กองคาราวานจิตอาสาของมูลนิธิบ้านอุ่นใจสี่ขาเคลื่อนขบวนขยายความเร็วเดินทางมาถึงอีกหมู่บ้านหนึ่งในบ่ายวันถัดมา เมื่อล้อรถหยุดหมุนทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองจัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ทางการแพทย์เคลื่อนที่ด้วยความชำนาญและรวดเร็วเหมือนเช่นเคย
ในทริปนี้‘พิมพ์นลิน’ กลายเป็ขวัญใจของคนในพื้นที่อย่างรวดเร็วด้วยนิสัยพูดเก่ง เจื้อยแจ้ว และเฟรนด์ลี่ อารมณ์ดี สนุกสนาน จึงเป็ที่สนใจและเอ็นดูของบรรดาแม่บ้านและกลุ่มผู้หญิงในหมู่บ้านที่อายุมากกว่าพวกหล่อนพากันจูงมือพิมพ์นลินเข้าไปในโรงครัวกลางของชุมชนที่จัดเตรียมไว้สำหรับทำอาหารเลี้ยงต้อนรับกองคาราวาน ขณะที่เดินสำรวจโรงครัว พิมพ์นลินเหลือบไปเห็นฝูงสุนัขจรจัดสามสี่ตัวที่แอบมานอนหมอบอยู่ใต้ร่มไม้ สภาพของพวกมันผอมโซจนซี่โครงปูด พิมพ์นลินเกิดความสงสารจับใจ จึงคิดไอเดียบางอย่างได้ เธอหยิบเอาวัตถุดิบที่มีอยู่ในครัวมาลงมือ ‘ทำขนมสุนัขโฮมเมด’ ด้วยตัวเองทันที
วิธีทำคุกกี้สุนัขสูตรสุขภาพดีของพิมพ์นลินเริ่มต้นขึ้นอย่างคล่องแคล่ว หญิงสาวหยิบเนื้ออกไก่ต้มสุกมาบดจนละเอียดผสมเข้ากับแป้งข้าวโอ๊ตเนื้อเนียนละเอียดเติมฟักทองนึ่งบดเพื่อเพิ่มวิตามินและรสหวานธรรมชาติ จากนั้นจึงเทนมแพะอุ่น ๆลงไปทีละน้อยเพื่อประสานวัตถุดิบ พิมพ์นลินขยับมือนวดแป้งจนเนียนนุ่มก่อนจะใช้แม่พิมพ์กดแป้งออกมาเป็รูปกระดูกชิ้นจิ๋วน่ารักน่าเอ็นดูนำเข้าเตาอบดินเผาของชาวบ้าน อบด้วยไฟอ่อนจนส่งกลิ่นหอมกรุ่นอบอวลโชยออกมาจากเตาคุกกี้กรอบสีเหลืองทองน่าทานเสร็จสมบูรณ์
ทว่า...จู่ๆ ก็เกิดนึกสนุก พิมพ์นลินคีบคุกกี้รูปกระดูกใส่จานกระดาษ หน้าบานฉีกยิ้มเดินตรงดิ่งมาหา ‘ภาคิน’ ที่เพิ่งเคลียร์บูธทนายความจิตอาสาเสร็จชายหนุ่มปากจัดนั่งกอดอกทำหน้าบึ้งตึงอยู่บนม้านั่งไม้
"พี่คิน! ดูนี่ซิคะ นลินทำคุกกี้โฮมเมดสูตรออร์แกนิก ใช้ของที่มีในโรงครัวโน่น เห็นไหมคะ หอมกรุ่นจากเตาเลยนะคะเนี่ย!"
พิมพ์นลินแกล้งส่งเสียงเจื้อยแจ้วพลางยื่นจานขนมให้ดูประหนึ่งโอ้อวด โดยจงใจปิดบังไม่บอกความจริงสักคำว่าเป็ขนมของสุนัข!
ภาคินปรายตามองอย่างขัดเคืองแม้จะรู้สึกสังหรณ์ใจถึงรูปร่างหน้าตาของมัน แต่กลิ่นหอมของแป้งข้าวโอ๊ตและฟักทองบดบวกกับความหิวทำให้คุณทนายความดึงจานขนมไปจากมือของพิมพ์นลิน หญิงสาวแกล้งพูดต่อแต่ออกเสียงเบา ๆ ยานและช้ามากว่า
“เป็...ขะ...หนม...ของ...มะ...หมา...”
ยังไม่ทันถึงคำว่าหมา ภาคินหันหลังเดินหนี หยิบคุกกี้เข้าปากเคี้ยวกลืนทันที จึงไม่เห็นรอยยิ้มสมใจฉายชัดบนใบหน้าคนเ้าเล่ห์ที่เดินตามมา เมื่อเนื้อคุกกี้ััลิ้น ภาคินถึงกับเบิ่งตาโตเพราะทึ่ง รสชาติกรอบมัน นุ่มละมุนทำให้เขาหลุดปากชมออกมาหน้าตาเฉย
"หึ...อร่อยดีนี่พิมพ์นลิน แป้งกรอบดี ไม่ยักรู้ว่าเธอทำขนมเป็กับเขาด้วย” ทนายหนุ่มยิ้มหน้าบาน หันกลับไปทิศเดิม จึงไม่เห็นพิมพ์นลินกลั้นขำพูดเกือบกระซิบว่า
“ของหมา...”
เขาก้าวเท้าเดินเตร่ไปรอบลานอเนกประสงค์พลางใช้นิ้วหนาหยิบคุกกี้รูปกระดูกในมือกินไปพลางอย่างอารมณ์ดีทว่าก้าวเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ภาคินเริ่มจับสังเกตเห็นอาการผิดปกติรอบกาย...บรรดากลุ่มผู้หญิงในหมู่บ้านที่กำลังทำอาหารอยู่หลังครัว ต่างพากันจับจ้องมองตรงมาที่เขาบางคนแอบเอามืออวบ ๆ ปิดปากยิ้มกริ่ม บางคนหลุดเสียงหัวเราะคิกคักหน้าแดง บางคนส่งสายตาแปลกๆ มาให้ จนเขาเลิกคิ้วงุนงง
ทันทีที่ภาคินเดินมาถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ ชายหนุ่มหยุดกึก ตัวแข็งราวท่อนไม้ลมหายใจขาด่ และแล้ว... ความจริงอันน่าเจ็บใจแล่นปราดเข้าสู่สมองว่าเขาถูกยัยตัวแสบเล่นงานเข้าให้แล้ว เมื่อเห็น ‘ฝูงสุนัขจรจัดผอมโซกลุ่มใหญ่กำลังขยับเขี้ยวเคี้ยวกลืนคุกกี้รูปกระดูกสีเหลืองทองที่หน้าตา เนื้อััและกลิ่นหอม...เหมือนเป๊ะกับคุกกี้ที่อยู่ในมือของเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
’‘นี่กูกินขนมหมาเหรอวะเนี่ย!’
ภาคินหายใจฟึดฟัดด้วยความเดือดดาละโเสียงดังลั่นสนั่นลานอเนกประสงค์หมู่บ้านจนนกแตกรัง! บินกัน “พรึ๊บบบ”
"พิมพ์นลิน!!ยัยตัวแสบ!! อยู่ไหนหะ!!"
ภาคินเขวี้ยงจานขนมทิ้งรังสีความโกรธแผ่ซ่าน ชายหนุ่มออกวิ่งหน้าตั้งตามหาตัวยัยเด็กดื้อไปทั่วโรงครัวจนกระทั่งมาเจอพิมพ์นลินที่ยืนแอบอยู่หลังถังน้ำกำลังเอามือปิดปากหัวร่อสะใจจนตัวโยน เมื่อเห็นภาคิน พิมพ์นลินก็ถลันตัวออกจากที่ซ่อนแล้วรีบเผ่นหนีไปอย่างรวดเร็ว
ทนายความสายลุยไม่รอช้าพุ่งตัวออกวิ่งไล่จับยัยตัวแสบข้างบ้านทันทีอย่างไม่คิดชีวิต ส่วนพิมพ์นลินก็หวีดร้องเสียงใส วิ่งหนีหน้าตั้งซอยขาหลบซ้ายทีขวาทีพลางส่งเสียงเจื้อยแจ้วกวนโอ๊ยหัวร่อเอิ๊กอ๊ากสนุกสนาน
ภาพคุณทนายความมาดเนี้ยบสติแตกวิ่งไล่กวดเด็กสาวแสบๆ ไปรอบลานหมู่บ้าน โดยมีเ้าดุ๊กดิ๊กขยับขาสี่ขาส่งเสียงเห่าเชียร์อยู่ข้าง ๆ ทำเอาบรรดาผู้ใหญ่ชาวบ้านและทีมงานพากันหัวเราะขำกันยกใหญ่ โดยมีสายตาคมขรึมของหมอทิวากรและสายตาหม่นหมองกังวลลึกๆ ของพิมพิกาเฝ้ามองภาพการวิ่งไล่จับกันของคนทั้งคู่
++++++++++