“นายจะเอาหม้อกับกระทะไปแลกกับจักรยานจริงๆ ใช่ไหม” เฮ่าซานถามย้ำอีกครั้ง
“ใช่ครับ ผมเพิ่งแต่งงานกับภรรยาได้ไม่นาน โชคดีที่ภรรยาเข้าใจว่านาฬิกากับจักรเย็บผ้าเป็ของหายาก และผมก็ไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้น ภรรยาก็ไม่คิดที่จะให้ผมซื้อของฟุ่มเฟือยพวกนั้นให้ แต่คนเป็สามีอย่างเราจะทำใจได้ยังไง อย่างน้อยผมต้องซื้อจักรยานให้เธอเอาไว้ใช้ให้ได้สักคันจริงไหมล่ะครับ ยังดีที่ในมือผมตอนนี้มีหม้อกับกระทะที่ฝากคนซื้อมาจากฝั่งใต้ เป็ของใหม่ที่คุณภาพดีที่สุดเลยล่ะ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครยอมเอาจักรยานมาแลกกับผมเลยสักคน” เจียงโม่โฉวพูดพร้อมกับถอนหายใจ
“นายเอากระทะกับหม้อมาด้วยหรือเปล่า ฉันอยากเห็น” เฮ่าซานถามอย่างกระตือรือร้น
“พี่มีจักรยานมาแลกกับผมเหรอ”
“ฉันมีจักรยานใหม่เพิ่งรับมาจากสหกรณ์วันนี้เอง แต่ภรรยาของฉันไม่อยากได้ เพราะเธออยากได้จักรยานของผู้หญิง ฉันก็เหมือนกับนายนั่นล่ะที่อยากตามใจเมีย ในเมื่อเธอไม่อยากได้ ฉันก็เลยอยากจะเปลี่ยนเป็ของที่เธอใช้งานได้มากกว่า” เฮ่าซานจะบอกความจริงออกไปได้ยังไงว่าเขาทะเลาะกับภรรยาด้วยเื่นี้ รู้ไปถึงไหนก็อายไปถึงนั่นน่ะสิ ถ้าให้คนรู้ว่าบ้านหลังนี้ภรรยาของเขาใหญ่ที่สุด
“จักรยานของพี่เป็ของใหม่จริงเหรอครับ” เจียงโม่โฉวทำหน้าลังเล “หม้อกับกระทะของผมราคาหลายร้อยหยวนอยู่นะ”
เฮ่าซานเห็นท่าทางลังเลของอีกฝ่ายก็รีบเดินไปจูงจักรยานที่หลังบ้านออกมา “นายดูสิ ฉันยังไม่ได้แกะกระดาษหุ้มออกด้วยซ้ำ”
เจียงโม่โฉวเดินไปดูจักรยานอย่างถูกใจ “งั้นพี่รอผมเดี๋ยวนะครับ ผมซ่อนของไว้ไม่ไกล ผมจะไปเอามาเดี๋ยวนี้เลย”
ไม่นานเจียงโม่โฉวก็เดินมาพร้อมถุงใบใหญ่ที่มีหม้อกับกระทะอยู่ในนั้น
“ผมเห็นว่าจักรยานของพี่เป็ของใหม่เอี่ยม ผมก็จะใจกว้างเอาหม้อกับกระทะใบใหม่แลกกับพี่ก็แล้วกัน”
“นายจะไม่ขาดทุนแย่เหรอ” เฮ่าซานยิ้มถาม ดูยังไงการแลกเปลี่ยนครั้งนี้เขาเป็ฝ่ายได้กำไรเห็นๆ หม้อกับกระทะราคาตั้งหลายร้อยหยวน จักรยานของเขาราคาแค่สองร้อยห้าสิบหยวนเท่านั้น
“แต่ผมมีเื่อยากให้พี่ช่วยอีกอย่างด้วยครับ”
“เื่อะไร? นายพูดมาได้เลย” เฮ่าซานถามอย่างอารมณ์ดี
“ผมมีหม้อกับกระทะที่ใช้งานแล้ว แต่ผมให้พี่ดูมันก่อนได้นะครับ สภาพของมันยังดีอยู่เลย รอยดำรอยบุบก็ไม่มี ไม่รู้ว่ามีใครอยากเอาจักรยานคันเก่ามาแลกบ้างหรือเปล่า”
“นายอยากได้จักรยานไปทำไมเยอะแยะ คันเดียวใช้ไม่พอเหรอ” เฮ่าซานขมวดคิ้วถาม
“จักรยานคันใหม่ผมจะเอาไว้ใช้กับภรรยา แต่จักรยานคันเก่าผมจะเอาไว้ให้พี่ชายของภรรยาไว้ใช้งานน่ะครับ ผมบอกกับพี่ชายไม่อายเลยนะครับ ผมเป็ยุวชนที่ถูกส่งมาใช้แรงงานที่นี่...” เจียงโม่โฉวแสร้งก้มหน้าอย่างละอาย
เฮ่าซานยิ้มอย่างเข้าใจ “ตอนนี้นายคงอาศัยอยู่ในบ้านของภรรยา ก็เลยอยากซื้อของที่ดูมีราคาสักหน่อยให้ญาติของเธอเป็การตอบแทนใช่ไหมล่ะ ความคิดนายไม่เลวนี่น้องชาย รู้จักเอาใจผู้ใหญ่ซะด้วย นายรอฉันเดี๋ยวนะ ฉันขอเข้าไปถามภรรยาฉันก่อน”
เฮ่าซานเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับหม้อและกระทะทั้งสี่ใบเพื่อให้ภรรยาช่วยตัดสินใจ ไม่นานเขาก็เดินออกมาพร้อมกับภรรยา
“หม้อกับกระทะใบเก่าของเธอเพิ่งผ่านการใช้งานมาไม่กี่ครั้งเอง เธอไม่เสียดายที่จะแลกกับจักรยานเก่าจริงๆ เหรอ” หลานหลินถามเพื่อความแน่ใจ “บ้านแม่ฉันมีจักรยานเก่าอยู่คันหนึ่งน่ะ”
“ถ้างั้น...ผมขอดูสภาพของจักรยานก่อนได้ไหมครับ พี่สะใภ้ก็เห็นแล้วว่าหม้อกับกระทะของผมไม่ได้เก่ามากขนาดนั้น แต่ถ้าจักรยานมันเก่าไป ผมก็คิดว่าบางทีมันอาจไม่คุ้ม” เจียงโม่โฉวตอบ ถึงแม้เขาจะอยากได้จักรยานเพิ่มอีกสักคัน แต่ถ้ามันจะเก่ามากจนทำให้เขารู้สึกว่ามันไม่คุ้มค่า เขาก็ไม่อยากเอาของดีๆ ไปแลก รอเก็บเงินอีกสักพัก ถึงตอนนั้นค่อยซื้อจักรยานใหม่ให้พี่ต้าเฝิงสักคัน
หลานหลินกลัวโอกาสดีๆ จะหลุดไป เธอเดินไปบ้านแม่ของเธอที่อยู่ไม่ไกล ไม่นานเธอกับพี่ชายก็จูงจักรยานมาหนึ่งคัน สภาพจักรยานถือว่าใหม่มากทีเดียว เพราะพวกเขาเพิ่งใช้งานมาได้หนึ่งปีเท่านั้น เพียงแต่ที่ครอบครัว้าหม้อกับกระทะใบใหม่ เพราะพี่ชายกับน้องชายของเธออยากแยกครอบครัว ถ้าได้หม้อกับกระทะสองใบนี้มา การแยกครอบครัวของบ้านเธอก็ถือว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้ว
เจียงโม่โฉวเห็นจักรยานแล้วก็รู้สึกว่าวันนี้ตัวเองโชคดีจริงๆ จักรยานคันนี้ไม่ได้ดูเก่าเลย เขาแสร้งล้วงไปในตะกร้าสะพายหลังแล้วหยิบข้าวสาลีและแป้งข้าวสาลีออกมาอย่างละหนึ่งกิโล
“จักรยานคันนี้มันยังใหม่มากเลยครับ ผมเพิ่มข้าวกับแป้งข้าวสาลีให้พวกพี่ไปด้วยก็แล้วกันนะ”
หลานหลินรีบหยิบถุงข้าวและแป้งยัดใส่มือพี่ชายเพราะกลัวว่าพี่ชายจะร้องขอในสิ่งที่มากเกินไป เธออยากปิดการเจรจาครั้งนี้ให้เร็วที่สุด เพราะถ้าพี่ชายกับน้องชายของเธอแยกบ้านจากครอบครัวใหญ่ได้สำเร็จ ครอบครัวใหญ่ก็จะไม่มารบกวนเธอกับสามีอีก
“ขอบใจเธอมากนะโม่โฉว เอาไว้คราวหน้า พี่สาวจะเลี้ยงข้าวเธอสักมื้อนะ”
เจียงโม่โฉวจูงจักรยานสองคันออกจากบ้านของเฮ่าซานไปอย่างอารมณ์ดี วันนี้เขาขายของในตลาดมืดได้เงินมาไม่น้อย ลูกไก่ ลูกเป็ด ลูกหมู และต้นผลไม้ก็ซื้อได้ในราคาถูก แถมยังแลกจักรยานกลับบ้านได้อีกตั้งสองคัน ดีนะที่เขาขอหม้อกับกระทะจากมิติของพี่ต้าเฝิงมาด้วย ไม่งั้นการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ต้องไม่สำเร็จแน่
“โม่โฉว! นายเข้าเมืองมาเหรอ” เสียนจื่อทำตาโต “นายไปได้จักรยานสองคันนี้มาจากไหนเนี่ย โอ้โห! ยี่ห้อฟีนิกซ์ซะด้วย นายนี่โชคดีเป็บ้าเลยนะที่ที่บ้านยังส่งเงินมาให้ใช้ไม่ขาดมือ”
“ครอบครัวผมดีใจที่ผมแต่งงานเป็ฝั่งเป็ฝาแล้วน่ะครับ นี่คือของขวัญที่คุณพ่อคุณแม่อยากซื้อให้ลูกสะใภ้” เจียงโม่โฉวพูดยิ้ม “ถ้าพี่เสียนจื่อมีธุระ พี่มายืมจักรยานผมได้นะ”
เสียนจื่อรีบโบกมือ “ไม่เอาล่ะ ของดีมีราคาขนาดนี้ฉันไม่กล้าไปยืมหรอก เกิดมันเสียหายขึ้นมา ฉันไม่มีปัญญาจะซ่อมคืนนายจริงๆ”
“ตามใจนะครับ แต่ถ้าพี่มีธุระจะใช้พี่ก็มายืมผมได้ นี่ก็บ่ายมากแล้ว ผมขอกลับบ้านก่อนก็แล้วกัน”
เจียงโม่โฉวจูงจักรยานสองคันกลับบ้าน โดยไม่รู้เลยว่าหลีไห่กับหลีหรงมองตามอย่างอิจฉา
หลีหรงตบบ่าพี่ชายไปหลายที “คนเขาซื้อจักรยานใหม่ได้ทีเดียวตั้งสองคัน ถ้าเป็ฉัน ฉันก็คงจะเลือกแต่งกับพี่โม่โฉว แทนที่จะมาแต่งกับไอ้อ้วนแสนี้เีแบบพี่”
“อย่ามาพูดมากน่า เธออย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าเธอก็แอบชอบเจียงโม่โฉวอยู่เหมือนกัน แต่ไอ้หนุ่มนั่นไม่สนใจเธอใช่ไหมล่ะ เอ...หรือว่าตอนนี้เธอเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ไปที่โจวต้าเฝิงแล้ว” หลีไห่หรี่ตามองน้องสาว
“เปลี่ยนเป้าหมายอะไร! พี่อย่ามาพูดมั่วๆ ฉันไม่เคยคิดอะไรกับพวกเขาเลย” หลี่หรงรีบปฏิเสธ
“ไม่สนใจจริงเหรอ? ถ้างั้นวันนี้ทำไมเธอต้องคอยไปป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ โจวต้าเฝิงด้วยล่ะ ยังเอาน้ำใส่กระติกไปให้มันกินด้วย” หลีไห่มองน้องสาวอย่างคาดคั้น “ทำไม ตอบคำถามไม่ได้เลยล่ะสิ”
หลีหรงไม่ตอบคำถามพี่ชาย เธอเดินสะบัดหน้าหนีไปทันที
“เอาไหมล่ะ เธอเลือกมาสักคนสิว่าเธออยากได้ใคร ฉันช่วยให้เธอสมหวังได้นะ” หลีไห่ะโตามหลังน้องสาว
“ถ้าพี่ไม่กลัวจะถูกใครมากระทืบอีกพี่ก็ทำสิ” หลีหรงหันกลับมามองพี่ชาย “คราวที่แล้วไปขัดขาใครเข้ายังหาไม่เจอเลย คราวนี้ยังจะหาเื่เดือดร้อนให้ตัวเองอีก พี่จำไม่ได้เหรอว่าเจียงโม่โฉวเคยต่อยตีกับอันธพาลจากหมู่บ้านข้างๆ โหดร้ายขนาดไหน”
หลีไห่คิดถึงฉากต่อสู้ของเจียงโม่โฉววันนั้นแล้วก็ต้องเงียบไป เขาต้องจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดีสิ ตอนนั้นเจียงโม่โฉวเพิ่งถูกส่งมาใช้แรงงานที่หมู่บ้านได้แค่ไม่กี่วัน แต่ไอ้หนุ่มนั่นกลับคอยตามจีบน้องอ้ายเหม่ยของเขาอยู่ไม่ห่าง เขาตั้งใจไปบอกให้เพื่อนอันธพาลเ่าั้มาช่วยสั่งสอน แต่กลายเป็เพื่อนๆ ของเขาถูกเจียงโม่โฉวสั่งสอนเสียเอง และการต่อสู้ครั้งนั้นก็โหดร้ายมาก แต่พอคิดมาถึงตรงนี้เขาก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ‘เจียงโม่โฉว! วันนั้นเป็แกใช่ไหมที่มาทำร้ายฉันกับลูกน้อง ฉันก็ว่าแล้วว่าอยู่ดีๆ ทำไมถึงมีคนมาทำร้ายพวกเราได้ คอยดูเถอะ...ฉันจะหาคนมาจัดการแกให้ดู’
“ที่รักครับ ผมกลับมาแล้ว” เจียงโม่โฉวะโเรียกภรรยาทันทีที่เดินมาถึงหน้าประตู
โจวอ้ายเหม่ยได้ยินเสียงสามีก็รีบเดินมาเปิดประตูรั้วด้วยความดีใจ เธอกลัวว่าสามีจะเจอปัญหาในตลาดมืด ทำให้วันนี้ไม่มีกระจิตกระใจทำงานในไร่เลยแม้แต่น้อย
“จักรยาน! คุณไปได้จักรยานมาจากไหนตั้งสองคันคะ”
“ผมเอาหม้อกับกระทะของพี่ต้าเฝิงไปแลกมาน่ะครับ ทั้งสองคันมีใบรับรองและลงทะเบียนเ้าของเรียบร้อยแล้วด้วยนะ ผมซื้อให้เราคันหนึ่ง แล้วก็อีกคันเอาไว้ให้พี่ต้าเฝิง”
“นายบอกว่านายซื้ออะไรให้ฉันนะ” โจวต้าเฝิงเดินออกมาเพราะเห็นว่าน้องสาวมาเปิดประตูนานไปแล้ว แต่เธอก็ไม่กลับเข้าไปเสียที “จักรยาน! นายซื้อจักรยานมาได้ยังไงตั้งสองคัน”
เจียงโม่โฉวหัวเราะออกมาเสียดัง “พี่ถามคำถามเดียวกับอ้ายเหม่ยเลยนะครับ มาเถอะครับ มาช่วยผมเข็นจักรยานเข้าไปเก็บสักคัน แล้วเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง”
่บ่ายวันนั้น หมู่บ้านหลีเจี่ยก็มีหัวข้อใหม่ให้ได้สนทนากันอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่ข่าวลือที่สร้างความเสียหายให้กับโจวอ้ายเหม่ย แต่เป็ความสงสัยในภูมิหลังของเจียงโม่โฉวแทน ผู้คนต่างคาดเดากันไปต่างๆ นานา แต่ไม่ว่าคนในหมู่บ้านจะพูดถึงชายหนุ่มว่าอย่างไร ทุกคนก็ลงความเห็นว่าครอบครัวของเจียงโม่โฉวคงเป็เศรษฐีเก่าอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ว่าเขาจะเป็นักเรียนที่เรียนจบถึงระดับชั้นมัธยมปลายแล้ว ครอบครัวยังส่งเงินมาให้ใช้จ่ายได้ทุกเดือน นาฬิกาที่เขาใส่อยู่บนข้อมือก็เป็นาฬิกาหรู และตอนนี้ชายหนุ่มยังซื้อจักรยานกลับมาทีเดียวได้ถึงสองคัน ชีวิตที่ดีและของใช้ที่หรูหราเช่นนี้ หากครอบครัวของเขาไม่ใช่เศรษฐีแล้วยังจะเรียกว่าอะไรได้อีก