ผ่านไปสักพักเขาก็ออกจากสิ่งก่อสร้างโค้งแบน น่าเสียดายที่เขาไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม โจหันไปดูหลุมข้างใต้สิ่งก่อสร้าง มันเป็นหลุมลึกที่ขุดเสร็จเรียบร้อย อย่างไรก็ตามเขาชะโงกหน้าไปดูและเห็นซากปรักหักพัง มันดูราวกับถูกสร้างด้วยหินอ่อน ไม่มีสิ่งใดที่บ่งบอกได้ว่ามันถูกสร้างมาจากยุคสมัยไหนและเผ่าพันธุ์ใดเป็นผู้สร้าง
โจกระโดดลงไปในหลุม คนอื่นๆก็ตามลงมาเหลือเพียงไม่กี่คนที่เฝ้าข้างนอก
เมื่อพวกเขาลงมาถึงพื้นก็ระวังตัวและสังเกตุไปรอบๆ
โจใช้มือลูบผนังที่เป็นซากปรักหักพัง ตอนแรกเขามองมันจากข้างบนคิดว่าเป็นหินอ่อน แต่พอมาดูใกล้ๆและใช้มือลูบจึงรู้ว่ามันไม่ใช่หินอ่อน
วัสดุนี้มันคล้ายกับหินอ่อนมากเพียงแต่เมื่อเขาใช้มือกดลงไปมันกลับยุบลงไปเหมือนยาง วัสดุชนิดนี้ยืดหยุ่นมาก
โจรู้สึกสงสัยเขากำหมัดแล้วต่อยมัน
ปัก!! เสียงกระแทกทำให้คนอื่นๆหันมามอง พวกเขามองโจด้วยความงุนงงว่าหัวหน้าของพวกเขากำลังทำอะไร? หรือกำแพงนั่นจะมีอะไรซ่อนอยู่?
ช่างน่าประหลาดใจที่หมัดของโจไม่สามารถทำลายกำแพงนี้ได้ ของชักมือกลับแล้วชกออกไปแรงกว่าเดิมสองเท่า แต่ถึงกระนั้นกำแพงเพียงแค่ยุบลงเล็กน้อยเท่านั้น
‘ดูเหมือนว่ามันจะสามารถดูดซับแรงกระแทกได้ในระดับหนึ่งสินะ’ โจครุ่นคิดก่อนจะชกอีกครั้งด้วยแรงที่เพิ่มขึ้น
คนอื่นมองโจด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป พวกเขาบางคนคิดว่าโจเป็นบ้าหรือถูกอะไรเข้าสิงหรือไม่ อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ประหลาดใจที่กำแพงนั้นไม่เป็นอะไรเลยนอกจากยุบลงเล็กน้อยและกลับมาเรียบเหมือนเดิมเมื่อโจเอาหมัดออก
หลังจากชกไปสิบกว่าทีโจก็หยุดลง เขาใช้พละกำลังทั้งหมดแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถทำลายกำแพงนี้ได้
ทันใดนั้นโจก็ระเบิดพลังออกมา เขาเร่งพลังงานในร่างกายสะสมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ตอนนี้ คนที่อยู่ใกล้ๆผงะก้าวถอยหลังเพื่อลดแรงกดดันทางพลังงานที่แผ่ออกมาจากตัวโจ
พื้นที่โจยืนอยู่แตกออกเป็นใยแมงมุม หมัดขวาของเขาลุกเป็นเพลิงสีขาว ความร้อนของมันทำให้มวลอากาศบิดเบี้ยว
‘เอิ่ม…หัวหน้าคงไม่ได้เป็นบ้าไปจริงๆหรอกนะ’ ในหัวของทุกคนต่างคิดไปทางเดียวกัน
น่าแปลกใจไม่น้อยที่ได้เห็นหัวหน้าของตัวเองเร่งพลังถึงขั้นสูงสุดราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่ร้ายกาจ
โจง้างหมัดจนสามารถมองเห็นเส้นเลือดทั่วทั้งแขน เขาเกร็งพลังถึงขีดสุดแล้วเหวี่ยงหมัดไปที่กำแพง ยามที่หมัดเคลื่อนผ่าน อากาศราวกับถูกทำลายคลื่นอากาศถูกกระแทกด้วยพลังมหาศาล แม้แต่พื้นที่อยู่ใต้หมัดยังเกิดเป็นรอยแยกออกจากกัน ชั่วพริบตาหมัดกระแทกเข้ากับกำแพงเต็มๆ
ปัก!!
เสียงกระแทกดังเช่นเดิมและ…ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกจากกำแพงที่ยุบลงไปมากกว่าเดิมเล็กน้อย จากนั้นมันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมเมื่อโจเอาหมัดออกไป
ทุกคนพากันตกใจ กำแพงมันถูกสร้างด้วยอะไรกัน? ทำไมมันถึงทนทานขนาดนี้?
ว่ากันว่าหัวหน้าโจแข็งแกร่งมาก แต่พวกเขาคิดว่าความคิดก่อนหน้านั้นเป็นการดูถูกโจมากเกินไป ด้วยพลังขนาดนี้พวกเขาไม่เคยพบใครที่มีพลังพอๆกับโจมาก่อน อย่าพูดถึงเรื่องมีพลังมากกว่าโจเลย
สุดท้ายเมื่อทำอะไรไม่ได้ โจก็ได้ข้อสรุป กำแพงนี้จะต้องถูกสร้างด้วยวัสดุที่ไม่รู้จัก คุณสมบัติของมันสามารถดูดซับแรงกระแทกได้อย่างมหาศาล โจเชื่อว่าหากนำวัสดุพวกนี้ไปใช้สร้างยานอวกาศมันจะกลายเป็นยานที่มีพลังป้องกันเกือบไร้เทียมทาน
โจสั่งการให้ทุกคนแยกย้ายกันไปสำรวจ ตัวเขาเองก็เลือกไปสำรวจเช่นกัน สถานที่แห่งนี้คล้ายกับเมืองที่อยู่ใต้ดิน เพียงแต่มันดูเก่าแก่ โจไม่เข้าใจว่าสิ่งใดกันที่สามารถทำลายให้เมืองแห่งนี้กลายเป็นซากปรักหักพังได้ แม้แต่เขาที่ใช้พลังสูงสุดเท่าที่จะทำได้ก็ยังไม่สามารถทำให้เกิดรอยร้าวได้แม้แต่น้อย
โจรู้สึกว่ากาแลคซี่ทางช้างเผือกมีความลับบางอย่าง นับตั้งแต่ออกค้นหาคนแคระเป็นเวลาสองปีพวกโจได้พบกับเรื่องแปลกๆสองสามเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในอวกาศ หรือกลุ่มคนลึกลับที่มาจากไหนก็ไม่รู้ และยังสถานที่ลึกลับแห่งนี้อีก เขาไม่แน่ใจว่าวันข้างหน้าจะยังเจอเรื่องลึกลับแบบนี้อีกหรือไม่
หลังจากสำรวจคร่าวๆเขาก็ไม่พบอะไรเป็นพิเศษ มันเป็นเพียงเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งไม่มีอะไรหลงเหลือนอกจากประวัติศาสตร์อันล้ำค่ากับวัสดุ
เมื่อไม่พบอะไรเขาก็สั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันไปทำภารกิจของตน
ผ่านไปอีกห้าวันการสำรวจดาวเคราะห์ดวงนี้ก็เสร็จสิ้น ยังคงไม่พบคนแคระเช่นเดิม
พวกเขาออกจากดาวและมุ่งหน้าไปยังระบบดาวอื่นๆต่อไป…
เวลาอีกสองปีผ่านไปเพียงพริบตา พวกโจอยู่ห่างจากสหพันธ์ประมาณเกือบเจ็ดร้อยปีแสง พวกเขาใกล้จะถึงชายแดนอวกาศซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดภายใต้การควบคุมของสหพันธ์
อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ยังไม่พบเบาะแสใดๆที่บ่งชี้ว่ามีพวกคนแคระอยู่
สี่ปีกับการออกค้นหา ตอนแรกพวกเขาอาจจะดูกระตือรือร้น แต่พอเวลาผ่านไปนานวันเข้าพวกเขาก็ชินชา
โจยืนมองออกไปข้างหน้า กลุ่มดาวส่องแสงระยิบระยับ เขาคิดว่าคงใช้เวลาอีกประมาณไม่กี่เดือนภารกิจของพวกเขาก็เสร็จสิ้น
“หลังจากที่เข้าสู่เขตชายแดน เตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝันทุกเวลา” โจกล่าวเตือนทุกคนด้วยช่องสื่อสารภายในยาน
ที่เขตชายแดนมีพวกสเปคอยู่มากมาย ไม่ประหลาดใจหากพบพวกมันในบางครั้ง ที่นี่อันตรายหากเผลอเรออาจตายโดยไม่รู้ตัว
ติ๊ดๆๆๆๆ!! เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้น
“หัวหน้าคะ จับสัญญาณสิ่งแปลกปลอมขวางทางพวกเราค่ะ”
ตอนนี้พวกเขากำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือแสง 120 เท่า อย่างไรก็ตามระบบตรวจจับของยานบัญชาการสามารถจับสัญญาณสิ่งแปลกปลอมที่ขวางทางในระยะไกลได้ มันเป็นระบบป้องกันตัวเองหากยานกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือแสง เพราะหากไม่มีระบบนี้ยานอวกาศอาจพุ่งชนสิ่งแปลกปลอมได้
ยานบัญชาการส่งเสียงทุ้มต่ำก่อนที่ภาพตรงหน้าโจจะหยุดนิ่ง เบื้องหน้าเขาเห็นสิ่งมีชีวิตประหลาดหลายตัวกำลังเคลื่อนที่ไปมาอย่างช้าๆ
พวกมันมีลักษณะคล้ายปลาไหลแต่โปร่งแสงสีเหลืองนวล ขนาดตัวของมันใหญ่พอๆกับยานบัญชาการและมันกำลังแหวกว่ายราวกับอวกาศคือทะเลอันกว้างใหญ่
“พวกมันคือตัวอะไรเหรอคะ?” มายด์กล่าวถามด้วยความสนใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอและคนอื่นๆได้พบสิ่งมีชีวิตที่สามารถอยู่รอดในอวกาศได้
“มันเป็นสัตว์อวกาศ” โจตอบเสียงราบเรียบ