บทที่ 4
"นายหญิง คนของฝ่าาติดตามมาขอรับ" เว่ยฉู่เข้ามารายงาน หลังจากที่เข้าพักเรียบร้อยแล้ว นอกจากองครักษ์ที่มีหน้าที่องครักษ์ก็ทำหน้าที่ไป ส่วนคนที่มีหน้าที่อื่นก็ไปจัดการเพราะพวกเขาต้องรีบเตรียมตัวออกเดินทางไปเขาหย่งอันหนิง
"ทำไมฝ่าายังไม่ปล่อยนายหญิงอีกล่ะเ้าคะ ทั้ง ๆ ที่นายหญิงยอมทำขนาดนี้แล้ว" หนิงเฟิงพูดขึ้น ถึงแม้นางจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดความคิดของจางชิงหลินเปลี่ยนไป แต่ทุกการกระทำของจางชิงหลินมีเหตุผลเสมอ
"ไม่แปลกหรอกหนิงเฟิง สมควรเป็เช่นนี้อยู่แล้ว ถ้าฝ่าาไม่ส่งคนมาสิแปลก" จางชิงหลินพูดออกมาอย่างไม่แปลกใจอะไร เพราะนี่คือสิ่งที่ต้องเกิดอยู่แล้ว หลงอันจวิ้นจะยอมวางใจได้ง่าย ๆ ได้อย่างไร
"ทั้ง ๆ เมื่อก่อนฝ่าาน่ารักและรักนายหญิงมากขนาดนี้ แต่เพราะอะไรกันถึงได้ตีตัวออกห่าง เห็นอำนาจดีกว่าความรักของแม่" หนิงเฟิงที่อยู่กับจางชิงหลินมาั้แ่ต้นพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ เรียกได้ว่าเป็นางเองที่เลี้ยงดูหลงอันจวิ้นมาั้แ่เกิด ฉางหมัวมัวเพิ่งมาดูแลตอนที่หลงอันจวิ้นได้เป็ฮ่องเต้แล้ว แม้หนิงเฟิงจะเป็นางกำนัลแต่น้ำหนักในใจของหลงอันจวิ้นย่อมมีอยู่
"หนิงเฟิง" เว่ยฉู่ดุหนิงเฟิงทันที เพราะกลัวจางชิงหลินจะเสียใจ แต่ดูเหมือนว่าเว่ยฉู่จะใเกินไป
"เพราะเขาคือฮ่องเต้อย่างไรเล่า ฮ่องเต้ที่เติบโตมากับอำนาจที่มี เขาไม่ต้องทำอะไรเขาก็อยู่เหนือผู้คนนับหมื่น และแน่นอนว่าเมื่อเขาโตขึ้นจะยอมอยู่ใต้อำนาจแม่อย่างข้าได้อย่างไรเล่า" จางชิงหลินยิ้มออกมาบาง ๆ นางยังจำคำพูดของหลงอันจวิ้นในชาติก่อนได้ดี เพราะอย่างนั้นชาตินี้นางถึงยอมถอยั้แ่ตอนนี้ เพื่อรักษาหัวใจตัวเองและรักษาชีวิตคนของนาง
"ฝ่าาดูไว้ใจขุนนางแซ่เหยามากเลยขอรับ ตอนที่ข้าน้อยเป็องครักษ์ของฝ่าา บ่อยครั้งมากที่ฝ่าาจะให้ใต้เท้าเหยาเข้าเฝ้า และที่สำคัญดูเหมือนว่าผู้หญิงที่ฝ่าา้าที่จะแต่งตั้งฮองเฮาก็มาจากตระกูลเหยาเช่นกัน" เว่ยฉู่พูดขึ้น
"ดูเหมือนนายหญิงไม่ชอบสตรีจากตระกูลเหยาหรือเ้าคะ" หนิงเฟิงถามขึ้น ซึ่งตรงใจกับเว่ยฉู่พอดี เพราะพอเขาพูดถึงตระกูลเหยาแววตาของจางชิงหลินเปลี่ยนไป แต่นั่นไม่น่ากลัวเท่าตอนพูดถึงสตรีจากตระกูลเหยา
"ข้าเกลียดผู้หญิงอ่อนโยน อ่อนหวาน ไร้เดียงสา เข้าอกเข้าใจผู้ชายทุกอย่าง มีท่าทางบริสุทธิ์ราวกับว่าเื่ในโลกนี้ไม่เคยทำอะไรผิด ผู้หญิงที่ทำตัวเป็ดอกบัวขาวสะอาดบริสุทธิ์ เ้าคิดว่าผู้ชายมักจะชอบผู้หญิงแบบนี้ใช่หรือ อ่อนแอ อ่อนโยนจนน่าปกป้อง" จางชิงหลินพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างออกมาอย่างชัดเจน
"สำหรับข้าน้อย สตรีแบบนี้น่ารำคาญอยู่ใกล้ ๆ คงเบื่อน่าดูเ้าค่ะอะไรนิดอะไรหน่อยก็ร้องไห้ จนต้องให้คนมาปกป้อง" หนิงเฟิงตอบ เพราะสำหรับนาง สตรีอย่างที่จางชิงหลินพูดไม่น่าเข้าใกล้ที่สุดแล้ว ผู้หญิงแบบนี้ภายนอกอาจจะดูไร้เดียงสาจนน่าปกป้อง แต่ที่จริงแล้วพวกนางมีเล่ห์เหลี่ยมจนน่ากลัวกว่าคนที่แสดงออกมาว่าร้ายกาจตรง ๆ ซะอีก
และผู้หญิงอย่างที่จางชิงหลินพูดมีอยู่เกลื่อนเต็มวังไปหมด แต่นั่นก็แค่เบื้องหน้าเท่านั้น แต่ลับหลังพวกนางสามารถลงมือกำจัดศัตรูได้อย่างง่ายดาย แต่ผู้ชายก็มักจะชอบผู้หญิงแบบนี้
"อย่างที่หนิงเฟิงพูดขอรับ สำหรับข้าน้อยผู้หญิงแบบนั้นไม่น่าเข้าใกล้" เว่ยฉู่เองก็เห็นด้วยกับหนิงเฟิง เขาเห็นมาจนชินแล้ว ดูได้จากพระสนมของอดีตฮ่องเต้ที่เก่งแย่งกันจนน่าปวดหัวไปหมด
"แต่นี่ไม่ใช่ฝ่าา ฝ่าาอยู่ใต้อำนาจข้ามานาน ขุนนางมากมายก็เป็คนของข้า ฝ่าาย่อมหาผู้หญิงที่ทำให้ตัวเองสบายใจเมื่ออยู่ด้วย ซึ่งมันก็ไม่แปลกที่เขาจะคิดเช่นนั้น
เขาเติบโตมากับการเลี้ยงดูจากข้า แม้ข้าจะเป็แม่ของเขาแต่เขาคือฮ่องเต้นะ จะยอมให้กับผู้หญิงได้อย่างไร เพราะฉะนั้นฝ่าาจึงจะถูกใจผู้หญิงอ่อนโยน อ่อนหวาน เข้าใจ เป็ผู้ตามที่ดี ดูบริสุทธิ์ นั่นต่างหากคือผู้หญิงที่ฝ่าาอยู่ด้วยจะรู้สึกสบายใจ
เพราะไม่ว่าฝ่าาจะพูดอะไร จะทำอะไรนางก็จะทำได้แค่หม่อมฉันเห็นด้วยเพคะฝ่าา หม่อมฉันแล้วแต่ฝ่าาเพคะ ฝ่าาว่าอย่างไรหม่อมฉันก็ว่าอย่างนั้น" จางชิงหลินพูดออกมา เพราะชาติก่อนเหยาอิงหลัวเป็ผู้หญิงแบบนี้ เป็ผู้ตามที่ดี แต่มันจะเป็อย่างที่เห็นจริง ๆ น่ะหรือและที่สำคัญผู้หญิงเช่นนี้ไม่เหมาะกับตำแหน่งฮองเฮา
"ผู้หญิงแบบนั้นถึงจะเป็ที่โปรดปรานมากแค่ไหน แต่นั่นคือตัวเร่งให้นางตายเร็วขึ้นไม่ใช่หรือเ้าคะ เื่แบบนี้อย่าว่าแต่ในวังหลวงเลย บ้านขุนนางใหญ่ ๆ ถ้าคนไหนอ่อนแอถ้าไม่ตายก็ไม่ได้รับความสนใจอีก ใช่ว่าเื่นี้จะไม่มีใครรู้" หนิงเฟิงพูดออกมา
"เสียดายที่ข้าไม่ได้เห็นภาพนั้น ข้าเองก็อยากจะรู้ว่าตอนนั้นนางจะมีชีวิตเช่นไร รวมถึงฝ่าาด้วย เขาจะเสียใจหรือไม่" จางชิงหลินพูดออกมาเบา ๆ ราวกับพูดกับตัวเองมากกว่าพูดกับหนิงเฟิงและเว่ยฉู่
"นายหญิงพูดว่าอะไรหรือเ้าคะ" หนิงเฟิงถามขึ้น
"ไม่มีอะไรหรอก ไปถามหลี่หานหน่อยว่าจัดเตรียมไปถึงไหนแล้ว ข้าอยากจะไปหาท่านพี่แล้ว" เมื่อพูดถึงหลงเจิ้นอี้ทำให้จางชิงหลินมีรอยยิ้มอีกครั้ง
"ข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้" เว่ยฉู่บอกและรีบออกไปทันที
"นายหญิงดูเปลี่ยนไปนะเ้าคะ" หนิงเฟิงพูดออกมา อย่างอดไม่ได้
"ใช่ ข้าเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปเยอะเลยทีเดียว" จางชิงหลินยอมรับออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"นายหญิง เกิดอะไรขึ้นหรือเ้าคะ" หนิงเฟิงที่ได้ยินแล้วรู้สึกใถามด้วยความเป็ห่วง เพราะการเปลี่ยนแปลงมันเกิดขึ้นเร็วจริง ๆ
"มันเป็ความกลัวของข้าน่ะหนิงเฟิง กลัวว่าฝ่าาจะไม่รักข้า และสั่งขังข้าอยู่ในตำหนัก กลัวว่าฝ่าาจะรักสตรีสกุลเหยามากกว่าข้าที่เป็แม่ เพราะความกลัวนั้น มันถึงทำให้ข้าตัดสินใจทำเช่นนี้ ยอมถอยออกมาก่อนที่สิ่งที่ข้ากลัวจะเกิดขึ้น" จางชิงหลินพูดความในใจออกมา นี่เป็ครั้งแรกที่นางพูดความรู้สึกออกมา
"ฝ่าาไม่มีทางทำเช่นนั้น ถึงฝ่าาจะ้าอำนาจมากแค่ไหน แต่อย่างไรนายหญิงก็คือแม่แท้ ๆ ของฝ่าา ฝ่าาจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร จะเห็นผู้หญิงอื่นดีกว่าแม่ที่เลี้ยงดูและปกป้องมาได้อย่างไร" หนิงเฟิงพูดออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ที่จางชิงหลินพูด แม้หลงอันจวิ้น้าอำนาจ แต่อย่างไรหลงอันจวิ้นคงไม่หลงผู้หญิงจนทำกับแม่แท้ ๆ ตัวเองได้
"นั่นสินะ" จางชิงหลินพูดออกมาพยักหน้าเบา ๆ ไม่ได้พูดอะไรอีก
"นายหญิง พักผ่อนก่อนเถอะขอรับ อีกไม่นานก็จะถึงเมืองเจิ้นหนิงแล้ว สิบกว่าวันที่ผ่านมา เราเดินทางมาแทบไม่พักเลย นายหญิงพักสักครู่ก่อนเถอะขอรับ" หลี่หานขอร้อง เพราะระหว่างที่เดินทางมาจากเมืองหลวงจนใกล้จะถึงเมืองเจิ้นหนิง นอกจากเวลานอนตอนกลางคืน่กลางวันก็แทบไม่มีพักเลย เปลี่ยนม้ามาตลอดทาง
"นั่นสิเ้าคะ อีกไม่นานเราก็จะถึงเมืองเจิ้นหนิงแล้ว พักสักครู่เถอะเ้าคะ" หนิงเฟิงช่วยพูดอีกคน
"ข้าอยากเร่งไปสุสานของท่านพี่ ั้แ่รู้ข่าวเื่ที่เ้าเมืองไม่ดูแลสุสานของท่านพี่ ข้ารู้สึกไม่สบายใจ" จางชิงหลินพูดออกมา เพราะก่อนที่จะออกเดินทางจากเมืองหลวงข่าวถูกส่งเข้ามาว่า เ้าเมืองเจิ้นหนิง
นอกจากจะเป็พ่อเมืองไม่ดีแล้ว สุสานของอดีตฮ่องเต้เขาก็ไม่เคยสนใจ ไม่เคยเซ่นไหว้ ขนาดเ้าเมืองขนาดนี้และพวกทหารและขันทีที่ได้รับหน้าที่มาเฝ้าสุสานจะดูแลสุสานอย่างดีหรือไม่
"นายหญิง ให้ข้าน้อยไปดูที่สุสานก่อนดีหรือไม่ ถ้าเกิดอะไรขึ้นข้าน้อยจะรีบกลับมารายงาน" เว่ยฉู่เสนอขึ้น เพราะไม่อย่างนั้นจางชิงหลินคงไม่ยอมพักก่อนแน่
"เอาอย่างนั้นก็ได้" จางชิงหลินตอบหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง
คณะเดินทางของจางชิงหลินหยุดพักเพื่อรอเว่ยฉู่และองครักษ์ที่ติดตามไปด้วย นี่เป็ครั้งแรกที่คณะเดินทางได้พักจริง ๆ สักที
สีหน้าของจางชิงหลินยังมีความกังวลอยู่ นางกลัวว่าสามีของนางจะไม่ได้รับการดูแลที่ดี ทั้ง ๆ ที่เขาทำเพื่อคนอื่นมากมายขนาดนี้ เพียงแค่ดูแลสุสานแค่นี้ยังทำให้ไม่ได้หรือ
"นายหญิง นั่งเถอะเ้าค่ะ อีกไม่นานเว่ยฉู่ก็ใกล้จะกลับมาแล้ว ดื่มน้ำชาและของว่างก่อนเถอะเ้าค่ะ" หนิงเฟิงพูดขึ้น นางคร้านจะนับแล้วว่านางพูดเช่นนี้กี่ครั้งแล้ว
"แต่นี่มันนานเกินไปแล้วนะ" จางชิงหลินพูดออกมาด้วยความกังวล
"มาแล้วขอรับ เว่ยฉู่กลับมาแล้ว" หลี่หานที่ออกไปรอเว่ยฉู่รีบเข้ามารายงาน ด้านหลังของเขามีเว่ยฉู่เดินตามมาด้วยสีหน้าของเขาไม่ค่อยดีนัก
"เกิดอะไรขึ้นเว่ยฉู่ มันเกิดอะไรขึ้น" จางชิงหลินที่เห็นสีหน้าไม่ค่อยดีของเว่ยฉู่ทำให้สิ่งที่นางกังวลดูจะเป็เื่จริง
"นายหญิง ดูเหมือนสุสานของนายท่านจะมีคนบุกเข้าไปขอรับ และรอบ ๆ สุสานมีหญ้าขึ้นเต็มไปหมด ไม่มีทหารและขันทีดูแลเลย และที่สำคัญ" เว่ยฉู่สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ แล้วพูดออกมา "ดูเหมือนว่าอาจมีคนแตะต้องพระศพขอรับ"
"อะไรนะ" จางชิงหลินที่ได้ยินถามออกมาด้วยความใ แค่มีโจรปล้นสุสานมันก็เกินจะรับได้แล้ว แต่นี่คนพวกนั้นกล้าแตะต้องศพของสามีนางอย่างนั้นหรือ
"นายหญิง ข้าน้อยไม่ได้เข้าไปในสุสาน แต่ดูจากร่องรอยที่ยังเหลืออยู่แม้จะน้อยนิดเห็นรอยเข้าไปในส่วนที่ตั้งศพของนายท่านขอรับ" เว่ยฉู่พูดออกมาด้วยสีหน้าย่ำแย่ไม่ต่างกัน
"ออกเดินทาง ข้าไปจะดูให้เห็นกับตา" จางชิงหลินะโสั่งทุกคนให้เตรียมตัว นางจะไปเห็นกับตาว่าสุสานของวีรบุรุษผู้กอบกู้แคว้นถูกละเลยเช่นไร นี่ก็แสดงว่าชาติก่อนสุสานของสามีนางก็เป็เช่นนี้หรือ จางชิงหลินเสียใจมากแต่นางจะไม่ร้องไห้ออกมา นางจะต้องเข้มแข็ง