เช้าวันถัดมา
หลินเยว่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ร่างกายอ่อนแรงราวกับถูกสูบพลังไปทั้งคืน
ความทรงจำเมื่อคืน…พร่าเลือน
แต่มันไม่ใช่ความว่างเปล่า
มันคือ “ความรู้สึกกลัว”
นางเงยหน้ามองเสี่ยวชวนที่ยืนอยู่ไม่ไกล
สายตา…ไม่เหมือนเดิม
ราวกับกำลังมอง “คนแปลกหน้า”
“…พี่ชวน”
เสียงของนางเบา
ลังเล
เสี่ยวชวนชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันกลับมาตามปกติ
“เยว่ เ้าดูแลตัวเองไปก่อนนะ ่ 2–3 วันนี้ข้าจะออกไปนอกเมือง”
“พี่จะไปไหนหรอ…”
นางถาม แต่ในใจกลับไม่อยากรู้คำตอบ
“ข้าจะไปฝึกฝีมือสักหน่อย…ข้ารู้สึกว่ากำลังจะทะลวงระดับพลัง”
คำพูดฟังดูปกติ
แต่หลินเยว่กลับรู้สึก…
มันไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด
“…งั้น พี่ระวังตัวด้วยนะ”
“อืม”
เสี่ยวชวนตอบสั้น ๆ
ก่อนจะหันหลังเดินออกไปทันที
เขาไม่กล้าหันกลับไปมอง
เพราะเขารู้—
ถ้ามองอีกครั้ง
เขาอาจ…ไม่อยากจากมา
เขาออกจากนครเทียนหลิงอย่างรวดเร็ว
ลมเช้าพัดผ่านใบหน้า
แต่ในอกของเขา…กลับหนักอึ้ง
‘ข้า…เกือบทำร้ายนาง…’
ภาพเมื่อคืนแวบขึ้นมา
เสียง
พลัง
และความรู้สึกที่เขา “ควบคุมไม่ได้”
มือของเขากำแน่น
‘ข้าต้องห่างจากนาง…จนกว่าจะควบคุมมันได้’
ไม่นาน เขาก็มาถึงพื้นที่รกร้างนอกเมือง
บริเวณที่เต็มไปด้วยซากหินและต้นไม้แห้งตาย
ลึกเข้าไป…มีสุสานเก่า
เงียบ
วังเวง
และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตาย
เสี่ยวชวนชักดาบออก
สายตานิ่ง
“มาลองกันหน่อย…”
ไม่นาน—
เงาร่างหนึ่งก็พุ่งออกมาจากพงไม้
อสูรลิงั์
ร่างสูงใหญ่ราวสองคน แขนยาวผิดสัดส่วน กล้ามเนื้อแน่นราวหินผา
ดวงตาสีแดงจับจ้องเขา
“ฟึ่บ—!”
เสี่ยวชวนพุ่งเข้าไปก่อน และฟาดฟันด้วยเพลงดาบสำนักกระบี่ฟ้าคราม
“ฉัวะ—!”
คมดาบเฉือนคอของมัน
แต่—
แผลเพียงตื้น
เืไหลแค่เล็กน้อย
“แข็งขนาดนี้…”
“โฮก—!!”
อสูรลิงคำราม
แล้วพุ่งเข้ามา
“ตูม—!!”
หมัดขนาดมหึมากระแทกดาบของเสี่ยวชวน
แรงมหาศาลส่งเขากระเด็นไปไกล
แขนชา
ลมหายใจสะดุด
‘เกินตัว…’
แต่—
เขาไม่หนี
สายตานิ่งลงอีกครั้ง
‘เร็วกว่า…แรงกว่า…งั้นต้องทำให้มันพังเอง’
อสูรลิงพุ่งเข้ามาอีกครั้ง
หมัด
กรงเล็บ
แรงกระแทกถาโถมราวพายุ
แต่เสี่ยวชวน…
ไม่ปะทะตรง
เขา “ปัด”
ใช้แรงน้อยที่สุด
เปลี่ยนทิศ
ปล่อยให้พลังของอีกฝ่ายเสียเปล่า
“ฉัวะ—”
“ฉัวะ—”
“ฉัวะ—”
าแเล็ก ๆ เพิ่มขึ้นทีละจุด
อสูรลิงเริ่มคลั่ง
ยิ่งคลั่ง—
ยิ่งพลาด
ยิ่งพลาด—
ยิ่งเสียแรง
จนกระทั่ง…
มันช้าลง
เพียงเสี้ยววินาที
เสี่ยวชวนขยับ
“ฉึก—!!”
ดาบพุ่งเข้า “ดวงตา”
เืสาด
เสียงกรีดร้องดังลั่น
อสูรลิงถอยหนีทันที
หวาดกลัว
และหายไปในป่า
เสี่ยวชวนยืนอยู่ที่เดิม
หอบเบา ๆ
เขาชนะ
แต่—
“ยังไม่พอ…”
เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัว
“…ถ้าฆ่า เ้าได้มากกว่านี้”
มือของเขาสั่นเล็กน้อย
เขากำดาบแน่นขึ้น
“หุบปาก…”
เขาพึมพำ
แล้วหันหลังเดินออกมา
ค่ำคืนนั้น
เสี่ยวชวนนั่งย่างเนื้อหมูป่าอยู่ใกล้สุสาน
ไฟลุกแ่
ลมเย็นพัดผ่าน
แต่บรรยากาศ…
ผิดปกติ
เงาหนึ่งขยับ
แล้วอีกเงา
“เจอแล้ว…”
เสียงเ็าดังขึ้น
“ฟึ่บ—!!”
คมดาบพุ่งเข้ามาโดยไม่เตือน
“ฉัวะ—!”
เืกระเซ็น
เสี่ยวชวนถอยทันที
ชายชุดดำสามคนยืนล้อมเขาไว้
“…สำนักจิติญญา” ศิษย์ขั้นก่อกำเนิดระยะปลายสามคน
เขาพึมพำ
“ตามข้ามาไวดีนี่”
“หยุดต่อต้าน แล้วตามพวกข้าไปดี ๆ” หนึ่งในนั้นกล่าว
เสี่ยวชวนไม่ตอบ
เขาหันหลัง
แล้ว—วิ่ง
ลมหายใจหนัก
าแฉีกเปิด
แต่เขารู้ดี—
สู้ตอนนี้ เท่ากับ ตาย
“หยุด!”
เสียงไล่ล่าดังตามหลัง
ระยะห่าง…ลดลงเรื่อย ๆ
ทันใดนั้น—
พื้นดินใต้เท้าเขายุบตัว
“ครืน—!!”
โลกทั้งใบพังทลาย
ทุกคนร่วงลงสู่ความมืด
ความเย็น
ความเงียบ
กลิ่นคาวเื
เสี่ยวชวนลืมตาขึ้น
รอบตัว—
มีแต่ “กระดูกมนุษย์”
“…ที่นี่”
“สุสาน”
เสียงดังขึ้นในหัวอีกครั้ง
ชัดเจน
ลึก
“สุสานของคนที่เลือกไม่ได้”
ชายชุดดำทั้งสามลุกขึ้น
ยิ้มเย็น
“ดีเลย…ไม่มีพยาน”
เสี่ยวชวนถอย
มือสั่น
‘ไม่ไหว…’
“ฆ่าสิ…”
เสียงนั้นกระซิบ
“ไม่งั้น…เ้าจะตาย”
อีกฝ่ายพุ่งเข้ามา
“เคร้ง—!!”
แรงปะทะทำให้เขาเกือบล้ม
อีกคนอ้อมหลัง
“จบแล้ว”
ภาพของหลินเยว่…ผุดขึ้น
“…พี่ชวน…”
ลมหายใจของเสี่ยวชวนหยุดนิ่ง
แล้ว—
ดวงตาเปลี่ยนไป
นิ่ง
เย็น
“…”
“ฟึ่บ—!”
เขาพุ่งเข้าไปก่อน
“ฉัวะ—!!”
คมดาบตัดลำคอ
เืพุ่ง
ร่างล้ม
เงียบ
เสี่ยวชวนยืนนิ่ง
มือสั่น
‘ข้า…ฆ่า…คน…’
ความว่างเปล่า…
ค่อย ๆ กลืนกินความรู้สึกทั้งหมด
“ดี…”
เสียงนั้นดังขึ้น
กระดูกรอบข้างสั่น
รวมตัว
กลายเป็ร่างชายชรา
ดวงตากลวง
รอยยิ้มบิดเบี้ยว
“ในที่สุด…ก็มีคนให้ข้า ‘เลือก’ ได้”
แรงกดดันกดลงมา
เสี่ยวชวนทรุดเข่า
“ข้าจะทดสอบเ้า”
กระดูกพุ่งขึ้น
กลายเป็ศัตรูนับสิบ
“ฆ่า…หรือถูกฆ่า”
เงียบ
เสี่ยวชวนลุกขึ้นช้า ๆ
“…ก็แค่ฆ่า”
แล้วเขาก็ก้าวเข้าไป
เสียงกระดูกแตก
เสียงเนื้อฉีก
ดังต่อเนื่องในความมืด
จนกระทั่ง—
ทุกอย่างเงียบลง
พื้นเต็มไปด้วยซาก
เสี่ยวชวนยืนอยู่กลางกองนั้น
“เ้ารู้สึกอะไร?”
“…ว่าง”
เฒ่ากระดูกยิ้ม
“สมบูรณ์แบบ…”
“ข้าจะอยู่กับเ้า”
“หรือเ้าจะหายไปเอง”
ไม่มีคำตอบ
แต่เสี่ยวชวน…ไม่ปฏิเสธ
แสงสีดำพุ่งเข้าไปในร่างเขา
“อ๊าก—!!”
เสียงหัวเราะแหบดังขึ้นในหัว
“เริ่มแล้ว…”
“เส้นทางของผู้ที่ฆ่า…เพื่อแข็งแกร่ง”
ในความมืดของสุสาน
เสี่ยวชวน
ได้สูญเสีย “ความเป็มนุษย์” ไปบางส่วน
และได้บางสิ่งกลับมา—
ที่ไม่มีวันควบคุมได้จริง