคที่ไม่มีใครคบ เป็เ้า เ้าอยากจะมานั่งตรงนี้ไหมล่ะ?” ลืมไปเลยแฮะว่าทั้งสองคนเองก็เป็คนที่มีชื่อเสียงในบรรดาวงสนทนาของชนชั้นสูงมาแต่ไหนแต่ไรแล้วไม่แปลกใจแล้วละนะครับที่บรรดาคุณหนูจากตระกูลต่างๆถึงได้ไม่มาเฉียดใกล้ที่นั่งแถวเค้าเตอร์กันเลยซักคนผมคิดในใจแล้วอดพยักหน้าตามคำพูดของดยุคหนุ่มเสียไม่ได้
“ว่าใครว่าเ้าอารมณ์ฟ่ะครับไอคุณดยุคหน้าไหม้” คลูสหันมาแยกเขี้ยวใส่เพื่อชายที่นั่งซดน้ำชาอยู่ข้างกัน
“หรือเ้าจะบอกว่าไม่จริงล่ะคลูส?พวกเรายังไม่ลืมเื่เมื่อสองอาทิตย์ก่อนหรอกนะ” เฟอร์กล่าวแล้วจ้องเขม็งใส่ชายหนุ่มข้างตัวรวมถึงผมที่กำลังส่งถาดเครื่องดื่มและขนมของลูกค้าไปให้กับเด็กเสิร์ฟเองก็จ้องเขม็งร่วมด้วยจนคลูสหัวเราะแห้งๆแล้วชูมือเชิงยอมแพ้
“ว่าแต่ลูกค้าเยอะแบบนี้เ้าสนใจจะขยายชั้นบนเพิ่มไหมลิเบอต้า?” เฟอร์หันมาถาม
“ถ้าตอนนี้ก็คงจะไม่แหละครับ...ถึงแม้ว่าวันนี้ลูกค้าจะเยอะก็ตามแต่มันก็แค่วันแรก ต้องดูรายได้ถัดจากนี้ไปอีก3เดือนนั่นล่ะครับถึงจะสรุปได้ว่าจะทำอะไรต่อ”ผมบอกขณะเช็ดแก้วน้ำชาที่ทางห้องครัวพึ่งจัดการล้างเสร็จแล้วเอามาให้
“เอาจริงๆแกขยายๆไปเถอะน่า~ยังไงๆคนก็ต้องมากินร้านแกอยู่ดีนั่นแหละ จะห่วงทำไมเล่า” บรรณารักษ์หนุ่มกล่าวหน้าละลื่น ผิดกับดยุคหนุ่มที่แสดงสีหน้าหน่ายใจและผมที่รู้สึกอยากเอามือก่ายหน้าผาก
“ตะกี้เ้าไม่ได้ฟังที่ลิเบอต้าพูดเลยรึไงเล่าคลูส?”
“อ้าวนายก็ถามเหมือนชั้นไม่ใช่รึไงเล่าเฟอร์ ไหงมาว่ากันล่ะฟ่ะ!?”
“เราถามหยั่งเชิงลิเบอต้าต่างหากเล่า!”
“สรุปนายก็ถามอยู่ดีรึเปล่าฟ่ะ!”สิ้นคำพูดของตัวปัญหาประจำกลุ่มเฟอร์ก็กุมขมับยกมือยอมแพ้ไม่อยากจะเถียงต่อผมเองก็หัวเราะเบาๆแล้วยื่นกาน้ำชากาใหม่ไปให้ พลางนึกอะไรสนุกๆในหัวได้เสียด้วย
“จะโต้เถียงสิ่งใดกันก็เบาๆหน่อยสิครับคุณท่านทั้งสองไม่รู้สึกกระดากอายต่อเหล่าสุภาพสตรีที่กำลังชำเลืองมองมาที่พวกคุณทั้งสองเลยหรือกระไรครับ?”
“ไม่ต้องคีฟลุคเป็โฮสต์เ้าสเน่ห์เลยนะเฟ๊ยลิเบอต้า...แค่ปกตินายก็สุภาพอยู่แล้วคีฟลุคเป็แบบนี้มันชวนสยองยิ่งกว่าอีก...ถ้าอยากจะใช้จริงๆละก็ไปใช้กับลูกค้านายนู่น!ไม่ต้องเอามาใช้กับพวกชั้นเลย...สยองเฟ๊ย!” คลูสถอยกรูดห่างจากผมไปสองเก้าอี้แล้วกล่าวด้วยความขนลุกขณะลูบแขนทั้งสองรัวๆด้านเฟอร์ก็นิ่งเงียบจ้องผมอยู่นานก็คว้ากาน้ำชาไปเปิดดมแล้วเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม
“จากกลิ่นแล้วเราว่าไม่น่าจะมีอะไรเจือปนในกาน้ำชานะ เ้าทำงานหนักไปหรือเปล่าลิเบอต้าไปพักสักหน่อยเถอะ” เ้าตัวพูดจบก็เทน้ำชาในกาลงแก้วก่อนจะยกจิบไม่มองหน้าผมเลยแม้แต่น้อย
“ฮ่ะๆๆๆๆผมล้อพวกคุณเล่นน่า! ไม่ต้องคิดจริงจังกันขนาดนั้นก็ได้ครับแล้วก็คลูสถ้ายังไม่เลิกทำท่าขนลุกขนพองจนลูกค้าของผมกลัวละก็...ผมคิดค่าน้ำชากาที่แล้วจริงๆนะครับ”สิ้นคำ หนุ่มแว่นก็สไลด์ตัวกลับมานั่งจุมปุ๊กที่เดิมแล้วเทน้ำชากินพลางทำสีหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ทีเื่แบบนี้เ้าเร็วเชียวนะคลูส...”เฟอร์บ่นแล้วถอนหายใจกับความขี้งกของคลูส ที่แค่ค่าน้ำชาไม่กี่เหรียญก็ยังจะเลี่ยงแบบนี้
“ไม่เป็ไรหรอกครับเฟอร์น้ำชากานึงมันราคาไม่เท่าไหร่หรอกครับ อีกอย่างพวกคุณสองคนก็กินกันกานึงสองคนประหยัดทางผมไปตั้งครึ่งนึงเลยนะครับ” ผมพูดแล้วฉีกยิ้มให้กับทั้งสองมือก็รับออเดอร์ล็อตต่อมาส่งไปให้กับห้องครัวด้านหลังต่อ
“จริงๆเ้าจะให้เราจ่ายก็ได้นะแค่นี้มันไม่สะทกสะท้านเงินในกระเป๋าเราหรอก เพราะเราก็ไม่ได้ขี้งกเหมือนเ้านี่ซะหน่อย”เฟอร์ตอบกลับมาพลางชี้ไปที่คลูสแล้วเบ้ปาก
“ไม่เป็ไรหรอกครับแค่นี้เอง เพื่อนกัน เื่กินเื่เื่เล็กครับ ยังไงซะทั้งสองคนก็ช่วยผมมามากเลี้ยงนิดๆหน่อยๆไม่เสียหายหรอกนะครับเฟอร์ ถือซะว่าเป็น้ำใจจากเพื่อนคนนี้โอเคไหมครับ?”
“ถ้าเ้าว่าเช่นนั้น...เราก็จะขอรับไว้ด้วยความยินดีละกัน”เฟอร์พยักหน้ารับแล้วก็ฉีกยิ้ม จิบน้ำชาต่อไปอย่างสบายอารมณ์
“เนี่ยเห็นม่ะว่าลิเบอต้ามันไม่ถือหรอกน่าเฟอร์ นายไม่เห็นต้องคิดให้มากเลย~” คลูสเอ่ยเช่นนั้นด้วยใบหน้ายิ้มระรื่นเช่นเดิมทำให้ผมกับเฟอร์ถึงกับกุมขมับกันไปอีกรอบ
“ถ้าคุณยังไม่หยุดพูดไร้สาระผมจะคิดค่าน้ำชาจริงๆแล้วนะครับคุณคลูส...”
“โอเคชั้นจะรูดซิบปากปิดสนิท” เ้าตัวว่าอย่างนั้นแล้วทำท่ารูดซิปปากปิดสนิท
“ไอมิสเตอร์คิลมู๊ดเอ๊ย...”เฟอร์สบถคำหยาบเบาๆแบบไม่เคยมีมาก่อนอย่างปลงตก พวกผมสองคนส่งสายตาเหนื่อยใจให้แก่กันก่อนจะยักไหล่ปล่อยมันทิ้งไป แล้วผมก็หันกลับไปจัดการเื่ของตัวเองต่อปล่อยให้เฟอร์และคลูสจิบชาชมบรรยากาศภายในร้านต่อไป
“ว่าแต่นายหาทางรับมือหรือยังล่ะ?”คลูสที่รูดซิปไปนานเอ่ยออกมาเรียกความสนใจจากผมและเฟอร์ได้เป็อย่างดี
“เื่อะไรอย่างงั้นหรือครับ?”ผมเลิกคิ้วถามไปอย่างไม่แน่ใจนักกลัวว่าคลูสจะพูดอะไรชวนปวดหัวมาให้อีก
“ก็เื่การเลียนแบบไงได้คิดวิธีรับมือไว้หรือยังเล่า?” ทันทีที่คลูสพูดจบ นั่นทำให้ผมและเฟอร์ถึงกับหันหน้ามามองกันอย่างไม่เชื่อสายตา
“เราไม่อยากจะเชื่อว่าอย่างคลูสจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้...”
“นานๆทีจะเกิดเื่เหลือเชื่อบนโลกแบบนี้ขึ้นได้นะครับเนี่ย...”
“สรุปพวกนายจะหาเื่ชั้นใช่ม่ะ?”บรรณารักษ์หนุ่มว่าพลางถกแขนเสื้อมองมาที่พวกผมอย่างเอาเื่ จนพวกสองคนยกมือเชิงปางห้ามญาติใส่ทันที
“ใจเย็นๆนะครับคลูสในนี้มีคนตั้งเยอะ แถมเป็ผู้หญิงทั้งนั้น ทำอะไรเกรงใจหน่อยสิครับ”
“อ้าวเรอะโทษทีๆ...เดี๋ยว! นายยังไม่ตอบคำถามชั้นเลยนะเฮ้ย!”คลูสที่เออออถกแขนเสื้อกลับ หันมาแหวใส่ผม
“เอาน่าๆไม่เครียดสิครับ เื่นั้นผมไม่ห่วงหรอกยังไงซะอีกฝ่ายก็ไม่คิดจะลดปริมาณน้ำตาลกันอยู่แล้วถ้าทำจริง สุดท้ายลูกค้าก็ต้องกลับมาที่ร้านของผมอยู่ดีแหละครับ”ผมตอบพลางเช็ดแก้วใบต่อๆมาที่พึ่งล้างเสร็จ
“มั่นใจจังน้า~”คลูสว่าพลางท้าวแขนมองหน้าผม
“เราว่าลิเบอต้าจะมั่นใจก็ไม่แปลกล่ะนะ”เฟอร์กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เห~ เพราะอะไรฟ่ะเฟอร์?”
“เ้าก็ดูอย่างพวกช่างทำขนมของเราสิแค่นี้ก็น่าจะได้คำตอบแล้วนี่?”
“เอ้อนั่นสินะ” บรรณารักษ์หนุ่มอุทานเหมือนบรรลุสัจธรรม
“เฮ้อ...แต่เราอยากได้กาแฟจังเลยนะ...ถ้าได้กาแฟละก็่บ่ายตอนทำงานเอกสารเราก็ไม่จำเป็ต้องงีบหลับแล้วแท้ๆ...” ดยุคหนุ่มบ่นให้กับพวกผมสองคนฟัง
“นั่นสินะ...กาแฟยามเช้ามันดีจะตาย...ตื่นมาเบลอๆถ้าได้ซัดซักจิบก็คงจะดี...เสียดายที่โลกนี้มันไม่มีน่ะสิ...มีแต่น้ำชา...เฮ้อ...”ดูเหมือนว่าหนุ่มแว่นเองก็เห็นด้วยเหมือนกันผมที่ฟังทั้งสองคนบ่นๆอยู่นั้นก็ทำการก้มลงไปแล้วหยิบถุงๆหนึ่งขึ้นมาวางต่อหน้าทั้งสอง
“นี่มันอะไรเนี่ย?”คลูสถามพลางเงยหน้ามองผมอย่างไม่เข้าใจ เฟอร์เองก็พยายามชะโงกดูว่ามันคืออะไรจนกระทั่งผมเปิดปากถุงออก กลิ่นอันแสนคุ้นแคยสำหรับพวกผมสามคนก็ลอยออกมาจากภายในถุงใบนั้น
“เฮ้ย!กาแฟ!” สองหนุ่มอุทานเสียงดังลั่นร้านโชคดีที่ไม่มีใครในร้านฟังภาษาอังกฤษออกจึงไม่รู้ว่าทั้งสองนั้นพูดอะไรแต่การอุทานเมื่อครู่ก็ทำให้บรรดาลูกค้าและเหล่าเด็กเสิร์ฟก็หันมามองพวกผมกันอย่างไม่วางตา
“เบาๆเสียงกันหน่อยสิครับ!จะใกันมากเกินไปแล้ว!” ผมที่หันไปโค้งขอโทษทุกคนด้วยท่าทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนพวกเขาเลิกสนใจก็หันมาเอ็ดทั้งสองด้วยเสียงเบาๆ
“เฮ้ยๆๆๆๆ!ไหงมีไอนี่ได้ว่ะ!” คลูสถามเสียงเบาด้วยความตื่นตะลึง
“จากซามอร์สินะ...”เฟอร์ที่หยิบเมล็ดขึ้นมาดูเอ่ยถามด้วยเสียงเบาเช่นเดียวกันผมพยักหน้าให้กับคำตอบของเฟอร์ โดยไม่ได้สนใจท่าทางตาโตของคลูสมากนัก
“โชคดีมากเลยล่ะครับเพราะดูเหมือนว่าที่ซามอร์มันจะไม่เป็ที่นิยมมากนัก มีเพียงผู้เฒ่าผู้แก่เท่านั้นที่นิยมกันมันเลยมีราคาที่ถูก ผมก็เลย-”
กริ๊ง!
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดจบกระดิ่งที่หน้าประตูร้านก็สั่นส่งเสียงใสกังวานออกมา เป็สัญญาณว่าลูกค้าคนใหม่ได้เข้ามาในร้านผมยืดตัวขึ้นมากลับเข้าสู่สภาพของมาสเตอร์ผู้สุขุมอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวต้อนรับด้วยรอยยิ้ม
“ยินดีต้อนรับสู่ร้านคาเฟ่ลานอตรา ลิเบอต้าครับ...คุณ...ผู้หญิง...” ผมเอ่ยต้อนรับตามมารยาทของเ้าของร้านที่ดีก่อนจะค่อยๆเบาลงทันทีที่เห็นผู้ที่เดินเข้ามาในร้าน ร่างสูงระหงส์ในชุดเดรสสีแดงสดก้าวเข้ามาออร่าพิศวงรอบตัวหล่อนขับเน้นให้หญิงสาวที่พึ่งเข้ามาดูโดดเด่นเหนือผู้ใดที่อยู่ภายในร้านแห่งนี้ใบหน้าขาวนวลของหล่อนถูกปิดทับด้วยหน้ากากแฟนซีสีทองนั่นยิ่งทำให้หญิงสาวตรงหน้าดูลึกลับยิ่งขึ้นไปอีก
สิ่งที่สะดุดตาผมมากที่สุดก็คือเรือนผมสีแดงสดของหล่อนที่โบกสะบัดไปมาตามการก้าวเดินของเ้าตัวที่กำลังตรงมาหาผมที่อยู่หน้าเค้าเตอร์โดยไม่คิดจะหยุดสนใจเด็กเสิร์ฟคนไหนภายในร้านเลยแม้แต่น้อย
“เชี่ย...”นั่นเป็สิ่งเดียวที่สมองผมจะประมวลผลออกมาได้ในขณะนั้น
................................................................