"เทียนเอ๋อร์!" ระหว่างที่กำลังเดินอยู่นั้น หลิงเทียนได้ยินเสียงกระวนกระวายที่คุ้นเคยและอบอุ่นในความทรงจำดังมาจากข้างหลัง
เขาหันกลับไปมองทางต้นเสียงนั้น ในกรอบสายตาเห็นคนยืนมองเขาอยู่สามคน แต่ละคนล้วนมองเขาด้วยใบหน้าที่อบอุ่น
"คารวะท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านผู้าุโสูงสุดขอรับ" หลิงเทียนทักทายพวกเขาด้วยท่าทางประหม่าอยู่บ้าง จะอย่างไรชีวิตก่อนของเขาบิดามารดาก็จากไปก่อนเขาจะเติบโตเต็มวัย
บุรุษวัยกลางคนตรงหน้าคือบิดาของเขาเอง หลิงหลงเซี้ยง นามนี้เป็ที่รู้จักไปทั่วอาณาจักรโจวฟางแห่งนี้ แม้แต่อาณาจักรอื่นๆยังต้องกริ่งเกรง เพราะนี่คือนามของหนึ่งในคนที่แข็งแกร่งที่สุดของอาณาจักรโจวฟาง
ส่วนชายชราที่ยืนอยู่ข้างๆบิดาของเขาก็เช่นเดียวกัน ชายชราผู้นี้นามว่า หลิงอวี้หลง หลิงอวี้หลงนั้นเป็ผู้าุโสูงสุดของตระกูลหลิงของเขา ชายชราผู้นี้คือบุคคลที่หลิงเทียนให้ความเคารพรองจากบิดามารดาของเขาเลยทีเดียว
เหตุผลเพราะนอกจากชายชราผู้นี้จะพลังฝีมือระดับเดียวกับบิดาของเขาแล้ว ชายชราผู้นี้ยังใจดีต่อเขามาก คอยดูแล คอยสอนวิชายุทธ์ให้เขายามที่บิดาเขาไม่อยู่
ส่วนชื่อเสียงของหลิงอวี้หลงนั้นก็ไม่เบาเลย เพราะหลิงอวี้หลงนั้นก็เป็หนึ่งในผู้ที่มีพลังสูงสุดของอาณาจักรเช่นเดียวกับบิดาของเขา ส่วนชื่อเสียงของหลิงอวี้หลงต่ออาณาจักรอื่นนั้น เรียกได้ว่า หากจะให้อาณาจักรอื่นเลือกปะทะระหว่างหลิงหลงเซี้ยงกับหลิงอวี้หลง อาณาจักรอื่นๆจะต้องเลือกปะทะกับสิบหลิงหลงเซี้ยงดีกว่าปะทะกับหนึ่งหลิงอวี้หลงอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอาณาจักรปีศาจ์ ครั้งหนึ่งหลิงหยุน ลูกชายเพียงคนเดียวของผู้าุโสูงสุด หลิงอวี้หลงถูกปีศาจจากอาณาจักรปีศาจ์ลอบสังหาร จนทำให้หลิงหยุนเกือบตกตายลง พอหลิงอวี้หลงทราบเื่ก็บันดาลโทสะในทันใด บุกไปถึงอาณาจักรปีศาจ์ สังหารล้างโคตรตระกูลปีศาจตนนั้นไม่เหลือแม้แต่ชื่อ อาณาจักรปีศาจ์ก็ไม่อยู่เฉยส่งยอดฝีมือมาเพื่อจัดการกับเขา แต่มิวายถูกสังหารสิ้น เผ่าปีศาจ์จึงเลือกดูเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์สูญสิ้นไปอย่างนั้น เนื่องจากไม่คุ้มเสียที่จะต้องส่งยอดฝีมือมากมายไปสังหารเขา ประกอบกับกำลังเสริมตระกูลหลิงที่นำโดยหลิงหลงเซี้ยงมาถึงพอดี เผ่าปีศาจ์จึงเลือกยอมเสียหนึ่งตระกูลไปดีกว่าเสียยอดฝีมือในอาณาจักรของพวกมัน หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นจบลง ทำให้ชื่อเสียงของชายชราผู้นี้ดังกระฉ่อนไปทั่วทวีปเทียนเสินในชั่วข้ามคืน
และด้วยเหตุนี้เองทำให้อาณาจักรอื่นๆไม่เว้นแม้แต่อาณาจักรราชันย์ัที่ปลีกตัวอยู่อย่างสงบไม่ยุ่งเื่าระหว่างอาณาจักรยังต้องใส่ชื่อหลิงอวี้หลงเป็หนึ่งในบุคคลที่ไม่อาจตอแยด้วยเด็ดขาด
ส่วนสตรีวัยกลางคนนี้คนนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้ที่ส่งเสียงเรียกเขาเมื่อซักครู่ หลิงเหยียน มารดาของเขานั่นเอง มารดาของเขาแม้ร่างกายจะบอบบาง แต่พลังฝีมือที่แท้จริงนั้นสุดจะลึกล้ำเลยทีเดียว พลังฝีมือของนางคือ ระดับจักรพรรดิ์ขั้นสูง นางติดอยู่ระดับนี้มานานพอสมควร เร็วๆนี้สมควรทะลวงสู่ขั้นราชันย์ทรราชขั้นต่ำได้แล้ว เรียกได้ว่าลักษณะร่างกายช่างไม่สอดคล้องกับพลังฝีมือเลย
"อย่างน้อยก็ควรจะหุ่นดีแบบจี่หยูหน่อยมั้ยเล่า ท่านแม่!" แน่นอน หลิงเทียนย่อมคิดในใจอยู่แล้ว ถ้าพูดขึ้นมาเขาคงมิวายถูกฝ่ามือมารดาส่งปลิวออกนอกตระกูลไป
แม้จะเป็ครั้งแรกที่หลิงเทียนคนใหม่ได้พบกับบิดามารดา แต่กลับััได้ถึงความอบอุ่นซึ่งกันและการผ่านสีหน้าและสายตาที่ไม่ใช่การเสแสร้งแม้แต่น้อย ภายในสายตานั้นเขาััได้ถึงหลายๆอย่าง ความสัมพันธ์ ความภาคภูมิใจ ความหวัง ความรัก และความห่วงใย
"เทียนเอ๋อร์ แม่ได้ยินมาว่าเ้าจะประลองกับหลิงเสี่ยวอย่างนั้นหรือ" มารดาถามเขาด้วยความเป็ห่วง
"ถูกแล้ว ท่านแม่ เป็มันที่ท้าประลองกับข้า แม้ข้าจะไม่ทราบว่ามันมีแผนการอะไร แต่วันนี้ข้าต้องสั่งสอนมันเสียหน่อย เนื่องจากมันบังอาจมาข่มขู่หยูเอ๋อร์ของข้า" หลิงเทียนตอบ
"เฮ้อ เ้าเด็กคนนี้นี่ ข้าคิดถูกหรือไม่ที่ยกจี่หยูให้กับเ้ากัน เพียงแค่นางถูกข่มขู่เ้าถึงกับยอมรับคำท้าโดยไม่สนสิ่งใดเลยอย่างนั้นรึ?" ก่อนที่หลิงเหยียนจะได้เอ่ย บิดาเขาก็พูดแทรกขึ้นมาก่อนพร้อมกับเลิกคิ้วไปทางเขา
"เอ่อ ข้า.."
"เอาแหละๆ นี่ก็ใกล้จะถึงเวลาแล้ว ข้าต้องไปก่อนแล้วแหละ เดี๋ยวจะไม่ทันเวลาเอา ข้าขอตัวก่อนนะท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านผู้าุโสูงสุด" หลิงเทียนรีบเปลี่ยนเื่ในทันใด แล้วจึงรีบเดินไปทางลานประลองประจำตระกูล
"ระวังตัวด้วยนะลูกแม่!" มารดาเขาะโตามหลังมาด้วยท่าทางเป็ห่วง
"เราจะไปดูกันรึเปล่า ท่านพี่ ท่านผู้าุโ?" หลิงเหยียนหันไปถามทั้งสองคนข้างหลังด้วยดวงตาเป็ประกาย
"เฮ้อ ถ้าพวกเราบอกว่าไม่ไป มีหรือเ้าจะไม่ลากพวกเราไปด้วยให้ได้" หลิงหลงเซี้ยงหันไปหาหลิงอวี้หลงผู้รับชะตากรรมร่วมกับเขา แล้วแสดงสีหน้าเ็ปกับความเอาแต่ใจของนาง ทั้งสองคนล้วนรู้จักนางดีเื่ความเอาแต่ใจของนาง นับว่าน่ากลัวเลยทีเดียว ยิ่งเป็เื่ลูกชายของนางด้วยแล้ว ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลายนางก็เต็มใจจะฝ่าไปอย่างแน่นอน
"โฮ่โฮ่ นั่นสินะ" หลิงอวี้หลงทำได้เพียงยอมรับชะตากรรม พร้อมคิดในใจ "ข้าไม่น่าเดินออกมาด้วยเลย"
"ดีเลย งั้นไปกันเถอะ" นางไม่สนใจสีหน้าของทั้งสองคนแม้แต่น้อย รีบลากพวกเขาทั้งสองคนไปที่ข้างสนามประลองทันที
"ดูนั่น นายน้อยหลิงเทียนมาแล้ว"
เมื่อหลิงเทียนมาถึงสนามประลองก็กลายเป็จุดสนใจของทุกคนทันที แม้เวลานี้จะเป็เวลาค่ำพอสมควร แต่ก็ไม่ใช่สำหรับผู้คนในตระกูล เวลานี้แทบทุกคนล้วนฝึกฝนอยู่ในบ้านพักของตัวเอง เมื่อได้ยินถึงการประลองระหว่างหลิงเทียนและหลิงเสี่ยวก็รีบบึ่งกันมาทันที หลายๆคนในตระกูลล้วนไม่พบเห็นหลิงเทียนประลองมาก่อนก็ตาเป็ประกาย เนื่องจากหลิงเทียนนั้นคือสุดยอดอัจฉริยะที่เป็ที่รู้จักกันไปทั่วทวีปเทียนเสิน จึงหวังว่าจะมาดูเพื่อเป็บุญตา
"ข้าว่าเ้าหลิงเสี่ยวนั่นมันต้องไปทำให้นายน้อยไม่พอใจอย่างแน่นอน ถึงได้มีการจัดการประลองขึ้น"
"ฮึ่ม! จะเป็เื่อะไรได้อีกเล่า ก็ต้องเป็เื่ของนายหญิงจี่หยูหน่ะสิ รู้ทั้งรู้ว่านายหญิงจี่หยูเป็สตรีของนายน้อย ตัวมันก็ยังไม่ล้มเลิกความพยายาม นี่ท่านประมุขหลิงไม่บันดาลโทสะใส่มันก็นับว่าบุญแล้ว"
"นั่นสินะ ข้าคิดว่าคราวนี้นายน้อยคงจะทนไม่ไหวจึงประลองกับมัน เหอะ เป็แค่คางคกริอาจคิดจะดอกฟ้า"
เื่ที่หลิงเสี่ยวนั้นปราถนาในตัวจี่หยูล้วนรับรู้กันไปทั่วทั้งตระกูล ลูกศิษย์ในตระกูลล้วนแต่ไม่พอใจหลิงเสี่ยวเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว จึงมีหลายคนมารับชมเพื่อหวังจะได้เห็นหลิงเสี่ยวถูกสั่งสอนซะบ้าง
หลิงเทียนเดินมาถึงลานประลองก็พบเห็นหลิงเสี่ยวที่ยืนรอเขาอยู่แล้ว พร้อมทั้งแสดงสีหน้าและท่าทางมั่นใจ ไม่ได้กังวลเลยแม้แต่น้อย
เห็นหลิงเสี่ยวแสดงท่าทางแบบนั้นทำให้เขาฉุกคิดความเป็ไปได้อันโหดร้ายขึ้นมาข้อหนึ่ง
"บัดซบ! เป็มัน!!"
ที่แท้ที่มันแสดงท่าทางมั่นใจเป็เพราะมันคือคนที่ใส่พิษดับิญญาในอาหารของเขา! มิน่าเล่ามันถึงกล้าท้าประลองกับเขา เนื่องจากมันต้องรู้ถึงความร้ายกาจของพิษดับิญญาอยู่แล้ว มันจึงไม่คิดว่าเขาจะรอดชีวิต แต่มันเป็คนรอบคอบอย่างยิ่ง เมื่อเห็นว่าเขาไม่ตาย มันต้องคิดว่าเส้นชีพจรและตันเถียนของเขาถูกทำลายและกลายเป็คนพิการไร้วรยุทธ์ไปแล้ว มันถึงได้กล้าท้าประลองทั้งที่รู้ว่าระดับต่างกัน
"แต่มันทำไปทำไมกัน เหตุใดมันถึงได้ทำแบบนี้?" หลิงเทียนใช้สติของเขาคิดถึงเหตุผลอย่างเต็มที่ ถ้าไม่อย่างนั้นเขาคงห้ามใจตัวเองไม่ให้พุ่งไปสังหารหลิงเสี่ยวตรงนั้นคาที่ไม่ไหวแน่นอน เนื่องจากความทรงจำของเขาผสานเข้ากับตัวเขาเอง ในตอนนี้มู่ไป๋ก็คือหลิงเทียน หลิงเทียนก็คือมู่ไป๋ เมื่อรู้ว่าคนที่ฆ่าตัวเองตายเป็คนในตระกูลเขาย่อมโกรธแค้นอย่างหนักอยู่แล้ว ระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั้น เขาก็นึกย้อนไปเมื่อครึ่งชั่วยามก่อนที่พบกับจี่หยูที่พึ่งถูกหลิงเสี่ยวข่มขู่มา
"หรือว่า! เป็เพราะหยูเอ๋อร์?!" หลิงเทียนฉุกคิดขึ้นมาได้ ถ้าเขาตายหรือพิการ เขาก็จะหมดสิทธิ์ออกเสียงในตระกูล เช่นนั้นหลิงเสี่ยวก็จะมีโอกาสที่จะได้จี่หยูมากขึ้น ทั้งยังมีโอกาสเยอะมากเสียด้วย เนื่องจากหลิงหยุน ที่เป็ลูกชายของผู้าุโสูงสุด แม้จะแข็งแกร่ง แต่ก็ยังไม่เท่าหลิงเสี่ยว รุ่นเยาว์ที่มีพร์และแข็งแกร่งในตระกูลย่อมเป็ที่รักของผู้าุโทุกคน เช่นนั้นเมื่อไม่มีหลิงเทียน จี่หยูย่อมต้องตกเป็ของหลิงเสี่ยวในทันใด
"บัดซบ! ที่แท้ก็เป็เช่นนี้! ไม่แปลกใจเลย ไม่แปลกใจเลยจริงๆ ดี ดีมาก หลิงเสี่ยว!" หลิงเทียนพยายามสะกดข่มจิตสังหารตัวเองเต็มที่ เพื่อไม่ให้ตัวเขาหลุดการควบคุม
"หลิงเทียน ข้าจะแก้แค้นให้เ้าเอง เ้าจะได้ไม่ต้องจากไปทั้งที่ยังค้างคาอยู่แบบนี้"
เขาคิดขึ้นในใจ จากนั้นเอ่ยกับผู้คุมการประลอง
"ข้าหลิงเทียน มาที่นี่เพื่อประลองกับตัวบัดซบหลิงเสี่ยว" เอ่ยกับผู้คุมการประลองเสร็จเขาก็ะโขึ้นไปบนเวที
"เ้าขยะ ข้ามาแล้ว วันนี้จะเป็วันที่ข้าจะทำให้เ้าลืมไม่ลงไปตลอดชีวิต" หลิงเทียนเอ่ยกับหลิงเสี่ยวด้วยเสียงเย็น
"หืม นายน้อยหลิงเทียน ข้าว่าท่านควรจะห่วงตัวเองซะมากกว่านะ ระวังจะอับอายขายขี้หน้าคนอื่นเขาเล่า" หลิงเสี่ยวเหยียดยิ้มที่มุมปาก ข้อสันนิษฐานของหลิงเทียนนั้นนับว่าถูกต้องทุกประการ เพื่อให้ได้ตัวจี่หยูมา มันถึงกับวางยาพิษเขา อาศัยโอกาศนี้สังหารหลิงเทียนเพื่อให้ตัวเองเป็รุ่นเยาว์อันดับหนึ่งแทนหลิงเทียน ถือโอกาสยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว แต่ตัวหลิงเสี่ยวเองหารู้ไม่เลยว่า ทุกอย่างไม่ได้เป็ไปตามคาดหวังของมันเลยแม้แต่น้อย
"เหอะ" หลิงเทียนหันไปมองรอบๆ พบว่าคนมาดูช่างเยอะเหลือเกิน ไม่เว้นแม้แต่บิดามารดาของเขา จี่หยู ผู้าุโสูงสุด ผู้าุโคนอื่นๆ และบิดาของหลิงเสี่ยว หลิงหวินจื่อเองก็มาชมด้วย หลิงหวินจื่อมองมาที่เขาด้วยสายตาอาวรณ์ หวังว่าจะให้เขาออมมือให้กับหลิงเสี่ยวเสียหน่อย
"เฮ้อ เห็นแก่บิดาของมันที่ทำเพื่อตระกูลมานาน ข้าจะไม่สังหารมันก็แล้วกัน" หลิงเทียนคิดในใจ
"ทั้งสองคนเข้าที่ได้!" เสียงผู้คุมการประลองดังขึ้น
หลิงเทียนยืนอยู่ห่างจากหลิงเสี่ยวราวยี่สิบก้าว
"เมื่อพร้อมแล้ว การประลองจะเริ่มได้"
3 เสียงผู้คุมการประลองนับถอยหลัง
2 หลิงเสี่ยวตั้งท่าเตรียมจู่โจมให้จบในคราเดียว
1
"เริ่มได้!!"
ฟิ้วววว!
เสียงผู้คุมการประลองจบลงก็มีเสียงลมดังขึ้นมา พร้อมกับเงาร่างของหลิงเสี่ยวพุ่งตรงมาที่หลิงเทียน
"หลิงเทียน ตาย!!" หลิงเสี่ยวเอ่ยขึ้นพร้อมซัดฝ่ามือเข้าหวังสังหารหลิงเทียนทันที
"เทียนเอ๋อร์ ระวัง!!" หลิงเหยียนะโออกมา
"เ้าเด็กสารเลว เ้ากล้า?!!" หลิงหลงเซี้ยงคำรามพร้อมทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
"หยุดนะ!" หลิงอวี้หลงก็ทะยานออกไปเช่นกัน
"เสี่ยวเอ๋อร์ หยุดมือ!!" หลิงหวินจื่อตื่นตระหนกพร้อมทะยานไปอีกคน
หลิงหลงเซี้ยงและผู้าุโคนอื่นๆใอย่างยิ่งพร้อมกระโจนออกไปเพื่อหวังหยุดฝ่ามือ ผู้คนระดับสูงในตระกูลล้วนรู้ว่าหลิงเทียนนั้นทะลวงสู่ระดับขอบเขตแก่นแท้ปฐีได้แล้ว แต่ก็ยังรีบพุ่งออกมา เหตุผลนั้นเพราะว่า ฝ่ามือที่หลิงเสี่ยวซัดออกมานั้น พวกเขาััได้ว่าพลังทำลายของมันสามารถบดขยี้หลิงเทียนได้ในพริบตา และชัดเจนว่าฝ่ามือที่หลิงเสี่ยวซัดออกมานั้น มีเจตนาสังหารหลิงเทียนให้ตายในทันที!
แม้หลิงหลงเซี้ยง หลิงอวี้หลง และหลิงหวินจื่อจะมีพลังสูงส่ง แต่เมื่อมีเหตุไม่คาดฝันเช่นนี้ พลังที่ปะทุออกมาอย่างแตกตื่นทำให้การเคลื่อนไหวช้าลงอย่างมาก แม้จะพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วแต่ก็ไม่ทันฝ่ามือของหลิงเสี่ยว ทันใดนั้นฝ่ามือของหลิงเสี่ยวก็ใกล้ถึงตัวหลิงเทียนแล้ว
หลิงเทียนนิ่งไม่ไหวติง การเคลื่อนไหวของหลิงเสี่ยวแม้จะรวดเร็วอย่างยิ่ง แต่มันก็สำหรับระดับหลอมรวมเท่านั้น ถ้าเขาอยู่ในระดับขอบเขตแก่นแท้ปฐีขั้นต่ำเหมือนเดิมมันอาจจะพอดูรวดเร็วอยู่บ้าง แต่ยามนี้พลังฝีมือของเขาคือระดับแก่นแท้ปฐีขั้นสูง ทั้งยังอีกไม่นานเขาก็ทะลวงขั้นต่อไปได้แล้ว ทำให้พลังทำลายจากฝ่ามือและการเคลื่อนไหวที่ดูรวดเร็วนี้ไม่ต่างอะไรไปจากหอยทากสำหรับเขาเลยแม้แต่น้อย
"ข้าบอกแล้วไง วันนี้จะเป็วันที่ข้าจะทำให้เ้าลืมไม่ลงไปตลอดชีวิต" ขณะที่ฝ่ามือสังหารกำลังมาถึงตัวเขานั้น เขาก็ได้เอ่ยกลับไปเบาๆ พร้อมกันนั้นเขาก็ะเิพลังขอบเขตแก่นแท้ปฐีขั้นสูงออกมาทันที ไม่รอช้า เขาเอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อยหลบฝ่ามือสังหารของหลิงเสี่ยวอย่างง่ายดายแล้วซัดฝ่ามือออกไป
"หมัดโลกาวินาศ!"
ผั้วะ!
หมัดของเขากระทบกับร่างกายหลิงเสี่ยวอย่างจัง ทันใดนั้นหลิงเสี่ยวก็กระเด็นออกนอกเวทีไปพร้อมเสียงกรีดร้องสายหนึ่ง
อ๊ากกกก!!
หลิงเสี่ยวกระเด็นไปตกที่นอกเวที ผู้คุมการประลองรีบเข้ามาดูอาการของหลิงเสี่ยวทันที แต่เขาก็ต้องใอย่างหนัก พร้อมเอ่ยด้วยเสียงสั่นๆ
"พะ พิการแล้ว!!!?"