ด้านประมุขน้อยหรือมหาเทพเย่วซินหลังจากอาบน้ำเสร็จนางได้มาฝึกกระบี่อยู่ที่ตำหนักของตนเซียนรับใช้ได้เข้ามาแจ้งถึงการมาของเทียนโฮ่ว
“องค์เทพ เทียนโฮ่วมาขอพบเพคะ”
“ไม่พบ” นางตอบสั้นๆ
“ข้าว่าแล้วเ้าต้องเอ่ยเช่นนี้” เทียนโฮ่วกล่าวพลางเดินเข้ามาด้านในตำหนักแล้วหันไปพยักหน้าให้กับเซียนรับใช้ก่อนที่พวกนางทั้งหมดจะพากันเดินออกไปจากตรงนั้น
“เจ้านี่นะ...นานเท่าไหร่แล้วที่เราไม่ได้พบกัน ข้าเอาขนมกุ้ยฮวาที่เจ้าชอบมาฝากด้วย”เทียนโฮ่วกล่าวพลางยกกล่องขนมขึ้นมาวางบนโต๊ะที่อยู่ด้านข้าง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ได้รับการตอบกลับจากหญิงสาวตรงหน้าแต่อย่างใด นางไม่สนใจเอาแต่ฝึกกระบี่ต่อไป
“เย่วซิน เ้าก็โตมากแล้ว ยามนี้ใต้หล้าก็สงบสุขดี เ้าจะฝึกกระบี่ไปถึงเมื่อใด”
ประโยคนี้ทำให้เย่วซินหยุดชะงักลงแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะกล่าวต่อไปอย่างใจเย็น
“หึหึ สงบสุขงั้นหรือ ที่สงบสุขได้ก็เพราะแม่ข้ามิใช่หรือ แต่มันยังไม่พอหรอกตราบใดที่มารปีศาจยังไม่หมดไป ความสงบสุขที่ท่านว่าคงมีอีกไม่นาน ข้าจะต้องจัดการพวกมันให้หมด ตอนนี้ข้ายุ่งไม่มีเวลามาคุยกับท่านเชิญเทียนโฮ่วเสด็จกลับไปเถิด ข้าไม่ส่ง”
พูดจบนางจึงเดินเข้าตำหนักไปโดยไม่หันมามองเลยแม้แต่น้อยทิ้งให้เทียนโฮ่วยืนอยู่เพียงลำพังมองตามไปอย่างเป็กังวล
“ซินเอ๋อร์ข้าจะช่วยคลายปมในใจนี้ให้เ้าเช่นไร”
เทียนโฮ่วกล่าวออกมาอย่างหนักใจก่อนจะเดินออกไปจากตำหนัก นางเดินคิดมาเรื่อยๆ แม้กลับมายังตำหนักของตนก็ยังคงคิดเื่ของเย่วซินอยู่ตลอดเวลาอยู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเรียกดึงสติของนาง
“เสด็จแม่ ข้ามารอท่านอยู่ตั้งนานไปที่ใดมาหรือเพคะ” หนิงเซียนบุตรสาวเทียนโฮ่วกับเทียนตี้ รูปร่างหน้าตางดงามไม่แพ้เทพเซียน์นางใด ด้วยท่าทางที่สง่างามของนางบวกกับอุปนิสัยที่เรียบร้อยชอบช่วยเหลือผู้อื่นจึงถูกขนานนามว่าธิดา์ นางเดินเข้ามาประคองผู้เป็แม่และกล่าวถามอย่างสงสัย
“เซียนเอ๋อร์ เ้ามานานแล้วหรือ”
“ไม่นานเพคะ ว่าแต่ท่านทำไมดูสีหน้าไม่ค่อยดี ไม่สบายตรงไหนหรือเพคะ”
“ไม่เป็ไร แค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย”
“ท่านไปหานางมาหรือเพคะ” หนิงเซียนกล่าวถามแม้จะรู้อยู่แล้วก็ตาม เทียนโฮ่วไม่ตอบแต่พยักหน้ารับเบาๆ
“เฮ้อ...ข้าว่าแล้วคงมีแค่นางเท่านั้นที่จะทำให้ท่านกับเสด็จพ่อกลัดกลุ้มได้เพียงนี้”
“เซียนเอ๋อร์เ้าอย่าพูดเช่นนั้น เย่วซินนางต้องพบกับการสูญเสียอย่างมากแลกกับการที่เราอยู่อย่างสงบสุขได้ทุกวันนี้ เราทุกคนต่างก็เป็หนี้นางทั้งนั้น”
“เสด็จแม่ หลายหมื่นปีมานี้ท่านคอยดูแลเป็ห่วงเป็ใยนางมามากพอแล้ว ข้าว่าท่านปล่อยวางเื่นี้ลงบ้างเถิด”
“ข้าไม่อาจทำใจปล่อยวางได้ แม้นางไม่สนใจและไร้ไมตรีต่อข้าก็ไม่เป็ไรต่อให้ต้องตายข้าก็ต้องปกป้องนาง จึงจะไม่ผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับสหายผู้นั้นได้ ไม่เช่นนั้นนางคงจากไปอย่างไม่สงบ” เทียนโฮ่วกล่าวพลางเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าั์ตาคลอไปด้วยหยาดน้ำใส คิดถึงสหายรักที่ได้จากไป
หนิงเซียนเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาสีหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก คิดน้อยใจผู้เป็แม่ที่คอยห่วงใยแต่เย่วซินทั้งๆ เย่วซินผู้นี้สร้างความบาดหมางเข่นฆ่าเหล่ามารปีศาจ ก่อเื่บนแดน์หลายต่อหลายครั้งจนเทพเซียนแดน์ต่างไม่มีใครพอใจนาง แต่หลายหมื่นปีมานี้แม่ของนางเป็ห่วงเป็ใยคอยเข้าข้าง และดูแลแต่เย่วซินมาตลอดจนบางครั้งก็ละเลยความรู้สึกของนางทั้งที่นางเองต่างหากที่เป็บุตรสาวแท้ๆ แต่นางก็ทำอะไรไม่ได้ทำได้เพียงแค่เก็บเอาไว้ในใจเท่านั้น
~ หลายวันต่อมา ~
ณ แดน์ บัดนี้ตำหนักฟ้าได้ถูกตกแต่งให้เป็งานเลี้ยง์เก้าชั้นฟ้า ซึ่งในทุกๆ พันปีจะจัดขึ้นเพื่อชุมนุมเหล่าเทพเซียนมารปีศาจทั้ง 4 แดน 5 ทะเล เพื่อสานสัมพันธ์กันและรำลึกถึงเทพประมุขที่ได้เสียสละตัวเองจนทำให้เหล่าสรรพชีวิตในใต้หล้าอยู่อย่างสงบสุขเรื่อยมา และผู้ที่ได้รับมอบหมายจัดการงานเลี้ยงในครั้งนี้ก็คือหนิงเซียนผู้ที่ถูกขนานนามว่าเป็ธิดา์
หลายวันมานี้นางได้ทุ่มเทกับการจัดงานเลี้ยงเป็อย่างมากจนในที่สุดก็ถึงวันงาน เหล่าเทพเซียนปีศาจทั้ง 4 แดน 5 ทะเล ต่างส่งตัวแทนเดินทางเข้ามาร่วมงานกันอย่างคึกคัก ภายในงานจัดแต่งอย่างสวยงามทั้งโต๊ะที่นั่งก็มีอาหารเลิศรสวางอยู่เต็มไปหมด ทุกคนต่างดื่มกินและพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเสียงดังกึกก้องไปทั่วทั้งงาน นอกจากนี้มหาเทพตงหยาง มหาเทพโม่วโฉว และมหาเทพวั่งซู มหาเทพทั้งสามต่างมาเข้าร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
“เหตุใดงานเลี้ยงเช่นนี้ข้าต้องมาด้วย” มหาเทพตงโม่โฉวกล่าวอย่างเบื่อหน่าย
“เ้าไม่ชอบงานรื่นเริง ช่างผิดวิสัยของเ้าจริงๆ” มหาเทพวั่งซูกล่าวแกมขบขันพลางยกน้ำชาขึ้นมาจิบ
“เ้านี่เหน็บแนมข้าเก่งเสียจริงนะวั่งซู”
มหาเทพวั่งซูไม่ตอบแต่หัวเราะออกมาเบาๆ เช่นเดียวกันกับมหาเทพตงหยาง ก่อนเขาจะกล่าวพูดถึงคนที่ไม่อยู่ตรงนี้
“แล้วซีอวิ๋นยังไม่มาอีก ช้าเสียจริง”
“ท่านยังไม่ชินอีกหรือ เผลอๆ คงไม่มาด้วยซ้ำ”
มหาเทพวั่งซูกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆแกมหัวหัวเราะเบาๆ มหาเทพโม่วโฉวส่ายหน้าและยักไหล่ขึ้นแบบไม่รู้ไม่ชี้
ด้านหนิงเซียนบัดนี้ปรากฏตัวขึ้นที่หน้างาน ร่างบางในอาภรณ์สีชมพูอ่อนประดับด้วยเครื่องทองทั้งตัว ใบหน้าที่งดงามของนางต่างดึงดูดสายตาของทุกคน ทำให้ทุกคนที่ได้เห็นต่างพากันเคลิบเคลิ้มหลงใหลกันไม่น้อย นางเดินเข้าพร้อมส่งรอยยิ้มให้กับชายหญิงสูงวัยคู่หนึ่งที่อยู่ด้านหน้า
“คารวะท่านจ้าวสมุทรทั้งสอง”
“สมแล้วที่เป็ธิดา์ งานในวันนี้จัดได้สวยงามและเหมาะสมยิ่งนัก”
“ท่านยายกล่าวชมเกินไป ข้าเพียงแค่ช่วยแบ่งเบาภาระให้เสด็จแม่เท่านั้น” หนิงเซียนกล่าวอย่างเขินอายกับจ้าวสมุทรแห่งทะเลชิงไห่ผู้เป็ยายของตน
“ดีแล้ว เ้าทั้งเก่ง งดงาม จิตใจดี น่าภูมิใจแทนเทียนตี้และเทียนโฮ่วจริงๆ” จ้าวสมุทรซีไห่ที่ยืนอยู่ด้านข้างกล่าวชื่นชมต่อ
“ท่านตา ท่านยาย ชมข้าเกินไปแล้วเชิญท่านทั้งสองด้านในเถิด”
หนิงเซียนกล่าวพลางพาทั้งสองเข้าไปยังด้านในงานเลี้ยง เมื่อเข้ามาเห็นองค์มหาเทพจึงรีบเข้าไปเอ่ยทำความเคารพ
“คารวะมหาเทพ”
มหาเทพทั้งสามพยักหน้ารับเบาๆ จากนั้นนางจึงมองไปที่โต๊ะข้างๆเพื่อหาคนผู้หนึ่ง ผู้ที่นางเฝ้ารอแต่ว่าั้แ่งานเริ่มจนบัดนี้ยังไม่พบแม้แต่เงา นางทำหน้าผิดหวังออกมาเล็กน้อยแต่ไม่ทันไรเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเตือนสตินาง
“เทียนตี้ เทียนโฮ่วเสด็จ”
สิ้นเสียงผู้ดูแลปรากฏร่างของเทียนตี้และเทียนโฮ่วในชุดอาภรณ์สีทองสง่างามอยู่ที่โต๊ะ้าสุด ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างเงียบเสียงลงและลุกขึ้นกล่าวทำความเคารพ
“คารวะเทียนตี้ เทียนโฮ่ว!!”
“ลุกขึ้นเถิด เชิญพวกท่านตามสบาย งานชุมนุมวันนี้ถือเป็โอกาสดีที่ทำให้เราได้มาพบหน้ากันและได้มารำลึกถึงเทพประมุข วันนี้หากทุกคนมีสิ่งใดที่อยากพูดคุยเชิญทุกคนกล่าวกับข้าได้ ”
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ!!” ทุกคนกล่าวรับคำพร้อมกันแล้วนั่งลงที่โต๊ะของตนเช่นเดิม
“ขอบใจพวกท่านที่มาวันนี้ ไม่ได้พบกันเสียนาน” เทียนตี้หันไปกล่าวกับมหาเทพทั้งสามที่นั่งถัดจากโต๊ะของตนไปเล็กน้อย
“งานเลี้ยงสำคัญเช่นนี้พวกข้าจะไม่มาได้อย่างไร อีกทั้งยังได้มีโอกาสมาเยี่ยมสหายเก่าท่าทางเ้าทั้งสองดูสบายดี” มหาเทพตงหยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“สบายดีเพคะ ขอบคุณมหาเทพที่เป็ห่วง” เทียนโฮ่วกล่าวอย่างให้เกียรติ
“ส่วนข้าแค่ดูเหมือนสบายดีมากกว่า ข้ามีเื่จะหารือกับพวกเ้าไว้จะไปเยี่ยมที่ตำหนัก ” เทียนตี้กล่าวแกมขบขัน
“พวกข้ายินดีเสมอ ไม่มีอะไรต้องเกรงใจ” มหาเทพโม่โฉวกล่าวขึ้นสร้างรอยยิ้มให้เทียนตี้จากนั้นเขาจึงหันกลับไปพูดกับหนิงเซียน
“หนิงเซียนงานวันนี้เ้าทำได้ไม่เลว”
“หามิได้เพคะ หม่อมชั้นแค่อยากช่วยแบ่งเบาภาระให้เสด็จพ่อเสด็จแม่”หนิงเซียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“บุตรสาวเ้าผู้นี้ใช้ได้จริงๆ”
“ลำบากเ้าแล้ว” เทียนตี้หันกลับไปพูดกับบุตรสาวของตนอย่างภูมิใจ นางยิ้มรับคำเหล่าเทพเซียนที่อยู่ตรงนั้นพวกเขาต่างพูดชื่นชมนางไม่หยุดปาก
ด้านตำหนักชุนซีมหาเทพเย่วซินกำลังนั่งสมาธิรวมรวมพลังบำเพ็ญของตนอย่างสงบ สักพักเซียนรับใช้สาวสองคนเดินเข้ามาพลางกล่าวด้วยท่าทางนอบน้อม
“องค์เทพ เทียนตี้มีรับสั่งให้ท่านเข้าร่วมงานเลี้ยง์เก้าชั้นฟ้าเพคะ”
“เ้า...ที่เมื่อวันก่อนทำแจกันมรกตของข้าแตกใช่หรือไม่” เย่วซินลืมตาขึ้นแล้วกล่าวถามกับเซียนรับใช้นางหนึ่งด้วยสีหน้าแน่นิ่งไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ
“เพคะ”
เซียนรับใช้นางนั้นกล่าวพลางก้มหน้างุดไม่กล้าสบตา ทันใดนั้นเย่วซินสะบัดมือใส่ไปที่ร่างเซียนรับใช้นางนั้นปรากฏทำให้นางสลายหายไปต่อหน้าต่อตาเซียนรับใช้อีกคนจนนางใทำอะไรไม่ถูกก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาผู้เป็เ้านาย
“ไปเตรียมการให้ข้า ข้าจะไปพบเสด็จพ่อของข้าสักหน่อย”
“เพคะ”
เย่วซินกล่าวด้วยใบหน้านิ่งเฉยไม่รู้สึกรู้สาอะไรเซียนรับใช้รับปากแล้วรีบเดินออกไปทันที
**********************************************************************************************