นักปกครองแห่งลามัส (3)
ทั้งคู่คุยกันไปจนถึงตู้ขายขนมจึงแวะพัก ริเวนด้าหยิบ เหรียญวงกลมสีเหลืองอร่าม ออกมาจากบริเวณกระเป๋ากระโปรง
แม้แต่เด็กสิบขวบอย่างตัวเล็กยังรู้เลยว่านั่น คือทอง ขนาดพอ ๆ กับเหรียญบาท
ซึ่งตอนนี้ริเวนด้าหยิบมันขึ้นมาเต็มกำมือ ค่อยๆ หยอดลงไปในช่องเล็ก ๆ บนตู้นั้นทีละเหรียญเสียงดัง เกร๊ง! ๆ
ตัวเล็กสังเกตเห็นว่าบนตู้มีช่องอยู่ด้วยกันมากกว่าหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้สนใจ เธอมัวแต่จ้องแสงสะท้อนแดด ที่ส่องประกายวาววับจับเหรียญที่กำลังจะเข้าไปในตู้
เกร๊ง! เสียงอีกหนึ่งเหรียญหล่นลงก้นตู้ ริเวนด้า ลากนิ้วไปบนหน้าจอ
ไม่นาน ช่องว่างของเครื่องนั้นก็ปรากฏขึ้นมาเหมือนตู้เมื่อตอนเช้า
คราวนี้นอกจากเครื่องดื่มอุ่น ๆ แล้ว ก็ยังมีขนมไหลตามออกมาอีกหลายถุง
ริเวนดาหยิบมันส่งให้ตัวเล็กถือจนเต็มวงแขน ขนาดนั้นก็ยังไม่หมด
ริเวนด้าหยิบขึ้นมาอีกเรื่อย ๆ จนกระทั่งเริ่มเต็มวงแขนของเธอด้วยเช่นกัน จนทั้งคู่ เกือบจะไม่สามารถถือถ้วยชาเอาไว้ได้
“ขอถุง!” ริเวนด้าพูดกับตู้สี่เหลี่ยม
ช่องว่างถัดลงไปจากช่องจ่ายอาหารก็เปิดตัวออก มันมีขนาดใหญ่เกือบครึ่งตู้หินนั้นเลยทีเดียว
สิ่งที่ยื่นออกมาเป็แท่งโลหะสองแท่งซ้ายขวา มีตัวหนีบเล็ก ๆ จับขอบถุงกระดาษสาที่อยู่ตรงกลางเอาไว้ ตัวหนีบด้านในขยับเล็กน้อยให้ถุงคลี่ออกทั้งสี่มุม
พี่สาวจึงยัดถุงขนมทั้งหมดลงไปในนั้นได้
ʼ น่าจะเรียกกระสอบกระดาษสามากกว่านะ ʼ ตัวเล็กคิด
บริเวณขอบของกระสอบกระดาษสา ด้านหน้าและด้านใน มีหูสำหรับแขวนห้อยอยู่ด้วย
ริเวนด้ายกหูถุงขึ้น ค้างไว้ครู่หนึ่ง
“แอ๊ด! ๆ ครึก ! ” เสียงการทำงานดังขึ้นภายในตัวเครื่อง ตัวหนีบของแท่งโลหะเริ่มคลาย ถุงขนาดใหญ่ก็ทิ้งตัวลงห้อยต่องแต่งกับมือของพี่สาว ขนาดของถุงใส่ขนมใหญ่กว่าตัวคนถือเสียอีก
สาวผิวฟ้ายกถุงออกมาให้พ้นช่องว่าง แท่งโลหะของเครื่องหดกลับเข้าไปช้า ๆ พร้อมกับช่องว่างทุกช่องที่ปิดตัวลง
ตู้ซื้อขนมกลับกลายเป็แท่งหินเรียบตามเดิม
“ช่วยกันถือไปหน่อยนะตัวเล็ก” ริเวนด้าหันมาพูด ขณะที่สองแขนของเธอถูกถ่วงลงจนตึงเพราะถุงขนมที่หิ้ว
เธอยื่นหูถุงข้างหนึ่งให้ตัวเล็กช่วยถือไว้ เด็กน้อยก็ยินดีช่วยเหลืออย่างเต็มใจ พร้อมกับรอยยิ้มละไม ยากที่ใครจะได้เห็นจากเด็กผู้หญิงอย่างตัวเล็ก
ทั้งสองเดินช้า ๆ ชมธรรมชาติคู่กันไปตามทางเดิน ทอดยาวไประหว่างต้นไม้และทุ่งดอกไม้
ถือถุงใบใหญ่ไปด้วยและกินขนมที่อยู่ภายในนั้นกระทั่ง ถุงเบาลง
รู้ตัวอีกทีทั้งคู่ก็เดินมาหยุดที่หน้าปราสาทสีขาวมุกหลังใหญ่ใจกลางสวน
ด้านหน้าของปราสาท ทหารสองนายร่างกายสูงใหญ่ยืนคุมประตู
ทั้งคู่สูงกว่าประตูเท่าตัวเลยแหละ เขามีแขนสี่แขนเหยียดตรงข้างลำตัว
ทหารยามอยู่ในชุดเหล็กแขนยาวสีแดงสด มีแถบดำพาดกลางอก ภายในแถบ ติดแหนบทองตรงพาดเป็แนวนอนเรียงลงมาเป็ชั้น ๆ กลางแถบนั้นมีปุ่มนูนออกมาคล้ายกระดุม
กางเกงก็สีแดง แถบข้างขาสีดำเหมือนสีเสื้อ พวกเขายืนนิ่งไม่กระดุกกระดิก ไม่ถืออาวุธใด ๆ
ปลายเท้าคาดว่าเป็รองเท้า ลักษณะเป็กล่องสี่เหลี่ยมนั้น แววใสจนมองเห็นเงาของทิวทัศน์และมนุษย์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า
จากหัวจรดเท้าใต้เกราะแดง ใสเป็เงาวาว ร่างกายของพวกเขาทำมาจากโลหะ
ก่อนนี้ตัวเล็กยังคิด ว่าเขาเป็มนุษย์ต่างดาวเผ่าคนั์ หากไม่เห็นว่าทั้งตัวทหารทำจากเหล็ก เธอก็ยังไม่เปลี่ยนใจ
“สวัสดีคุณริเวนด้า” เสียงคมเข้มดังขึ้นมาจากทหารนายหนึ่ง
“ขณะนี้ ท่านาาอารยัน อยู่ภายในปราสาท หากคุณมีธุระคุณสามารถเข้าไปได้ แต่คนที่คุณพามาด้วย เกรงว่าจะต้องรอข้างนอก” เสียงหุ่นพูดชัดราวกับมีชีวิต
“ถึงแม้ว่าเด็กคนนี้จะมากับฉันอย่างนั้นหรือ?” ริเวนด้าพูดเยาะทั้งที่รู้ว่าเขาเป็หุ่น
“ไม่สามารถเข้าไปได้อย่างแน่นอนครับ กฎคือสิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ในฐานะหุ่นยนต์ทหารไม่สามารถปล่อยปละละเลยได้ ไม่มีคำนี้ในระบบ”
ริเวนด้ายืนกอดอก ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาจับปลายคาง สายตาจ้องไปในอากาศเบื้องหน้าอย่างมีจุดหมายอะไรบางอย่าง แล้วหันมาพูดกับตัวเล็ก “ตัวเล็กจ๊ะ...พี่คิดว่าวันนี้เป็วันที่ดีนะ ที่เราจะได้เข้าไปในปราสาท พี่จะพาเธอเข้าไป”
“แต่พี่ค่ะ...เมื่อกี้พี่ทหารบอกว่าหนูเข้าไม่ได้ แล้ว...”
“หุ่นยนต์ มีระบบลัด ที่สามารถควบคุมทุกอย่างได้” หญิงสาวพูดพร้อมส่งยิ้ม
เธอหยิบบางอย่างขึ้นมาจากช่องเก็บเหรียญที่อยู่ตรงตะเข็บกระโปรงฝั่งซ้าย
สิ่งที่อยู่ในมือเธอนั้นมีลักษณะแบนรี ขอบกลมเกลี้ยง สีชมพูอ่อน
มันเปิดออกทันทีที่ริเวนด้ายกมันขึ้นมาอยู่ในระดับสายตาของเธอ
ตลับสีสวยส่องไฟออกจากฐานกระจายขึ้นเป็รูปกรวยกะพริบวูบ ๆ
ไฟกะพริบอยู่นานประมาณหนึ่งนาที ก็มีภาพปรากฏเป็ใบหน้าของใครบางคนบนแสงนั้น
“มีธุระอะไร” เสียงหนึ่งดังขึ้นมา
“ฉัน...ริเวนด้า มาขอพบท่านพ่อ เื่ตัวเล็ก วันนี้ฉันพาเธอมาเดินเล่น บังเอิญวันนี้ท่านประจำอยู่ จึงมีประสงค์ขอเข้าพบท่าน”
“ก็เข้ามาสิ ปกติก็เข้าได้ตลอด” เสียงในสายบอก
“ฉันเข้าได้ แต่คุณจะให้ฉันทิ้งเด็กไว้ข้างนอกนี่เหรอ?”
“เอ่อ...” ใบหน้าบนจอนิ่งเหมือนคิดอะไรครู่หนึ่ง “เด็ก...จริงสินะ เด็กน้อยยังไม่ได้รับการรับรองว่าเป็พลเมือง ขออภัยด้วย เดี๋ยวออกไปรับ รอสักครู่” พูดจบไฟบนตลับนั้นก็ดับลง
ไม่ถึงนาทีประตูปราสาทก็ถูกเปิด หญิงคนหนึ่งกระวีกระวาดออกมาต้อนรับ เธอยื่นป้ายขนาดเท่าฝ่ามือขึ้นตรงหน้าของสองหุ่น พร้อมกับพูดว่า “พระราชโองการ ให้อนุญาต ให้เด็กที่ติดตามริเวนด้ามาด้วยในครั้งนี้ ได้เข้าพบ คณะผู้ปกครอง หมู่บ้านเสโตโปลามัสกัส ภายในปราสาทอารยันได้”
พูดจบพี่หญิงที่ถือป้ายโองการก็หันกลับมาเชื้อเชิญริเวนด้า กับตัวเล็กให้เข้าไปภายใน
พนักงานหญิงคนนี้เป็คนร่างเล็ก ผิวสีเขียวคล้ายยอดใบตอง ผมหยักศกสีน้ำตาลอมส้มขดอยู่ใต้หมวกทรงสูงสีชมพูสลับขาว ปลายยอดหมวกแหลมพับงอลงไปทางด้านหลัง
เธอใส่ชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อนรัดรูป่บนของลำตัว ปล่อยชายกระโปรงเรี่ยพื้น
คลุมอีกชั้นด้วยผ้าคลุมบาง ๆ สีน้ำตาลอ่อนลากชายยาว ผ้าคลุมดูใหญ่ไม่เข้ากับรูปร่างเล็กเท่าวัยรุ่นตอนต้นของเธอเลย
เธอเดินนำทั้งคู่เข้าไปด้วยท่าทีลิงโลด หรือไม่ การเดินของเธอก็อาจอยู่ในลักษณะของการะโอย่างนี้อยู่แล้ว
ภายในปราสาท เมื่อเข้าประตูมาสิ่งแรกที่ได้พบ คือทางเดินหินเรียบสีขาวมุก ทอดตรงไปยังห้องขยายกว้างที่อยู่สุดทาง อย่างกับแม่น้ำไหลลงสู่ทะเล
สองฝั่งทางเดินเป็ผนังขาวสีเดียวกับพื้น และส่วนอื่น ๆ ของคฤหาสน์
มีภาพวาดสวยงามแขวนไว้ตามผนัง หลายรูป
ทั้งหมดล้วนเป็รูปของทิวทัศน์ที่แปลกตา แปลกประหลาด แต่แฝงไว้ด้วยความงามสดใส ราวกับว่าคนวาดมาจากโลกแห่งเทพนิยายทั้งสิ้น
สุดทางเดินหินอ่อน เป็ห้องกว้างขวางห้องหนึ่ง พรมปูพื้นที่ตรงนั้นขอบของมันมีสีน้ำเงินเด่นชัดตัดกับสีขาวของผนัง
พรมได้รับการถักทอเกือบเต็มผืน เห็นเป็ลวดลายประหลาด คล้ายแผนที่ทางอากาศของที่ไหนสักแห่ง อยู่ในลายกรอบหนาสีส้มตัดด้วยเส้นทึบสีดำอีกที
พรมถูกปูเต็มพื้นที่จรดทุกมุมของห้องนี้เลยทีเดียว
ผนังโดยรอบ มีประตูที่เชื่อมไปยังห้องต่าง ๆ รอบทิศ บนเพดานโค้งเว้า ลักษณะเป็โดม คล้ายกับเอาครึ่งวงกลมมาครอบไว้ ตกแต่งด้วยลวดลายไม้เลื้อยสีทองอร่ามประดับด้วย อัญมณีสีสวยเกือบเต็มเพดาน ยิ่งได้ไฟระย้าแก้วส่องแสงไปกระทบ ยิ่งเห็นเป็ประกายระยับจับตา
“ทางนี้ค่ะ...ตามฉันมา” หญิงสาวร่างเล็กพูดขณะที่เธอหันมากวักมือเรียก
เธอพาทั้งคู่เข้าไปยังห้องที่อยู่ตรงกลาง
เป็ห้องเล็ก ๆ แคบ ๆ ให้ทั้งหมดเข้าไปยืนอยู่ภายใน
ประตูเลื่อนเข้าหากันช้า ๆ ทั้งริเวนด้า และ พนักงานตัวเล็ก ๆ ก็หันหลังกลับ เหลือแต่ตัวเล็กที่ยืนมองซ้ายมองขวา ไม่รู้ว่าเขาหันหลังกลับกันทำไม
พี่สาวผิวสีฟ้าเอื้อมมือมาเหนี่ยวไหล่ตัวเล็ก เพื่อให้เ้าตัวหันหน้ามาอีกทาง
ทันทีที่ตัวหมุนตัวกลับหลัง กำแพงที่อยู่ตรงหน้าของตัวเล็กก็เปิดออก เผยให้เห็นคฤหาสน์อีกส่วนหนึ่ง
ตัวเล็กไม่รู้ว่าอยู่ชั้นไหนของปราสาทกันแน่ ที่รู้คือมันสูงเพราะรอบด้านเป็กระจกใสแจ๋ว มองเห็นวิวภายนอกกว้างไกลสุดลูกตา
สามารถมองเห็นสวนดอกไม้ ต้นไม้ ที่อยู่ด้านล่างได้รอบทิศหากเราเดินวน ดูรอบห้อง
ตรงกลางห้องกระจก เป็โต๊ะกลมขนาดใหญ่ มีเก้าอี้เรียงกันสอดไว้รอบโต๊ะ
คนหลายคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว บางคนกำลังอ่านอะไรบางอย่างบนแผ่นกระดานขาว สังเกตจากการที่เขาปัดนิ้วไปมาบนนั้น และจับขอบแว่นตาหนาเตอะขยับเหมือนเพ่งสายตาลงไป
บางคนก็ทำท่าเหมือนจะหลับ หรือไม่ก็ทำสมาธิ บางคนก็คงจะหลับจริง ๆ เพราะนั่งแหงนหน้ามีผ้าปิดตาไว้ด้วย
อีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะตรงข้ามกับทางเข้า พรมบินเหมือนทำจากขนสัตว์ ลอยแกว่งไปมาช้า ๆ
รองรับร่างกายของใครคนนั้นที่ตั้งชื่อให้เด็กผู้หญิงที่มาจากโลกว่า ตัวเล็ก ชื่อจริงของเด็กคือเล็ก เฉย ๆ แต่ก็ช่างเถอะ
อารยันเขานอนขดตัวเหมือนทารก กรนครอก ๆ ไม่สนใจฟ้าไม่สนใจดิน
ทันทีที่ริเวนด้า และตัวเล็กเดินมาถึงโต๊ะกลม ตัวใหญ่ที่ตั้งไว้กลางห้อง พลันเก้าอี้สองตัว จากสอดไว้ก็ลอยออกมาจากใต้โต๊ะ
เป็เก้าอี้โลหะมีพนักพิงสลักลวดลายดอกไม้และสิงสาราสัตว์ มีเบาะปูไว้พร้อมหมอนรองหลัง
เหล็กหนาหนัก ดูไม่น่าจะลอยได้แต่อย่างใด เว้นแต่ว่ามันจะซ่อนกลไก หรือเวทมนตร์เอาไว้จุดใดจุดหนึ่ง
มันลอยตัวดุจผีสิง เคลื่อนมาในอากาศ อ้อมมาอยู่ทางด้านหลัง ตัวเล็กหมุนตัวมองตามด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะปีนขึ้นไปลองนั่ง
ส่วนริเวนด้านั้นนั่งลงไปแล้วด้วยความเคยชิน
“ฉันต้องขอให้หนูนั่งเฉย ๆ สักครู่นะจ๊ะ” หญิงสาวตัวเล็กผิวสีเขียว คนเดิมที่ออกมารับพูดกับตัวเล็ก
ในมือของเธอถือบางอย่างลักษณะคล้ายปากกา
พนักงานผิวเขียวชูมันขึ้นมาตรงหน้า จากนั้นมีแท่งโลหะโผล่ออกมาตรงส่วนปลาย
แท่งเหล็กเท่าเข็มนั้นโค้งเว้างอน คล้ายกับช้อนขนาดจิ๋ว “ฉันอยากให้เธออ้าปากขึ้น” ข้าราชบริพารคนเดิมพูด
พร้อมกับจ้องหน้าตัวเล็ก เหมือนเธอไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ หรือไม่ก็จริงจังกับงานมากไป
ทำให้ตัวเล็กประหม่ากับท่าทางของผู้หญิงคนนั้น
เด็กน้อยหันไปมองริเวนด้าด้วยสายตาหวั่นวิตก
ริเวนด้าหันมาพยักหน้ายิ้มให้ ไม่พูดอะไร
ตัวเล็กจึงทำได้แค่ยอมทำตามที่ผู้หญิงตัวเขียวสั่งแต่โดยดี
เด็กผู้หญิงหลับตาปี๋ขณะที่ช้อนเย็น ๆ ััภายในช่องปากข้างแก้ม มันครูดขึ้นลงสองสามครั้ง
“เรียบร้อย...เดี๋ยวฉันจะนำมันไปตรวจสอบ” พี่สาวผิวเขียวสดพูดพร้อมกลับหลังหันเดินออกไปจากห้อง
ตัวเล็กยังคงมองซ้ายที มองขวาที ท่าทีสงสัย มองดูทุกคน
มองไปมองมา รู้สึกว่า คนเหล่านี้จะทำงานกันสบายเหลือเกิน โดยเฉพาะาาอารยันที่ยังนอนกรนแครก! ๆ
ริเวนด้าเอง ก็หยิบแผ่นกระดานบนโต๊ะที่วางไว้ใบหนึ่งขึ้นมาอ่าน ภาพบนนั้นคล้ายนิตยสารสำหรับแม่บ้านอ่านเล่นอย่างนั้นแหละ
เมื่อบรรยากาศสบายพาไป ตัวเล็กจึงทิ้งกายลงบนเก้าอี้อย่างเต็มกำลัง
ลองค่อย ๆ แกว่งตัวดูบ้าง เก้าอี้มันก็เคลื่อนที่ตามแรงเหวี่ยง ช้า ๆ เบา ๆ เรื่อย ๆ
ตัวเล็กสนุกสนาน มีความสุขมากบนเก้าอี้ลอยได้ตัวนั่น “เหมือนกับฝันอยู่เลย...” ตัวเล็กเปรยกับตัวเองเบา ๆ ...
©Witchmedal