15.เงินทุนค้าขาย
ยามเซิน (15.00-16.59)
ิเฟิงและโจวต้าเป่ากลับมาจากการขายเห็ดจากในเมืองได้เงินมาอีกมากถึง900 อีแปะเพราะครั้งนี้บ้านหยางเก็บได้สามตะกร้าจึงมากกว่าครั้งก่อนส่วนท่านลุงต้าเป่าขายเห็ดได้มา 750 อีแปะไก่ป่าสองตัวอีก 30อีแปะนับว่าเหลาฝูหลงให้ราคาดียิ่งนัก
ครั้งแรกที่ได้ยินราคาเห็ดโจวต้าเป่าถึงกับยืนอึ้งไปเลยทีเดียวนี่มันแพงซะยิ่งกว่าเนื้อเสียอีกนะเมื่อได้เงินมาแล้วก็ซื้อข้าวของกลับบ้านทันทีส่วนิเฟิงนั้นไม่ได้ซื้ออันใดนอกจากยาของท่านพ่อที่ท่านแม่ฝากมาซื้อเพียงเท่านั้นเมื่อกลับถึงหมู่บ้านต่างแยกย้ายกับเข้าบ้านโดยโจวต้าเป่าบอกิเฟิงว่าตอนเย็นจะเข้าไปหาิฮุ่ยิเฟิงจึงรับปากจะบอกท่านพ่อให้
และเมื่อถึงต้นยามโหย่ว (17.00-18.59) โจวต้าเป่ากับถงเหยียนและเสี่ยวเหมยก็มาหาที่บ้านหยางพร้อมทั้งพูดคุยบอกกล่าวขอบใจเื่ที่พาไปเก็บเห็ดในครั้งนี้จึงทำให้ครอบครัวมีเงินมากขึ้นถึงก่อนนี้จะได้รับเงินเยียวยาจากทางการก็จริงอยู่แต่เงินก้อนนั้นได้นำไปใช้จ่ายค่ายาที่เคยติดท่านหมอไว้เพราะก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์เหมืองถล่มนั้นบุตรสาวของเขาเสี่ยวเหมยนั้นป่วยมีไข้หนักท่านหมอที่มารักษาก็สงสารจึงให้ติดค่ายาค่ารักษาไว้ก่อนมีเมื่อไหร่ค่อยไปจ่ายคืน ดังนั้นเมื่อได้เงินจากทางการมาครั้งนั้นครอบครัวโจวจึงเร่งนำเงินไปจ่ายค่ายาคืนท่านหมอทันทีจึงเหลือเงินติดบ้านไม่ถึงหนึ่งตำลึงด้วยซ้ำการขายเห็ดครั้งนี้จึงถือได้ว่าเป็การช่วยชีวิตบ้านโจวเลยทีเดียว
“ต้าเป่า เ้าก็อย่าได้ขอบอกขอบใจเลย เห็ดนั้นขึ้นอยู่เต็มูเาใครก็สามารถเก็บขายได้ทั้งนั้น”ท่านพ่อบอกให้ไม่ต้องขอบใจกันเพราะอย่างไรก็เป็สหายกันมานาน
“แต่ถ้าพวกเ้าไม่บอก พวกข้าก็คงไม่รู้จักหรอกว่าเห็ดนั้นสามารถขายได้อย่างไรก็ต้องขอบคุณบ้านเ้าแล้ว”
“เอาเถอะ ข้าไม่เถียงเ้าแล้วเช่นนั้นวันนี้กินข้าวเย็นด้วยกันเถิด” ท่านพ่อชวนบ้านลุงโจวกินข้าวด้วยกันเสียเลยไม่ต้องกังวลเื่ข้าวของที่ิเยว่เอาออกมาจากช่องว่างเพราะนางเอาของที่แปลกตาเก็บไปหมดแล้วจึงเหลือเพียงของใช้ที่พบเห็นได้ทั่วไป
“ได้สิ เช่นนั้นข้าจะเข้าไม่ช่วยฟางจิงทำกับข้าวเองนะ”ทั้งสองครอบครัวกินข้าวเย็นพร้อมทั้งพูดคุยกันไปอีกทั้งยังนัดแนะกันขึ้นเขาไปเก็บเห็ดสนและเห็ดหอมเพิ่มอีกต้องรีบหาเงินมาตุนเสบียงในหน้าหนาวที่จะถึงนี้ถึงแม้จะเหลือเวลาอีกหลายเดือนก็ต้องรีบตุนไว้ก่อน
วันเวลาผ่านไปอีกสองเดือนแล้วตอนนี้ขาและแขนท่านพ่อที่หักได้หายดีแล้ว ท่านพ่อเริ่มเดินได้บ้างแล้วแขนก็หยิบจับใช้งานได้แต่ก็ยังต้องไปให้ท่านหมอตรวจดูอีกครั้งก่อนวันนี้ท่านแม่จึงจะพาท่านพ่อนั่งเกวียนรับจ้างเข้าเมืองไปหาหมอ ส่วนเด็กๆก็ให้อยู่เฝ้าบ้านไปก่อน
เวลาที่ผ่านมาครอบครัวหยางได้แต่เก็บเห็ดและผักป่าไปขายและปลูกผักกับซาวเซียนฉ่าว(ต้นเฉาก๊วย) มาตากแห้งเก็บไว้เต็มหลังบ้านส่วนเฉ่าเหมยั์ที่นางว่าจะปลูกนั้นนางพึ่งจะเพาะเมล็ดได้สำเร็จเองตอนนี้ก็พึ่งเอาลงกระถางเพาะกล้าก่อน คงต้องรออีกสักระยะจึงจะเอาลงดินปลุกได้หากท่านพ่อหายดีแล้วนางคิดว่าจะเริ่มแผนการขายเฉาก๊วยน้ำเต้าหู้เลยเื่นี้คงต้องปรึกษากับทุกคนอีกครั้ง
ทางด้านิฮุ่ยกับฟางจิงสองสามีภรรยาพากันนั่งเกวียนเข้าเมืองมาที่โรงหมอเมื่อมาถึงก็ต้องนั่งรอลำดับการตรวจอีกเพราะโรงหมอมีคนป่วยเยอะรอได้สองเค่อก็ได้เข้าตรวจกับท่านหมอแล้ว
“อืม กระดูกสมานกันดีแล้วละนะ ส่วนขานี้อาจจะเดินขัดๆ อยู่บ้างแต่อีกไม่นานก็หายปกติ่นี้ก็ระมัดระวังอย่างใช้แรงขามากเกินไปนัก”
“ขอรับท่านหมอ”
“เอาล่ะข้าจะจัดเทียบยาบำรุงให้” เมื่อตรวจรักษาและรับห่อยามาเรียบร้อยสองสามีภรรยากพากันเดินออกด้วยความโล่งใจเป็อย่างยิ่งฟางจิงคอยประคองิฮุ่ยตลอดการเดิน
“ระวังเ้าค่ะท่านพี่” ฟางจิงเอ่ยบอกสามีเบาๆ พร้อมคอยโอบประคองอยู่ข้างๆ
“ได้ๆ พี่จะระวังขอบใจเ้า” ิฮุ่ยตอบกลับเสียงอ่อนโยนให้ภรรยาทันที
“ท่านพี่เ้าคะจำที่เสี่ยวเยว่บอกไว้ว่าจะค้าขายได้หรือไม่เ้าคะ”
“อืมจำได้สิ ตอนนี้พี่ก็เริ่มหายดีแล้วคิดว่าพวกเราเริ่มค้าขายเลยก็ดีอีกอย่างซาวเซียนฉ่าวที่ตากแห้งเก็บไว้ก็มีมากมายพอใช้อยู่แล้ว”
“ข้าก็คิดเช่นนั้นเ้าค่ะเดี๋ยวกลับไปก็คงต้องลองพูดคุยกันก่อนว่าจะเริ่มต้นอย่างไรกันดีนะเ้าค่ะ”
“ได้ เช่นนั้นเรารีบกับบ้านกันเถิด”ทั้งสองเดินมาขึ้นเกวียนรับจ้างกลับหมู่บ้านทันที เมื่อกลับถึงบ้านแล้วชุนชุนที่กำลังนั่งระบายสีสมุดภาพที่ิเยว่เอาออกจากช่องว่างมาให้อยู่หน้าบ้านก็รีบวิ่งเข้ามาหาท่านพ่อท่านแม่ทันที
“พวกท่านกลับมาแล้ว ท่านพ่อหายแล้วใช่หรือไม่ขอรับ”
“ใช่พ่อดีขึ้นแล้วล่ะชุนชุน”
“เย้ เย้ ดีจังเลยขอรับ” เ้าตัวน้อยะโดึ๋งๆไปรอบๆ ด้วยความดีใจยิ่งนัก
เย็นนั้นเมื่อกินข้าวเย็นกันเรียบร้อยแล้วทั้งห้าคนก็มานั่งเล่นกันอยู่ที่ห้องนอนท่านพ่อท่านแม่
“ตอนนี้พ่อก็ดีขึ้นมากแล้วท่านหมอบอกว่ากินยาบำรุงอีกไม่กี่เทียบก็สามารถกลับมาทำงานได้ปกติแล้วพ่อคิดว่าเื่ค้าขายที่เยว่เยว่อยากทำ ก็เริ่มได้เลย”
“เช่นนั้นดียิ่งเ้าค่ะท่านพ่อเราคงต้องไปหาที่ขายของก่อนนะเ้าค่ะแต่ข้าอยากลองเข้าไปในเมืองเพื่อดูตลาดก่อนสักครั้งเ้าค่ะ จะได้ดูร้านค้าด้วย”ิเยว่ออกความเห็นทันที
“ได้สิ เช่นนั้นเดียวแม่พาเ้าไปเอง”
“แต่การค้าขายเราต้องมีเงินทุน เงินที่เรามีก็ยังมีไม่มากเท่าไหร่จะสามารถค้าขายได้หรือขอรับท่านพ่อ”ิเฟิงเป็กังวลเื่นี้มากกว่า
“อืม จิงจิงตอนนี้บ้านเรามีเงินอยู่เท่าไหร่หรือ”ิฮุ่ยหันมาถามภรรยาเสียงอ่อนโยน
“ถ้ารวมกับเงินที่ทางการช่วยเยียวยาแล้วรวมกับเงินที่เราขายเห็ดและของป่าตอนนี้ก็มีอยู่8 ตำลึงเงินเ้าค่ะท่านพี่”
หากเพียงซื่อของมาค้าขายก็คงจะพออยู่แต่เราต้องขนของไปขายในเมืองเองจะต้องใช้รถเข็นลากหรือไม่ก็เกวียนถ้าหากจะขนขึ้นเกวียนรับจ้างของหมู่บ้านเห็นทีจะไม่สะดวกนักเพราะเกวียนรับจ้างมีเวลาเข้าออกหากวันไหนขายหมดเร็วก็ต้องรอรอบเกวียนออก หรือถ้าวันไหนขายยังไม่หมดหรือใช้เวลานานก็จะพลาดเกวียนเที่ยวสุดท้ายได้อีก
“เช่นนั้นจะทำอย่างไรดีเล่าขอรับท่านพ่อ”
“หากปัญหาอยู่ที่เงินเช่นนั้นไม่ต้องห่วงเ้าค่ะ”ิเยว่เอ่ยขึ้นเพื่อให้ทุกคนคลายใจในเื่นี้
“เหตุใดเล่าเยว่เยว่หรือว่าเ้ามีวิธีเช่นนั้นหรือ”ท่านแม่ถามอย่างแปลกใจทันที
“ในช่องว่างของข้าหาได้มีเพียงของกินของใช้เท่านั้นนะเ้าคะ”
ฟึบ! ฟึบ!
เมื่อกล่าวจบก็ปรากฎแท่งก้อนสี่เหลี่ยมสีเหลืองทองกับหยกสีเขียวเนื้อใส อีกทั้งยังมีเครื่องประดับของมีค่าทั้งกำไลหยกเนื้อสีชมพูที่ขึ้นรูปประณีตไม่มีแม้แต่รอยตำหนิปิ่นปักผมทำจากหยกขาวเนื้อมันแพะแวววาวของมีค่ามากมายที่ิเยว่เอามานั้นทำให้คนที่เหลือตกตะลึงกลั้นลมหายใจไปแล้วไม่คิดว่าท่านเทพธิดาจะเมตตาครอบครัวหยางถึงเพียงนี้ ท่านพ่อถึงกับมือสั่นไม่กล้าััของตรงหน้าเพราะกลัวว่าจะทำเสียหาย
“เท่านี้เราก็มีเงินแล้วเ้าค่ะ" ิเยว่ยิ้มให้ทุกคนอย่างอารมณ์ดี……