“ย้ายของออกจากบ้านทิ้งไว้เพียงความเงียบ... พัฒน์สับสนในใจระหว่างความมีอิสระและคลื่นความรู้สึกผิดบาป”
*****
วันเสาร์มาถึงเร็วกว่าที่ผมคิดไว้มาก มันเป็วันที่อากาศอบอ้าวและร้อนระอุจนอึดอัดขีดสุด ท้องฟ้าเป็สีเทาหม่นแฝงไปด้วยความเงียบงันและว่างเปล่า ผมต้องเดินก้าวเท้าข้ามถนนสองเลนของหมู่บ้านจัดสรรหรูที่ตอนนี้ดูอ้างว้างเงียบเชียบ กลับไปยังบ้านเดี่ยวหลังเก่าของตัวเองเพื่อเก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว เสื้อผ้า และกล่องเครื่องมือช่างคู่ชีพที่เหลืออยู่ หลังจากที่ผมจรดปลายปากกาเซ็นใบหย่าส่งคืนให้อรไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
เมื่อผมผลักประตูรั้วเหล็กดัดสีดำกางออกก้าวเท้าเข้าไปในเขตรั้วบ้าน ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือรถกระบะรับจ้างคันใหญ่จอดเทียบสนิทอยู่ในโรงรถ ท้ายรถเต็มไปด้วยกล่องกระดาษ ลังใส่หนังสือ และเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ทยอยถูกขนขึ้นไปโดยมีญาติและเพื่อนสนิทของอรคอยช่วยขนย้ายอย่างเงียบกริบ ญาติพี่น้องของอรหันมามองหน้าผมด้วยแววตาโกรธแค้นดูถูกเหยียดหยามสุดขีด บางคนถึงกับพ่นเสียงกระซิบกระซาบแว่วเข้าหูผม "ดูสิ... แอบแซ่บสมสู่ทรยศเมียที่แสนดีข้ามรั้วบ้านหน้าด้านๆ ยังมีหน้าเสนอหน้ามาเก็บของอีกนะไอ้เลวชั่ว" คำนินทาเหยียดหยามเ่าั้มันเหมือนแส้หางม้าฟาดเปรี้ยงเข้ากลางใจของผมจนหน้าชาหน่วง
อิงอรในชุดเสื้อยืดสีเทาอ่อนกางเกงยีนส์ขายาวใบหน้าซูบเซียวจนเห็นโหนกแก้ม ดวงตากลมบวมช้ำไร้เครื่องสำอางกำลังยืนประคองกล่องใส่ถ้วยชามเครื่องครัวอยู่ข้างประตูกระจกบานใหญ่ เธอทำเพียงแค่ปัดสายตามองผ่านผมไปราวกับผมเป็อากาศธาตุโสโครกชิ้นหนึ่ง ไม่มีเสียงทักทายหรือความเคลื่อนไหวใยดีใดๆ
ผมกวาดสายตามองบ้านที่รัก บัดนี้เฟอร์นิเจอร์ที่เคยร่วมซื้อมาจัดวางด้วยกันถูกถอดถอนหายไปหมดสิ้น ทิ้งไว้เพียงร่องรอยคราบฝุ่นบนพื้นคอนกรีต ผมก้าวเดินหลบสายตาผู้คนเข้าไปในบ้านด้วยความรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกปานจะขาดใจตาย ทุกฝีก้าวที่เดินผ่านห้องรับแขกที่เคยอบอุ่น บัดนี้กลายเป็เพียงห้องสี่เหลี่ยมโล่งโจ้งที่เต็มไปด้วยฝุ่นละอองลอยฟุ้งในสายหมอกแสงแดด โซฟาตัวโปรด พรมเช็ดเท้าลายการ์ตูน และกรอบรูปคู่แต่งงานบนผนังถูกปลดออกไปหมดแล้ว เหลือเพียงรอยตะปูที่ตอกคาไว้และคราบสีผนังที่ซีดจางเป็รูปสี่เหลี่ยมตามรอยกรอบรูปเก่า
ผมเดินเลี่ยงหนีความอัปยศขึ้นบันไดไม้ไปยังชั้นสองเพื่อเข้าไปในห้องนอนเก่าของเรา ประตูกลอนห้องนอนเปิดอ้ากว้าง เตียงนอนหลังใหญ่ที่ผมเคยนอนหนุนตักเมียหลวงบัดนี้ถูกรื้อผ้าปูที่นอนกลิ่นซากุระออกไปหมด เหลือเพียงที่นอนสปริงเปลือยเปล่าสีขาวลายคราบน้ำชาจางๆ ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่เปิดอ้ากว้าง ฝั่งที่เป็เสื้อผ้าของอรว่างเปล่าสนิท เหลือเพียงฝั่งของผมที่มีเสื้อเชิ้ตทำงานและกางเกงสแล็กแขวนอยู่อย่างโดดเดี่ยวระเกะระกะ ข้างๆ เตียงมีโต๊ะเขียนแบบวิศวกรรมตัวแพงตั้งอยู่ โต๊ะดราฟต์ไฟตัวนี้อรแอบทำงานพิเศษเก็บหอมรอมริบเงินนานกว่าครึ่งปีเพื่อซื้อให้ผมเป็ของขวัญวันเกิดเมื่อปีที่แล้ว เธอบอกว่าอยากเห็นผมทำงานวิศวกรออกแบบอย่างสะดวกสบาย... ยิ่งมองดูมันที่ตั้งนิ่งสงัดไร้การขยับย้ายในวันนี้เพราะมันมีน้ำหนักเกินกว่าที่ผมจะขนย้ายคนเดียวได้ น้ำตาของผมก็พรั่งพรูไหลอาบสองแก้มด้วยความเสียใจและสมเพชตัวเองขีดสุด
ผมทรุดตัวลงนั่งบนขอบที่นอนที่เย็นเฉียบ ความรู้สึกผิดบาปอันแสนสาหัสพุ่งกระแทกเข้าใส่จิติญญาจนปวดหนึบตรงอกซ้าย ในสมองฉายภาพความทรงจำเก่าๆ ยามค่ำคืนที่แสนสงบสุข อรเคยนอนกอดอกแกร่งของผมกระซิบหยอกล้อคอยถามว่าวันนี้เหนื่อยไหมจ๊ะ คอยบีบนวดแขนขาที่เมื่อยล้าจากการคุมไซต์งานด้วยความรักและห่วงใยแท้จริง... แต่ผมกลับทำลายชีวิตรักที่ดีงามนั้นด้วยการหนีข้ามถนนไปหาเจนจิราแอบแซ่บสมสู่เสพกามารมณ์สยิวกับชู้รักสาวไฮโซ
"อร... พี่... พี่ขอโทษจริงๆ นะจ๊ะ" ผมเอ่ยปากเสียงสั่นเครือแ่เบากับความว่างเปล่า ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับกองเสื้อผ้าเก่า กอดหัวเข่าสะอื้นไห้อย่างสมเพชในความชั่วช้าของตนเอง
ผมใช้เวลาเก็บเสื้อผ้าและกล่องเครื่องมือช่างใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่เสร็จสิ้นในเวลาไม่ถึงชั่วโมง เมื่อผมหิ้วกระเป๋าเดินลงบันไดกลับมาถึงชั้นล่าง รถขนของของอรก็พร้อมออกเดินทางพอดี อรยืนกำพวงกุญแจบ้านแน่นหันหลังให้ประตูบ้านสลัว ผมก้าวเท้าเข้าไปหาพยายามจะพูดคุยเป็ครั้งสุดท้าย "อรจ๊ะ... พี่ขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมานะ พี่มันเลวชั่วเองจ้ะ..."
อิงอรหมุนตัวกลับมาสบตาประจันหน้ากับผม แววตาเรียวคู่สวยบัดนี้แห้งผาก ไร้น้ำตา ไร้ความเ็ปใดๆ เหลืออยู่ มีเพียงความเ็า แบนราบ และดำมืดลึกล้ำราวกับก้นเหวที่ไร้ก้นบึ้ง จ้องมองหน้าผมราวกับมองศพเน่าไร้ค่าตัวหนึ่ง
"อย่ามาพูดคำว่าขอโทษให้สกปรกหูอรเลยค่ะพี่พัฒน์... มันสายเกินไปนานแล้วจ้ะ" อรเอ่ยเสียงเรียบต่ำปราศจากอารมณ์ความสั่นเครือ "สิบปีที่อรคอยดูแลบ้านล้างจานซักเสื้อเช็ดรองเท้าบู้ตเปื้อนโคลนให้พี่ อรทำด้วยความรักความซื่อสัตย์หวังสร้างครอบครัวแท้ๆ แต่พี่พัฒน์กลับมองว่าอรจืดชืดไร้น้ำยา แล้วแอบไปร่วมแซ่บสมสู่สอยช่องรักกับนังเจนจิราไฮโซเพื่อนบ้านข้างสระน้ำต่อหน้าต่อตาอร... อรขยะแขยงคนไร้ยางอายแบบพี่จ้ะ ต่อไปนี้จงก้มกราบหัวจมกองขยะราคะเป็ทาสรักของนังนั่นชั่วนิรันดร์เถอะค่ะ เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก!"
อรยื่นส่งพวงกุญแจบ้านดวงเก่าคืนใส่อุ้มมือของผมช้าๆ ััเย็นชืดของเหล็กโลหะมันเหมือนคำพิพากษาปะาิญญา อรหมุนตัวก้าวขึ้นรถขนของทันที เสียงสตาร์ตเครื่องยนต์ดังกระหึ่มขึ้นก่อนที่รถจะแล่นขับเลี้ยวพ้นประตูรั้วออกไปสู่ถนนใหญ่ ทิ้งให้ผมยืนหิ้วกระเป๋าเดินทางอยู่กลางลานจอดรถในบ้านที่เงียบสงัดและรกร้างอย่างสมบูรณ์แบบ ความเงียบรอบตัวมันดังจนหูอื้อ กลิ่นอายความอ้างว้างพัดผ่านเข้ามากัดกินใจจนผมสับสนปวดร้าวอย่างรุนแรง
แต่แล้วในจังหวะที่ผมกำลังจะจมดิ่งลงสู่ห้วงน้ำตากองความรู้สึกผิดอยู่นั้น เสียงประตูรั้วเหล็กฝั่งตรงข้ามถนนก็เปิดกว้างออกดัง "ครืด... แกรก..."
ผมเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ เห็นร่างระหงของเจนจิราในชุดเดรสไหมพรมสีแดงเข้ารูปบางเฉียบอวดหน้าอกคัพเอฟอวบใหญ่เต่งตึงและส่วนเว้าโค้งสะโพกผายชัดเจนยืนพิงประตูรั้วของเธอ สายตาเฉี่ยวคมเย้ายวนจับจ้องมองตรงมาที่ผมพร้อมรอยยิ้มปิศาจชวนฝัน ทันใดนั้น โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของผมก็สั่นครืดคราวดังขึ้น ผมกดรับสายช้าๆ
"เก็บขยะอดีตเสร็จหรือยังคะคุณพัฒน์ผัวขา? รีบหิ้วกระเป๋าข้ามกลับมาหาเจนได้แล้วค่ะ... เจนเตรียมของขวัญปลอบใจทาสรักสุดพิเศษไว้รอแล้วนะจ๊ะ เข้าบ้านมาหาความเสียวซ่านกันเถอะค่ะ เย็นนี้พวกเราจะย้ายหลบหนีสังคมไปสอยร่องสวาทกันที่หัวหินยาวๆ เลยค่ะผัวขา" เสียงหวานหยดย้อยแผงกระแสสั่งการเยือกเย็นของมารร้ายดังก้องผ่านหูโทรศัพท์
เสียงหวานและภาพเนินอกคัพเอฟเต่งตึงสีขาวผ่องชวนน้ำลายไหลฝั่งตรงข้าม มันเหมือนมีมนตร์ดำปัดกวาดความรู้สึกผิดบาปและความเศร้าโศกเสียใจของผมเมื่อครู่ให้ปลิวหายไปในอากาศทันทีอย่างน่าอัศจรรย์ กิเลสตัณหาและความกระหายใคร่อยากเสพสมเนื้อตัวขาวอุ่นผายของชู้รักสาวแล่นพล่านเข้าครอบงำหัวสมองของผมอย่างรวดเร็ว แกนกายั์ขนาด 8 นิ้วในกางเกงยีนส์เริ่มขยายตัวปวดหนึบชูชันกระตุกตึงเปรี๊ยะสู้แดดร้อนทันที
ผมสูดหายใจลึก ดึงประตูกระจกบานใหญ่ของบ้านหลังเก่าปิดล็อกกุญแจแ่า เก็บพวงกุญแจที่อรเพิ่งคืนให้ยัดลงลึกสุดของกระเป๋าเดินทางกางเกง หันหลังเดินก้าวเท้ายาวๆ ข้ามถนนลาดยางมะตอยข้ามพ้นจากอดีตสีเทาที่เต็มไปด้วยซากหักพังของชีวิตแต่งงานที่ล่มสลาย ก้าวเท้าก้าวเข้าสู่เขตรั้วบ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์นลอฟท์สีทึบของเจนจิราด้วยใจที่สั่นระทึกกระหายกามารมณ์
ทันทีที่ผมก้าวพ้นธรณีประตูบ้านของเธอ เจนจิราปิดประตูปิดเสียงดังปัง! เสียงกลอนประตูล็อกแ่าราวกับเสียงประตูกรงขังทาสรักขยับปิดลง เธอไม่รอช้า พุ่งเข้ากระชากคอเสื้อยืดสะกดของผมลากจูงเข้าไปที่โซฟาหนังแท้สีดำเข้มราคาสี่แสนกลางห้องรับแขก กลิ่นเหล้าวิสกี้สีอำพันราคาแพงลิบลิ่วที่เธอเทใส่แก้วเจียระไนคริสตัลยื่นส่งให้ผมกระดกดื่มรวดเดียวหมดแก้ว รสดีกรีแอลกอฮอล์ร้อนพล่านสาดส่องลงกระเพาะอาหารปั่นหัวสมองให้มึนงงเบลอสลัวและสติศีลธรรมล่มสลายไปหมดสิ้น เจนจิราหัวเราะเยาะเหยียดหยามปีนขึ้นคร่อมบนตักกว้าง สองมือเรียวขยับบีบเค้นคอและบ่าแกร่งชื้นเหงื่อของผมอย่างหนักหน่วงพลางแสยะยิ้มมารร้ายแสดงอำนาจอย่างเต็มที่
"ทำไมทำหน้าตาหดหู่แบบนั้นล่ะคะคุณพัฒน์? ลืมอดีตเน่าๆ นั่นซะเถอะค่ะ ตอนนี้คุณพัฒน์เป็ทาสรักของเจนจิราอย่างสมบูรณ์แบบแล้วจ้ะ เมียหลวงโง่ๆ นั่นไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้วค่ะผัวขา" เจนจิราพรมจูบกระแทกกระทั้นซอกคอของผมจนเกิดรอยรักสีแดงก่ำใหม่ทับรอยเก่า สะโพกผายบดเบียดเนื้อแน่นเข้าหาเป้ากางเกงที่ตึงเกร็งเป้กของผมอย่างบ้าคลั่ง สัญชาตญาณสัตว์ป่ารุมเร้าจนผมต้องเอื้อมมือหนาไปกระชากกระโปรงเดรสสีแดงรัดรูปของเธอขึ้นสูง ขยับแทรกแกนกายที่แข็งตึงสอดซอยกระแทกกระทั้นร่องช่องรักอุ่นเยิ้มของชู้รักสาวบนโซฟาหนังดุเดือดป่าเถื่อนโดยไม่สนใจศีลธรรมใดๆ เสียงเนื้อกระทบกันเสียงเตียงโซฟาโยกกระแทกสั่นระรัวกลบเสียงน้ำตาและอดีตแต่งงานพังพินาศไปสิ้นเชิง ยอมจำนนต่อโชคชะตาที่เป็ทาสราคะใต้ฝ่าเท้าของมารร้ายผู้ล่าอย่างถาวร ไร้ความขัดขืนใดๆ
*****
“บ้านที่เคยอบอุ่นกลับว่างเปล่า...
พายุล้างแค้นกำลังจะพัดมาถล่มทลายชีวิตชู้รักในไม่ช้าอย่างไร?”