ตอนที่ 6 ชายหญิงอยู่ตามลำพัง จะเกิดปัญหา (1)
รายการทอล์กโชว์ที่กำลังดำเนินไปด้วยดีเมื่อครู่ อยู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์น่าใขนาดนี้ ต้องรู้ไว้ด้วยว่านี่เป็เวทีจริงจัง แต่ไหนแต่ไรมาไม่มีทางเกิดเื่ผิดพลาดรุนแรงแบบนี้
“ใครจะไปรู้ล่ะ” อยู่ๆ สีหน้าหลิงเย่ว์ก็ผ่อนคลาย เขาปิดโน้ตบุ๊ก มองอย่างอารมณ์ดีไปยังพิธีกรที่มีสีหน้าหน้าช็อกในโทรทัศน์ รวมทั้งหลิงฟางที่นั่งหน้าเหวออยู่บนที่นั่งแขกรับเชิญ
ซึ่งก็คือพี่คนโตของเขานั่นเอง
พี่คนโตผู้แสนดี!
“อึ๋ย...” ตอนนี้กู้อันซินถึงเข้าใจว่าทำไมพิธีกรในรายการทอล์กโชว์กรีดร้อง เพราะว่ารายการกำลังแสดงโปรแกรมไฮเทค แต่แสดงไปได้ครึ่งหนึ่ง อยู่ๆ หน้าจอก็กลายเป็ภาพผู้หญิงเปลือย ทั้งยังเป็ประเภทภาพสีขาวดำ ผู้หญิงสีหน้านิ่งขรึมเนื้อตัวเปียกปอนเสียด้วย
เกิดความผิดพลาดแบบนี้ รายการนี้ท่าจะจบเห่แน่
โทรทัศน์ถูกตัดเข้าโฆษณาอย่างรวดเร็ว กู้อันซินเดา “นี่พวกเขาถูกคนแกล้งหรือเปล่า ถูกแฮ็กเกอร์เล่นงานเหรอ”
คำนี้แน่นอนว่าพูดกับหลิงเย่ว์ ในห้องไม่มีคนอื่น
คนคนหนึ่งหลังจากดูข่าวก็มักถกปัญหากับคนข้างๆ ตามนิสัย
หลิงเย่ว์เดิมทีไม่มีนิสัยคุยเรื่อยเปื่อย แต่พอหันไปกลับเห็นกู้อันซินดูโทรทัศน์ด้วยสีหน้าสนใจ เห็นได้ชัดว่าเธอรู้สึกว่าเื่ตลกเมื่อครู่จากสถานีวิทยุโทรทัศน์น่าสนใจมาก
กู้อันซินไม่ค่อยยิ้มเหมือนอย่างที่ยิ้มในตอนนี้ นับจากที่หลิงเย่ว์รู้จักเธอมาเดือนกว่า เคยเห็นเธอกลุ้มใจเื่งาน ร้อนใจเื่ส่งต้นฉบับ แต่ไม่เคยเห็นเธอยิ้มเหมือนอย่างในตอนนี้ ยิ้มที่ทำให้คน...ปฏิเสธที่จะสนทนากับเธอไม่ลง
“คนที่เล่นงานเขาไม่ใช่ว่าจะเป็แฮ็กเกอร์เสมอไป” หลิงเย่ว์พูด
แฮ็กเกอร์เป็คำที่ค่อนข้างไปในด้านลบ หลิงเย่ว์ไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็แฮ็กเกอร์ เมื่อกี้เขาแค่ทำลายของของตัวเอง ทำลายของของตัวเองไม่ผิดกฎหมาย
ได้ยินหลิงเย่ว์พูดแบบนี้ กู้อันซินก็พยักหน้า “ที่นายพูดก็ถูก คนคนนี้น่าจะเป็ลูกชายคนโตของหลิงเทียนกรุ๊ปสินะ ตระกูลหลิงของพวกเขาพัฒนาได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ คงจะขัดผลประโยชน์ของใครหลายคน ทำเื่ขูดเืขูดเนื้อคนอื่นเยอะเข้า ย่อมยากที่จะไม่ถูกคนแก้แค้น คนพวกนี้ไม่คู่ควรให้เห็นใจ”
กู้อันซินเบะปากส่ายหน้าใส่โทรทัศน์
“เอ๋ ถ้าอย่างนั้นในสายตาเธอ ตระกูลหลิงไม่มีคนดีเลยอย่างนั้นสิ” หลิงเย่ว์หรี่ตา มองเธอด้วยสายตาอันตราย
อยู่ๆ กู้อันซินก็สังเกตได้ว่าสายตานี้ของเขาไม่ค่อยเหมือนปกติ แต่ไม่ได้คิดมาก “มีคนดีหรือเปล่าฉันไม่รู้ แต่พี่น้องที่อยู่ในตระกูลใหญ่อย่างตระกูลหลิง ไม่มีใครธรรมดาหรอก”
พูดถึงตรงนี้ กู้อันซินก็ชะงัก ไม่คิดจะพูดต่อแล้ว “ช่างเถอะ ยังไงซะฉันก็ไม่มีทางข้องเกี่ยวกับคนตระกูลหลิง พูดเื่นี้ไปก็ไม่มีความหมาย”
พูดจบเธอก็หมุนตัว ไปทำกับข้าวในครัวต่อ
ไม่มีทางข้องเกี่ยวกับคนตระกูลหลิงอย่างนั้นหรือ
หลิงเย่ว์หัวเราะเบาๆ
“เธอแน่ใจเหรอ”
“แน่ใจอะไร” กู้อันซินหันหน้ามอง แต่กลับเห็นหลิงเย่ว์เปิดโน้ตบุ๊กอีกครั้ง กำลังเล่น ‘เกม’ ที่เข้าใจยากของเขา ราวกับว่าคนที่พูดเมื่อครู่ไม่ใช่เขา
ประสาท พูดอะไรพูดแค่ครึ่งเดียว...
หลังอาหารเย็น กู้อันซินเข็นหลิงเย่ว์ไปชั้นล่าง
หมอบอกว่าเขาต้องสูดอากาศสดชื่น แม้เขาจะไม่ยอมทั้งยังปั้นสีหน้าบึ้ง แต่เพราะคำนึงถึงสุขภาพของเขา กู้อันซินยังคงพาหลิงเย่ว์ไปเดินเล่นครึ่งชั่วโมงอยู่ดี
อาคารเขตชุมชนในปัจจุบันอยู่เป็สัดส่วนและไม่ใส่ใจกัน แม้กู้อันซินเช่าอยู่ที่นี่สองปีแล้ว ทว่านอกจากถังเมิ่งกับย่าถัง ก็แทบไม่มีใครรู้จักเธอเลย
อีกทั้งไม่มีใครมาชี้นิ้วนินทาที่เธอพักร่วมห้องกับชายพิการที่ไม่รู้จัก ดังนั้นกู้อันซินจึงพาหลิงเย่ว์ออกมาเดินเล่นอย่างสบายใจ