คาเสะ ยมฑูตสีคราม

    ตะลุยชั้นที่ 100 กับการจากลากับเอมิเลีย

    ในที่สุด คาเสะ ก็มาถึงชั้นที่ 100 เขาดีใจที่ตลอดทางที่ผ่านมาเขาสามารถสะสมจำนวน๥ิญญา๸ของมอนสเตอร์ได้เป็๲จำนวนมาก โดยเฉพาะ๥ิญญา๸ของไฮออร์ค


    เอมิเลียที่ตอนนี้เปลี่ยนมาใส่ชุดสีขาวที่ทำจากผ้าฝ้ายที่เจอจากชั้นที่ 96 ก็กำลังร่าเริงเพราะในอีกไม่ช้า เธอและคาเสะก็จะได้ออกจาก มหาวงกตทุนดราแล้ว
    ทว่า...สิ่งที่รอพวกคาเสะอยู่กับเป็นสิ่งไร้ชีวิต อย่าง คิงส์เกรธเตอร์ สเกลเลตัน
    มันอยู่ๆก็พุ่งออกมาโจมตี คาเสะ กับ เอมิเลีย โดยไม่มีเสียงปี่เสียงขลุ่ยเลย จริงๆมันเป็นมอนสเตอร์ที่ไม่เก่งมาก แต่สามารถคืนชีพได้ทุกครั้งที่ถูกฆ่าตาย
    ในตอนแรก คาเสะพยายามใช้เคียวของเขาเพื่อที่จะลองฆ่ามันดู แต่กลับไร้ประโยชน์ เมื่อมันสามารถคืนชีพได้
    " คาเสะ ไหเก็บวิญญาณที่ กระโหลกน้อยให้มาไง " เอมิเลียตะโกนบอก ทำให้คาเสะได้คิด
    ในเมื่อ คิงส์ เกรธเตอร์ สเกลเลตัน มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต ดังนั้น มันจึงเป็นมอนสเตอร์ที่เคลื่อนที่ด้วยพลังวิญญาณ ดังนั้น คาเสะ จึงเปิดจุกของไหเก็บวิญญาณออก และปล่อยให้ พลังวิญญาณไหลออกมา พุ่งเข้าใส่ คิงส์ เกรธเตอร์ สเกลเลตัน
    คิงส์ เกรธเตอร์ สเกลเลตัน ที่มีพลังวิญญาณเหมือนแม่น้ำ ไม่อาจทนรับพลังวิญญาณ ระดับ มหาสมุทรได้ มันจึงระเบิดแตกออก และกลายเป็นผงในที่สุด
    คาเสะ และ เอมิเลีย ไม่นึกว่าจะสามารถจัดการ มอนสเตอร์บอส ในชั้นที่ 100 ได้อย่างง่ายดาย พวกเขาจึงกระโดดกอดกันด้วยความดีใจ
    แม้ คาเสะ จะชนะ แต่เขาก็สูญเสียดวงวิญญาณที่สะสมมาทั้งหมด ทำให้เขาเศร้าเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวเบาๆกับ เอมิเลีย เรื่องที่จะออกไปข้างนอก
    " ชั้นจะกลับไปเมือง ไทย ประเทศที่ชั้นจากมา เธอจะไปด้วยมั๊ย "
    เอมิเลีย ถึงกับตะลึง ในคำถามของ คาเสะ เพราะเธอเป็นเจ้าหญิงแห่งกริฟฟิน ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นทายาทของนกไฟ เธอจึงทำได้แต่ขออภัย คาเสะที่เธอไม่สามารถติดตามไปด้วยได้ เธอจึงกล่าวกับ คาเสะ ด้วยภาษาญี่ปุ่นที่เธอจำได้ เพราะคิดว่า คาเสะจะดีใจที่ได้ยินประโยคนี้ ก่อนจากลากัน
    " คาเสะ อิมาม่าเดะ อะริกาโตะเนะ ( ขอบคุณคาเสะในทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำให้ชั้นตลอดมา ) "
    คาเสะเองก็รู้ว่า เวลาที่ต้องจากกับเอมิเลียมาถึงแล้ว เขาจึงบอกเธอว่า เขาจะจดจำวันคืนดีๆ ที่ได้อยู่ร่วมกับเธอ ตลอดไป โดยเฉพาะ เรื่องราวในคืนผืนฟ้าสีคราม ที่ได้นอนกอด เอมิเลียไว้ในอ้อมแขน
    " อย่าร้องไห้ไป คาเสะ ชั้นคิดว่าซักวันนึงเราจะได้พบกันอีก เมื่อฟ้ามีตา และสวรรค์เป็นใจ " เอมิเลีย กล่าวอย่างเศร้าๆ และเธอก็จับมือคาเสะ และเดินเข้าไป ในวงแหวนเคลื่อนย้าย พร้อมๆกับ คาเสะ
    และในที่สุดทั้งสอง ก็สามารถ กลับไปสู่โลกภายนอกได้ และตรงจุดที่วาร์ปออกมา ก็มีบ้านร้างหลังหนึ่งอยู่ ข้างในบ้านร้าง มีวิทยาการเวทย์มนต์ ในการประดิษฐ์ รถมอเตอร์ไซด์ ของ ไรอัน แฮมเบล นักเล่นแร่แปรธาตุยุคก่อน เขียนไว้ให้เป็นของขวัญ แด่คนที่สามารถพิชิต เขาวงกตของเขาได้
    " เราต้องจากลากันแล้ว " เอมิเลียกล่าวทั้งน้ำตานองหน้า และสิ่งสุดท้ายที่เธอให้แก่คาเสะเป็นของขวัญอำลา คือรอยจุมพิต ตรงแก้มซ้ายของเขา ก่อนจะกลายร่างเป็นนกไฟ บินกลับไปหยั่งอาณาจักรของตน
    คาเสะ ยืนนิ่งคิดอยู่หลายวินาที หลังจาก เอมิเลียจากไปแล้ว ตอนนี้เขาไม่รู้วิธีกลับไป เมืองไทย ดังนั้นอยู่ว่างๆ เขาจึงนำตำราของ ไรอัน แฮมเบล มาอ่าน และเริ่มประดิษฐ์ รถมอเตอร์ไซด์ คันแรกของโลกแฟนตาซีนี้ ซึ่งใช้พลังงานแสงอาทิตย์
    หลายวันผ่านไป... คาเสะ ก็ลองขับรถมอเตอร์ ที่เขาตั้งชื่อว่า โปปุ ไรเดอร์ ออกเดินทาง เพื่อหาทางกลับประเทศไทย โดยที่หมายแรก คือ อาณาจักรโปปุรอน ที่อยู่ ของ เมกุมิน แห่งเสือขาว เพราะเขาอ่านเจอว่า ถ้าเขาสามารถ ทำให้ สัตว์เทพทั้งสี่ หลงรักเขาได้ ประตูมิติจะเปิดออก และเขาจะได้กลับไปเมืองไทยเสียที
    .
    .
    3 วันผ่านไป... โปปุ ไรเดอร์ ที่วิ่งเร็วกว่าม้า ก็วิ่งมาถึงประตูเมืองร็อคน่า อาณาจักรโปปุรอน ที่นั่น คาตะทหารยาม ได้ทำการจับกุม คาเสะ ในข้อหา ขี่สัตว์อสูรเข้ามาในเมือง
    " สัตว์อสูร? เจ้าหมายถึง รถมอเตอร์ไซด์ คันนี้รึ " คาเสะ ถาม คาตะ อย่างสงสัย
    " จะรถแมง เมิงกาไซด์อะไร ข้าก็ไม่สน มันต้องเป็นสัตว์อสูรแน่ๆ เจ้าคงเป็น บีช เทนเนอร์ สินะ " คาตะกล่าวอย่างหัวเสีย (บีชเทนเนอร์ : นักควบคุมและฝึกฝนสัตว์อสูร )
    ในเมื่อพูดไม่รู้เรื่อง คาเสะ จึงเตะคาตะจนกระเด็น แล้วขี่รถมอเตอร์ไซด์เข้าไป อย่างผ่าเผย ทำให้ถูกทหารตามล่าไปทั่วเมือง ก่อนจะสลัดหลุดเพราะความเร็วของรถมอเตอร์ไซด์
    หลังจากหลบหนีจากพวกคาตะมาได้ คาเสะ ก็พยายามจะแอบเข้าวัง ของเลาห์คอน โนว่า เพื่อให้ได้ยลโฉม ของ เมกุมิน แห่งเสือขาว แต่ปรากฏว่า การจะพบเธอได้ เขาต้องมีค่าชื่อเสียงอยู่ในระดับ 100 เมคอน ก่อน
    เมื่อไม่รู้จะทำยังไง คาเสะจึงต้องถอนตัวมานั่งคิด อยู่ในร้านข้าวต้มเลือดหมู โต้รุ่ง ของ บุรุษที่ชื่อว่า เชียง
    " คุณลูกค้าครับ คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ผมเห็นคุณไม่ค่อยกินอาหารเลย มีอะไรให้ผมช่วยมั๊ย " เชียง เจ้าของร้าน ถาม
    " ผมจะมีค่าชื่อเสียงถึง 100 เมคอนได้อย่างไร ผมเป็นแค่โรนิน ธรรมด๊าธรรมดาที่เพิ่งมาเมืองนี้เอง"
    " อ๋อ ง่ายมาก ท่านก็แค่ ไปท้าสู้ กับสำนักดาบ สำนักใหญ่ ในเมือง ร็อคน่า นี้ซิ "
    " สำนักดาบที่ใหญ่ที่สุด ของเมืองร็อคน่าไปทางไหน " คาเสะ ถาม
    " เลี้ยวโค้งไป ทางซ้ายนี้เองขอรับ " เชียง ตอบ
    คาเสะ จึงจ่ายเงินให้เขา 100 เครดิต เป็นค่าข้าวต้ม กับค่าเสียเวลา ก่อนเดินจากไป
    ในไม่ช้า เขาก็พบกับสำนักดาบที่ใหญ่ที่สุดในเมืองร็อคน่า ชื่อ สำนักดาบ โอไมเกะ
    คาเสะไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ตะโกนเรียกชื่อ โอไมเกะ ไซ เจ้าสำนักดาบในทันที
    จริงๆ โอไมเกะ ไซ ไม่ได้เก่งเท่าไหร่ แต่ได้รับชื่อเสียงสืบต่อจากปู่ และพ่อ แต่เขาก็ยังกลั้นใจออกไปสู้กับคาเสะ ทั้งๆที่ ผุ้อาวุโสในสำนัก บอกให้ โอไมเกะ ไซไม่ต้องสนใจเสียงนกเสียงกา เดี๋ยวพวกเขาจะให้คนไปไล่ คาเสะ ออกไปเอง
    เมื่อโอไมเกะ ไซ ออกมาพบ คาเสะ เขาก็ชักดาบคาตานะ มุรามาซะออกมา มันเป็นดาบที่ดีมาก และแวววาว ไม่เหมาะกับคนกระจอกอย่างเขาซักนิด แต่คาเสะ นับถือในความกล้า ของ โอไมเกะ ไซ จึงได้ทำการดวลกับเขา
    1 สายลมต่อมา การปะทะ กัน ด้วยจิตวิญญาณก็เกิดขึ้น ยมฑูต อย่างคาเสะ เขาไม่สนใจว่าจะได้ชัยชนะมาด้วยเหตุผลใด เขาเลยชักปืน ชลาเก้น ออกมายิง โอไมเกะ ไซ จนถึงแก่ความตาย และช่วงชิง ดาบมุรามาซะ มาจากเขา
    และด้วยเหตุนี้เอง ในเมืองหลวง จึงเกิดเหตุวุ่นวายขึ้น เมื่อ โอไมเกะ ไซ ตาย ทำให้ชื่อเสียงของสำนักโอไมเกะ ถึงกับเสื่อมถอยในคืนเดียว ลูกศิษย์ลูกหาใหม่ๆ พากันลาออก เพราะไม่มั่นใจในฝีมือดาบของสำนักนี้
    และนี่คือเรื่องที่ทำให้ คาเสะ ต้องเสียใจไปจนวันตาย เพราะเขาได้ฆ่า คนที่ใจดี และมีเมตตา ต่อสัตว์ อย่างโอไมเกะ ไซ เพื่อชื่อเสียง พอ ไม่มีโอไมเกะ ไซ แล้ว หมา แมว ในเมืองหลวง ต่างก็อดอาหารตายตาม โอไมเกะ ไซ มากมาย
    *****************************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป