ดวงตะวันสาดแสงร้อนแรงลอยกลางหัวของเหล่านักดนตรีที่ซ้อมเดินขบวนอยู่ภายในบริเวณโรงเรียนรัตนบาราย การซ้อมมาร์ชชิ่งของวงฯ ใน่สายเป็ไปอย่างราบรื่น น้อง ๆ มัธยมต้น เกือบทั้งหมดสามารถเดินได้ตรงจังหวะ เว้นระยะห่าง่แถวได้อย่างเหมาะสม
"เอา ๆ อย่าเพิ่งหมดแรง จะพักแล้ว.....เพลงสุดท้าย The Thunderer March เดินกลับห้องดุริยางค์"
"เซต-อัพ!" ....."ฟอร์เวิร์ด-มาร์ช!"
ตึง ๆ ๆ .... ตึง ๆ ๆ .... เสียงกลองเพลงมาร์ชกระหึ่มก้อง ตามด้วยเสียงเครื่องดนตรีสากลนานาชนิดสอดประสานบทเพลง The Thunderer March ท่วงทำนองชวนให้คนที่ได้ยินฮึกเหิมและมีพลัง! พร้อมการเคลื่อนขบวนมาร์ชชิ่งของคนหนุ่มสาว มุ่งหน้าตรงไปยังอาคารคหกรรม
ภายหลังจากที่ทุกคนกินข้าวกลางวันเรียบร้อยแล้ว เป็่เวลาพักประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนการซ้อมแยกเซคชั่น (Section) ซึ่งแยกเป็สี่เซคชั่น คือ เพอร์คัชชัน (Percussion) เครื่องดนตรีประเภทตี กระทบ ถู เขย่า ทำให้วัตถุสั่นและเกิดเสียง ได้แก่ เบสดรัม สแนร์ดรัม ฉาบ และไซโลโฟน วู้ดวินด์ (Woodwind Instruments) เครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าลมไม้ ได้แก่ ฟลูต ปิคโคโล คลาริเนต แซกโซโฟน ไฮบราส (High Brass) เครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าลมทองเหลืองเสียงสูง ได้แก่ ทรัมเป็ต เฟรนช์ฮอร์น และโลว์บราส (Low Brass) เครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าลมทองเหลืองเสียงต่ำ ได้แก่ ทรอมโบน ทูบา และซูซ่าโฟน...
...น้อง ๆ จับกลุ่มคุยกัน นอนพัก บ้างก็อ่านหนังสือ รุ่นพี่ ม.6 ทุกคนนั่งจับกลุ่มกัน บริเวณโซฟาหน้ากระดานดำ หารือกันถึงการซ้อม การต่อเพลง และการฝึกฝนเทคนิคต่าง ๆ เพื่อให้น้อง ๆ ทุกคน เล่นได้ เล่นเป็ สนับสนุนวงฯ ให้ได้ด้วยตนเอง และสิ่งที่แน่นอนที่สุดของที่นี่ก็คือ..ปกปักร์ยังคงนอนหลับสนิทอยู่บริเวณโซฟาใกล้บริเวณที่เพื่อน ๆ หารือกัน
นาฬิกาแขวนในห้อง บอกเวลา 13.30 น. รุ่นพี่ทุกคนพาน้อง ๆ แยกย้ายตามเซคชั่น --กฤษ และเพื่อน ม.6 อีกสองคน เดินนำน้อง ๆ กลุ่มเพอร์คัชชัน ปีนลงบันไดไปยังบริเวณด้านล่างอาคาร --กลุ่มวู้ดวินด์ นำโดยรุ่นพี่สาวสวยทั้งสองคน และรุ่นพี่ผู้ชาย ม.6 อีกสองคน ตั้งเก้าอี้และนั่งซ้อมอยู่บริเวณระเบียงด้านทิศใต้ --ทัศนะ ยุทธา และเพื่อนอีกสองคน พากลุ่มไฮบราสไปยังบริเวณระเบียงด้านทิศเหนือ --ประสิทธิ์ และปกปักร์ ปักหลักซ้อมให้ห้อง บริเวณหน้ากระดานดำ...
"เฮ้ย! ไอ้ปักร์!...มึงช่วยสอนน้องคนที่ยังไม่ได้เพลงหน่อย กูต่อเพลงอื่นให้พวกนี้อยู่" ประสิทธิ์ นั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งหน้ากลุ่มน้อง ๆ ที่นั่งเป่าทรอมโบนฟังไม่เป็เพลง บ่นกับไอ้ก้อนน้ำแข็ง ที่หลับตาสนิทบนโซฟาตัวโปรด ทั้งที่เสียงดนตรีดังลั่นไม่เป็ภาษากรอกหูมันอยู่ก็ตาม
เพียงอึดใจเดียวที่คนต่อเพลงให้น้อง ๆ กล่าวจบ ...คนถูกบ่นลืมตาโพลง ลุกขึ้นนั่งบิดี้เี เสียงกระดูกลั่น กร๊อบแกร๊บ มองไปยังกลุ่มน้อง ๆ ห้าคน ที่นั่งอยู่ตรงข้าม แบกเครื่องดนตรีขนาดใหญ่สองชนิด ซ้อมเป่าหน้าดำหน้าแดง เขาหลับตาลงเหมือนกำลังฟังอะไรบางอย่างอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นลุกขึ้นเดินไหล่ฉากกับพื้นไปยังกลุ่มนั้น
"วางเครื่อง! แล้วตามพี่มา!"
"พี่ปักร์?" คนถูกสั่งประสานเสียงด้วยความฉงน
"เอาโน้ตเพลงมาด้วย" จบคำ คนสั่งก็เดินนำน้อง ๆ ออกนอกประตูไป ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาไปไหนและทำอะไร? จนหมดเวลาซ้อมแยก!
...
"มึงพาน้องไปไหนมาวะ? ทำไมทิ้งเครื่องไว้ แล้วไม่ซ้อม" ประสิทธิ์ กล่าวโทษ เมื่อเห็นคณะโดดซ้อมเดินเข้ามาในห้อง คนถูกกล่าวโทษเดินนิ่ง ไม่มองหน้าคนถาม เดินผ่านตรงไปยังโซฟาตัวโปรด ทิ้งตัวลงนอน หลับตาลงสนิท นิ่งสงัด
"โห--ไอ้นี่" คนถูกเมินกัดฟันกรอด ไม่ยอมลดราวาศอก หันมาถามสมาชิกโดดซ้อมแทน
"โดดซ้อมไปไหนกันมา?"
"พี่ปักร์พาไปโรงอาหาร แล้วสอนอ่านโน้ตครับ" หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาตอบ
"อ่านโน้ตอย่างเดียวมันจะเป่าเป็เพลงได้ยังไง!...มันทำบ้าอะไรแบบนี้วะ" ประสิทธิ์ หัวเสียกับการสอนน้องในแบบของปักร์
"พี่ปักร์บอกว่า ถ้าพี่คนไหนถาม ให้รอดูตอนซ้อมรวมคืนนี้เอาเองครับ...พวกผมก็บอกไม่ถูกแต่รู้สึกว่า พวกเราน่าจะเป่าได้ดีขึ้นนะครับ" ผู้ถูกกล่าวหาอีกคนอธิบาย
"อะไรของมันวะ? ...ประหลาดขึ้นทุกวัน"
ตามโปรแกรมซ้อมวันนี้ ่เวลาสี่โมงจนถึงหกโมงเย็น เป็่เวลาพักผ่อนทำอะไรก็ได้ที่ใจปรารถนา สามารถไปรับประทานอาหารที่ถูกจัดไว้ที่เดิมในเวลาหกโมงเย็นเป็ต้นไป เพียงอย่างเดียวที่ทัศนะสั่งทุกคนเอาไว้ คือ ห้ามออกนอกบริเวณโรงเรียนเด็ดขาด ผู้ปกครองหลายคนซื้อขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มมาให้ลูกหลานของตนเอง สนทนาสารทุกข์สุกดิบ แต่ไม่มีสมาชิกคนไหนปริปากพูดเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแม้แต่คนเดียว หลายคนเตรียมอุปกรณ์สำหรับอาบน้ำ เดินจับกลุ่มพูดคุยกันสนุกสนาน ตรงไปยัง ที่อาบน้ำ ที่ทางโรงเรียนจัดไว้ให้ด้านหลังห้องน้ำชายหญิง...
ผ้าใบพลาสติกสีฟ้าขาว กั้นล้อมรอบเป็บริเวณกว้างทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสหลังห้องน้ำทั้งชายและหญิง แยกส่วนกัน ตรงกลางมีตุ่มน้ำตั้งอยู่ห้าหกใบ มีเชือกไนลอนสีเขียวขึงตึงทำเป็ราวตากผ้าอยู่ด้านในสองเส้น ทางเข้าออกทางอยู่ด้านซ้ายของห้องน้ำ ที่อาบน้ำ ถูกตั้งขึ้นชั่วคราวสำหรับการเข้าค่ายต่าง ๆ ของโรงเรียน เช่น เข้าค่ายลูกเสือเนตรนารี เข้าค่ายพุทธบุตร รวมถึงการเข้าค่ายเก็บตัวฝึกซ้อมของนักกีฬา หรือนักดนตรี
"ที่อาบน้ำไกลไปหน่อย แถมโอเพนดอร์อีกต่างหาก ^^." รสาทำท่าทางสดชื่น หลังกระดกโค้กที่พี่สาวนำมาให้จนหมดขวด สะพายกระเป๋าเป้พอง ๆ ไว้ที่ไหล่ซ้าย
"เกือบสามร้อยเมตรได้มั้ง"
"ใช่ค่ะ...ไม่ใช่แค่ที่อาบน้ำนะคะ ห้องน้ำก็ด้วย ตอนกลางคืน ฟ้าไม่กล้ามาแน่ ๆ"
"ก็ชวนฟางกับจ๋ามาด้วยสิ ใช่ไหม?"
เด็กสาวตัวเล็กสองคนที่เดินตามมาด้วย พยักหน้ารับ ส่งยิ้มให้คนถาม
"ก็ตามนั้น ชวนคนมาเยอะ ๆ เอา แล้วก็บอกพวกพี่ที่เข้าเวรด้วย พวกผู้ชายเขาจะได้ตามมาด้วย ปลอดภัยไว้ก่อน" ลลิตเสริม มือถือขันน้ำสีชมพูและถุงพลาสติกป่อง ๆ ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์อาบน้ำและเสื้อผ้า ผ้าขนหนูสีเดียวกับขันพาดอยู่ที่คอ
"ยังกะ ผี มันกลัวคนเยอะ ๆ งั้นแหละ อิ ๆ"
"แก--วกมาเื่นี้ได้ไงเนี่ย ฉันหมายถึงอันตรายจากคน จากสัตว์ หรืออุบัติเหตุ"
"พี่รสา ชอบเื่พวกนี้หรอคะ"
"ใช่! ชอบมาก!"
"ก่อนรถชน--แกไม่เห็นชอบ แถมกลัวจนขึ้นสมองกว่าฉันอีก"
"นั่นสิ! งงตัวเองเหมือนกัน....ฟื้นขึ้นมาก็ชอบ ^^. ฉันเลยหาข้อมูลเกี่ยวกับเื่พวกนี้ไว้เยอะเลย เด๋วเล่าให้ฟังเอาป่ะ?"
"ไม่เอาค่าาา...!" คนถูกแหย่ร้องเป็เสียงเดียวกัน
คนเปิดประเด็นยิ้มแหย่เพื่อน ๆ ที่เดินมาด้วยกันอย่างสนุกสนาน ทุกคนหัวเราะครื้นเครง...จนถึงที่อาบน้ำใต้ต้นไม้ใหญ่...
เด็กสาวทั้งห้าคน เปลื้องเสื้อผ้าออก เปลี่ยนมานุ่งผ้าถุงกระโจมอก แลเห็นแผ่นหลังและไหล่ขาวเนียนสว่าง สะท้อนแสงในยามโพล้เพล้ที่ตะวันใกล้จะดับลงในอีกไม่กี่นาทีหลังจากนี้
***จบตอน***