บทที่ 16 เคล็ดวิชาสะท้อนกลับ
กวนอวิ๋นเซียวมองดูวัตถุทรงสามเหลี่ยมที่เธอยื่นมาให้ด้วยความสับสน
“อาจารย์ นี่คืออะไรครับ?”
“ยันต์อันเฉิน เป็เครื่องรางที่ให้คุณด้านความสงบร่มเย็น ช่วยให้นอนหลับสบายไม่มีฝันร้ายมาย่ำกราย เสริมจิตใจให้เข้มแข็ง คลายความตึงเครียดและเพิ่มปราณิญญาได้ค่ะ ฉันจะจ่ายยาเสริมพลังภายในให้แข็งแรงด้วย คิดว่าภายในครึ่งเดือนทั้งร่างกายและจิตใจของเธอก็จะฟื้นคืนกลับมาได้แล้ว”
“นี่จะช่วยรักษาอาการซึมเศร้าของเธอได้เลยใช่ไหมครับ?”
“ถ้าไม่มีอะไรนอกจากนี้ก็โอเคแล้วค่ะ”
ฉินเหยียนจินอธิบายต่อ “ถ้าคุณ้าให้เธอกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม คุณเองก็ต้องมีส่วนร่วมในการรักษาครั้งนี้ด้วย จิตใจของเธอผูกติดอยู่กับคุณ ตราบใดที่คุณบอกความจริงทุกอย่างกับเธอ อาการเจ็บป่วยของเธอจะต้องดีขึ้นแน่นอน”
“คือว่า...”
กวนอวิ๋นเซียวเริ่มไม่มั่นใจอีกครั้ง
นักพรตสาวกล่าวพลางยิ้มจาง “คุณกวน คุณไม่เชื่อฉันเหรอคะ?”
ชายกลางคนกัดฟันตอบ “เชื่อสิครับ”
ถึงยังไงเสีย ก็คงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นลองดูก็ไม่เสียหาย
“ใกล้ถึงเวลาแล้วค่ะ”
จู่ ๆ ฉินเหยียนจินก็พูดขึ้นมา ระหว่างที่กวนอวิ๋นเซียวกำลังสับสน กวนิจูที่อยู่ชั้นสองก็ะโเสียงดัง “พ่อคะ! แม่ตื่นแล้วค่ะ รีบมานี่เร็ว!”
กวนอวิ๋นเซียววิ่งขึ้นไปอย่างตื่นเต้น เมื่อถึงประตูห้องเขาก็ไม่ลืมที่จะจัดเสื้อผ้าทรงผมให้เรียบร้อย สงบสติอารมณ์ผ่อนลมหายใจเข้าออก แล้วเปิดประตูเข้าไป
“เสี่ยวชุ่ยที่รัก”
เขาเอ่ยเสียงหวานที่ฟังดูน่าขนลุกทันที
ฉินเหยียนจินที่ตามมาข้างหลังถึงกับขนลุกเกรียวมองไปทางกวนิจูที่มีอาการไม่ต่างกัน ทั้งสองมองหน้ากันเล็กน้อย กวนิจูรีบออกมาแล้วปิดประตูอย่างรวดเร็วด้วยท่าทางเลิ่กลั่กจนมือไม้พันกันยุ่ง
“อาจารย์ ต้องขอโทษด้วยค่ะ ปกติพ่อฉันไม่ใช่คนแบบนี้เลย ท่านเป็คนสุขุมและดูมีราศี...”
ว่าจบกวนิจูก็ยิ้มล้อเลียน
ยี่สิบนาทีต่อมาก็มีเสียงร้องเบา ๆ ของผู้หญิงดังมาจากในห้องนอน หลังจากนั้นครู่หนึ่งประตูก็เปิดออก กวนอวิ๋นเซียวก้มหน้าลงเล็กน้อย หลุบตาแดงก่ำของตนเองลงแล้วเอ่ยขึ้น “อาจารย์ครับ เสี่ยวฮุ่ยมีเื่อยากจะคุยกับคุณ...”
ฉินเหยียนจินเดินเข้าไปในห้อง เธอสวมเสื้อคลุมนักพรตหญิง ทำให้ดูสุขุมทรงคุณธรรม ดูเหมือนจะมีประกายรัศมีของความศักดิ์สิทธิ์แผ่ออกมาจนทั้งห้องสว่างไสว
เซี่ยวชิงฮุ่ยขอบคุณเธอด้วยใจจริง
“ต้องขอบคุณอาจารย์มากจริง ๆ ค่ะ ฉันได้ยินที่อาเซียวเล่าให้ฟังทุกอย่างแล้ว ถ้าไม่ได้อาจารย์มาช่วยเอาไว้ ฉันก็คงจะยังจมอยู่ในฝันร้ายและทนทรมานเหมือนอย่างหลายปีที่ผ่านมา”
ฉินเหยียนจินยิ้ม
“มันเป็หน้าที่ของฉันค่ะ ทุกคนเชิญฉันมาทำงานนี้และยังได้รับค่าจ้างเป็การตอบแทนอีกด้วย”
เซี่ยวชิงฮุ่ยส่ายหน้าเบา ๆ
“อาจารย์ต่างจากคนอื่น ๆ นะคะ มีคนมากมายที่รับเงินค่าจ้างเพื่อรักษาฉัน แต่พวกเขาไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย มีแต่จะทำให้ทุกอย่างแย่ลงเท่านั้น”
ฉินเหยียนจินไม่้ายุ่งกับเื่ของคนอื่นมากเกินไป จึงเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา “คุณนาย คุณมีเื่อะไรคุยกับฉันเป็พิเศษหรือเปล่าคะ?”
“ฉันได้ยินจากอาเซียวว่าคุณเป็หมอดูที่แม่นยำมาก เลยอยากจะให้อาจารย์ช่วยดูดวงชะตาให้ ฉันมีคำถามอยากจะถามอาจารย์สักหน่อยได้ไหมคะ?”
“ได้สิคะ ฉันให้ราคาพิเศษเลยค่ะ”
“ดีเลยค่ะ!”
“คุณนายคงอยากจะรู้เกี่ยวกับเด็กที่จากไปคนนั้น ว่าเขาไม่ได้ถูกกำหนดมาให้เป็ลูกคุณ และจะไม่ได้พบกันอีกต่อไปแล้วจริงหรือเปล่าสินะคะ”
เซี่ยวชิงฮุ่ยใ ดวงตาของเธอหลุบลงจนมองเห็นอารมณ์ได้ยาก
ฉินเหยียนจินกล่าวต่อ “คุณนาย ความจริงใจจะนำพาความสมหวังมาให้ทุกคนนะคะ หากคุณกำลังรอคอยการกลับมาของเขา ก็จงแสดงความจริงใจและไม่ควรวาดภาพเขาในใจว่าเป็ฝันร้าย ความจริงแล้วคุณเองก็รู้อยู่แก่ใจถึงสาเหตุของเื่ราวทั้งหมด ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะคุณจินตนาการถึงเขาไปในแง่ร้ายเท่านั้น เพียงแค่ทำใจยอมรับและปล่อยวาง ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีเองค่ะ”
มีคำกล่าวที่ว่า จิตใจมืดมัวรอบตัวย่อมมืดมน ปุถุชนควรมองสิ่งรอบกายด้วยใจบริสุทธิ์จึงพบความร่มเย็น
ความจริงแล้วมันก็ไม่อาจเทียบได้เช่นนั้นทั้งหมด
เธอจมอยู่กับความรู้สึกผิด คิดเสมอว่าตนเองเป็คนฆ่าเด็กคนนั้น โทษตัวเองว่าเป็ฆาตกร
และเด็กคนนั้นยังเป็ลูกในไส้ของตัวเองด้วย
ยิ่งเวลาผ่านไป เื่นี้ก็คอยหลอกหลอนเป็ฝันร้ายที่กัดกินจิตใจ
งานครั้งนี้ของฉินเหยียนจินได้ผลเป็ที่น่าพอใจและได้รับค่าจ้างเป็เงินสิบล้าน
ทั้งที่จริง ๆ แล้ว...
เธอชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้วซึ่งหมายถึงหนึ่งหมื่นเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ยันต์อันเฉินต้องประกอบขึ้นด้วยปราณิญญาจำนวนไม่น้อยเช่นกัน และเงินหนึ่งหมื่นหยวนก็ไม่นับว่ามากเกินไป
แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เมื่ออีกฝ่ายเห็นเธอยกนิ้วขึ้นมาโดยไม่พูดอะไร เขากลับยื่นเช็กสิบล้านให้
ถึงแม้ว่าหนึ่งหมื่นกับสิบล้านจะเป็การเพิ่มเลขศูนย์ไม่กี่ตัว แต่นี่มันเป็มูลค่าที่ต่างกันอย่างมหาศาล
ในอดีตที่ผ่านมา อาจารย์พาเธอไปฝึกฝนทำงานต่าง ๆ ก็มักจะได้เงินเพียงไม่กี่ร้อยหรือพันหยวนเท่านั้น เงินหมื่นยังหาได้ยากมาก
ไม่คาดคิดว่าจะได้เงินสิบล้านั้แ่งานแรกที่ออกมานอกสถานที่
นี่มัน…
ท่านอาจารย์!
ศิษย์ถือว่านี่เป็การสนับสนุนสำนักชิงเหลียนให้รุ่งเรืองได้ไหมนะ… นิดหน่อยคงไม่เป็ไรใช่ไหมนะ?
เพราะเห็นว่าอาการของภรรยากำลังดีขึ้นแล้ว และกวนอวิ๋นเซียวก็ไม่้าห่างจากเธอแม้เพียงแค่วินาทีเดียว เขาจึงให้คนขับรถมาส่งฉินเหยียนจินกลับแทนตัวเอง
เมื่อหญิงสาวขึ้นมาบนรถแล้วก็นึกขึ้นได้ว่า้าลงเขามาเพื่อทำธุระอื่นด้วยจึงได้เอ่ยกับคนรถอย่างเร่งรีบ “ช่วยไปที่ถนนกู่ว่านหน่อยนะคะ”
“ได้ครับ”
สี่สิบนาทีต่อมา รถก็มาจอดอยู่ที่ถนนกู่ว่าน
ที่นี่เป็ถนนสายเก่าที่เต็มไปด้วยแผงขายของมากมายจนแทบไม่มีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยทั่วไป
สองข้างทางเป็ร้านขายของโบราณที่มีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ ร้านส่วนใหญ่เป็ร้านขายของแบบคลาสสิก และร้านที่ขายของเฉพาะอย่างที่หาได้ยาก
อย่างพวกร้านรับดูดวง ร้านขายเครื่องราง บริการจัดงานแต่งงานและงานศพ ร้านทำกระดาษยันต์ เป็ต้น
ร้านสุ่มหินหยกและร้านเติมไฝเสริมโหงวเฮ้งก็ยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไป
หลังจากลงจากรถฉินเหยียนจินก็กล่าวกับคนรถทันที
“คุณกลับไปได้เลยนะคะ ฉันจะเดินที่นี่แล้วกลับสำนักเอง”
“ได้ครับอาจารย์”
คนขับรับคำ เมื่อฉินเหยียนจินเดินจากไป เขาก็โทรหากวนอวิ๋นเซียวทันที
“ท่านครับ อาจารย์ให้ผมมาส่งที่ถนนกู่ว่านอี้แล้วให้ผมกลับได้เลย ท่าน้าให้...”
“รอที่นั่นก่อน วันนี้นายต้องรอส่งอาจารย์ให้ถึงสำนัก เข้าใจไหม”
“ได้ครับท่าน”
อีกด้านหนึ่ง ฉินเหยียนจินกำลังเดินไปที่ร้านขายเครื่องราง
ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ก็พบกับชายชราหนวดเครายาวที่นั่งทอดกายอยู่บนเก้าอี้โยกอย่างสบาย ๆ เมื่อเห็นว่าเธอเข้ามา เขาก็หัวเราะแล้วทักทาย “แม่หนู ไม่ได้เจอกันมาสักพักแล้ว ไปทำอะไรอยู่ที่ไหนมาบ้างล่ะ ได้ฝึกฝนวิชาเพิ่มขึ้นไหม?”
ทั้งสองรู้จักกันดี มีความสัมพันธ์แบบที่สามารถพูดเล่นกันได้
ฉินเหยียนจินตอบด้วยรอยยิ้ม “ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือมา แล้วก็กลับมาสักพักแล้วค่ะ”
“โอ้ ไปทางตะวันตกเฉียงเหนืองั้นเหรอ? อาหารการกินที่นั่นไม่ค่อยจะดี ท้องอาจารย์ของเธอก็ไม่ได้แข็งแรง ไม่จำเป็อย่าไปบ่อย ๆ ดีกว่า ว่าแต่… ทำไมวันนี้อาจารย์ไม่มาด้วยกันล่ะ”
ฉินเหยียนจินมุมปากกระตุก “ท่านอาจารย์เสียแล้วค่ะ”
ชายชราสะดุ้ง รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาค่อย ๆ จางลงไป “ั้แ่เมื่อไรกันเนี่ย?”
“ไม่กี่วันนี้เองค่ะ”
“แล้วเธอ...”
“ผู้เฒ่าถัง ฉันไม่เป็ไรค่ะ” ฉินเหยียนจินเปลี่ยนเื่ “พอดีฉันมาที่นี่เพื่อซื้อกระดาษยันต์ ผงชาด...”
หลังออกมาจากร้านขายกระดาษยันต์ เธอก็เดินเข้าไปในร้านสุ่มหินหยกเพื่อหาซื้อหยกขนาดพอเหมาะสักชิ้น
ในอีกด้านหนึ่ง หลังจากที่หญิงสาวออกจากร้านกระดาษยันต์ไป ผู้เฒ่าถังหยิบมือถือขึ้นมากดโทรออกด้วยมือสั่นเทา
“เสี่ยวปิน ปู่ให้หลานสืบทอดกิจการแล้ว ต่อจากนี้หน้าที่ดูแลร้านนี้เป็ของหลาน...”
ฉินเหยียนจินกำลังตื่นตาตื่นใจกับหินมงคลชนิดต่าง ๆ ที่เรียงรายอยู่ในร้าน แต่หินสวยงามเ่าั้มีราคาแพง เธอจึงเดินผ่านมันไปที่บริเวณขายหินแร่ดิบ
ทุกคนมองโดยไม่พูดอะไรออกมาเมื่อเห็นว่าหญิงสาวคนนี้แต่งกายอย่างนักพรตเต๋า
“เดี๋ยวนี้นักพรตเต๋าก็สนใจสุ่มหินหยกพวกนี้ด้วยงั้นเหรอ?”
“ใครจะไปรู้ นักพรตหญิงคนนี้อาจจะรวยมากก็ได้”
“ดูท่าทางยังเด็กอยู่ น่าจะมาเดินเที่ยวเล่น ไม่น่าแปลกที่สำนักลัทธิเต๋าพวกนี้ตกต่ำลงทุกวัน ความศรัทธาก็ถดถอยเพราะนักพรตออกนอกลู่นอกทางแบบนี้”
“หยุดพูดเถอะน่า เธอมองมาแล้ว”
ฉินเหยียนจินทำเพียงแค่เหลือบมอง แต่ความจริงก็ไม่ได้นำพาคำพูดเ่าั้มาใส่ใจ
คนเราจะพูดอะไรก็ได้เพียงแค่มีปาก ไม่ได้สนข้อเท็จจริง พูดเพียงแต่สิ่งที่อยากจะเชื่อเท่านั้น
แต่เธอก็ไม่ได้ปล่อยผ่านง่าย ๆ และใช้เคล็ดวิชาสะท้อนกลับ ซึ่งจะเป็ผลให้ความคิดร้าย ๆ ที่จะโจมตีคนอื่นย้อนเข้าหาตัวคนนั้น
ระดับความหนักเบาของผลนั้นก็จะแข็งแกร่งตามความสามารถของผู้ใช้ ยิ่งผู้ใช้ฝึกฝนมามาก ความรุนแรงของมันก็ยิ่งมากขึ้น
วันนี้คนที่วิจารณ์เธออย่างเสียหายจึงเกิดเื่ให้สูญเสียเงินยโดยใช่เหตุไปหลายครั้ง
ซ้ำยังก่อหนี้ก้อนโตขึ้นมาอีกด้วย
ที่เขาเรียกกันว่าปลาหมอตายเพราะปากมันเป็แบบนี้นี่เอง