“แต่ฉันก็ไม่ได้คิดจะเอาอะไรจากเขานี่”แมรินทักท้วง “ก็แปเรอ คัวแลนไม่ได้สอนให้ฉันเคารพนับถือคนที่ได้ชื่อว่าเป็พ่อเป็แม่หรอกรึอีกประการหนึ่งเลดี้ บล๊านซ์ ก็เป็แม่เลี้ยงของฉันด้วย”
แด็กด้าถอนหายใจลุ่มลึกถามตัวเองว่าเขาจะอธิบายให้เด็กหญิงผู้บริสุทธิ์ไร้เดียงสาและมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดเช่นแมรินเข้าใจถึงความโลภความเห็นแก่ได้ของมนุษย์ในโลกนี้ได้อย่างไร
“เราเห็นจะต้องรีบกลับไปที่ปราสาทแล้วละครับ”แด็กด้าบอก “ถ้าเราไม่รีบกลับเดี๋ยวเขาจะสงสัยว่าเราหายไปไหนแล้วก็จะส่งคนออกมาตามซึ่งจะกลายเป็เื่ใหญ่โตไป”
“แด็กด้า” สาวน้อยกอดคอเขาไว้แน่น “งั้นเดี๋ยวช่วยแวะที่กระท่อมของแม่เฒ่าคาเตลล์หน่อยได้ไหมฉันเก็บคาเปอร์สไว้อยากจะเอาไปให้แม่เฒ่าเพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้กลับมาพบแกอีก”ทันใดเนื้อตัวของแมรินก็สั่นสะท้าน “หยุดเดี๋ยวก่อนเถอะแด็กด้า”
“มีอะไรหรือครับคุณหนู”เขาลดฝีเท้าลง
“วางฉันลงก่อนเถอะ”เธอขอร้องเมื่อแด็กด้าวางร่างลงแล้วเธอก็บอกเขาด้วยน้ำเสียงแ่เบาว่า “ฉันคงจะไม่ได้กลับมาเห็นที่นี่อีกแล้วละนะแด็กด้าฉันก็บอกไม่ถูกหรอกว่ารู้ได้ยังไง แต่มันนึกรู้ขึ้นมาได้เองฉันคงจะไม่ได้เข้ามาวิ่งเล่นในป่าแห่งนี้อีกต่อไปแล้ว”
“คุณหนูรู้สึกว่าถูกข่มขู่อย่างนั้นหรือครับ”เขาถามเสียงเครียด สงสัยในคำพูดของสาวน้อยอยู่
“เขาไม่ได้เรียกร้องจะเอาชีวิตฉันหรอกนะแด็กด้า”แมรินตอบหลังจากใช้ความคิดอยู่เป็นาน “ตอนนี้เขาไม่ได้้าชีวิตฉันหรอก”เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ พร้อมกับเอ่ยปากร่ำลาต้นไม้ทั้งหลายในราวป่าแห่งนั้นออกมา“ลาก่อนนะเพื่อนๆ ที่รักของข้าข้าจะไม่มีวันลืมความเมตตากรุณาที่พวกเ้าได้มอบให้กับข้าเลยข้าจะจดจำพวกเ้าไว้จนกว่าชีวิตจะหาไม่ทีเดียว”
ในความรู้สึกของแด็กด้าซึ่งจับตามองดูภาพที่เกิดขึ้นอยู่ต่อหน้านั้นมันคล้ายกับเขาได้เห็นหมู่ไม้โน้มกิ่งของมันลงราวจะโค้งคำนับรับการอำลาและพื้นน้ำในบ่อที่ราบเรียบมาโดยตลอดก็เคลื่อนไหวอยู่ไปมาราวกับมีชีวิตขึ้นในบัดดล
เขารู้ได้ด้วยสัญชาตญาณว่าสาวน้อยผู้นี้มีมนต์วิเศษเธอสามารถจะััจิติญญาที่ละเอียดอ่อนได้ เมื่อแมรินเดินกลับมาหาคล้องแขนเล็กๆลงกับท่อนแขนใหญ่โตของเขาแด็กด้าก็รีบอุ้มร่างขึ้นออกเดินดุ่มไปทางกระท่อมของแม่เฒ่าคาเตลล์ตามคำขอร้องของเธอ
ขากลับทั้งสองได้พบกับเมเลนแม่นมของแมรินที่กระหืดกระหอบวิ่งเข้ามาหาด้วยความร้อนใจที่ตามหาทั้งแด็กด้าและแมรินอยู่เป็เวลานาน
“เร็วเข้าเถอะค่ะคุณหนูเร็วเข้า คุณผู้หญิงท่านโกรธใหญ่แล้วละค่ะที่ใครๆ ก็ตามหาตัวคุณหนูไม่พบเรารีบไปหาท่านกันเลยดีกว่านะคะ”
“อย่าเพิ่งรอให้เดอมัวแซลล์ล้างหน้าล้างตาและแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อน” แด็กด้าเอ่ยขึ้นด้วยเสียงหนักแน่น
“คุณพระช่วยแล้วฉันจะไปกราบเรียนท่านว่ายังไงกันล่ะ ขณะนี้ท่าน้าพบตัวคุณหนูเป็การด่วนทีเดียวนะ”
“เมื่อตอนที่ซิเออร์ไซแรนใกล้จะถึงวาระสุดท้ายไม่เห็นคุณผู้หญิงเดือดเนื้อร้อนใจและ้าพบหน้านายน้อยของข้าเป็การด่วนเลยนี่แถมยังสั่งไม่ให้ใครออกมาตามหาเดอมัวแซลล์อีกด้วยเพราะเกรงว่าสองพ่อลูกจะมีโอกาสได้กล่าวคำร่ำล่ากันเป็ครั้งสุดท้ายผู้หญิงคนนี้มีจิตใจเหมือนปิศาจ เพราะฉะนั้นไม่ว่านาง้าอะไรก็ตามขอให้รอจนกว่าแมรินพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับนางในสภาพที่ดีที่สุดก็แล้วกัน”
เมเลนพยักหน้าอย่างเห็นด้วยแต่ขณะเดียวกันก็ยกมือขึ้นทำเครื่องหมายกางเขน เพื่อขอพรให้พระเ้าได้คุ้มครองนางด้วยเมเลนยังสงสัยอยู่ว่าแด็กด้าจะได้ยินเสียงซุบซิบนินทาเกี่ยวกับเลดี้บล๊านซ์และบิชอปแห่งเซ้นท์ บริอุคบ้างหรือไม่ เพราะระยะหลังๆดูเขากังวลใจอยู่กับแมรินมากกว่า แต่ไม่ว่าความจริงจะเป็ฉันใดการแสดงความอวดรู้ย่อมจะทำให้นางต้องพบกับความลำบากอย่างแน่นอน
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบๆเข้าเถอะ ฉันจะเป็คนคอยดูต้นทางให้เอง” เมเลนบอกและด้วยความช่วยเหลือของนางทั้งแด็กด้าและแมรินก็สามารถผ่านเข้าไปในปราสาทได้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นแด็กด้าอุ้มแมรินเดินขึ้นบันไดตรงไปยังห้องส่วนตัว เมื่อวางร่างลงก็บอกกับนายน้อยของตนว่า
“เร็วเข้าเถอะครับคุณหนูรีบลงมือล้างหน้าล้างตาให้สะอาดแปรงผมให้เรียบร้อยนะครับเมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เสร็จแล้วคุณหนูจะต้องสวมรองเท้าให้เรียบร้อยด้วยนะครับอย่าลืมว่าเรามีเวลาน้อยมาก”
แมรินมิได้รู้สึกตื่นใแม้แต่น้อยเมื่อเทน้ำในเหยือกใส่ลงในขันเงินใบเล็กและรีบลงมือทำความสะอาดใบหน้าและร่างกายจากนั้นก็เดินไปยังหีบใส่เสื้อผ้าหยิบชุดที่ตัดเย็บด้วยผ้าลินินสีอ่อนกับเสื้อทูนิคสีทองซึ่งปักเป็ลวดลายดอกไม้ละเอียดอ่อนขึ้นมาสวมใส่เมื่อแต่งตัวเสร็จก็รีบเดินออกไปพบกับแด็กด้าที่ยืนรออย่างร้อนใจอยู่ตรงหน้าประตูห้องนอน
เมื่อเข้ามาสู่ห้องโถงใหญ่แมรินก็รีบเดินตรงเข้าไปหามารดาเลี้ยงคุกเข่าลงตรงหน้าพร้อมกับกล่าวว่า
“เลดี้บล๊านซ์เ้าคะหนูเองก็มีความทุกข์เช่นเดียวกับท่านและหนูก็คงจะคิดถึงคุณพ่อมากด้วยเช่นกันเ้าค่ะ” แมรินสังเกตเห็นว่าขณะนี้บิชอปแห่งเซ้นท์บริอุคนั่งอยู่ติดกับหลานสาว ดวงตาคู่เล็กๆยิบหยีกำลังกวาดไปทั่วร่างเธออย่างพิจารณา
บล๊านซ์ เซ้นท์โรแนน ซึ่งแต่งกายอยู่ในชุดสีน้ำเงินเข้ามที่โปรดปรานมีเวลสีเงินคลุมอยู่เหนือศีรษะที่ปกคลุมด้วยเรือนผมสีทองจ้องมองดูเด็กหญิงแสนสวยที่นั่งคุกเข่าสงบเสงี่ยมอยู่ต่อหน้าด้วยความหมั่นไส้นังเด็กคนนี้กล้าดีอย่างไรที่ในยามโศกเศร้าเช่นนี้ยังเลือกเสื้อผ้าชุดที่ดีที่สุดมาแต่ง
“แกจะต้องออกไปจากลางเดอนูวันนี้”หล่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ฉันต้องอดทนกับแกมาเป็เวลานานแล้วแต่ที่ฉันอดทนมาได้จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ก็เพราะฉันมีความรักในตัวสามีของฉันอย่างลึกซึ้งนักแต่เวลานี้เขาก็ได้ตายไปแล้วเพราะฉะนั้นฉันก็ไม่จำเป็จะต้องเลี้ยงนังเด็กสารเลวที่เป็ลูกติดของเขาไว้ในบ้านอีกของฉันอีกต่อไป”
เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมองมารดาเลี้ยงอย่างไม่เข้าใจในคำพูดที่หล่อนกล่าวออกมา
“ท่านจะให้หนูไปจากลางเดอนูนี่น่ะหรือเ้าคะ”เธอถามอย่างไร้เดียงสา “ท่านแม่เ้าคะหนูไม่เข้าใจที่ท่านพูดเลย ก็หนูเป็ทายาทแห่งลางเดอนูเพราะฉะนั้นหนูจะทิ้งที่นี่ไปไม่ได้หรอกเ้าค่ะ”
“แกน่ะเรอะคือทายาทแห่งลางเดอนู”บล๊านซ์แสยะยิ้มออกมา “แกไม่มีวันที่จะเป็ทายาทของพ่อแกได้หรอกแกมันอีลูกไพร่” นางเด็กคนนี้กล้าดีอย่างไรจึงมาสงสัยในอำนาจของหล่อนเช่นนี้ความคิดดังกล่าวทำให้เสียงของหล่อนดังลั่นขึ้น “แกน่ะชั้นต่ำสารเลวยิ่งนักเป็เพียงลูกที่พ่อแกเก็บมาเลี้ยงแกอาจจะเป็ลูกของนังโสเภณีชาวไอริชสักคนหนึ่งที่เคยเป็คู่นอนของพ่อแกก็ได้ คนที่เป็ทายาทที่แท้จริงของเขาคือลูกที่อยู่ในท้องของฉันขณะนี้ขอให้แกจำใส่หัวไว้ด้วยว่าลูกฉันเท่านั้น ที่จะเป็ทายาทแท้จริงของลางเดอนู”
แมรินะโขึ้นยืนทันทีประกายในดวงตาเป็ประหนึ่งกระจกเงาที่สะท้อนให้เห็นทั้งความโกรธแค้นและความตื่นกลัว
“หนูไม่ได้เป็เด็กสารเลวอย่างที่ท่านกล่าวหานะเ้าคะ”เด็กหญิงกล่าวใส่หน้ามารดาเลี้ยงที่นั่งเด่นเป็สง่าอยู่บนเก้าอี้ “หนูเป็ลูกที่แท้จริงของพ่อเช่นเดียวกับเด็กที่อยู่ในครรภ์ของท่านและนอกเสียจากว่าเด็กในท้องของท่านจะเป็ผู้ชาย...ซึ่งความจริงแล้วมันก็มิได้เป็เช่นนั้นเพราะฉะนั้นหนูนี่แหละที่เป็ทายาทแห่งลางเดอนูท่านแม่จะมาไล่หนูออกไปจากที่นี่ง่ายๆ ไม่ได้หรอกเ้าค่ะ หนูไม่ไป”
บล๊านซ์ เซ้นท์โรแนน ผลุดลุกขึ้นยืนด้วยเนื้อตัวสั่นเทาหล่อนไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเผชิญกับเหตุการณ์แบบนี้คิดแต่เพียงว่าเมื่อขับไล่ไสส่งแมรินออกไปให้พ้นได้แล้วเื่ทั้งหลายก็จะจบลงโดยง่ายเท่านั้น
“แกพูดว่าแกจะไม่ยอมออกไปใช่ไหม”หล่อนกรีดเสียงแหลม “แต่แกจะต้องไปเพราะแกคงไม่โง่พอที่จะไม่ยอมเข้าใจในสิ่งที่ฉันกำลังพูดอยู่กับแกหรอกนะแกจะต้องรู้ว่ามันไม่มีพยานหลักฐานที่จะนำมาใช้ยืนยันได้เลยว่าพ่อกับแม่ของแกแต่งงานกันอย่างถูกต้องเมื่อเป็เช่นนี้ทางโบสถ์จึงได้ประกาศแล้วว่าแกเป็ลูกนอกกฎหมายแกกล้าพอที่จะโต้แย้งกับคำตัดสินของทางโบสถ์เชียวหรือ”
“ท่านอ้างโบสถ์อย่างนั้นหรือเ้าคะ”แมรินย้อนด้วยน้ำเสียงเหยียดหยัน “ถ้าจะพูดให้ตรงที่สุดท่านน่าจะกล่าวว่าเป็ท่านลุงของท่านจึงจะถูกนะเ้าคะถึงแม้ว่าหนูจะเป็เด็กแต่ก็ใช่ว่าหนูจะโง่นะคะท่านแม่”
ดวงตาคู่สีฟ้าเข้มของบล๊านซ์เซ้นท์ โรแนน แทบจะหลุดออกมานอกเบ้า ใบหน้าเป็สีแดงเข้มก่อนจะเผือดซีดลงริมฝีปากเผยอค้าง ยกมือขึ้นกุมหน้าท้องก่อนจะกรีดร้องออกมาด้วยความคั่งแค้น
“เอาอีนังเด็กนี่ออกไปให้พ้นฉันไม่้าเห็นหน้ามันอีก” ร่างของหล่อนซวนเซเข้าไปพิงอยู่กับร่างของท่านบิชอป“อีนังเด็กไพร่มันทำร้ายหลานทั้งที่หลานกำลังโศกเศร้าเสียใจอย่างนี้มันสาปแช่งลูกหลาน มันเป็อีนังผีร้าย” หล่อนยกมือขึ้นทำเครื่องหมายกางเขนอย่างตระหนก
แด็กด้าเอื้อมมาจับร่างเด็กหญิงไว้แต่แมรินปัดมือเขาออกในท่ามกลางสายตาของคนรับใช้ที่เข้ามารวมตัวกันอยู่ในห้องโถงของปราสาทแห่งนั้นร่างของสาวน้อยดูจะเด่นสง่าขึ้นดวงตาที่เรื่อเรืองด้วยฤทธิ์โทสะวาวโรจน์ขึ้นราวแสงไฟ
“เลดี้ บล๊านซ์ท่านอาจจะไล่หนูออกไปจากลางเดอนูนี้ได้แต่แผนการที่ท่านกับลุงผู้เป็บิชอปของท่านจะไม่มีวันนำความสำเร็จมาสู่ท่านถึงแม้ว่าท่านจะใช้อำนาจแต่ลางเดอนูก็จะไม่มีวันเป็ของท่านอย่างแท้จริงและชั่วชีวิตนี้ท่านจะไม่มีวันได้พบกับความสุขเลย” เธอชี้นิ้วน้อยๆใส่หน้ามารดาเลี้ยง “ท่านจะได้รับการสาปแช่งชั่วนิ-รันดร์ขอให้จำไว้ด้วย”
บล๊านซ์ เซ้นท์โรแนน กรีดร้องออกมาอีกครั้ง
“ลากตัวอีเด็กไพร่นี่ออกไปให้พ้นอย่าให้มันเสนอหน้าเข้ามาให้ฉันเห็นอีก ลากมันออกไปให้พ้นจากลองเดอนูเดี๋ยวนี้”หล่อนกระแทกร่างลงบนเก้าอี้อย่างอ่อนแรงและบรรดาสาวใช้ทั้งหลายก็รีบวิ่งเข้ามาประคองนวดเฟ้นปลอบโยนบ้างก็รีบรินไวน์ใส่แก้วมาป้อนให้