(E-Book) Il pleure dans mon coeur: ละอองฝนชโลมใจ (Omegaverse)

    ตอนพิเศษหนึ่ง สามปีผ่านไป

    หลังจากแต่งงานและคลอดลูกชายคนแรกอย่างน่านฟ้า ชีวิตคู่และครอบครัวของพวกเขาก็ดำเนินมาอย่างเรียบง่าย สิ่งที่เคยเป็นมาอย่างไรยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง


    ความรัก ความเข้าใจ การเอาใจใส่ในเรื่องเล็กน้อยที่ต่างฝ่ายต่างมีให้กันทำให้รู้สึกเหมือนว่าทั้งคู่เพิ่งจะอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน


    หน้าที่ความเป็นพ่อที่เพิ่มขึ้นมาไม่ทำให้ความหวานของชีวิตคู่ลดลงไป ดวงตาสีน้ำเงินของสายนทียังคงมองคนตรงหน้าพลางอมยิ้มทุกครั้งจนใครต่อใครต่างรู้สึกอิจฉาคนที่เป็นโอเมก้าคู่ชะตาของเขา


    ทว่า คนเป็นพี่กลับคิดว่าเขาเองต่างหากที่โชคดีมีนรินทร์อยู่เคียงข้าง รักแรกและรักเดียวเสมอมาของเขา คู่โชคชะตาที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่มีใครมาแทนที่ได้


    ขณะกำลังนอนหลับฝันดี เสียงของคนคุ้นเคยดังอยู่ใกล้ ๆ ปลุกเขาตื่นจากภวังค์


    “พี่ หกโมงเช้าแล้วครับ” นรินทร์เอ่ยแผ่วเบา “ผมเตรียมข้าวเช้าไว้ให้แล้วรีบอาบน้ำมากินก่อนไปทำงานนะครับ”


    “...” เจ้าตัวไม่พูดอะไรแต่คว้าเอวของคนตรงหน้าเข้ามากอดก่อนจะหอมแก้มหนึ่งฟอดด้วยความอ่อนโยน


    ถึงจะอยู่ด้วยกันมาหลายปีแล้วและสายนทีก็จะทำแบบนี้กับเขาตลอดเวลา แต่บางครั้งที่ถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว ฟีโรโมนกลิ่นกุหลาบของเขามักจะฟุ้งกระจายรอบตัวเหมือนช่วงแรก ๆ ที่คบกันอยู่ดี


    สายนทียิ้มกว้างรู้ว่าจุดอ่อนนรินทร์คืออะไรจึงชอบแกล้งให้เขาใจเต้นตึกตักอยู่บ่อย ๆ จนบางทีลืมไปเลยว่าในบ้านหลังใหญ่แห่งนี้ยังมีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ด้วย


    “พ่อคร้าบบบ!!!” เสียงตะโกนของน่านฟ้าทำให้นรินทร์ตกใจรีบลุกพรวดแต่ถูกคว้ากลับมากอดเหมือนเดิม


    “พี่ ปล่อยเร็วเข้า” ร่างบางกระซิบบอก “ลูกกำลังวิ่งขึ้นมาข้างบนแล้วนะ”


    “อืม” สายนทีส่ายหน้าแล้วกอดแน่นกว่าเดิม


    ตึก ตึก ตึก เสียงฝ่าเท้ากระทืบบันไดไม้ดังเป็นจังหวะมาจากด้านนอก เริ่มเข้าใกล้ห้องนอนขึ้นเรื่อย ๆ


    นรินทร์ใจเต้นตึกตักรีบหอมแก้มทั้งสองข้างของคนเป็นพี่เพราะรู้ว่าเขาต้องการอะไร “ปล่อยได้แล้วครับ”


    “ไม่ปล่อยหรอก ตัวนายนุ่มนิ่มแบบนี้อยากกอดนาน ๆ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้น


    “พ่อพ่อ” น่านฟ้ามองตาคนทั้งคู่ ดวงตาสีน้ำเงินของเขาส่องประกายแวววาวแล้วรีบวิ่งมาข้าง ๆ เตียงก่อนจะกอดทั้งนรินทร์และสายนทีด้วยอ้อมแขนน้อย ๆ ของตัวเอง “กอดด้วย”


    หลังจากนั้นเป็นต้นมา เด็กน้อยจึงมักจะวิ่งขึ้นมาด้านบนห้องนอนเสมอเมื่อเห็นว่านรินทร์ไม่อยู่ที่ห้องครัวด้านล่างตอนเช้าเพื่อจะมาปลุกสายนทีและกอดพวกเขาราวกับเป็นธรรมเนียมครอบครัวไปแล้ว

     

    เช้าวันหนึ่งในเดือนกุมภาพันธ์

    น่านฟ้ามองสติ๊กเกอร์รูปหัวใจในมือด้วยความตื่นเต้นพลางมองหน้านรินทร์กับสายนทีแล้วแกะหัวใจดวงโตสองดวงไปติดที่หน้าอกของทั้งคู่


    “...” เด็กตัวน้อยไม่พูดอะไรแต่ยิ้มให้แล้วหอมแก้มเหมือนอย่างเคย ก่อนจะวิ่งออกไปที่ประตูรั้วด้วยสีหน้าสดใสเพราะเห็นใครบางคนยืนรออยู่ ตะโกนเสียงดังทักทายยามเช้า “สิริ!!!”


    มนสิริ เด็กสาวโอเมก้าดวงตาสีชมพูอ่อนผู้เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนและเพื่อนบ้านข้างกันของน่านฟ้าส่งยิ้มกลับมาให้


    ความสนิทสนมระหว่างทั้งสองบ้านแน่นแฟ้นเพราะเธอเป็นลูกสาวของจิณณ์ ตำรวจหนุ่มที่เคยดูแลคดีให้สายนที พวกเขาจึงแบ่งวันไปรับไปส่งลูก ๆ เพราะอย่างไรก็ไปโรงเรียนเดียวกันอยู่แล้ว


    แต่โดยส่วนมากสายนทีจะเป็นคนไปส่ง ส่วนนรินทร์เป็นคนไปรับเสียมากกว่า


    “รบกวนด้วยนะครับ” ชนินทรเอ่ยปากบอกทั้งคู่แล้วคาดเข็มขัดให้เด็ก ๆ ก่อนจะบอกลูกสาวว่า “ไปโรงเรียนอย่าดื้อนะคะ”


    มนสิริพยักหน้ารับปากแต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นคงจะต้องไปดูหน้างานอีกทีหนึ่ง หากจะบอกว่ารู้ทันก็คงจะไม่ผิดมากนักเพราะลูกสาวเขานิสัยเหมือนจิณณ์ คนรักของตัวเองไม่มีผิด


    อีกทางฟากหนึ่ง สายนทียังคงกอดนรินทร์ไม่ยอมปล่อยจนน่านฟ้าต้องตะโกนออกมาจากในรถ “พ่อคร้าบบบ!!!”


    นรินทร์สะดุ้งเล็กน้อยรีบบอกว่า “ผมรู้ว่าพี่เป็นเจ้าของบริษัทเข้าทำงานตอนไหนก็ได้แต่ว่าลูกไม่ได้เป็นเจ้าของโรงเรียนนะครับ สายแล้ว”


    คนเป็นพี่ทำสายตาออดอ้อนแล้วเอียงแก้มมาหานรินทร์รออีกฝ่ายหอมแก้มก่อนจึงจะเป็นอันได้ฤกษ์ขับรถไปทำงาน


    เด็กน้อยทั้งคู่คุยกันเสียงเจื้อยแจ้วมาตลอดทางจนกระทั่งถึงโรงเรียนอนุบาลเอกชนที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของพวกเขาเท่าใดนัก สายนทีมาส่งพวกเขาที่หน้าห้องเรียนจึงได้มีโอกาสพบปะครูประจำชั้นอยู่เสมอ


    “ฝากด้วยนะครับ” ดวงตาสีน้ำเงินมองดูลูกชายของตัวเองกับมนสิริพลันทำให้นึกถึงตอนที่เขาได้พบกับนรินทร์เป็นครั้งแรก


    ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งทั้งคู่จะได้กลับมาพบกันอีกครั้งตอนโต ได้รักกัน พลัดพรากกัน แล้วก็กลับมาเจอกัน คลาดกันไม่รู้กี่หน ท้ายที่สุด เขาจึงทำทุกอย่างเพื่อรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ไม่ยอมปล่อยให้พรากจากกันอีกต่อไป


    สายนทีคิดว่าจะพูดคุยกับลูกชายสักหน่อยก่อนไปทำงานแต่ดูท่าทางแล้วเจ้าเด็กน้อยคงจะไม่สนใจพ่อของเขาเลยสักนิดจึงได้แต่อมยิ้มแล้วไปทำงาน


    “สิริ” น่านฟ้าเรียกเพื่อนตัวน้อยที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ มือสองข้างขยุกขยิกแกะสติ๊กเกอร์รูปหัวใจดวงโตยื่นให้เธอ “หัวใจ” ก่อนจะได้ยินเสียงเพื่อนคนอื่น ๆ ขอหัวใจจากเขาบ้าง


    “ทำไม อันเล็ก” เพื่อนคนหนึ่งชี้สติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่บนเสื้อของตัวเองกับมนสิริ สีหน้าต้องการคำตอบว่าทำไมถึงไม่เหมือนกัน


    น่านฟ้าจึงโชว์ให้ดูว่าสติ๊กเกอร์แผงที่อยู่ในมือ หัวใจดวงใหญ่สามดวงมีเจ้าของหมดแล้ว จึงแกะดวงเล็กอีกสองดวงแปะให้เพื่อนจนกว่าจะหายงอน


    ในขณะที่มนสิริไม่น้อยหน้าหยิบสติ๊กเกอร์ของตัวเองขึ้นมา มือข้างซ้ายกำลังจะเอื้อมไปติดที่ปกเสื้อแต่น่านฟ้าส่งสายตามาห้ามเอาไว้ก่อนแล้วชี้ไปที่ว่างตรงหัวใจที่เขาไม่ยอมให้เพื่อนคนไหนมายุ่งกับตรงนั้น


    เมื่อหัวใจสีแดงดวงใหญ่ถูกแปะตรงตำแหน่งที่ต้องการแล้ว เจ้าเด็กน้อยยิ้มแป้นราวกับวิ่งชนะได้เหรียญทองเที่ยวอวดเพื่อนคนอื่น ๆ ในห้องทันที เวลานี้คงจะไม่มีใครมีความสุขไปมากกว่าเขาแล้ว


    ตกเย็นถึงเวลาเลิกเรียน นรินทร์มารอรับเด็ก ๆ ด้วยท่าทีสบาย สายตามองซ้ายมองขวาเห็นสติ๊กเกอร์รูปหัวใจติดเสื้อผ้าแล้วนึกเอ็นดูแต่พอเห็นลูกชายของตัวเองจึงหัวเราะร่าเพราะดู ๆ แล้วไม่ต่างจากปิดทองลูกนิมิตเท่าใดนัก


    “พ่อคร้าบบบ” น่านฟ้าวิ่งมาหาเขา ซุกหน้าเข้าอ้อมกอดเหมือนเมื่อตอนอยู่ที่บ้าน “กลับบ้านกัน” แล้วจับมือมนสิริเอาไว้ กระโดดโลดเต้นไปตลอดทาง


    ชีวิตประจำวันของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความสนุกสนานเพราะได้มาเรียนพร้อมกัน นั่งข้างกันและกลับบ้านพร้อมกันกับเพื่อนที่สนิทที่สุด


    ครั้นไปส่งเพื่อนบ้านเรียบร้อยแล้วจึงวิ่งเข้ามาด้านในรอจะพูดอะไรบางอย่างกับคนเป็นพ่อทั้งสองคนด้วยสีหน้าจริงจัง แต่ตอนนั้นสายนทียังไม่เลิกงานจึงชวนนรินทร์ไปดูห้องว่างที่ทำเอาไว้ให้เขาตั้งแต่เมื่อครึ่งปีก่อน


    ทั้งคู่ช่วยกันทำความสะอาดพื้น ดูดฝุ่น ปูผ้าคลุมเตียงใหม่และจัดของในห้องให้เป็นระเบียบ


    เมื่อได้ยินเสียงรถเข้ามาจอดในบ้าน น่านฟ้ารีบวิ่งลงมาข้างล่างจึงได้เห็นว่าพ่อของเขาถือกุหลาบสีส้มช่อใหญ่มาด้วย เด็กน้อยอ้าปากค้างราวกับเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก


    สายตาเกิดคำถามว่าพ่อกำลังทำอะไรอยู่ พลันได้คำตอบที่แน่ชัดในตอนที่สายนทียื่นกุหลาบช่อนั้นให้นรินทร์


    “สุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับ” น่านฟ้าจึงเข้าใจว่ากุหลาบของพ่อคงจะเหมือนสติ๊กเกอร์รูปหัวใจของเขาแน่ ๆ


    ทันใดนั้นจึงนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องสำคัญจะพูดจึงตะโกนเรียกคู่รักตรงหน้าที่กำลังมองตาหวานเยิ้ม “พ่อคร้าบบบ!!!”


    “หือ” สายนทีเลิกคิ้วรอฟังว่าอีกฝ่ายต้องการพูดอะไร


    “ผม..จะนอน..ห้อง...ตัวเอง” น่านฟ้าค่อย ๆ พูดตามความเข้าใจเพราะวันนี้ได้ยินมนสิริและกลุ่มเพื่อน ๆ คุยโม้กันว่าเด็กที่โตแล้วต้องแยกออกมานอนห้องของตัวเอง เขาจึงตั้งใจว่าจะทำอย่างนั้นเหมือนกัน


    แม้สีหน้าลูกชายจะเคร่งเครียดแต่คนเป็นพ่ออย่างสายนทีกลับให้ความรู้สึกตรงกันข้าม นรินทร์แอบเห็นว่าเมื่อครู่คนตรงหน้าเพิ่งจะยิ้มมุมปากด้วยความน่าสงสัย


    “แน่ใจนะว่าไม่กลัว” สายนทีถามลูกชายอีกครั้งเพราะเจ้าตัวบ่ายเบี่ยงไม่ยอมแยกห้องตั้งแต่ไหนแต่ไร


    “ครับ” เขาพยักหน้าอย่างแน่วแน่คิดในใจว่าโตแล้วต้องทำให้ได้ “สิริด้วย”


    “อืม เข้าใจแล้ว” สายนทีไม่คัดค้านอะไรแต่สายตาหวานเหลือบมองนรินทร์พลางเลียริมฝีปากจนโดนตีแขนเพียะเพราะอีกฝ่ายเขินอย่างบอกไม่ถูก


    สุดท้ายแล้วก่อนเข้านอน พวกเขาจึงเดินไปส่งลูกชายที่ห้องนอนส่วนตัว ห่มผ้าให้ เอ่ยปากบอกว่า “ถ้ากลัวก็มาหาพ่อพ่อได้นะครับ”


    น่านฟ้ารีบพยักหน้าหลับตาปี๋ตอนที่พ่อปิดไฟให้ หวังว่าคืนนี้จะผ่านไปได้ด้วยดี


    ในขณะที่อีกฟากหนึ่ง ห้องนอนใหญ่ที่เคยมีกันสามคน เวลานี้เหลือเพียงสอง นรินทร์รู้สึกเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก “ลูกคงจะโตแล้วสินะถึงได้แยกห้องแบบนั้น ผมรู้สึกเหมือนเพิ่งจะคลอดน่านฟ้าออกมาเมื่อวานนี้เอง”


    สายนทีกอดคนตรงหน้าเอาไว้เข้าใจความรู้สึกเป็นอย่างดี พ่อบ้านที่ดูแลลูกเต็มตัวอย่างเขาคงจะรู้สึกใจหายไม่น้อยจึงเอ่ยปากกระซิบว่า “ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ถ้านายกลัวจะเหงา เรามามีลูกเพิ่มอีกสักคนไหม”


    ร่างบางหันขวับมามองเข้าใจแล้วว่ารอยยิ้มมีเลศนัยตอนที่ลูกบอกจะแยกห้องมันคืออะไร ไม่ทันจะได้คิดอะไรไปมากกว่าการตอบคำถามเขา คนเป็นพี่ไม่รอช้าไล้มือเข้ามาจับเอวเลื่อนขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วจุมพิตตรงที่ผูกพันธะด้านหลังคออย่างอ่อนโยน


    แต่แล้ว “พ่อคร้าบบบ!!!” เสียงตะโกนของน่านฟ้าทำให้นรินทร์รีบจับมือของสายนทีออกมาจากเสื้อของตัวเองทันทีด้วยสัญชาตญาณแล้วมองหน้าคนเป็นลูกชายคิดคำตอบไว้ในใจเรียบร้อยว่าเพราะเหตุใด


    “กลัวผี นอนด้วย” เจ้าเด็กน้อยไม่รอให้พูดจบกระโดดขึ้นเตียงมาแทรกตรงกลางระหว่างพ่อทั้งสองคน มองซ้ายมองขวาพูดว่า “ฝันดีครับ” แล้วหลับตาพริ้มนอนไปทั้งอย่างนั้น


    ร่างบางกลั้นขำเอาไว้เพราะท่าทางของน่านฟ้าและสีหน้าเสียดายของสายนทีจึงเอื้อมมือแตะใบหน้าของอีกฝ่ายจุ๊บที่ริมฝีปากบอกฝันดีแล้วกระซิบเบา ๆ ก่อนนอน


    “รอฮีทรอบหน้านะครับ”

    คล้ายกับเรื่อง(E-Book) Il pleure dans mon coeur: ละอองฝนชโลมใจ (Omegaverse) ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730