"เมื่อคืนเจ้าหายไปที่ใด"จื่อเหวินเปิดฉากเอ่ยขึ้นในรถม้า
หลินหลานหรูปล่อยม่านหน้าต่างลงละสายตาจากผู้คนบนถนนและสิ่งปลูกสร้างรอบข้าง ก่อนตอบหญิงงามสั้นๆ แต่ชัดเจน"สืบข่าว"
เมื่อคืนหลินหลานหรูได้ยินเสียงนกที่เป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือจากสายลับพรรคมารจึงลอบออกไปดู ไม่คิดว่าคนที่ใช้เสียงสัญญาณนี้จะเป็นเด็กสาวในค่ายฝึกนรกที่ออกมาทำภารกิจนอกเกาะครึ่งปี
ดังนั้นนางถึงได้รู้ว่าสิบเก้ากับสี่สิบเอ็ดกำลังทำภารกิจอยู่ในแคว้นตู๋ฝางและอีกไม่นานจะเข้าเมืองเป่ยชางเพื่อทำภารกิจสังหารต่อเนื่องคนทรยศพรรคหลินหลานหรูจึงบอกที่อยู่ของซือหม่าตั๋วให้เด็กฝึกนางนั้นไปแจ้งต่อสิบเก้าและสี่สิบเอ็ดว่าจะหานางเจอได้ที่ใด
และสุดท้ายจึงแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน
...ครั้งนี้ทูตต่างแคว้นคือองค์รัชทายาทแคว้นตู๋ฝางซึ่งทางราชสำนักได้ส่งองค์ชายรองเจิ้งเสวี่ยหมิงให้ทำหน้าที่ดูแลต้อนรับขณะที่องค์ชายรัชทายาทมาเยือนเมืองเป่ยชางเพื่อรับรู้รูปแบบและวิธีการสร้างเขื่อนกั้นน้ำป้องกันอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนห้านี้
เป่ยชางมีแม่น้ำไหลผ่านสายหนึ่งทุกปีในช่วงเดือนห้าจะมีคลื่นลูกใหญ่ซัดกระทบฝั่งและคาดว่าปีนี้จะมีคลื่นสูงที่สามารถซัดทำลายได้ถึงครึ่งเมืองซึ่งหมายความว่าประชากรทางใต้ของเป่ยชางจะได้รับผลกระทบอย่างหนักโดยส่วนใหญ่แล้วคือราษฎรแคว้นตู๋ฝางที่อาศัยอยู่ทางใต้ดังนั้นองค์ชายรัชทายาทจึงมาเยือนเมืองเป่ยชางด้วยตนเอง
ขณะที่องค์ชายรองทำหน้าที่ดูแลความเป็นอยู่ของคณะทูตต่างแคว้นคนที่รับผิดชอบเรื่องการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำก็คือองค์ชายสาม เจิ้งเสวี่ยซาน
เพียงแต่ที่คาดไม่ถึงคือสายลับพรรคมารผู้หนึ่งบังเอิญเห็นองค์ชายหกที่หน้าประตูเมืองในเย็นของเมื่อวานนี้แม้องค์ชายหกผู้นี้จะลอบออกจากวังและหลบหลีกสายตาของเหล่าสายลับที่วางไว้ข้างตัวเขาได้ประหนึ่งเทพแต่เมื่อมาถึงเมืองเป่ยชางกลับปกปิดความโดดเด่นที่เหนือสามัญนั้นไม่มิด เมืองเป่ยชางเป็นถิ่นของสายลับพรรคมารโดยเฉพาะถึงปกปิดใบหน้าไว้อย่างดีก็ไม่สามารถหลุดรอดสายตาของเหล่าสายลับไปได้
องค์ชายหกผู้นี้ก็คือเจิ้งเสวี่ยเฟิ่ง
เวลานั้นหลินหลานหรูถึงกับขยับยิ้มมุมปากองค์ชายทั้งสามพระองค์นี้เป็นปรปักษ์ต่อกันทุกคน แต่ที่นางตื่นเต้นสนใจมากที่สุดคือองค์ชายหกที่ไม่มีหน้าที่อะไรแต่กลับลอบออกจากวังเขามาทำอะไรในเมืองเป่ยชาง?...
"ข้าจะปีนกำแพงเข้าไป"จื่อเหวินตัดสินใจได้ในที่สุด
หลังรถม้าจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าประตูคฤหาสน์สกุลซือจื่อเหวินกวาดตามองหากำแพงเตี้ยๆ เป็นอันดับแรก แต่แล้วหญิงงามก็ต้องถอดใจเพราะกำแพงของคฤหาสน์นี้สูงมาก!
หญิงงามเปลี่ยนมาใช้กลเม็ดที่นางถนัด
หลินหลานหรูมองจื่อเหวินทอดสายตาอ่อนหวานให้บ่าวเฝ้าประตูงัดมารยาที่มีร้อยแปดออกมาใช้ แต่ซือหม่าตั๋วเป็นคนเข้มงวดขณะที่บ่าวรับใช้เป็นคนไม่รู้หนังสือ เข้าใจสิ่งใดตรงไปตรงมา ไม่ก็คือไม่ ดังนั้นจึงไม่ปล่อยให้ผู้ใดที่ไม่ทราบที่มาอ้างเป็นญาติขอเข้าพบแน่นอน
เชื่อว่าหญิงงามได้พยายามทำเต็มที่แล้วสามารถทำให้บ่าวหน้าประตูไปแจ้งต่อนายท่านซือได้ นับว่าเก่งกาจไม่เบา
เหอะๆรอคนไปรายงานมาหนึ่งชั่วยามแล้ว แต่กลับได้รับคำตอบว่าซือหม่าตั๋วไม่อยู่ ออกไปทำการค้าต่างเมืองจะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรในเมื่อข่าวที่หลินหลานหรูแลกมาพบว่าระยะนี้ซือหม่าตั๋วยังออกไปไหนไม่ได้เนื่องจากต้องคอยรับรองคณะทูตแคว้นตู๋ฝางและองค์ชายรองที่ขณะนี้ได้ใช้เรือนของจวนเจ้าเมืองเป่ยชางเป็นเรือนรับรองชั่วคราว
"เสี่ยวหลัน! ข้าหงุดหงิดแล้ว"จื่อเหวินกระทืบเท้าเดินออกมา หลินหลานหรูจึงยืดตัวขึ้นเต็มความสูงขยับห่างออกจากต้นเสาที่ยืนพิงไหล่เมื่อครู่ เพื่อทำในสิ่งที่หญิงงามทำไม่ได้
หลินหลานหรูเดินมาตรงหน้าประตูใหญ่ขณะเดียวกันบ่าวเฝ้าประตูสามคนก็มองตามอย่างฉงน หนึ่งในสามนั้นเริ่มรู้สึกรำคาญจึงคิดเดินออกมาไล่ทว่าหลินหลานหรูยกเท้าถีบบานประตูด้วยกำลังภายในที่มากเอาการ
เสียงประตูพังดังโครมเปิดออกในที่สุดจนซือหม่าตั๋วที่นั่งจิบชาสบายอารมณ์อยู่ในห้องหนังสือผลุนผลันลุกขึ้นยืนฉับไวตะโกนถามบ่าวข้างนอกว่าเกิดอะไรขึ้น
บ่าวเฝ้าประตูเบิกตาอึ้งงัน ปล่อยให้หลินหลานหรูบุกเข้าไปจนถึงประตูชั้นในได้อย่างราบรื่นจากนั้นก็จับสาวใช้รูปร่างผอมบางแต่หน้าตาอัปลักษณ์นางหนึ่งเป็นตัวประกันจ่อมีดที่ต้นคอแล้วยืนข่มขู่คนอยู่หน้าประตู
จื่อเหวินนั้นเปลี่ยนบทบาทได้อย่างรวดเร็วกลายเป็นคุณหนูที่รักนิยมความรุนแรง ด้วยการสั่งให้สาวใช้ถือมีดบุกเข้าจวนผู้อื่นเลยทีเดียว
"มีคนร้าย!"เสียงตะโกนดังให้ทั่ว ไม่นานบ่าวอารักขานับสิบก็แห่กันล้อมคนร้ายที่ว่า
หลินหลานหรูย่นหัวคิ้วอย่างขี้เกียจตวัดตามองจื่อเหวินเป็นสัญญาณ หญิงงามเข้าใจความหมาย นางขยับเดินขึ้นหน้าเล็กน้อยก่อนเปิดปากเอ่ยเสียงดัง "ข้าต้องการพบซือหม่าตั๋ว หากปฏิเสธจะไม่ใช่แค่สาวใช้นางนี้ที่จะกลายเป็นศพแม้แต่ภรรยาและบุตรของเจ้าก็จะเป็นรายต่อไป"
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามยังเงียบเชียบรอจนถึงตอนนี้บ่าวอารักขาเลือดสาดแขนขาดไปสิบกว่าคนแล้ว สมกับที่นางได้ชื่อว่า 'นักฆ่าสายทรมาน' กระนั้นเสียงร้องโหยหวนของบ่าวยังเรียกให้ซือหม่าตั๋วออกมาไม่ได้
"ข้าเชื่อแล้วว่าคนผู้นี้หัวแข็งสุดๆแต่กลับไม่แจ้งทางการ ก็ถือว่าเขายังฉลาดมากพอที่ไม่ทำให้ภาพลักษณ์สกุลซือมีประวัติเรื่องโจรผู้ร้ายในเวลาที่ทูตต่างแคว้นและองค์ชายรองยังอยู่ในเมือง"จื่อเหวินหัวเราะ ต่อมาเมื่อเห็นว่ายังไม่มีคนไปรายงานซือหม่าตั๋วอีกหญิงงามก็หุบยิ้มฉับแล้วเปิดปากตะคอกแทน "ยังไม่รีบไปรายงานนายพวกเจ้าอีกไปสิ!"
ซือหม่าตั๋วยังอยู่ระหว่างทางที่เดินมาบ่าวรับใช้หนุ่มน้อยนายหนึ่งก็กล่าวรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นตามไปด้วย"นายท่าน บ่าวอารักขาสิบห้าคน แขนขาดเจ็ด หูขาดสอง ขาหักหนึ่งอีกห้าคนฟันหลุดขอรับ"
"โลงผุ!พวกไร้ประโยชน์ทั้งนั้น" ซือหม่าตั๋วสะบัดชายแขนเสือ เดินเร็วผ่านประตูชั้นในออกไปก็เห็นสภาพบ่าวในจวนนอนร้องโอดโอยไร้ประโยชน์อยู่บนพื้น
"หญิงผู้นั้นน่ากลัวมากขอรับ"บ่าวหนุ่มกระซิบ หดตัวให้เล็กแล้วถอยกลับมาหลบด้านหลังนายท่าน
ซือหม่าตั๋วหดลูกตาให้เล็กลงเพื่อมองสองสตรีตรงหน้าให้ชัดเจนหนึ่งหญิงชุดขาวดวงตาเย้ายวน กิริยางดงามอ่อนช้อยแต่แฝงความก้าวกร้าวจางๆส่วนอีกหนึ่งหญิงชุดแดงรัดกุมดูห้าวหาญแข็งแกร่งดวงหน้าแม้งดงามแต่รอยแผลเป็นที่พ้นผ้าปิดหน้าขึ้นมานั้นเหี่ยวย่นจนน่าเกลียดเกินไปทว่ารอยแผลเป็นนี้กลับทำให้นางดูน่ายำเกรงขึ้นในทุกอากัปกิริยากระทั่งสยบคนหัวแข็งให้อ่อนลงได้หลายส่วน
"ปล่อยคน แล้วตามข้ามา"ซือหม่าตั๋วสะบัดชายแขนเสื้ออีกครา ทุกท่วงท่าสงบสุขุมไม่เกรงกลัวสิ่งใดก่อนหันหน้าหมุนตัวเดินนำเข้าไปในคฤหาสน์ ซึ่งเมื่อต้นชั่วยามก่อนเขาให้บุตรชายควบม้าออกทางประตูด้านหลังคฤหาสน์เพื่อนำข่าวไปแจ้งสำนักยุทธ์ฝ่ายธรรมะเรียบร้อยแล้ว
ชายมากอายุผู้นี้คือซือหม่าตั๋วไม่ผิดแน่รูปร่างของเขาผอมสูงซึ่งเหมือนจะไร้เรี่ยวแรงแต่แท้จริงแล้วสามารถบีบคอฆ่าคนให้ตายได้เลยทีเดียวกอปรกับใบหน้าที่ไว้หนวดเคราช่วยให้เขาดูน่าเกรงขาม ยามเดินมีสง่าอวดดีพิจารณาจากการที่เชิญโจรเข้าบ้าน ...ช่างเป็นคนไม่มีหัวคิดเสียจริงเชียว
หลินหลานหรูไม่ลงมือกับสตรีบอบบางเพศเดียวกันที่ไม่มีความผิดอะไร...ยกเว้นจื่อเหวิน นางจึงปล่อยสาวใช้ที่จับเป็นตัวประกันแล้วเดินไปตามคำเชิญของซือหม่าตั๋ว ขณะที่จื่อเหวินเดินนำหน้าหลินหลานหรูก็ลอบสังเกตทุกอย่างในคฤหาสน์ใหญ่โตหลังนี้ไปด้วย
ภายในคฤหาสน์นับว่าโอ่อ่าหรูหราไม่น้อยทว่าไม่สะดุดตามากพอให้นางตื่นตะลึง ชาติก่อนครอบครัวนางมีฐานะ มีหน้ามีตาในสังคมย่อมไปมาหาสู่กับคนระดับนี้มาไม่น้อย ที่ว่างดงามมากกว่านี้ยังเคยเห็นมาแล้วนางจึงแค่กวาดตามองผ่านๆ ต่อจากนั้นก็เข้ามาในห้องหนังสือที่คล้ายจะเงียบผิดปกติฉุดให้นึกไปถึงระหว่างที่เดินมา ซึ่งไม่มีบ่าวรับใช้เดินผ่านให้เห็น
ซือหม่าตั๋วไม่ใช่คนที่จะเชิญใครเข้าบ้านได้ง่ายดายถึงเพียงนั้น
"เป็นเพียงสายลับระดับล่างแต่ปากกล้าขอพบข้า"ซือหม่าตั๋วโยนแผ่นป้ายระบุฐานะสายลับของจื่อเหวินลงบนพื้นใต้เท้าเอ่ยเสียงต่ำไม่ดังแต่แฝงความขุ่นเคืองอย่างชัดเจน
หญิงงามได้ยินและได้เห็นการกระทำนี้ของซือหม่าตั๋วร่างเล็กพลันสะดุ้งโหยง หลังจากที่เข้ามาในห้องหนังสือสถานที่อันปิดมิดชิดแห่งนี้ดวงหน้างามจึงซีดลงถึงสามส่วน ทางหนึ่งหวั่นใจว่าจะเป็นกับดัก จึงรีบร้อนเอ่ยแก้ต่างจนเผลอแสดงความรู้สึกออกทางสีหน้าให้อีกฝ่ายได้เห็น
"ท่านซือพวกข้าออกจากเกาะมาทำภารกิจสำคัญและต้องการความช่วยเหลือจากท่านได้โปรดเห็นใจพวกข้า ท่านเองก็เป็นคนของพรรคมารไม่ใช่หรือจะอย่างไรช่วยพรรคพวกเดียวกันก็เป็นสิ่งที่สมควรแล้วหรือไม่"
ที่ซือหม่าตั๋วไม่ชอบที่สุดคือการได้ยินสองคำนี้จากปากพวกไม่มีหูรูดเพราะนั่นหมายความว่าความปลอดภัยและอำนาจบารมีของเขาจะจบลงหลังคนพวกนี้เดินกร่างป่าวประกาศไปทั่ว
"พรรคมารหรือ พวกเดียวกัน?" ซือหม่าตั๋วเปิดปากหัวเราะ"สองคำนี้ช่างน่ากลัวนัก เจ้าคิดว่าคนอย่างข้าจะมากเมตตาช่วยเหลือพวกเจ้าเพราะเห็นแก่คำสองคำนี้หรือ เหลวไหล!แต่เดิมก็บุกเข้ามาสร้างความวุ่นวายในบ้านของข้าอย่างเอิกเกริกเวลานี้ยังมีหน้ามาร้องขอให้ช่วยเดี๋ยวนี้สายลับอย่างพวกเจ้าถูกฝึกมาให้โอหังเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไร!"
ชายมากอายุผู้นี้มากด้วยกลิ่นอายในการกดข่มผู้อื่นวาจาที่เอ่ยยังคล้ายคนระดับผู้คุมใหญ่ในค่ายฝึกเพียงขึ้นเสียงไม่กี่ประโยคก็ทำให้จื่อเหวินอ่อนน้อมได้แล้ว หญิงงามตัวสั่นงันงกคุกเข่าลงตรงหน้าซือหม่าตั๋วอย่างกลัวความผิด
"ท่านซือข้าน้อยไม่มีเจตนาสร้างความเดือดร้อนให้ท่าน ยิ่งไม่คิดเปิดเผยฐานะสายลับให้คนนอกได้รู้เป็นข้าไม่เจียมตัวสำหรับภารกิจนี้ข้าน้อยยินดีรับฟังคำสั่งท่านทุกอย่างเจ้าค่ะ"
เดิมทีจื่อเหวินก็งดงามหาใครเปรียบได้ยากอยู่แล้วหากได้นางมาอยู่ข้างกาย ชี้นิ้วสั่งได้ทุกอย่าง งานใหญ่สำคัญใดๆต้องสำเร็จได้โดยง่ายเพียงขยับนิ้ว ซือหม่าตั๋วคิดเช่นนั้นแต่สำหรับหลินหลานหรูที่เวลานี้นั่งเอกเขนกไขว่ห้างมองคนทั้งคู่อยู่มุมหนึ่งของห้องยังต้องเผื่อความคิดส่วนหนึ่งไว้ว่า หญิงงามใช่เล่นละครตบตาอยู่หรือไม่?
เพราะถ้าให้เทียบความหัวรั้นหัวแข็งแล้วระหว่างจื่อเหวินกับซือหม่าตั๋วใครที่มีมากกว่ากันยังตัดสินใจลำบากหลินหลานหรูจึงกระตุกมุมปากยิ้มบางๆ ดื่มชาบนโต๊ะหนังสือไปเงียบๆ
"หึคนอย่างข้าจำเป็นต้องใช้สายลับอ่อนหัดอย่างพวกเจ้าด้วยรึ เด็กๆ สังหารทิ้งซะ"
จื่อเหวินขมวดคิ้วอย่างวิตกสีหน้าแข็งกระด้างขึ้นมาทันควัน "เจ้า!"นางลุกขึ้นยืนพร้อมกับชี้หน้าซือหม่าตั๋ว ทว่าในเวลาเดียวกันนี้เงาร่างมือสังหารหกคนก็โผล่ออกมาจากที่มืดชักกระบี่จ่อคอคนอย่างลำพองใจ
หลินหลานหรูปรายตามองคมกระบี่ที่จ่อคอนางก่อนขยับตัวบิดขี้เกียจเล็กน้อย คาดว่าด้านนอกคงมียอดฝีมือล้อมไว้อีกหลายชั้นซึ่งก่อนหน้านั้นที่จื่อเหวินเล่นละครอยู่กับซือหม่าตั๋ว นางได้ยินเสียงฝีเท้าคนจำนวนมากย่องเบาใกล้ห้องหนังสือเข้ามาด้วยวรยุทธ์ขั้นสูงที่นางมีแม้แต่เสียงหายใจของมือสังหารหกคนที่ซ้อนตัวอยู่ภายในห้องนางยังได้ยินตั้งแต่ย่างเท้าก้าวเข้ามาในนี้แล้ว
ดังนั้นเป็นไปได้ว่าซือหม่าตั๋วคิดไม่ซื่อทรยศพรรคไปเข้ากับฝ่ายธรรมะ อาศัยช่วงเวลาที่พวกนางทรมานคนอยู่ข้างนอกประตูคฤหาสน์ชั้นในลอบส่งบุตรชายไปตามคนของฝ่ายธรรมะ ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ช่างน่ารังเกียจนัก
ยามนั้นประตูหน้าห้องหนังสือเปิดขึ้นคนสองผู้ก้าวเข้ามาในห้อง ผู้หนึ่งเป็นบุตรชายคนโตของซือหม่าตั๋ว นามจีซงอีกผู้ดูมีอายุเล็กน้อย เป็นเจ้าสำนักยุทธ์ฝ่ายธรรมะ
"ท่านพ่อ"
"ท่านซือ"
ทั้งสองคนเอ่ยไปคนละคำจื่อเหวินถึงกับหน้าถอดสี นางเพิ่งตระหนักว่านี่คือกับดักหญิงงามจึงเริ่มตกใจและขาดการควบคุม "เสี่ยวหลัน!"
ตลอดการเดินทางหลินหลานหรูทรมานจื่อเหวินมาทุกรูปแบบย่อมมองออกว่าสิ่งใดคือเล่นละคร หรือสิ่งใดคือความรู้สึกแท้จริงของหญิงงาม
หลินหลานหรูถอนหายใจแล้วขยับลุกขึ้นยืนอย่างเอื่อยเฉื่อยกระบี่ที่มือสังหารสองคนยืนถืออยู่ ค่อยๆ เคลื่อนตามจังหวะการเคลื่อนไหวของนางต่างไม่กล้าลงมือส่งเดช เพียงกระชับกระบี่ในมือให้แน่นขึ้นแล้วรอฟังคำสั่งเจ้านาย
"ซือหม่าตั๋ว..."เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ย่างเท้าเดินเหยียบเข้ามาในพื้นที่อันเป็นเขตรโหฐานของสกุลซือที่หลินหลานหรูเปิดปากเอ่ยพอเอ่ยแล้วก็ทำให้ซือหม่าตั๋วเย็นสันหลังได้อย่างเยี่ยมยอด นางเอ่ยแช่มช้า"เจ้า... เรียกคนของฝ่ายธรรมะมาจับสายลับกระจอกงอกง่อยอย่างพวกข้ามิลงทุนสูงแต่กำไรแสนน้อยเกินไปรึ"
ซือหม่าตั๋วไตร่ตรองมาอย่างถี่ถ้วนแล้วเขาไม่คิดเช่นนั้นตั้งแต่ทีแรก สายลับที่บุกเข้าบ้านผู้อื่นอย่างเปิดเผยทั้งยังฆ่าคนอย่างเอิกเกริกหากปล่อยให้เรื่องนี้เงียบไปแล้วจะอธิบายเรื่องบ่าวอารักขาถูกตัดแขนขาว่าอย่างไรซ้ำร้ายภายหลังหากคนของฝ่ายธรรมะเกิดความสงสัยขึ้นมา จะยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้ข่าวลือเรื่องที่เขาค้าอาวุธสงครามกับพรรคมารมีมูลความจริงขึ้น
ดังนั้นซือหม่าตั๋วจึงมองการณ์ไกลเรียกเจ้าสำนักยุทธ์มาเป็นพยานในความบริสุทธิ์ใจของเขาครั้งนี้ทางหนึ่งเพื่อลบข่าวลือเรื่องที่เขาติดต่อค้าอาวุธกับพรรคมารด้วย
หลินหลานหรูอ่านความคิดในแววตาอีกฝ่ายออกเมื่อคาดว่าอยู่ใกล้ระยะที่จะเอื้อมถึงจื่อเหวินได้แล้วจึงอาศัยช่วงที่ซือหม่าตั๋วทบทวนผลได้ผลเสียในใจลงมือสับต้นคอด้านหลังหญิงงามให้หมดสติพริบตาต่อมาก็ชักมีดปลิดชีพมือสังหารที่ยืนถือกระบี่จ่อคอไปสองคน
ซือหม่าตั๋วไม่ทันขยับ ก็พบว่าหลินหลานหรูจับจีซงบุตรชายของเขาเป็นตัวประกันแล้ว
"เจ้า!" ช่างรวดเร็วนักแววตาซือหม่าตั๋วเข้มขึ้น รู้สึกหวั่นกังวลในความปลอดภัยของบุตรชายเป็นอย่างมากแต่ขณะเดียวกันก็ให้ความสนใจนักฆ่านางนี้อย่างยิ่งคนมีฝีมือยอดเยี่ยมระดับนี้ใช่สายลับที่ถูกฝึกในช่วงห้าปีนี้จริงหรือทว่าหากเขาได้คนเช่นนี้มาอยู่ข้างกายนี่ถึงจะเรียกว่าวิเศษ
แต่ซือหม่าตั๋วเป็นคนหัวแข็งย่อมต้องจับหลินหลานหรูมาทรมานจนสติเลอะเลือนทำลายความยโสโอหังของนางเสียก่อนค่อยบังคับให้อยู่ข้างกายเขาอย่างลูกสุนัขแสนเชื่องตัวหนึ่ง
หลินหลานหรูมองแววตาซือหม่าตั๋วที่มีความคิดสกปรกนั้นออกจึงยกมุมปากเป็นรอยยิ้มแสนชั่วร้าย "ข้าแค่ไม่อยากใช้วิชามารใช้แล้วจิตมารจะดื้อดึงจนหลุดจากการควบคุมแต่เห็นแววตาเจ้าเช่นนี้คงต้องใช้หน่อยเสียแล้วจะได้รู้กันไปว่าฐานะระดับข้าใช่คนที่เจ้าคิดจะจับมาทรมานให้เป็นสุนัขเชื่องตัวหนึ่งก็ทำได้สบายปานนั้นเช่นนั้นเจ้าก็ควรรู้ว่าพ่อสุนัขเป็นผู้ใดด้วยหรือไม่"
เจ้าสำนักยุทธ์เห็นท่าไม่ดีความไวเมื่อครู่ของนางมารตนนี้ทำให้เขาตกตะลึงจนนิ่งค้างอยู่กับที่ตอนนี้นางบอกว่าจะใช้วิชามาร เขาจึงได้สติกลับมา
หลินหลานหรูเห็นเจ้าสำนักยุทธ์คิดพุ่งออกทางประตูไปเรียกเหล่าศิษย์ด้านนอกเข้ามานางจึงผลักจีซงที่ไร้วรยุทธ์แต่อวดดีลงกระแทกพื้นแล้วซัดพลังมารระดับสูงไปที่เจ้าสำนักยุทธ์ ไม่ถึงชั่วอึดใจ เจ้าสำนักผู้นี้ก็ตาย
คนในห้องทั้งหมดตกตะลึง...นี่คือวิชาสูงสุดของพรรคมาร!
ซือหม่าตั๋วใจกระตุกคล้ายหลอดลมตีบตันขึ้นมาชั่วขณะ คนแก่ก็มีโรคของคนแก่ "เจ้า!เจ้าเป็นผู้ใดกัน เหตุใดเป็นแค่สายลับแต่มีวิชามารขั้นสูงสุด" ไม่ถูกเดิมทีสายลับระดับล่างไม่ได้รับอนุญาตให้ฝึกวิชามารใดๆ ทั้งสิ้นหรือแม้แต่คนระดับหัวหน้ายังฝึกวิชามารได้แค่ระดับล่างเท่านั้น
"อืม...คำถามนี้ของเจ้า? ข้าเป็นศิษย์ทรยศกระมังก็เหมือนเจ้าที่เป็นคนทรยศพรรค" หลินหลานหรูยืนสงบนิ่งอยู่กับที่แต่แผ่รังสีกดดันรอบตัวได้อย่างน่ากลัวเวลานี้มือสังหารที่เหลืออยู่สี่คนขยับไปยืนด้านหน้าคุ้มกันซือหม่าตั๋วแม้แต่จีซงที่เห็นเจ้าสำนักยุทธ์นอนตายไม่หลับตายังผงะ คืบคลานไปหาบิดาอย่างเงียบๆ
"หยุด!" หลินหลานหรูตวาด
จีซงตกใจรีบลุกขึ้นยืนแหกปากวิ่งไปหาบิดาต่อมาเขาก็วิ่งไม่ได้อีกเมื่อหลินหลานหรูขยับมือขวาแล้วยกขึ้นมวลอากาศสีดำลอยรอบลำคอของเขาพร้อมกับที่ดิ้นรนหายใจไม่ออก ก่อนที่เท้าจะค่อยๆลอยขึ้นเหนือพื้นอีกที
หลินหลานหรูปล่อยให้จีซงถูกไอมารบีบคอลอยอยู่เช่นนั้นขณะเดียวกันไอมารพิษก็ค่อยๆ แทรกซึมเข้าสู้ร่างกายทีละน้อยส่วนตัวนางแย้มยิ้มแล้วเดินอ้อมมาหาซือหม่าตั๋วที่ทั้งตัวและปากกำลังสั่นระริก
"เรามาตกลงกันเถอะ ...ท่านซือ"