อีกอย่างที่สำคัญเจ้าภูแสนก็ไม่ได้มาหาแพงอรทุกวันเนื่องจากภารกิจต่างๆของเจ้าภูแสนในแต่ละวันมีล้นมือ นั่นจึงเป็นการเปิดช่องโหว่เป็นอย่างดีสำหรับเจ้านางดาราสายเจ้านางละอองทอง และพระญาติคนอื่นๆ ให้บุกขึ้นมาจิกหัวใช้และกลั่นแกล้งแพงอรถึงบนเรือนแพงอรเองก็ทำงานงกๆ ราวกับเป็นข้ารับใช้คนหนึ่งในคุ้ม ตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน๊อตไหนจะต้องทนฟังคำดูถูกจากคนอื่นๆ เรียกได้ว่าเอาตัวโกงในละครสักสิบยี่สิบเรื่องมารวมร่างกันเพื่อจิกใช้แพงอรเพียงคนเดียวก็ยังได้ความเป็นอยู่ของแพงอรนั้นไม่ได้สมฐานะการเป็นชายาขององค์รัชทายาทเลยแม้แต่น้อย
แต่กระนั้นแพงอรก็ยังอุตส่าห์ทนทนเพราะคำว่ารักคำเดียววันไหนที่เจ้าภูแสนมาหาเธอ เธอจะปลอดภัยจากทุกคนงานการก็ไม่ต้องทำถือว่าเป็นการได้พักผ่อนไปในตัว แต่กระนั้นก็ต้องเหนื่อยในช่วงดึกดื่นจินตการเอาเองก็แล้วกันว่าเหนื่อยในเรื่องอันใด...
ซึ่งเรื่องนี้เจ้าภูแสนนึกขึ้นมาทีไรก็ให้รู้สึกขุ่นเคืองในใจที่แพงอรต้องมาพบกับความตายในคุ้มหญิงคนรักไม่เคยมีความสุขเลยกับการเข้ามาอยู่กับเจ้าภูแสนในคุ้มแห่งนี้ทำไมเจ้าภูแสนจะไม่รู้ว่าแพงอรโดนกลั่นแกล้งหนักหนาสาหัสเพียงใดเขาก็ได้แต่หวังว่าสักวันเจ้าพ่อจะเห็นความดีในตัวแพงอรและสถาปนาตำแหน่งชายาให้กับเธอ ทว่าวันนั้นก็ไม่มีวันเป็นจริง...
แพงอรไม่มีอำนาจในการต่อกรใครๆทั้งสิ้น เพราะเธอเจียมตัวว่าเป็นแค่สาวชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งแค่เจ้าภูแสนมีความรักให้เธอก็เป็นบุญท่วมหัวอยู่แล้ว แพงอรนั้นออกไปในทางเรียบร้อยอ่อนหวาน สุภาพอ่อนโยน ชอบปลูกดอกไม้ริมรั้ว มีน้ำใจช่วยเหลือคนอื่นๆจิตใจฝักใฝ่ในบุญทานอยู่เสมอ แต่...ประสิทธิภาพในการปกป้องตัวเองของแพงอรเป็นศูนย์ ผิดกับ...
เจ้าภูแสนนั่งบนแท่นประทับนิ่งสีหน้าเรียบเฉยแววตาคมติดไปทางฉลาดเฉลียวและดุนิดๆซึ่งแววตาในวันนี้ของเจ้าภูแสนนั้นผิดกันลิบลับกับแววตาของเจ้าภูแสนในวันที่พาแพงอรเข้าคุ้มราวกับเป็นคนละคน!! เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ภาพของอลินตาก็ลอยมาทันที แม้หน้าตาจะเหมือนกันราวกับคนเดียวกัน แต่.. อานุภาพการทำล้ายล้างของอลินตาเรียกได้ว่าเกินต้านพลังแห่งการปกป้องตัวเองมีเกินล้านเปอร์เซ็นต์
เจ้าภูแสนคิดมาถึงตรงนี้องค์รัชทายาทหนุ่มก็มองไปยังเหล่าพระญาติทุกคนที่กำลังนั่งอยู่บนที่ประทับ พลางทอดสายตาดูการละเล่นร่ายรำเบื้องหน้าท้องพระโรงด้วยความบันเทิงใจ
“หยุดการแสดงก่อนเถอะ...”เจ้าภูแสนส่งเสียงทักท้วงขึ้นมาทันที
“วันนี้ข้ามีเรื่องจะประกาศให้ทุกท่านรับทราบ...”น้ำเสียงอันทรงอำนาจหากฟังดีๆ พลังแห่งน้ำเสียงจะดูท่วมท้นด้วยบารมียิ่งกว่าเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ยิ่งนักเมื่อเจ้าภูแสนพูดแบบนั้นเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ที่นั่งเป็นประธานกลางท้องพระโรงก็มีสีหน้าที่กลัดกลุ้มไม่น้อยด้วยเพราะรู้ดีว่าเจ้าภูแสนจะกล่าวเรื่องใด
ทุกคนภายในท้องพระโรงที่กำลังรื่นเริงบันเทิงใจกันอยู่นั้นก็พลันเงียบกริบอย่างพร้อมเพรียงด้วยเพราะทุกคนต่างก็อยากรู้ว่าเรื่องที่เจ้าภูแสนจะแจ้งให้ทุกคนรับทราบนั้นคือเรื่องใดเพราะหลังจากงานศพของพระชายาทิพย์ประดับผู้เป็นพระราชมารดาของเจ้าภูแสนแล้ว เจ้าภูแสนก็เปลี่ยนไปแทบจะเป็นคนละคนผู้คนในคุ้มแม้แต่ญาติสนิทที่คุ้นเคยก็เข้าหน้าไม่ติด เพราะเจ้าภูแสนกลับกายเป็นคนเงียบขรึมไม่พูดจาเล่นหัวกับเหล่าญาติเช่นแต่ก่อนทั้งยังไว้ตัวโดยเฉพาะกับสตรี จะพูดคุยโอภาปราศรัยกับใครนั้นน้อยเสียเหลือเกินวันๆ เจ้าภูแสนจะเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในตำหนัก
มีเพียงเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์โหรหลวงหนานเมืองอินทร์ และองครักษ์ซ้ายขวาอย่างอวยชัยกับชัยยันตร์เท่านั้นที่ได้พบหน้าและพูดคุยด้วยในช่วยแรกหลายคนก็คิดว่าเจ้าภูแสนคงจะเศร้าและอยู่ในช่วงทำใจกับการจากไปของพระชายาทิพย์ประดับและแพงอรซึ่งเสียชีวิตในเวลาใกล้เคียงกันแต่ยิ่งนานวันเข้าเจ้าภูแสนก็ไม่กลับไปเป็นคนเดิมเลยทั้งยังเปลี่ยนไปชนิดเป็นคนละคนกับเมื่อก่อนอีกด้วย
แต่ในวันนี้เจ้าภูแสนกลับเป็นคนบอกเสียเองว่ามีเรื่องจะประกาศให้ทราบถ้าเป็นเรื่องที่เจ้าภูแสนบอกด้วยตัวเองมีหรือที่จะไม่สำคัญ
“อีกสามเดือนข้างหน้าคุ้มเชียงภูแสนจะมีพิธีสำคัญ...” เจ้าภูแสนเกริ่นสีหน้าแววตาเรียบนิ่งและทุกคนก็รู้ว่าประเพณีพิธีที่เจ้าภูแสนพูดถึงนั้นคือพิธีการอะไร
“คุ้มของเราจะมีพิธีพญาวันซึ่งเป็นพิธีสำคัญสำหรับเมืองของเราทุกคน” สำหรับพิธีพญาวันจะมีขึ้นในวันที่15 เมษายน ของทุกปีซึ่งประเพณีนี้มีมาแต่ช้านานตั้งแต่ครั้งโบราณกาล เพราะในวันที่ 15 เมษายนของทุกปีชาวเหนือถือเป็นวันเถลิงศกเปลี่ยนศักราชเริ่มต้นปีใหม่ ในวันนี้จะมีการทำบุญทางศาสนากันตั้งแต่เช้าตรู่และอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปถึงญาติผู้ล่วงลับ หรือเรียกกันอีกชื่อในภาษาล้านนาว่าตานขันข้าว ถ้าจะเรียกเป็นภาษาไทยเรา ก็คือ ทานขันข้าวนั่นเอง
ซึ่งผู้เข้าร่วมพิธีก็จะนำตุงไปปักบนเจดีย์กองทรายและอยู่ร่วมพิธีเวนทานเจดีย์ทรายถวายช่อตุงปีใหม่แบบไทยๆ หลังจากนั้นช่วงบ่ายก็จะเป็นการรดน้ำดำหัวเพื่อขอสมา(ขอขมา) ผู้เฒ่าผู้แก่ พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ในวันนี้เหล่าสตรีชาวเหนือก็จะทัดดอกไม้นามปีเพื่อให้เกิดความเป็นมงคลแก่ชีวิตและ...
สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพิธีในพญาวันนั่นก็คือจะเป็นวันเริ่มต้นเรียนศาสตร์แล ศิลป์ต่างๆ อย่างมนต์คาถา สักยันต์หรือแม้กระทั่งทำพิธีสืบชะตาขึ้นบ้านใหม่ก็ทำกันในวันนี้เช่นกันจึงไม่น่าแปลกที่ทางคุ้มเชียงภูแสนจะให้ความสำคัญกับพิธีพญาวันมากถึงเพียงนี้เพราะที่คุ้มเชียงภูแสนแทบทุกคนต่างมีวิชาอาคมและศาสตร์ทางไสยเวทย์ติดตัวกันแทบทั้งคุ้ม
ทุกคนรอฟังว่าเจ้าภูแสนจะพูดอะไรต่อไปสายตาของทุกคนจ้องเป๋งไปยังเจ้าภูแสนส่วนทางด้านเจ้าภูแสนก็กวาดสายตามองทุกคนก่อนจะไปหยุดนิ่งที่โหรหลวงหนานเมืองอินทร์ ฝ่ายโหรหลวงหนานเมืองอินทร์ก็มองสบตากับเจ้าภูแสนพร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่เจ้าภูแสนจะประกาศออกมา
“สิ่งที่ข้าจะบอกกับทุกคนนั่นคือประมาณสิบวันก่อนจะเริ่มพิธีพญาวัน ข้าจะพาแพงอรคนรักของข้ากลับเข้าคุ้มเชียงภูแสนเพื่อเฝ้าเสด็จพ่ออีกครั้งแพงอรจะมาขอขมาเจ้าหลวงแห่งเมืองเชียงภูแสน เพื่อมาขอโหสิกรรมด้วยตนเอง” เงียบกริบ หลังจากที่เจ้าภูแสนแจ้งข่าวออกไปบรรยากาศภายในท้องพระโรงก็เงียบกริบป่าช้าข้างบ้านสัปเหร่ออุ่นพรหมยังไม่เงียบเท่าท้องพระโรงในคุ้มหลวงตอนนี้เลยด้วยซ้ำ
แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเสียงพูดคุยเซ็งแซ่ประหนึ่งว่าคนในคุ้มไม่เคยได้คุยกันมาเป็นแรมปี เพราะทุกคนต่างรู้เหมือนๆกันว่าแพงอรเสียชีวิตไปแล้ว และใยเจ้าภูแสนจึงบอกว่าจะพาแพงอรมาเฝ้าเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ได้เล่าเจ้าภูแสนหรี่ตามองไปทางเจ้านางละอองทอง และเจ้านางดาราสายไม่เว้นแม้แต่พระชายามุกประดับ สามคนนั้นแสดงพิรุธออกมาอย่างซ่อนไม่มิดเจ้านางละอองทองถึงกับนั่งไม่ติดหันไปจับมือพระชายามุกประดับส่ายหน้าระรัวอย่างไม่เชื่อว่าจะเป็นความจริง...