เฟิงสี่เจินพิจารณาสู่ขุยอย่างละเอียด แต่เมื่อเห็นนางดูเหมือนจะไม่รู้สาเหตุเช่นเดียวกันจึงพูดว่า “เมื่อเช้าข้ากับอวี้หนูไปคารวะถงมามา ใครจะรู้ว่าพอไปถึงจะเจอกับหญิงรับใช้สูงวัยที่ดูแลห้อง นางบอกพวกเราว่าถงมามาพาจ้วนเอ้อร์กับตานชิงออกจากวังอ๋องเพื่อกลับตงจิงั้แ่เช้าตรู่!”
นางคิดแล้วพูดขึ้นว่า “ดูเหมือนคนในวังอ๋องจะไม่้าพวกเรา ที่มาจากจวนไท่เว่ยนะ...”
เฟิงสี่เจินพูดอีกว่า “จะพูดว่าไม่้าก็ไม่ถูก...แค่ไม่ได้สนิทชิดเชื้อเหมือนที่พวกเราคาดหวังไว้...”
สู่ขุยสงสัย มองหน้าเฟิงสี่เจินครู่หนึ่ง
เฟิงสี่เจินเกิดมาสวย ใบหน้าขาวใสดังหยก ั์ตางดงาม รูปร่างอรชร รวมกันแล้วทำให้เป็คนสวยมากคนหนึ่ง
สู่ขุยรู้จักเฟิงสี่เจินมาสามปี รู้ดีว่าถึงภายนอกนางเป็คนอ่อนหวาน พูดจาดูไร้เดียงสา แต่จริงๆ แล้วจิตใจของนางล้ำลึกยิ่งกว่าหลิวอวี้หนูเสียอีก ชอบเหยียบย่ำตนที่ต่ำกว่า ก่อนหน้านี้นางเคยรังแกสวีชุ่ยจือกับฉินเจินเมี่ยว ตอนแรกสู่ขุยก็ยังเคยเจอกับเล่ห์กลของเฟิงสี่เจิน ดังนั้นเมื่อต้องเกี่ยวข้องกับเฟิงสี่เจิน สู่ขุยต้องคิดให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนจะพูดหรือทำอะไรออกไป เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนความร้ายกาจจากเฟิงสี่เจิน
นางมองเฟิงสี่เจินแล้วค่อยๆ พูดขึ้นว่า “ข้าก็ไม่รู้นะ ไว้พวกเรารอดูสถานการณ์ก่อน ยังไม่ต้องรีบร้อน!”
เย็นวันที่สาม สู่ขุยกำลังฝึกคัดหนังสืออยู่ในห้องทางทิศใต้ ได้ยินเสียงคนเดินและคุยกันอยู่ด้านนอก นางมองออกไปก็เห็นสาวงามสองคนสวมชุดสีแดงแบบเดียวกันล้อมรอบไปด้วยหญิงรับใช้สูงวัยหลายคนกำลังเดินเข้ามา
สู่ขุยเพ่งมองไป ถึงพบว่าหญิงสาวสองคนอายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดปี รูปร่างหน้าตาเหมือนกัน มีผิวขาว คิ้วดกดำ ดวงตากลมโต ริมฝีปากแดง เอวบาง ร่างสูงโปร่ง เป็คู่แฝดที่หาพบได้ยากคู่หนึ่ง!
นางอดสูดหายใจเข้าลึกๆ ไม่ได้ สองพี่น้องคู่นี้คงเป็รุ่ยสยากับจิ่นสยาเ้าของอาคารหลัก หลิวอวี้หนูกับเฟิงสี่เจินคงได้เจอกับคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อแล้วล่ะ!
หลังจากรุ่ยสยากับจิ่นสยากลับมา พวกนางผ่านไปมาแถวนั้นหลายครั้ง แต่ก็ทำเหมือนมองไม่เห็นพวกสู่ขุย หลิวอวี้หนูและเฟิงสี่เจินเลย
สู่ขุยไม่ค่อยสนใจอะไร ทำเหมือนไม่เห็นพวกนางเช่นเดียวกัน
หลิวอวี้หนูรู้สึกโกรธแต่ก็ไม่เข้าไปตอแย ส่วนเฟิงสี่เจินนั้นเป็คนระมัดระวัง ยิ่งไม่เข้าไปตอแยเลย
หลังจากมาอยู่ที่นี่มาได้หลายวันพวกสู่ขุย หลิวอวี้หนูและเฟิงสี่เจินก็เข้าใจสถานการณ์บางอย่างของวังผิงอ๋อง นั่นคือแม้วังผิงอ๋องจะกว้างขวาง แต่วังอ๋องก็สร้างขึ้นแบบเรียบง่ายธรรมดา ข้ารับใช้ก็มีไม่มาก เรือนส่วนนอกนั้นนอกจากผู้ดูแลเรือนส่วนนอกที่ชื่อเยี่ยฟู่แล้วก็เป็องครักษ์กับคนรับใช้ไม่กี่คน ในเรือนส่วนในนอกจากผู้ดูแลเรือนส่วนในเยี่ยมามากับนางกำนัลอีกไม่กี่คนก็เป็หญิงรับใช้สูงวัยกับสาวใช้ไม่กี่คนเช่นกัน นอกนั้นแล้วก็จะเป็พวกสู่ขุยสามคนกับรุ่ยสยาและจิ่นสยาสองพี่น้องซึ่งมีสาวใช้ทั้งหมดห้าคน
เนื่องจากผิงอ๋องจ้าวซีมักไม่อยู่วังเป็เดือนๆ เรือนส่วนในของวังจึงมีเยี่ยมามาแม่นมของผิงอ๋องเป็คนดูแล เยี่ยมามาไม่ใช่คนชอบยุ่งเื่วุ่นวาย ผิงอ๋องก็มักไม่อยู่วัง ดังนั้นคนในเรือนส่วนในจึงค่อนข้างี้เีและต่างคนต่างอยู่
สู่ขุยรู้สึกสงสัยอยู่ในใจ ผิงอ๋องจ้าวซีเป็ถึงพระโอรสของไช่กุ้ยเฟย ซึ่งเป็กุ้ยเฟยที่ฮ่องเต้ทรงโปรดที่สุด แต่ทำไมบรรยากาศของวังอ๋องตรงหน้าจึงไม่สมกับเป็ที่อยู่อาศัยของพระโอรสที่เกิดจากกุ้ยเฟยอันเป็ที่รักเลยแม้แต่น้อย!
ตกดึกผู้ดูแลเรือนส่วนในเยี่ยมามาสั่งสาวใช้ชื่อเสี่ยวชุนให้มาเรียกสู่ขุย หลิวอวี้หนูกับเฟิงสี่เจินไปพบนาง
เวลานี้ฟ้ามืดแล้ว ทุกส่วนภายในวังอ๋องส่วนในมีแสงสว่างส่องจากโคมไฟ น่าเสียดายที่ถึงวังอ๋องจะมีบริเวณกว้างแต่กลับมีคนอาศัยอยู่น้อยจึงทำให้ดูว่างเปล่าและเศร้าสร้อย
เสี่ยวชุนถือโคมไฟส่องสว่างให้สู่ขุย เฟิงสี่เจินและหลิวอวี้หนู เดินไปยิ้มและคุยไป “่นี้ท่านอ๋องไม่อยู่ในวัง พวกหลินเจิ๋น ซ่งเจี๋ยก็ติดตามท่านอ๋องไปชายแดน วังจึงค่อนข้างเงียบ รอถึง่สิ้นปี พอพวกเขาตามท่านอ๋องกลับมา บรรยากาศในวังก็จะครื้นเครงขึ้น”
สู่ขุยหัวเราะพร้อมมองหน้าหลิวอวี้หนูแวบหนึ่ง
นางรู้สึกสงสัยมาก แต่นับั้แ่มีหลิวอวี้หนูแล้ว นางก็ลดเื่ยุ่งยากลงไปได้เยอะ
และหลิวอวี้หนูก็เอ่ยปากถามขึ้นจริงๆ “น้องเสี่ยวชุน คนที่ชื่อหลินเจิ๋นคือใครหรือ”
“หลินเจิ๋นเป็คนสนิทของท่านอ๋อง เป็ลูกชายของหลินมามาคนดูแลห้องครัว!” เสี่ยวชุนยิ้มแล้วพูดอีกว่า “พอพวกเ้าได้พบก็จะรู้เอง!”
หลิวอวี้หนูเห็นว่าเสี่ยวชุนเป็คนร่าเริงชอบพูดชอบจาจึงกล้าถามเื่ราวที่อยากรู้
เฟิงสี่เจินก็เข้าร่วมกับนาง หาจังหวะแทรกถามไปประโยคสองประโยคจนประเด็นคำถามถูกโยงไปถึงตัวท่านอ๋อง
เสี่ยวชุนไร้เดียงสา รวมทั้งร่าเริงชอบพูดคุย ไม่ช้าก็ถูกหลิวอวี้หนูชักจูงให้พูดออกมาทั้งหมด
สู่ขุยฟังอยู่เงียบๆ จึงได้รู้ว่าซีซย่ายังรุกรานชายแดนราชวงศ์ซ่งไม่หยุด ปล้นชิงเข่นฆ่ากระทำการชั่วร้าย ดังนั้นผิงอ๋องจ้าวซีจึงต้องนำกำลังพลของกานโจวไปจินถังเฉิงเพื่อสกัดกั้นศัตรู ยังไม่รู้ว่าเมื่อไรถึงจะกลับวังได้
เดินไปคุยไปจนถึงเรือนเล็กหลังหนึ่ง
หน้าเรือนเล็กหลังนั้นแขวนโคมไฟคู่หนึ่ง โคมไฟแขวนอยู่ใต้ร่มไม้ เป็เรือนที่พักของเยี่ยมามา
เยี่ยมามาอายุประมาณสี่สิบกว่าปี เป็คนใจดีและแต่งกายเรียบง่าย
นางเอนกายอิงหมอนด้วยท่าทางผ่อนคลาย เรียกให้สู่ขุย สี่เจินและอวี้หนูนั่งลง พร้อมกับสั่งให้เสี่ยวชุนไปยกน้ำชามา จากนั้นก็คุยกับพวกนาง
หลิวอี้หนูพูดเก่ง จึงคุยกับเยี่ยมามาได้หมดทุกเื่
สู่ขุยไม่สบโอกาสกล่าวลาและก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร จึงนั่งนิ่งกับเฟิงสี่เจินฟังเยี่ยมามาคุยกับหลิวอวี้หนู จนเมื่อได้ยินเยี่ยมามาถามถึงตัวเอง นางถึงจะนิ่งคิดก่อนค่อยตอบ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/003a2929fa2dd28f0e5a0bbc981a208f