“อ้าว! สองพี่น้องสกุลจางไม่ได้มาเยี่ยมเ้าบ้างหรอกหรือ?”
“มาเ้าค่ะ แต่ข้าเป็สตรีอยู่ในเรือนลำพังพวกเขาสองคนคงจะเกรงใจ ท่านอาทั้งสองมาะโทักทายอยู่นอกเรือนแล้วก็รีบจากไป ต่างจากท่านที่เป็สตรีด้วยกัน ท่านเข้ามาในเรือนให้ข้าได้เลี้ยงน้ำชาท่านสักถ้วยก่อนเถิด” หลินเจียอีรีบกุลีกุจอดึงมือนางกู้เข้าไปในกระท่อม
นางกู้ซื่อยิ้มกว้างจนปากจะถึงใบหูทันทีที่ก้าวเข้ามาในเรือนซอมซ่อหลังเล็ก กล่าวตามจริงการมาครั้งนี้ของนางถูกขอร้องมาจากหัวหน้าหมู่บ้านเฉา คนในหมู่บ้านซุบซิบนินทากันว่าอีกไม่นานหลินเจียอีก็จะหนีออกจากหมู่บ้านไปเหมือนเช่นสตรีคนอื่น ๆ หญิงสาวยังอายุน้อยหน้าตางดงามมีหรือจะทนเลี้ยงดูสามีพิการอยู่แต่ในเรือนได้ตลอดชีวิต
แต่จากกลิ่นและสภาพบ้านเรือนที่สะอาดสะอ้าน เสื้อผ้าของสามีนางก็ถูกซักตากอยู่เป็ระเบียบ บนเตามีหม้อข้าวต้มส่งกลิ่นหอมฉุย เท่านี้นางกู้ซื่อก็รู้แล้วว่าหลินเจียอีไม่ใช่สตรีชั่วร้ายเช่นนั้น
“ข้าขอเข้าไปเยี่ยมสามีเ้าสักหน่อยได้หรือไม่ อย่าหาว่าข้าละลาบละล้วงเลย อย่างไรข้าก็แก่กว่าเ้าหากเห็นสิ่งใดผิดปกติจะได้ตักเตือนกันทันเวลา” เื่นี้นางกู้ซื่อกล่าวออกมาจากใจจริง หลินเจียอีมีรูปลักษณ์เป็คุณหนูผู้ดีมีสกุลคล้ายคนไม่เคยทำงานหนัก อาจจะดูแลคนป่วยได้ไม่ละเอียดรอบคอบ
นางเข้าไปในห้องพร้อมกับหญิงสาว เปิดผ้าห่มที่คลุมร่างสูงออกแล้วจับตัวเขาพลิกดูรอยแผลฟกช้ำตามจุดต่าง ๆ ผู้ป่วยที่นอนนิ่งอยู่กับที่อาจจะเกิดแผลจากการที่อยู่นิ่งนานๆ ได้
เื่นี้นางเคยเจอกับตัวเองเมื่อครั้งที่บิดาชรามากแล้ว นางอยากให้บิดาได้นอนพักนานๆ เลยเผลอไม่ได้ช่วยเขาพลิกร่าง เพียงข้ามวันเนื้อหนังที่ถูกกดทำก็เกิดรอยช้ำจนเป็แผล รักษายากยิ่งนัก
“เ้าคงรักสามีเ้ามากทีเดียวนะเจียอี” นางกู้ซื่อคลุมผ้าห่มบนร่างของคุณชายเซี่ยเอาไว้ดังเดิม
สามีของหลินเจียอีแม้จะดูซูบซีดกว่าเก่าไปบ้าง แต่นั่นก็เพราะเขาไม่สามารถกินอาหารได้ตามปกติ แต่จากสีเืฝาดจางๆ บนใบหน้า เนื้อตัวไร้รอยแผลใดๆ รวมทั้งความสะอาดบนร่างกายก็สมบูรณ์ที่ไร้ที่ติ นางรู้ดีว่าการทำให้ผู้ป่วยอยู่ในสภาพดีเช่นนี้ย่อมแลกมาด้วยความเหนื่อยยากของคนดูแลไม่น้อย
หลินเจียอีเพียงยิ้มตอบรับคำด้วยกิริยาอ่อนหวานน่ามอง แต่ไม่ได้กล่าวอะไรเกี่ยวกับสามีของนางออกมา
“ท่านน้า หากท่านไม่รังเกียจข้าอยากให้ท่านดูเสื้อผ้าของข้าสักหน่อย” ในวันที่เกิดอุบัติเหตุ ร่างใหม่ของนางสวมชุดสีแดงเอาไว้พอดี มีเพียงผ้าคาดเอวสีขาวที่นางแยกออกไปมัดท่อนไม้ทำลากเลื่อนไปแล้วเท่านั้นที่ขาดหายไป หากท่านน้ากู้จะเอาชุดของนางไปแก้ไขหรือตัดบางส่วนไปประดับบนชุดเ้าสาวก็น่าจะใช้การได้
พอนางกู้เห็นชุดที่หญิงสาวนำไปซักเก็บไว้เป็อย่างดีนางก็ต้องตาลุกวาวขึ้นมาอีกครั้ง ชุดสีแดงตรงหน้ายังมีสภาพใหม่และยังเป็ผ้าเนื้อดีกว่าชุดเ้าสาวที่นางกับบุตรสาวกำลังช่วยกันทำอยู่ด้วยซ้ำ
“เ้า..เ้า”
“ข้าไม่ขายเ้าค่ะ ข้ายกให้ท่าน ข้าชอบสวมใส่ชุดของน้องสาวฮุ่ยหลินมากกว่าอีก เดินไปทางไหนก็ไม่ต้องคอยระวังว่าจะเลอะดินโคลน สวมใส่ง่ายไม่ยุ่งยาก ท่านเอาไปเถิด” เห็นสายตาของอีกฝ่าย หลินเจียอีก็รู้แล้วว่านางถูกใจชุดนี้เป็อย่างยิ่ง จึงมอบให้อีกฝ่ายด้วยความเต็มใจ
“ไม่ได้ๆ เอาอย่างนี้ เดี๋ยวข้าจะรีบกลับไปที่หมู่บ้าน ที่เรือนข้ามีแม่ไก่แก่อยู่สองตัว ข้าจะเชือดแล้วฝากอาจิ้งมามอบให้เ้าแทนค่าเสื้อผ้าชุดนี้ก็แล้วกัน”
หลินเจียอีย่อมไม่ปฏิเสธ นางอยากกินเนื้อไก่ใจจะขาด ลูกไก่ที่เพิ่งได้มาก็ยังเล็กนักคงอีกหลายเดือนเลยทีเดียวกว่าจะจับกินได้
“ข้าไม่ปฏิเสธแล้วนะเ้าคะ หากได้แก่ไก่แก่มาตุ๋นน้ำแกงบำรุงให้สามีข้าก็คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว" หญิงสาวอดมองเข้าไปในห้องพักอีกครั้งไม่ได้
กู้ซื่อยิ้มทั้งปากทั้งดวงตา หญิงสาวผู้นี้งามทั้งหน้าตาและจิตใจ นางอยากรีบกลับเข้าไปในหมู่บ้านหวงหลิงให้เร็วที่สุด คิดจะไปตบปากคนที่เคยดูถูกหลินเจียอีให้สาแก่ใจ!
……….
จวนสกุลเตีย เมืองฉงซิ่ง
“นางจงใจก่อเื่ขึ้นมาชัดๆ คราวนี้เป็อย่างไรเล่าท่านพ่อ งามหน้าไปทั้งเมืองแล้วใช่หรือไม่ บุรุษกับสตรีหายหน้าไปด้วยกันครึ่งค่อนเดือนแล้วยังไม่ปรากฏตัว จะให้ผู้อื่นคิดอย่างไร แล้วเื่ของข้ากับคุณชายสวี่จะทำเช่นไรกันต่อไปเล่าเ้าคะ”
เตียอวี้จิงบุตรสาวคนโตแห่งจวนสกุลเตียเ้าของร้านขายเครื่องประดับที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฉงซิ่งบันดาลโทสะอย่างหนัก เมื่อข้ารับใช้ของบิดาคว้าน้ำเหลวกลับมาอีกครั้งในการออกตามหาเตียอวี้หลานน้องสาวคนรองของตน
“เ้าก็คิดเพียงแต่เื่ของเ้า ไม่คิดว่าน้องสาวจะตกอยู่ในอันตรายบ้างหรือไร หากนางตั้งใจจะก่อเื่จริงๆ ก็ใช่ว่าจะบังคับใจคุณชายสวี่ได้เมื่อใด นี่พวกเขาหายไปด้วยกันทั้งคู่ ข้าว่าอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันกับพวกเขาก็ได้นะเ้าคะท่านพี่” ลี่ฮูหยินตำหนิบุตรสาวคนโต แล้วหันมาขอความเห็นใจจากผู้เป็สามีแทน
“แม่เ้าพูดก็ถูกนะอวี้จิง คุณชายสวี่หมั้นหมายกับอวี้หลานั้แ่นางอายุ 14 จนเวลานี้ สี่ปีที่ผ่านมาชื่อเสียงความเอาแต่ใจของน้องสาวเ้าก็ทำให้ทางนั้นไม่พอใจอยู่หลายครั้ง คุณชายสวี่ไม่เคยแม้แต่จะส่งของขวัญหรือมาขอพบน้องสาวเ้าสักครั้ง เขาจะเต็มใจให้นางทำเื่เหลวไหลโดยไม่คัดค้านได้อย่างไรกัน”
เดิมทีเตียอวี้จิงบุตรสาวคนโตหมายมั่นว่าตนเองจะได้รับการทาบทามสู่ขอจากบุตรชายนายอำเภอ จึงไม่ยอมรับการหมั้นหมายจากสกุลสวี่ซึ่งเป็ตระกูลพ่อค้าเช่นเดียวกับสกุลเตีย
บรรพบุรุษสองสกุลเคยตกปากรับคำกันเอาไว้ว่าจะให้ทายาทได้เกี่ยวดองกัน สกุลเตียก็เห็นดีเห็นงามกับความคิดของบุตรสาวคนโต แล้วเลือกเตียอวี้หลานบุตรสาวคนรองให้หมั้นหมายกับสวี่ซ่งจื่อบุตรชายลำดับที่สามของฝ่ายนั้นแทน
จนบุตรชายนายอำเภอรับผู้อื่นเป็ภรรยาไปแล้ว เตียอวี้จิงที่รอคอยมาจนอายุ 20 ปีจึงได้รู้ตัวว่าตนเองเข้าใจผิดอยู่ฝ่ายเดียว นางรีบร้องขอให้บิดามารดาเปลี่ยนตัวเองไปแทนน้องสาวแล้วรีบเร่งให้สองสกุลจัดการแต่งงานด้วยเกรงว่าตนจะอับอายผู้อื่น
ทั้งสองสกุลต่างก็รู้กันอยู่แก่ใจว่าสวี่ซ่งจื่อไม่ได้พึงใจเตียอวี้หลานเท่าใดนักเนื่องจากพฤติกรรมก้าวร้าวเอาแต่ใจของนางเอง ผู้ใหญ่ของสองสกุลจึงตกลงกันลับๆ ว่าจะเร่งจัดงานแต่งให้สวี่ซ่งจื่อกับเตียอวี้จิงให้เร็วที่สุด
เมื่อเตียอวี้หลานรู้ความจากมารดา นางก็โกรธแค้นที่ถูกยกเลิกการหมั้นหมายอย่างไม่เป็ธรรม ส่งจดหมายตำหนิติเตียนสวี่ซ่งจื่อผู้ไม่รู้เื่ราวการเปลี่ยนตัวคู่หมั้นมาก่อน นางนัดหมายให้เขาไปพบนางที่นอกเมืองทั้งยังข่มขู่ว่าหากอีกฝ่ายไม่ยอมไปพบนางก็จะปลิดชีพตัวเอง
สวี่ซ่งจื่อแม้จะไม่ได้พึงใจในตัวคู่หมั้นแต่เขาก็เป็คนมีความรับผิดชอบ ที่ผ่านมาไม่เคยยกเลิกสัญญาหมั้นหมาย ไม่เคยตำหนิติเตียนเตียอวี้หลานสักประโยคไม่ว่าจะได้ยินเื่ร้ายกาจของนางมาไม่รู้กี่หน เขารีบควบม้าออกไปนอกเมืองเพื่ออธิบายเื่ราวที่ตนเพิ่งได้รู้เช่นกัน โดยมีบ่าวรับใช้ข้างกายสวี่ซ่งจื่อเท่านั้นที่รับรู้การติดต่อระหว่างคนทั้งคู่แต่ไม่ได้ติดตามออกนอกเมืองไปด้วย
และนั่นก็เป็เื่ราวสุดท้ายที่สองสกุลแลกเปลี่ยนข่าวสารกันเพื่อตามหาเบาะแสของคนทั้งสอง ไม่มีใครรู้ว่าคนทั้งคู่หายไปอยู่ไหน ไม่มีข่าวคนร้ายหรืออุบัติเหตุร้ายแรงอะไรผ่านเข้าหูคนในเมืองฉงซิ่งเลยแม้แต่นิด
ข่าวเื่การเปลี่ยนตัวคู่หมั้นของสกุลเตียถูกเปิดเผยออกไป เพราะเ้าหน้าที่ทางการ้ารู้ต้นสายปลายเหตุของเื่ทั้งหมด จากนั้นคนในเมืองฉงซิ่งจึงซุบซิบนินทากันว่าคุณหนูรองสกุลเตียคงจะใช้เสน่ห์ยั่วยวนคุณชายสามสกุลสวี่ ปล่อยให้ข้าวสารกลายเป็ข้าวสุกไปเสียนางจะได้ชิงคนรักกลับคืนมาจากผู้เป็พี่สาวได้
“หลายวันที่ผ่านมาก็ใช่ว่าทางการจะออกตามข่าวพวกเขาอยู่ตลอดไม่ใช่หรือเ้าคะ หากมีเหตุการณ์ร้ายแรงย่อมต้องมีคนรู้เห็น ทางเดียวที่เป็ไปได้ก็คือพวกเขาอยู่ด้วยกันต่างหาก อวี้หลานหาใช่กุลสตรีที่ไม่รู้จักโลก นางกับตู้อี๋เหนียงถูกคอกันดี ใช่ว่าจะหายาเสน่ห์มามอมเมาบุรุษไม่ได้เมื่อใด”