หมอาุโเจี่ยง
หลี่ิยิ้มบางๆ “ยินดีที่ได้รู้จักแม่นางเซี่ยนซู ข้ามีนามว่าหลี่ิ” เขาแนะนำตัว “ที่จริงข้ามาที่นี่ก็เพื่อดอกเยว่กู่หลานเช่นกัน ข้าต้องใช้มันปรุงยาเพื่อรักษาชีวิตผู้มีพระคุณของข้าคนหนึ่งซึ่งถูกพิษเล่นงาน”
เซี่ยนซูพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ในเมื่อต้องใช้เยว่กู่หลานเพื่อช่วยชีวิตผู้มีพระคุณของท่าน เช่นนั้นข้ายินดีช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ” นางเอ่ยพลางยิ้มละไม “ไหนๆ ตอนนี้ปีศาจก็สิ้นฤทธิ์แล้ว เรารีบไปเก็บดอกเยว่กู่หลานกันเถิด ก่อนรุ่งสางกลีบดอกจะหุบโรยไป”
หลี่ิพยักหน้า “ข้ามีกล่องหยกเตรียมมาสำหรับเก็บสมุนไพรนี้โดยเฉพาะ” เขากล่าวพร้อมหยิบกล่องหยกใบเล็กออกมาจากห่อสัมภาระ. จากนั้นทั้งสองก็เดินเข้าไปยังบริเวณที่ดอกเยว่กู่หลานกำลังส่องแสงอยู่. แม้กลิ่นหอมลวงจิตจะยังอบอวลอยู่โดยรอบ แต่หลี่ิก็คงลมหายใจปราณบริสุทธิ์ปกป้องจิตใจตนเองไว้ตลอด ขณะที่เซี่ยนซูเองก็มีเคล็ดวิชาแห่งธรรมชาติช่วยต้านพิษหลอนของดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์นี้เช่นกัน. นางค่อยๆ ใช้มีดสั้นบรรจงตัดก้านดอกเยว่กู่หลานอย่างแ่เบา แล้ววางดอกไม้สีเงินอมม่วงซึ่งยังเปล่งประกายรางๆ ลงบนผ้าขาวบางชุบน้ำยาสมุนไพร ก่อนจะห่อและใส่มันลงไปในกล่องหยกของหลี่ิอย่างระมัดระวัง. เมื่อเก็บสมุนไพรล้ำค่าได้สำเร็จ หลี่ิก็ถอนหายใจโล่งอก ขณะที่เซี่ยนซูยกมือขึ้นพนมกล่าวคำขอบคุณต่อดวงิญญาศักดิ์สิทธิ์แห่งป่าเขาที่คุ้มครองให้ภารกิจคืนนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี
“แม่นางเซี่ยนซู” หลี่ิเอ่ยขึ้น “ข้าต้องขอบคุณท่านมากที่ช่วยข้าเก็บสมุนไพรในครั้งนี้ หากไม่มีท่านข้าคงลำบากมากนัก”
เซี่ยนซูส่ายหน้า “เป็ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณท่านยิ่งกว่าชีวิต. ท่านได้ช่วยข้าจากเงื้อมมือปีศาจ แถมยังมิได้คิดดอกไม้ล้ำค่านี้ไปโดยพลการ ทั้งหมดที่ท่านทำก็เพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น ข้านับถือในคุณธรรมของท่าน” นางหยุดเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “ท่านหลี่ิ ภารกิจของท่านยังไม่จบเพียงเท่านี้ใช่หรือไม่? ข้าได้ยินท่านเอ่ยถึงสมุนไพรอีกชนิดหนึ่ง…”
“ถูกต้องแล้ว” หลี่ิพยักหน้า สีหน้ากลับมาเคร่งเครียดเมื่อนึกถึงสิ่งที่ยังรออยู่ “ข้ายังต้องตามหา ‘อิ๋นลู่หงอวี้’ สมุนไพรอีกชนิดหนึ่งตามตำรับยา จึงจะปรุงยาขจัดพิษได้ครบถ้วน”
เซี่ยนซูทำท่าครุ่นคิด “อิ๋นลู่หงอวี้… ข้าเคยได้ยินตำนานเล่าขานถึงหยกแดงต้องมนตร์นี้ แต่ไม่รู้แน่ชัดว่ามันอยู่แห่งหนใด” นางเงยหน้าขึ้นสบตาหลี่ิ “ทว่าข้ารู้จักผู้หนึ่งที่อาจให้คำตอบแก่เราได้. มีหมอาุโท่านหนึ่งนามว่า ‘เจี่ยง’ เขาเคยเป็ศิษย์แห่งสำนักแพทย์ในเมืองหลวง แต่บัดนี้เร้นกายมาใช้ชีวิตสันโดษอยู่ในป่าแถบนี้. ท่านหมอเจี่ยงเป็ผู้รอบรู้เื่สมุนไพรอย่างกว้างขวาง เคยมาแลกเปลี่ยนวิชากับเผ่าของข้าอยู่หลายครา หากถามถึงสมุนไพรพิสดารเช่นนี้ เขาอาจจะรู้เบาะแสก็เป็ได้”
หลี่ิได้ฟังก็เกิดความหวัง เขาประสานมือคารวะ “ถ้าเช่นนั้นต้องรบกวนแม่นางนำทางข้าไปพบหมอาุโเจี่ยงผู้นั้นแล้ว”
เซี่ยนซูพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ข้ายินดีร่วมทางไปกับท่านหลี่ิ. นับแต่นี้ภารกิจตามหาสมุนไพรของท่านก็ถือเป็ภารกิจของข้าด้วยอีกคน”
หลังจากนั้นสองวัน หลี่ิและเซี่ยนซูก็เดินทางมาถึงกระท่อมไม้หลังน้อยที่หลบซ่อนอยู่กลางป่าลึกดังที่นางบอกไว้. บริเวณนั้นเงียบสงบร่มรื่น หมู่ไผ่และไม้ใหญ่น้อยขึ้นล้อมรอบจนแสงแดดแทบส่องผ่านไม่ถึงพื้นดิน. เมื่อทั้งสองเข้าใกล้กระท่อม เสียงชายชราคนหนึ่งร้องถามขึ้นว่า “ผู้ใดมาเยือนที่อยู่สงบของข้า?” สิ้นเสียง ประตูไม้เก่าก็แง้มเปิด เผยร่างผ่ายผอมของชายชราผมขาวในชุดผ้าฝ้ายหยาบสีหม่น. ดวงตาของเขาคมกล้าแฝงความเฉลียวฉลาด ทว่าร่องรอยบนใบหน้าบ่งบอกถึงวัยที่ล่วงเลย “อ้อ… แม่นางเซี่ยนซู เป็เ้าเองหรือ” ชายชรากล่าวเมื่อจำหญิงสาวได้ “แล้วนั่นผู้ใดมากับเ้า?” เขามองหลี่ิอย่างพินิจ
“เซี่ยนซูคารวะท่านหมอาุโเจี่ยง” หญิงสาวกล่าวพลางประสานมือคารวะ “ผู้นี้คือหลี่ิ คุณชายจากตระกูลใหญ่ในนครหลวงเ้าค่ะ. เขาเป็ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตข้าไว้จากปีศาจร้าย และบัดนี้พวกเรามาขอคำชี้แนะจากท่านเื่สมุนไพรในตำนานเ้าค่ะ”
“สมุนไพรในตำนานรึ?” หมอเจี่ยงเลิกคิ้วขึ้น “เข้ามาข้างในก่อนเถิด” เขาผายมือเชื้อเชิญ. ทั้งสามจึงพากันเข้าไปนั่งภายในกระท่อมเล็กๆ ที่อัดแน่นด้วยชั้นหนังสือและม้วนตำราเก่าแก่ บนขื่อข้างฝาผนังแขวนมัดสมุนไพรตากแห้งส่งกลิ่นหอมฉุนบางเบา.
หลี่ิยกมือคารวะอีกครั้ง “คารวะท่านหมอาุโ ข้าได้ยินมาว่าท่านเป็อดีตศิษย์สำนักแพทย์ จึงมาขอคำแนะนำบางประการขอรับ” จากนั้นเขาก็เล่าเื่พิษที่แม่นมได้รับและตำรับยาถอนพิษที่ต้องใช้สมุนไพรในตำนานสองชนิด โดยบัดนี้เขาหาเยว่กู่หลานมาได้แล้ว เหลือเพียง “อิ๋นลู่หงอวี้” ที่ยังไม่รู้แหล่งอยู่.
หมอเจี่ยงฟังจบก็พยักหน้าช้าๆ “หลายสิบปีก่อน ตอนที่ข้ายังอยู่ในสำนักแพทย์ ข้าเคยได้ยินเหล่าอาจารย์พูดถึงสมุนไพรลึกลับชนิดหนึ่ง เรียกมันว่า ‘หยกแดงน้ำค้างซ่อนเร้น’ หรือก็คือ ‘อิ๋นลู่หงอวี้’ นี่ล่ะ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทบทวนความหลัง “ตามบันทึกโบราณที่ข้าเคยแอบอ่าน กล่าวว่ามันคือผลึกสมุนไพรที่เกิดจากหยาดน้ำค้างแรกอรุณรวมตัวกันในถ้ำลับใต้ดิน. ว่ากันว่าถ้ำที่ว่านั้นอยู่ลึกลงไปใต้หอสมุดของสำนักแพทย์ และหยกแดงจะก่อรูปขึ้นมาเพียงยามใกล้รุ่งของบางวันเท่านั้น จากนั้นไม่นานก็จะสลายไป”
หลี่ิตั้งใจฟังทุกถ้อยคำ “ใต้หอสมุดของสำนักแพทย์หรือขอรับ…” เขาทวนคำเบาๆ อย่างใช้ความคิด
หมอเจี่ยงพยักหน้า “ใช่ แต่เื่นี้เป็ความลับที่ทางสำนักปิดซ่อนไว้มาก ไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้ค้นหา หลายคนเชื่อว่าเป็เพียงตำนานเลื่อนลอย แต่ข้ากลับเห็นว่ามีมูลความจริงอยู่” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อ “อย่างไรก็ดี การจะเข้าไปถึงใต้หอสมุดสำนักแพทย์นั้นไม่ใช่เื่ง่ายเลย คนภายนอกมิอาจย่างกรายเข้าไปได้โดยสะดวก สำนักแพทย์มีกฎเข้มงวดและคุ้มกันแ่ามาก”
หลี่ินิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยเสียงหนักแน่น “ต่อให้ยากเย็นเพียงใด ข้าก็ต้องหาทางเข้าไปให้ได้” เขากำหมัดแน่นเมื่อนึกถึงแม่นมที่กำลังรอความช่วยเหลืออยู่ “แม้จะต้องปลอมตัวเล็ดลอดเข้าไป หรือเข้าสอบเป็ศิษย์สำนักแพทย์ ข้าก็พร้อมจะทำ”
หมอเจี่ยงมองเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวของชายหนุ่มก็ยิ้มบางๆ “ถ้าเ้าตั้งใจมั่นถึงเพียงนี้ ข้าก็ขออวยพรให้เ้าสำเร็จสมดังที่ตั้งใจ”
เซี่ยนซูเอ่ยขึ้นบ้าง “หลี่ิ ท่านหาได้โดดเดี่ยวไม่ ข้าจะร่วมทางไปกับท่านจนกว่าจะได้สมุนไพรหยกแดงนั้นมา”
หลี่ิหันมายิ้มให้นางด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ “ข้าซาบซึ้งในน้ำใจของแม่นางเซี่ยนซูยิ่งนัก”
หลังสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้เพิ่มเติมอีกเล็กน้อย หลี่ิและเซี่ยนซูก็ลาหมอเจี่ยงออกมา. ยามนั้นตะวันสายโด่งแล้ว ทั้งสองยืนอยู่ที่ปากทางเข้าป่าลึก เบื้องหน้าคือเส้นทางที่จะนำไปสู่สำนักแพทย์อันยิ่งใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ไกลลิบบนเทือกเขาทางทิศตะวันออก
หลี่ิหรี่ตามองเป้าหมายที่อยู่เบื้องหน้า พลางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเตรียมใจสำหรับบททดสอบครั้งใหม่ที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิม. การแทรกซึมเข้าสู่สำนักแพทย์ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดล้วนเต็มไปด้วยอันตราย แต่เพื่อช่วยชีวิตผู้มีพระคุณซึ่งเปรียบเสมือนมารดาคนที่สองของเขาแล้ว ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตเขาก็ยอมที่จะเสี่ยง!