ณ ป่าลึกบนหุบเขาดงพญาไฟ ในเวลาเที่ยงคืน มีเด็กหนุ่มผิวคล้ำ กรำแดดถูกมัดห้อยหัวเหมือนค้างคาว แขวนอยู่บนต้นยางนาที่มีความสูงจากพื้นดินมากกว่า100เมตร เป็ต้นยางนาที่มีอายุกว่าพันปี เขาถูกมัดในท่านี้มาเป็วันที่ 7แล้ว ไม่ได้กินน้ำ ไม่ได้กินอาหาร อาจารย์ได้บอกกับเขาว่า นี่เป็การฝึกภารกิจครั้งสุดท้าย หากเขาผ่าน การอดหารในท่านี้ไปได้ เขาจะผ่านด่านฝึกเบื้องต้นของสำนักเมฆขาว
ทันใดนั้นที่ใต้ต้นไม้ มีชายชราในชุดสีขาว เดินฉีกมิติออกมา แล้วใช้ยกมือขึ้นใช้ ดัชนีลมยิงใส่เชือกที่ผูกเอาไว้เด็กหนุ่มเอาไว้ ฟิ้ว !! ร่างของเด็กหนุ่มที่ถูกมัดขาเอาไว้ ร่วงลงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่ม ใช้วิธีหดกระดูกแล้วคลายเชือกที่รัดเอาไว้ แล้วม้วนตัวลงมาคุกเข่ากับพื้น คำนับชายชราคิ้วและหนวดเป็สีเขียวเหมือนกัน ด้วยความเคารพ
“ ท่านอาจารย์”
“ ดีมาก เ้าผ่านด่านทดสอบเบื้องต้นแล้ว ต่อไปอาจารย์อยากให้เ้า เข้าสู่การฝึกฝน ในโลกปัจจุบัน มิเช่นนั้น พลังเทพยุทธ์ของเ้าจะไม่ก้าวหน้า หยางเทียน นี่คือบัตรประชาชนของเ้า ลงจากเขาไป แล้วไปหา อาจารย์อาเฉียนคง ตามที่อยู่ในกระดาษแผ่นนั้น เขาจะเป็คนให้คำแนะนำ งานให้กับเ้า ตอนนี้ พลังเทพยุทธ์ของเ้ายังอยู่แค่ พลังิญญาระดับ สาม ยังอ่อนแอนัก ฝึกให้ถึงขั้นที่เก้าได้เมื่อไร อาจารย์จะกลับมารับเ้าไปอยู่ด้วย ในกระเป๋ามีเงินสำหรับให้เ้าใช้จ่าย ไปจนถึงที่อยู่ของอาจารย์อาเฉียนคง” อาจารย์คิ้วเขียว เอ่ยจบก็กรีดมิติออกเป็ประตูแล้วเดินหายไป
หยางเทียน เด็กหนุ่มวัย 21 ปี เขาถูกอาจารย์คิ้วเขียวพามาั้แ่อายุ 18 ปี อยู่แต่ในป่าดงพญาไฟแห่งนี้ตลอดมา แต่่อายุั้แ่เด็ก ถึง 18 ปี เขาไม่สามารถจำความได้เลย จำได้แต่เพียงว่า ทุกวันต้องตื่นแต่เช้า วิ่งไปรอบๆ ป่า เพื่อออกกำลังกายฝึกฝน แม้นว่าจะต้องเจอกับสัตว์ป่า นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็ เสือ สิงโต ลิง หมาป่า งูจงอาง เขาต้องวิ่งหนีแทบขาดใจ ผ่านไปสามเดือน เขาสามารถวิ่งหนีพวกมันได้
แล้วอาจารย์คิ้วเขียวก็เริ่มสอนการควบคุมลมหายใจ และการเคลื่อนไหว เขาก็สามารถหลบหลีก สัตว์ป่าเหล่านี้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ย่นเวลาที่เคยใช้เหลือเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น จากนั้น ท่านอาจารย์คิ้วเขียว เริ่มสอนท่าโจมตี ท่าหลบหลีก การใช้ท่าหมัดมวย กระบี่ กระบอง แรกๆ หยางเทียนถูกเสือกัด ลิงไล่ข่วน งูจงอางฉกกัด แทบตาย ดีที่อาจารย์คิ้วเขียวได้ช่วยเอาไว้ได้ทัน ไม่เช่นนั้น เขาได้ตายไปหลายรอบแล้ว แต่หลังจากหนึ่งปีผ่านไป พวกมันไม่แม้แต่จะทำให้หยางเทียนาเ็แม้แต่น้อย มีแต่พวกมันที่เห็นหน้าหยางเทียนต้องวิ่งหนีเผ่นป่าราบไปทุก ๆ ตัว
กลางคืนอาจารย์คิ้วเขียว ยังสอนวิชาเวทย์เบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็เวทย์ป้องกัน เวทย์ทำลาย และเวทย์รักษา เทพเรียนจนสำเร็จทั้งหมดภายในสามปี จากนั้นก็ฝึกอดอาหารเป็เวลาเจ็ดวัน เป็การจบหลักสูตรเบื้องต้นของ พลังิญญาระดับที่สาม วันนี้เป็ครั้งแรกที่หยางเทียนลงจากเขา เพื่อไปศึกษาต่อกับ อาจารย์อาเฉียนคง
ก่อนลงเขาหยางเทียนเข้าป่าไปเหมือนเคย เห็นเ้าเสือทำท่าจะหนี แต่หยางเทียนะโเข้าไปดึงหางของมันกลับมา
“ จะหนีไปไหนพี่เสือ ข้าแค่มาบอกลา ไม่ได้ทำอะไร”
เ้าเสือลายพาดกลอน เหมือนจะเข้าใจที่หยางเทียนพูด เลยเข้ามาเลียหน้า ความหมายว่า ไปเถอะ ข้าจะดีใจที่สุดเลย เ้าลิงะโลงมาหาเพราะได้ยินว่า หยางเทียนจะไปแล้ว ก็เลยเข้ามาสะกิดขออาหาร หยางเทียนจึงต้องให้ช็อคโกเเลตที่อาจารย์คิ้วเขียวนำมาฝากเขาให้มันกิน ทันใดนั้นงูจงอางั์ก็โผล่มา อ้าปากงับหยางเทียน อย่างรวดเร็ว แต่ก็ช้ากว่าหยางเทียนที่กดหัวมันเอาไว้ลงกับพื้น
“ พี่จงอาง วันนี้ไม่เล่นแล้ว ข้าต้องลาพวกพี่ๆ แล้ว”
คล้ายมันเข้าใจที่หยางเทียนสื่อสารกับมัน จึงเคลื่อนไหวไปมา รอบๆ หยางเทียน
ฝูงหมาป่าพอรู้ข่าว ก็เข้ามาส่งด้วยเช่นกัน หยางเทียนนำอาหารทั้งหมดที่เขามีอยู่
ไม่ว่าจะเป็มันฝรั่งทอด ช็อคโกแลต เนื้อกระป่อง หยางเทียนแจกให้เหล่าสัตว์เหล่านี้จนหมด แล้วลาจากสัตว์ทุกๆ ตัว ทิ้งให้พวกมันมองตามด้วยความอาลัย หรือ ดีใจกันแน่ !
หยางเทียนเคลื่อนไหวลงจากเขามาสู่ถนนใหญ่ โบกรถหลายคันแต่หามีใครรับไม่ จึงะโขึ้นหลังรถบรรทุก แล้วโดยสารเข้าเมืองไป
ในที่สุดหยางเทียนก็มาถึงเมืองม่านกู่ และให้นามบัตรกับแท็กซี่ให้พาไปตามนามบัตรของอาจารย์อาเฉียนคง
ณ สำนักงานบอดี้การ์ดเมฆขาว
หยางเทียนยืนอยู่ตรงหน้า ชายวัยกลางคนแต่งชุดสูทผูกไทด์ มีป้ายประจำตำแหน่งว่า เป็ผอ. สำนักงานบอดี้การ์ดเมฆขาว เฉียนคง
“ ที่นี่เธอต้องเรียกฉันว่า ท่านผอ. ไม่ใช่อาจารย์อาเข้าใจไหม”
“ ครับ”
“ การฝึกตนที่นี่ก็คือการทำงาน เธอต้องทำงานตามคำสั่งของสำนักงานของเรา
เงินเดือนไม่มี จะให้ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจ๊อบบายจ๊อบ ตอนนี้เธอพักที่ห้องพักของ สำนักงานชั่วคราวไปก่อน ส่วนงานของเราคือ คุ้มครองป้องกันภัย ลูกค้าที่จ้าง โดยที่ต้องจำไว้ว่า ลูกค้าต้องปลอดภัยไว้ก่อน ่นี้งานเยอะมาก มีลูกค้าจ้างงานมาจนหาบอดี้การ์ดเก่งๆ ไม่ได้ ศิษย์พี่ส่งเธอมา แสดงว่าต้องมีความสามารถพอตัว
คงไม่ต้องสอนงานมาก พรุ่งนี้มีฉันจะให้เธอรับงานกลุ่มไปก่อน ไว้ผ่านงานระดับหนึ่ง ฉันจะมอบงานเดี่ยวให้ อาเปียวเข้ามาซิ” มีชายวัยสี่สิบปี แต่งชุดสูทสีดำเดินเข้ามา
“ นี่คือ เด็กใหม่ชื่อหยางเทียน คุณช่วยสอนงานให้เขาด้วย พรุ่งนี้มีงานคุ้มกันเพชรสีชมพู มีบอดี้การ์ดกว่าสามสิบคน พาเขาไปฝึกงาน จะได้มีประสบการณ์ ก่อนไป หาชุดให้เขาใส่ใหม่ด้วยนะ”
“ ครับผอ. ไปกันเถอะ เด็กใหม่”
หยางเทียนเดินตามอาเปียว ไปที่ห้องแต่งตัว อาเปียวเข้าไปหยิบชุดสูทมือสอง
ที่แขวนเอาไว้ในห้องเสื้อผ้า โดยให้หยางเทียนเลือกไปใส่สองสามชุด พร้อมกับรองเท้า แล้วก็พาไปที่ห้องพัก
“ พรุ่งนี้ 8 โมงเช้าแต่งตัวให้เรียบร้อย พวกเราต้องเดินทางไปศูนย์แสดงสินค่าก่อนเก้าโมงเช้า”
“ เครครับ ”
หยางเทียนลงไปนั่งที่เตียงนุ่มสบาย เลยนอนลงไป แต่ว่ากลับนอนไม่หลับ เพราะไม่เคยชิน
สุดท้ายได้แต่นั่งสมาธิไปจนเช้า 8 โมงหยางเทียนแต่งตัวด้วยชุดสุทสีดำ มายืนรอ จนอาเปียวเดินมา
“ ไปกันเด็กใหม่ วันนี้ไม่มีอะไรมาก พวกเราแค่ไปคุ้มกันตอนพวกเขาขนเพชรลงจากรถ จนถึงห้องจัดแสดง แล้วรอจนจบงาน ก็ส่งของขึ้นกลับรถนิรภัยกลับไป จากนั้นก็เสร็จงานแล้ว นายเป็เด็กใหม่ดังนั้น ยังไม่ต้องใช้ปืนหรอก” อาเปียวเอ่ยออกมา หยางเทียนก็ไม่เห็นจำเป็ต้องใช้ปืนเลย เพราะเขาเองก็ยังคงใช้ปืนไม่เป็อยู่ดี
หยางเทียนนั่งรถตู้ โดยไม่คิดอะไร ในใจก็ได้แต่มองความเจริญของเมืองใหญ่ที่มองหาต้นไม้ ในเมืองแทบจะไม่มีเลย หยางเทียนนั่งนิ่งไปตลอดทางจนมาถึงสถานที่จัดงาน หยางเทียน ถูกจัดให้ยืนอยู่ใกล้ๆ กับอาเปียว เพื่อรอให้รถนิรภัยมาส่งเพชรทั้งหมด พอรถนิรภัยมาถึง ก็มีการขนกล่องใส่เพชรจำนวน สามกล่องใหญ่ใส่รถเข็น แล้วเข็นเข้าไปในงาน โดยมีบอดี้การ์ด คอยคุ้มกันเพชร เกือบสิบคน
หยางเทียนก็เดินตาม อาเปียวไปติด ๆ จากนั้นถึงงานแสดง มีเ้าหน้าที่มานำเพชรออกไปใส่ให้กับ พวกดาราซุปตาร์และนางแบบไฮโซทั้งหลาย ซึ่งแต่ละคนล้วนมี บอดี้การ์ดประจำตัวอีกมากมาย คอยคุ้มกัน แต่ที่มีเยอะสุด คือ หญิงสาวคนหนึ่ง อายุเพียงแค่ 18 ปี ไม่รู้เป็ดาราหรือนางแบบ แต่มีบอดี้การ์ดคอยดูแล ถึง สิบคน
แต่ละคนล้วนเป็ชาวต่างชาติตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้น
“ นั่นคือ ซานญ่า เป็นักร้องเคป๊อบดังระดับโลกมีแฟนคลับเยอะมาก จ้างบอดี้การ์ดชาวอังกฤษทั้งหมด ว่ากันว่า พวกมันล้วนเคยถูกฝึกในหน่วย MI7 มาแล้วทุกคน” อาเปียวเอ่ยให้หยางเทียนฟังเบาๆ
งานใกล้เริ่ม หยางเทียนถูกจัดให้ยืนเฝ้าประตูหนีไฟทางออก ไม่ให้เข้าไปดูด้านใน เพราะเป็บอดี้การ์ดมือใหม่ เลยให้มาเฝ้าประตูทางหนีไฟ เพียงคนเดียว หยางเทียนไม่สนใจ ได้แต่ทำตามคำสั่ง
ในขณะเดียวกันที่โกดังแห่งหนึ่ง มีทหารรับจ้างกลุ่มหนึ่งจำนวน ห้าสิบคน อาวุธปืนกลครบมือ ยืนเรียงแถวกันอยู่ไม่ไกลนัก ห่างจากสถานที่จัดงานแสดงเพชร ไม่เกิน 3 กิโลเมตร ในโกดังเก็บของ ด้านในกลับมีเฮลิคอปเตอร์ ลำใหญ่บรรทุกคนได้ ถึง ห้าสิบคน ในลำเดียว จอดในโกดัง เฮลิคอปเตอร์มีล้อเลื่อนสามารถดันออกประตูได้ มีหัวหน้าก่อการเดินออกมาด้านหน้าทุกคน แล้วเอ่ยว่า
“ วันนี้ หน่วยแบล็คดราก้อนของเรา มีภารกิจที่สำคัญคือ ชิงเพชรสีชมพู มูลค่ากว่า หนึ่งร้อยล้านดอลล่าร์ ตอนนี้ในงานมีบอดี้การ์ดเมฆขาว สามสิบคน และบอดี้การ์ดจากอังกฤษ 10 คน ของนักร้องชื่อว่าซานญ่า พวกบอดี้การ์ดเมฆขาวนั้นฝีมืออ่อนด้อย พวกเราไม่ต้องหนักใจ แต่บอดี้การ์ดจากอังกฤษนั้น พวกเราต้องระวังตัวกันหน่อย ครั้งนี้ เรามีคนเพียง ห้าสิบคน ดังนั้น เราจะจัด คนยี่สิบคนรับมือ บอดี้การ์จากอังกฤษ ส่วนอีกยี่สิบคน จัดการกับ บอดี้การ์ดเมฆขาว ส่วนที่เหลือควบคุมคนที่อยู่ในงานทั้งหมดเอาไว้ ส่วนฉันจะไปเอาเพชรสีชมพูมาเอง ใครขัดขวางเ้านายสั่งเอาไว้ว่า ยิงทิ้งพวกมันได้เลย พวกเรามีเวลาไปฏิบัติภารกิจนี้ไม่เกินสิบห้านาที ทุกคนต้องมาขึ้นฮ. ที่นี่ ใครมีอะไรสงสัยไหม ถ้าไม่มีเริ่มปฏิบัติการได้”
ทหารรับจ้างแบล็คดราก้อน แบ่งกระจายกันขึ้นรถบรรทุก จำนวนสองคันรถ มีรถจี๊บหัวหน้าหน่วย ขับนำหน้า ทั้งหมดเข้ามาด้านหน้าของสถานที่จัดงาน เจอกับรปภ. ที่เฝ้าหน้าประตูสองคนดักไว้ ก็ถูกยิงด้วยปืนเก็บเสียงตายไปพร้อมกันทั้งสองคน
พอพวกทหารรับจ้างเข้าไปในงาน ก็แบ่งกระจายกันไปตามหน้าที่ของตน หัวหน้าทหารพาลูกน้องเดินเข้าไปในงานที่มี ศีลปินเคป๊อบชื่อดัง ซานญ่า เดินแบบอยู่กลางเวที ในชุดฟิเนเร่พอดี ทหารรับจ้างแบล็คดราก้อนเข้ามา ก็เริ่มยิงใส่ บอดี้การ์ดของอังกฤษจนล้มคว่ำไปทีเดียว สามคน ส่วนของบอดี้การ์ดของม่านกู่มีแค่เพียงปืนพก ได้แต่วางปืนยกมือขึ้นไม่กล้าสู้แม้แต่คนเดียว รวมทั้งอาเปียวด้วย
“ ทุกคนอยู่ในความสงบ พวกเราแค่้าเพชรสีชมพู ไม่ได้อยากฆ่าใครทั้งนั้นอย่าขยับตัว” หัวหน้าทหารเดินเข้ามาหา ซานญ่า แล้วพยายามแกะชุดเพชรสีชมพู ที่มี สร้อยคอ ตุ้มหูทั้งสองข้าง และกำไลอีกสองข้าง มีทั้งหมดห้าชิ้น
โดยที่ซานญ่า ถอดทุกชิ้นให้จนหมด แต่ว่า กำไลข้อมือข้างหนึ่งนั้น ถอดอย่างไรก็ถอดไม่ออก หัวหน้าหน่วยดูเวลาแล้วไม่ทันแน่ จึงชักมีดสปาร์ตาออกมา หมายจะฟันแขนของซานญ่าให้ขาด แต่บอดี้การ์ดจากอังกฤษพุ่งตัวเข้าชนร่างของ หัวหน้าหน่วยเอาไว้ ระหว่างชุลมุน ซานญ่าเลยหลบหนีเข้าไปทางประตูหนีไฟ ได้อย่างหวุดหวิด
หัวหน้าหน่วยใช้มีดเชือดคอของบอดี้การ์ดจากอังกฤษจนขาดวิ่น แล้วะโบอกลูกน้องว่า
“ ตามไป ตัดมือของมัน แล้วนำเพชรสีชมพูกลับมาให้ได้” ทหารรับจ้างสิบคนวิ่งกรูกัน ทางบันได้หนีไฟ ผู้จัดการของซานญ่า ร้องไห้โฮ คิดว่า ซานญ่าเอ๋ย ..คงต้องตายแน่ๆคราวนี้
บอดี้การ์ดม่านกู่และของทุกๆ คนยังคงถูกควบคุมด้วยปืนกลหนักเอาไว้ ไม่กล้าขยับรวมทั้งอาเปียวด้วย ซึ่งได้แต่ภาวนาให้ หยางเทียนไม่เป็อะไร เพราะเขาอยู่เฝ้าทางออกของบันไดหนีไฟเพียงคนเดียวเท่านั้น
ส่วนหยางเทียนที่ยืนเฝ้าประตูหนีไฟตรงทางออก ก็ััถึงอันตรายใกล้เข้ามา จึงจะเปิดประตูเข้าไปมองด้านใน ก็ถูกคนจากด้านในผลักประตูออกมาเสียก่อน
โครม !! ซานญ่า เปิดประตูกระแทกใส่ หยางเทียนจนเซถอยหลังไป ขณะกำลังจะเอ่ยถามว่าเกิดอะไรขึ้น ก็มีเสียงปืน ยิงรัวออกมาจากบันไดหนีไฟ หยางเทียนจับเอวของซานญ่า แล้วหมุนตัวหลบะุที่เจาะผ่านประตู รอดตายไปอย่างหวุดหวิด
“ ช่วยด้วย พวกมันจะฆ่าฉัน” ซานญ่ารีบบอกกับหยางเทียน แล้วประตูทางออกก็ถูกผลักออกมา มีทหารสองคนที่โผล่ออกมาก็เล็งปืนใส่ คนทั้งสอง แต่ว่าหยางเทียนเด้งตัวขึ้นใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าที่ลำคอของทั้งสองคน ลงไปนอนดิ้นกับพื้น แล้วก็นิ่งสนิทไป หยางเทียนเก็บมีดสั้นที่ติดตัวของ ทหารรับจ้างออกมา สองเล่ม แล้วประตูหลบภัยก็เปิดออกมาอีก คราวนี้มากันสี่คน เห็นเพื่อสลบไปแบบนี้ ก็ลั่นไกใส่ หยางเทียนทันที
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! แต่ว่าหยางเทียน ะโลอยตัวขึ้นไปกลางอากาศแล้วมาปรากฏตัวทางด้านหลัง แล้วใช้มีดสั้นทั้งสองมือกรีดสันคอทั้งสี่คนพร้อมกัน ฉัวะ ๆ ๆ ๆ !!
ทหารรับจ้างสี่คนตายคาที่ คราวนี้ประตูถูกกระแทกออกมาอีกมีคนเข้ามาอีกสี่คน พวกมันเห็นแต่ศพของทหารพวกเดียวกัน แต่ไม่เห็นใครฆ่า เห็นแต่ ซานญ่า นั่งตัวสั่นอยู่กับพื้น ด้วยความหวาดกลัว ทหารรับจ้างทั้งสี่เล็งปืนหมายยิงทิ้งทันที แต่ว่าช้าไป พวกมันทั้งสี่ถูกมีดสั้นตัดหัวขาดไปพร้อมกันทั้งสี่คน เืพุ่งขึ้นฟ้า หัวกระเด็นหลุดไปกลิ้งไปกับพื้น ต่อหน้าซานญ่า โดยเฉพาะมีอยู่หัวหนึ่ง กลิ้งมามองหน้าซานญ่าเขม็ง ซานญ่าร้องกรี๊ด สลบไปในทันที
หยางเทียนรีบเข้ามากด ที่ร่องจมูกซานญ่า เพื่อให้เธอฟื้นสติขึ้นมา เพื่อจะถามว่าด้านในเกิดอะไรขึ้น แต่พอเธอฟื้นขึ้นมา ก็สติแตกไปเลย รีบเข้ามากอดแขนหยางเทียนแน่น
“ ช่วย...ช่วยฉันด้วย ...รีบพาฉันออกไปจากที่นี่ ฉันมีเงิน ฉันเป็นักร้องดัง ฉันจะจ่ายให้ คุณจะเอาเท่าไรบอกมาเลย”
“ ใจเย็นก่อน บอกผมมาด้านในเกิดอะไรขึ้นกันแน่”......