ตอนที่ 24 : ฏแดน์ และเปลวเพลิงที่ตื่นจากการหลับใหล
ความเย็นเยียบจากลูกกรงเหล็กกล้าแผ่ซ่านทะลุิั ค่ายกลสกัดลมปราณที่สลักอยู่บนซี่กรงส่งคลื่นพลังงานสีดำมืดเข้ากดทับจุดตันเถียนของอวิ๋นเซียวอย่างโเี้ ภายในห้องประเมินใต้ดินที่เคยเงียบสงบ บัดนี้อัดแน่นไปด้วยจิตสังหารอันหนักอึ้งของยอดฝีมือระดับก่อกำเนิดขั้นปลายถึงสามคน พวกมันยืนคุมเชิงอยู่ในเงามืด ราวกับยมทูตที่รอคอยคำสั่งกระชากิญญา
เถ้าแก่เฒ่าผู้เคยมีท่าทีสงบนิ่ง บัดนี้ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวไปด้วยความบ้าคลั่ง ดวงตาที่เคยกลวงลึกกลับเบิกกว้าง ทอประกายแห่งความโลภและหวาดหวั่นผสมปนเปกัน
"บอกข้ามา! เ้าได้สูตรโอสถพิษสลายปราณนี่มาจากที่ใด!" ชายชราตวาดก้อง น้ำเสียงแหบพร่าสั่นสะท้าน "วิถีการหลอมเช่นนี้... กลิ่นอายแห่งความตายที่บริสุทธิ์ถึงเพียงนี้... มีเพียงพวก 'ฏแดน์' ที่หลบหนีลงมาเมื่อร้อยปีก่อนเท่านั้นที่ล่วงรู้! เ้าเป็สายเืที่เหลือรอด หรือเป็เพียงสุนัขรับใช้ของพวกมัน!"
คำว่า 'ฏแดน์' พุ่งทะลวงเข้าสู่โสตประสาทของอวิ๋นเซียวราวกับอสนีบาตฟาดฟัน!
พริบตานั้นเอง ภายในส่วนลึกของจิติญญา เจดีย์หมื่นวิถี ที่สงบนิ่งหลับใหลพลันสั่นะเือย่างรุนแรง! กลิ่นอายอันสูงส่งและเก่าแก่ของอาจารย์เซวียนหยวนิเยว่ที่หลงเหลืออยู่เพียงเศษเสี้ยว คล้ายถูกกระตุ้นด้วยความทรงจำอันเ็ปบางประการจากคำกล่าวนั้น เจตจำนงที่ไร้รูปพุ่งทะลักออกมาจากเจดีย์ ผสานเข้ากับจิตสำนึกของอวิ๋นเซียวอย่างไม่อาจควบคุม
อัก...
ชายหนุ่มกระอักเืสีคล้ำออกมาคาวคลุ้ง ร่างกายที่แบกรับความเ็ปจาก ตราทัณฑ์์ เป็ทุนเดิมอยู่แล้ว บัดนี้กำลังถูกแรงกดดันจากทั้งภายนอกและภายในฉีกกระชาก เส้นลมปราณทั่วร่างปวดร้าวราวกับถูกมดนับหมื่นกัดกินกระดูก
"ไม่ยอมปริปากงั้นรึ? ประเสริฐ!" เถ้าแก่เฒ่าแค่นเสียงเ็า สะบัดมือส่งสัญญาณ "จับตัวมันซะ! ตัดแขนขามันทิ้ง แต่อย่าให้มันตาย ข้าจะใช้เคล็ดวิชาค้นิญญารีดเค้นความลับทุกหยดจากสมองของมันเอง!"
หนึ่งในยอดฝีมือชุดดำที่ยืนคุมเชิงอยู่ก้าวออกมาเบื้องหน้า รังสีปราณระดับก่อกำเนิดขั้นปลายแผ่ซ่านจนอากาศในห้องบิดเบี้ยว มันแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ยื่นมือที่อาบไปด้วยปราณสีโลหิตทะลุผ่านช่องว่างของลูกกรงเหล็กกล้า หมายจะคว้ากระชากไหล่ของอวิ๋นเซียวให้แหลกคามือ
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็ความตายนั้นเอง...
ความกดดันที่บีบคั้นถึงขีดสุด กลับกลายเป็กุญแจไขผนึกชั้นแรกของเจดีย์หมื่นวิถี ท่ามกลางความมืดมิดในมิติิญญา อวิ๋นเซียวััได้ถึงความร้อนระอุที่แอบซ่อนอยู่ใต้ฐานเตาหลอม มันไม่ใช่เปลวเพลิงธรรมดา แต่เป็มวลแสงสีดำอมแดงที่แผ่กลิ่นอายทำลายล้างทุกสรรพสิ่งในใต้หล้า
'เพลิงาหลอมิญญา' หนึ่งในเปลวเพลิงฟ้าดินที่หลับใหลมาเนิ่นนาน!
หากไม่ใช้มัน ข้าต้องตายอยู่ที่นี่! แต่หากใช้มัน ร่างกายข้าก็อาจแหลกสลาย!
อวิ๋นเซียวไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไป ดวงตาสีรัตติกาลของเขาแปรเปลี่ยนเป็สีทองแดงสว่างวาบ ชายหนุ่มกัดฟันกรอด ฝืนรีดเร้น ปราณหลอมภพ ทั้งหมดที่มี พุ่งทะยานเข้าไปในเจดีย์เพื่อ 'ชักนำ' เศษเสี้ยวของเพลิงาออกมา!
"เข้ามาสิไอ้สวะ!" อวิ๋นเซียวคำรามลั่นในลำคอ
พริบตาที่มือของยอดฝีมือชุดดำััโดนเสื้อคลุมของเขา เปลวเพลิงสีดำอมแดงขนาดเท่าเมล็ดถั่วก็ปะทุขึ้นจากฝ่ามือของอวิ๋นเซียว!
ฟู่มมม!!
ไม่มีเสียงะเิกึกก้อง มีเพียงเสียงคล้ายหยดน้ำตกกระทบกระทะร้อนจัด ทันทีที่ 'เพลิงาหลอมิญญา' ัักับค่ายกลสกัดลมปราณ ลูกกรงเหล็กกล้าที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดกลับหลอมละลายกลายเป็น้ำเหล็กในชั่วอึดใจ!
แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า คือเมื่อเปลวเพลิงนั้นลามเลียไปโดนมือของยอดฝีมือชุดดำ ปราณคุ้มกันระดับก่อกำเนิดที่มันภูมิใจนักหนากลับถูกเผาผลาญราวกับกระดาษแห้ง!
"อ๊ากกกก!!"
เสียงโหยหวนอย่างน่าสมเพชดังก้องห้องใต้ดิน ชายชุดดำดิ้นทุรนทุราย แขนขวาของมันั้แ่ปลายนิ้วจนถึงหัวไหล่ ถูกเพลิงสีดำอมแดงกลืนกินและสลายกลายเป็เถ้าธุลีในเวลาเพียงชั่วพริบตาเดียว! ไม่มีแม้แต่หยดเืร่วงหล่น มีเพียงความว่างเปล่าและความร้อนที่แผดเผาจนิญญาสั่นสะท้าน
"นั่นมันเพลิงบ้าอันใดกัน!!" เถ้าแก่เฒ่าเบิกตากว้างจนแทบฉีกขาด ร่างผงะถอยหลังด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ทว่าสำหรับอวิ๋นเซียว 'ราคา' ที่ต้องจ่ายเพื่อยืมพลังแห่งฟ้าดินนี้ช่างแสนสาหัสนัก ทันทีที่เพลิงาถูกเก็บกลับเข้าสู่เจดีย์ เส้นลมปราณที่แขนขวาและหน้าอกของเขาถูกความร้อนลวกเผาจนปริแตก โลหิตสีดำคล้ำทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด ความเ็ปเหนือจินตนาการกระแทกสติของเขาจนแทบดับวูบ หากไม่มีปราณหลอมภพคอยซ่อมแซมและประคองไว้ ร่างของเขาคงะเิเป็จุลไปแล้ว
ชายหนุ่มฝืนกัดปลายลิ้นตนเอง ใช้ความเ็ปเรียกสติ เขาอาศัยจังหวะที่ศัตรูกำลังตื่นตระหนก พุ่งตัวทะลวงออกจากกรงที่หลอมละลาย มือซ้ายตวัดกวาดขวดโอสถของตน ถุงหินิญญาระดับกลางนับร้อยก้อนบนโต๊ะประเมิน และ... ป้ายหยกสีดำแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากสาบเสื้อของเถ้าแก่เฒ่า
สายตาคมกริบของอวิ๋นเซียวตวัดมองป้ายหยกในมือเพียงเสี้ยววินาที สัญลักษณ์บนนั้นทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ
ด้านหนึ่งของป้ายหยกสลักรูปกลุ่มดาวที่ถูกความมืดกลืนกิน... สัญลักษณ์ของ นิกายเงากลืนดารา ขั้วอำนาจมืดแห่งทวีปศูนย์กลาง! และอีกด้านหนึ่ง กลับเป็ตราประทับอักขระคุ้นตา... ตราประทับของ ผู้าุโคุมกฎหอโอสถ แห่งสำนักของเขาเอง!
ที่แท้... ตลาดมืดแห่งนี้ก็เป็เพียงรังงูของพวกมัน! การคัดเลือกเครื่องสังเวย... วิชามารบนตัวพันซาน... ทั้งหมดเชื่อมโยงกัน!
"อย่าให้มันหนีไปได้!! สับมันเป็ชิ้นๆ!!" เถ้าแก่เฒ่าแผดเสียงร้องลั่นเมื่อดึงสติกลับมาได้ ยอดฝีมืออีกสองคนที่เหลือพุ่งทะยานเข้าหาอวิ๋นเซียวพร้อมอาวุธที่อาบด้วยเจตนาสังหาร
ทว่าสายเกินไป อวิ๋นเซียวทุ่มพลังเฮือกสุดท้ายใช้วิชาเร้นเงา ร่างของเขากลืนหายไปกับความมืดมิดของโถงทางเดินใต้ดิน อาศัยความคุ้นเคยกับค่ายกลและสัญชาตญาณเอาตัวรอด หลบหนีออกจากตลาดมืดเมืองเมฆาคล้อยไปได้ราวกับภูตผี ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังและความโกรธแค้นของเถ้าแก่หอประมูล
ลมราตรีพัดกรรโชกแรง เมฆดำที่บดบังแสงจันทร์เริ่มเคลื่อนตัวออกไปเผยให้เห็นท้องฟ้าสีหม่นยามใกล้รุ่งสาง
อวิ๋นเซียวลากสังขารที่สะบักสะบอมเต็มไปด้วยคราบเืกลับมาถึงเขตศิษย์สายนอก ทุกก้าวเดินทิ้งรอยเท้าสีแดงฉานไว้บนพื้นดิน เส้นผมที่เคยชโลมด้วยถ่านบัดนี้หลุดลอก เผยให้เห็นปอยผมสีดอกเลาที่ขยายวงกว้างขึ้นอย่างชัดเจน ร่างกายของเขาถึงขีดจำกัดสูงสุดแล้ว หากไม่ได้หินิญญาที่ปล้นมาช่วยพยุงชีพจรไว้ เขาคงสิ้นใจอยู่กลางป่า
ถึงกระท่อมแล้ว... ข้าต้องรีบฟื้นฟูพลัง และปลุกพันซานให้หนีไปจากที่นี่...
ชายหนุ่มผลักบานประตูไม้ที่ผุพังเข้าไป ทว่าทันทีที่สายตาปะทะกับภาพเบื้องหน้า หัวใจของอวิ๋นเซียวพลันดิ่งวูบลงสู่ก้นเหวน้ำแข็ง ความเหนื่อยล้าปลิวหายไปถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่กัดกินขั้วหัวใจ
ข้าวของภายในกระท่อมถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย โต๊ะเก้าอี้หักโค่น เตียงไม้ของพันซานว่างเปล่า... สหายร่างท้วมของเขาหายตัวไปแล้ว!
ทว่าสิ่งที่ทำให้อวิ๋นเซียวต้องกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ไม่ใช่ความว่างเปล่าในห้อง แต่เป็กำแพงฝั่งตรงข้ามเตียงนอน
บนผนังไม้ที่ผุกร่อน ปรากฏรอยวาดขนาดใหญ่ที่ถูกเขียนขึ้นด้วยเืสดๆ ที่ยังไม่แห้งสนิท มันเป็สัญลักษณ์รูป ดวงตาสีม่วงคล้ำ ที่ถอดแบบมาจากรอยสักวิชามารบนแผ่นหลังของพันซานไม่มีผิดเพี้ยน! ตรงกลางดวงตานั้น มีอักขระโบราณถูกสลักไว้อย่างวิปริต บ่งบอกถึงข้อความเย้ยหยันที่แผ่กลิ่นอายคาวเื
"ภาชนะหมายเลขเก้า... หมากอีกตัวถูกเชิญขึ้นกระดานแล้ว จงตามมา หากเ้ากล้าพอที่จะตื่นจากนรกอย่างแท้จริง"
อวิ๋นเซียวยืนนิ่งงันกลางห้องที่พังทลาย ดวงตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชนยิ่งกว่าเพลิงาใดๆ หมากกระดานนี้... ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทดสอบในสำนักอีกต่อไป แต่มันคือาที่ดึงเอาชีวิตของสหายเพียงคนเดียวของเขาเข้าไปเป็เครื่องสังเวยเสียแล้ว!