อ๋องเสี่ยวเหยากำลังเขียนตำรา เื่ราวของเทพจันทราผู้ต้องคำสาป อย่างน้อยเื่พวกนี้ก็ควรบันทึกไว้ให้เป็ที่จดจำ ข้างกายยังคงมีหนี่เฟิ่งจิวที่นั่งสัปหงกอยู่ หญิงสาวเ้าของปานพระจันทร์เสี้ยว คนที่เทพจันทราฝากรอยเอาไว้ใช้ตามหากัน
“ต้องให้ฉันช่วยแก้คำสาป นั่นแหล่ะค่ะการจีบ”
“แน่ใจ?”
“แน่นอนยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น”
เมื่อหญิงสาวมีปณิธานแรงกล้าหมายใจจะช่วยเหลือเขา อ๋องเสี่ยวเหยาก็ไม่จำเป็ต้องปิดบังเื่แก้คำสาป เขาบอกเธอไปหมดเลยถึงวิธีการทั้งหมด
รักแท้ ตัวแทนแห่งรัก นิจนิรันด์ สามสิ่งที่มารดาเอ่ยไว้ก่อนจากไป ในตอนนั้นเขาเฟ้นหาคำตอบจนหัวหมุน สุดท้ายก็เข้าใจจากบันทึกของท่านแม่ที่ทิ้งไว้ให้
หญิงสาวผู้มีปานรูปจันทร์เสี้ยวต้องมีรักแท้ให้กับเขา จันทร์เสี้ยวจะเต็มดวงก็ต้องมีทายาท ทุกอย่างจะคงอยู่เป็นิรันด์ผูกกันไว้ตลอดไป
เล่นเอาหนี่เฟิ่งจิวเป็ลมล้มพับไปอีกรอบ เขาไม่หวังให้นางต้องทำเช่นนั้น มันไม่ใช่เหตุผลที่ต้องมาฉกฉวยเอาโอกาสกัน หญิงสาวเองก็อาจไม่พร้อมที่จะเป็แม่คน และก็ยังไม่รู้ว่าระหว่างเขานางนี่เรียกว่ารักแท้ได้หรือยัง มันไปไกลถึงขั้นนั้นแล้วจริงหรือ
หนี่เฟิ่งจิวสัปหงกเอนซบไหล่ของท่านอ๋อง กลางค่ำกลางคืนนางก็นอนเต็มที่ แต่เพราะกินขนมมากไปเลยหนังตาตกเช่นนี้ กลิ่นหอมจากเส้นผมของหนี่เฟิ่งจิวลอยเข้าจมูก อ๋องเสี่ยวเหยาฝังปลายจมูกโด่งลงบนกลุ่มผมองเธอ พร้อมกับสูดกลิ่นความหอมเข้าเต็มปอด
“อื้อออ...ท่านอ๋อง”
“กลับไปนอนในห้องให้ดี เ้าตัวหนักข้าเขียนไม่ถนัด”
“ตัวหนัก! ฉันอ้วนมากหรอคะ”
“เอ่อ....คือ”
“ท่านอ๋องคิดว่าฉันอ้วนหรอคะ !!!” อ๋องเสี่ยวเหยาไม่รู้หรือไงว่าไม่ควรเื่น้ำหนักของผู้หญิง หนี่เฟิ่งจิวแทบจะเป็ัพ่นไฟ สาวเฉิงตูอย่างเธอหุ่นเพรียวยิ่งกว่ากระดาษเอสี่
“ข้าแกล้งเล่น”
“ห้ามแกล้งแบบนี้นะคะ มันอ่อนไหวมากสำหรับสตรี”
“อ่อ เข้าใจแล้ว”
หนี่เฟิ่งจิวไม่ได้ลุกไปไหนทั้งนั้น ยังทิ้งตัวมานอนซบท่านอ๋องเช่นเดิม ที่บอกว่าตัวหนักมันก็มีบ้าง แต่ความจริงแล้วนางก็บางเหมือนกระดานโต้ลม
“กำลังเขียนอะไรอยู่คะ”
“เื่ของเทพจันทรา”
“หือ? เทพจันทราที่โดนคำสาป เพราะรักมนุษย์หรอคะ”
“เ้ารู้???”
“แม่ของฉันเคยเล่าให้ฟัง ตอนนั้นก็คิดว่าเป็แค่นิทานซะอีก” สมัยที่หนี่เฟิ่งจิวเป็เด็กอนุบาล ม๊าก็ชอบหาเื่มาเล่าเพื่อให้เธอหลับ ่นั้นหนี่เฟิ่งจิวเป็โรคนอนไม่หลับอยู่พักหนึ่ง
“ข้าก็เคยคิดว่ามันเป็แค่เื่เล่า”
“ท่านอ๋องไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ ฉันนี่แหล่ะจะช่วยท่านอ๋องให้ผ่านไปได้เอง”
“เ้าอยากมีลูก อยากเป็แม่คนหรือ?”
“คะ???”
“วิธีแก้คำสาป มันก็ต้องมีเื่นี้เข้ามา เ้าอยากทำหรือเปล่า” ท่านอ๋องวางมือจากงานเขียน สายตาทรงเสน่ห์เลิกคิ้วถามเธอที่กำลังอึ้งอยู่ หนี่เฟิ่งจิวมาที่นี่ก็เพราะต้องช่วยท่านอ๋อง ช้าหรือเร็วยังไงก็ต้องมีวันนั้น การกลับบ้านของเธอเริ่มกลายเป็เื่รอง เธอรู้ตัวดีว่าไม่อยากห่างท่านอ๋องไปไหน
“ถ้าฉันกลับบ้านไป ท่านอ๋องต้องดูแลพวกเขาให้ดีนะคะ”
“ห้ะ!??? ดูแล? ดูแลสิ่งใด”
“ก็ลูกของเรายังไง ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าถึงวันนั้นจะเป็แบบไหน”
“นี่..เ้า...”
“ฉันบอกแล้วไงคะ ว่าฉันจะช่วยท่านอ๋องแก้คำสาป ต่อให้ต้องมีลูกกับท่านอ๋องฉันก็ยินดี พวกเขาเกิดจากความรักของเรา ไม่เห็นมีอะไรให้น่ากังวลเลย”
หนี่เฟิ่งจิวกลายเป็คนปากเก่ง ทั้งที่ในใจของเธอกลัวจนจะร้องไห้ ยุคนี้ต้องคลอดลูกแบบไหนก็ยังไม่รู้ วิธีการเอย อะไรเอยอีกมากมายที่เธอยังไม่เคยเห็น แต่เคยได้ยินว่ามีคนตายจากการคลอดลูก เธอนี่มันปากกล้าใจเสาะโดยแท้
“เ้าแน่ใจ?”
“เอ่อ...แต่ต้องมีรักแท้ด้วย ฉันว่าตอนนี้พวกเราน่าจะยังไม่ถึงขั้นรักแท้”
“ข้าไม่รู้ว่ารักแท้เป็อย่างไร”
“คงจะเสียสละเพื่ออีกคนได้ ยอมตายแทนได้แบบนั้นล่ะมั้งคะ” มาถามหญิงโสดอย่างเธอจะไปรู้ได้ยังไงเล่า นี่ก็จำมาจากละครที่เหยาตงแสดงทั้งนั้น รักแท้อะไรเกิดมาจนวัยนี้ยังไม่เคยัั
“เอาเป็ว่าอย่าเพิ่งไปรีบ ข้าไม่อยาก่ชิงอนาคตของเ้า”
“ท่านอ๋องชอบฉันคนเดียวได้ไหม”
“หืม??”
“ฉันรู้ว่าตัวเองไม่ใช่คนยุคนี้ ไม่ได้มีอะไรคู่ควรกับท่านอ๋อง แต่ชอบฉันคนเดียวได้ไหม อย่าไปจีบใครได้หรือเปล่า”
"หนี่เฟิ่งจิว....."
“มันดูเห็นแก่ตัวพอสมควร แต่ฉันก็อยากให้ท่านอ๋องมองฉันแค่คนเดียว”
“จะมีลูกด้วยกันอยู่แล้ว ข้าจะต้องไปมองใครอีก”
“ฮื่ออออ!...เขิน ท่านอ๋องบ้า !!!” อยากจะะโให้ม๊ารู้ อยากให้หลี่หลันมาเห็นว่าที่พ่อของลูก อ๋องเสี่ยวเหยาไม่ต้องพูดอะไรมากก็ทำเธอวูบได้ ลูกของเธอต้องหน้าตาดีแบบไม่ต้องสืบ
“กลับไปแล้ว เ้าจะลืมข้าหรือเปล่า”
“ฉันน่ะชอบท่านอ๋องแค่คนเดียว ชายอื่นที่ไหนก็อย่าหวัง สัญญาด้วยเกียรติของสาวเฉิงตู” ใครมองเข้ามาก็จะคิดว่าเธอกับอ๋องเสี่ยวเหยากำลังแสดงละคร คำพูดเอย ท่าทางเอย นึกว่าหลุดมาจากกองถ่ายซีรีย์รักท่องยุทธภพ หนี่เฟิ่งจิวมีชีวิตรักดังละครน้ำเน่า หญิงสาวเฉิงตูที่ย้อนเวลามาพบกับท่านอ๋องแคว้นฮั่ว เพราะคำสาปทำให้เธอต้องตกหลุมรักเขา
อยากเสนอเื่ราวนี้ให้ช่องเอาไปทำ นำแสดงโดยเหยาตง และหนี่เฟิ่งจิวรับบทนางเอก
มัวแต่คิดถึงพ่อดาราเ้าเสน่ห์ เลยทำให้ท่านอ๋องเอาพู่กันมาเคาะเรียกสติ หนี่เฟิ่งจิวส่งยิ้มแหยกลับไปให้ ก็ได้รับเพียงแววตาที่มองว่าเธอนั้นท่าจะบ้า
“ท่านอ๋องรู้ไหมคะ ตามธรรมเนียมของบ้านฉัน ท่านอ๋องต้องไปคุยกับแม่ของฉันด้วย”
“สู่ขอน่ะหรือ?”
“เอ่อ...ก็ ประมาณนั้น แต่เราจะข้ามขั้นแล้วนี่เนาะ”
“ข้าต้องทำอย่างไร”
“เป็พ่อของลูกที่ดีก็พอ เดี๋ยวเื่ม๊าฉันจัดการเอง”
“แบบนั้นแม่ของเ้า ก็เกลียดข้าพอดี” อ๋องเสี่ยวเหยาคำนวณความเป็ไปได้ทั้งหมด ถ้าเขาทำสิ่งใดที่ไม่ได้รับความยินยอมจากผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่วายคงโดนเกลียดชังแน่นอน
“แม่จะชอบด้วยค่ะ แม่อยากให้ฉันมีผัว มีลูกทุกวัน”
“จริงหรือ?”
“ต่อให้ฉันกลับบ้านไป แม่ก็หาคนมาให้ฉันแต่งงานด้วยอยู่ดี” ไม่มีหรอกจ้าอะไรแบบนั้น หนี่เฟิ่งจิวแค่พูดให้ท่านอ๋องตื่นตัว ม๊าไม่เคยหาใครมาให้เธอสักครั้ง ต่อให้จะบ่นว่าอยากเห็นเธอแต่งงานก็ตาม
“ข้าไม่ยอม!”
“ท..ท่านอ๋อง อย่าโมโหสิคะ”
“เ้าเป็แม่ของลูกข้า จะให้ชายอื่นมาคว้าไปมันได้หรือ”
“รับรองว่าไม่มีค่ะ”
“เป็ของข้าเพียงคนเดียว ชั่วชีวิตข้ามองใครไม่ได้อีกแล้วเฟิ่งจิว” ถ้อยคำหวานออกมาจากปากท่านอ๋องอีกแล้ว หนี่เฟิ่งจิวก็ไม่เคยจะชินเลยสักครั้ง
เพล้งงงง!
“เจียงเหวิน น้ำชาลวกขาของเ้าแล้ว” ท่านอ๋องถึงกับต้องลุกไปดู หนี่เฟิ่งจิวก็ต้องไปช่วยเก็บกาน้ำชา ถ้วยจอกอีกหลายใบที่หล่นอยู่
“บอกมาสิขอรับ พวกท่านมีลูกอะไรกัน ข้าไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม”
“มันไม่ใช่เจียงเหวิน”
“แม่นางตั้งครรภ์หรือขอรับ ท่านอ๋องทำเช่นนี้ได้อย่างไร!”
เื่มันก็ไปกันใหญ่เมื่อเจียงเหวินดันมาได้ยินประโยคเด็ดเข้า แล้วสองคนก็เริ่มทำเหมือนเป็เมียหึงผัว เจียงเหวินสะบัดหน้าไม่ยอมฟังท่านอ๋อง
“ไม่ใช่ว้อยยย! ฉันยังไม่ได้มีลูก เราแค่คุยกันเฉยๆ”
“คุยทำไมขอรับ คุยก็แปลว่าท่านอ๋องต้องทำอยู่แล้ว” เสียงของเจียงเหวินนี่มันยิ่งกว่าสาวน้อย ท่าทางก็ดูอ้อนมืออ้อนบาทาท่านอ๋องมาก
“เป็เมียท่านอ๋องหรือไง ท่านอ๋องจะมีลูกแล้วคุณเครียดอะไรเนี่ย”
“ข้ายังทำใจไม่ได้”
“ท่านอ๋องปลอบใจเมียน้อยไปนะคะ ฉันจะเอาของไปเก็บก่อน” หนี่เฟิ่งจิวเกาหัวของตัวเองแกรกๆ เธอเองก็ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ เขามีแต่พ่อหวงลูก อันนี้บ่าวหวงนาย เห้อชีวิต!
ทุกอย่างจบลงด้วยดี ท่านอ๋องปลอบใจเจียงเหวินอย่างถึงพริกถึงขิง เ้านั่นถึงได้มานั่งหน้าหงอยอยู่กับคุณหนูหลี่เหมย มาแสดงความเป็ลูกหมาออดอ้อนเ้านาย
“เข้าใจท่านอ๋องหรือยัง?”
“แม่นางไม่ต้องพูด ข้าไม่ทันได้เตรียมใจเลย ข้าจะต้องเป็บ่าวของคุณหนูน้อย”
“อะไรรึ???”
“ก็แม่นาง.....”
“เจียงเหวิน ! ไม่เข็ดไม่จำอีกรึ? หยุดคิดไร้สาระได้แล้ว”
“ขอรับท่านอ๋อง”
ดูยังไงก็ละครเมียทาสชัดๆ อ๋องเสี่ยวเหยามาในเวอร์ชั่นท่านอ๋องเ้าเสน่ห์ เจียงเหวินก็มาในเวอร์ชั่นทาสรักเหนือหัว หนี่เฟิ่งจิวเห็นแล้วก็อดหลุดขำไม่ได้จริงๆ
“ท่านพี่ ทำไมต้องเสียงดังนักล่ะเพคะ”
“ถ้าเ้าห่วงเจียงเหวิน ก็บอกให้มันมีสติเสียบ้าง”
“ท่านพี่!”
คุณหนูหลี่เหมยแก้มแดงเป็มะเขือเทศ เจียงเหวินที่นั่งหน้าหงอยก็แปลงร่างยิ้มอย่างคนบ้า มันเป็สัญญาณที่ดีว่าท่านอ๋องยอมรับเื่ของเขากับคุณหนู
“ท่านอ๋องเนี่ย เหมือนพ่อที่หวงลูกสาวเลยนะคะ”
“ข้าไม่ได้หวง แค่ห่วงในฐานะพี่ชายคนหนึ่ง”
คืนนี้วนกลับมาที่จันทร์เต็มดวงอีกครั้ง ท้องฟ้าส่องสว่างจนเห็นดวงดาวมากมายชัดเจน หนี่เฟิ่งจิวมองภาพนั้นอย่างไม่ละสายตา เฉิงตูที่เธออยู่ไม่เห็นจะมีดาวสวยแบบนี้เลย
“มาดูนี่สิคะ ดาวสวยมากเลยท่านอ๋อง”
“เ้าก็งาม ดังดวงดาราบนฟากฟ้า” ท่านอ๋องเริ่มเป็นักกวีเข้าสิง ร่ายคำจีบออกมาไม่หยุด หี่เฟิ่งจิวฟังทุกวันก็ยังเขินทุกวันอยู่ดี
“ฉันโชคดีมาก ที่ท่านอ๋องทั้งหล่อ เก่ง มาดแมน ฉันได้คนรักที่แซ่บสุดไปเลย”
“ชมข้ามากไป”
“น้อยไปต่างหากค่ะ แบบนี้จะมีลูกยกโหลก็ยังได้”
แต่เดี๋ยวนะ! หนี่เฟิ่งจิวเธอพูดอะไรออกมา เกิดท่านอ๋องอยากมีลูกเยอะขนาดนั้นจะทำยังไง มดลูกของเธอคงฉีกขาดไม่มีชิ้นดี ให้ตายเถอะปากพาซวยของแท้
“เ้าจะมีไหวหรือ ยกโหลน่ะ”
“ฉันก็พูดเล่นไปค่ะ เป็คำเปรียบเปรยถึงความหล่อของท่านอ๋อง”
“แต่ข้าว่าก็น่าสนใจ”
“อ..อะไรคะ???”
“มีลูกเยอะก็ดีเหมือนกัน จวนนี้จะได้ไม่เงียบเหงา” ท่านอ๋องอยากแกล้งอีกคนที่ทำตาตื่น เขาเองก็รู้ว่าเธอไม่ได้หมายความเช่นนั้น แต่เปิดทางมาแบบนี้ไม่แกล้งก็เสียดายแย่
หน้าตาของหนี่เฟิ่งจิวทั้งซีดทั้งตระหนก อ๋องเสี่ยวเหยานึกขำอยู่ในใจ เห็นแบบนี้แล้วเขาก็นึกไปถึงหน้าของเด็กน้อยในอนาคต เด็กคนนั้นคงเป็ตัวแทนของหนี่เฟิ่งจิวเฉกเช่นตัวเขา
“ท่านอ๋องยิ้มอะไร”
“ข้าเปล่า”
หนี่เฟิ่งจิวถึงได้รู้ตัวว่าโดนท่านอ๋องอำอีกแล้ว ใครบ้าจะไปมีลูกยกโหลให้ได้ !