บทที่ 13 ข้อตกลง [คือนาย!] (1)
“?”
เมื่อได้ยินคำพูดที่คาดไม่ถึงของชีกุก ทั้งสามต่างเหม่อลอยไปชั่วขณะก่อนจะกะพริบตาแล้วมองไปที่ชีกุกอีกครั้ง
เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้น ชีกุก็ได้พูดขึ้นอีกครั้ง
“ต่อจากนี้ไปแก๊งของคิมยังกี จะนำโดยประธานลีจองฮุน”
เมื่อชีกุกประกาศอีกครั้ง พวกเขาทั้งสามก็ได้สติขึ้นมา
สีหน้าของลีจองฮุนซีดเผือดลง ส่วนคังบงกิลและฮันมยองโฮมองไปที่ลีจองฮุนในเวลาเดียวกัน
พวกเขาคุยกันผ่านสายตา
‘อย่าบอกนะว่า พวกนั้นไปคุยกันไว้ก่อนแล้วน่ะ?’
และลีจองฮุนส่ายหัวเบา ๆ ขณะที่มองไปที่พวกเขา
‘นั่นมันเป็สิ่งที่ฉันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ’
แต่ถึงอย่างนั้น ความสงสัยที่ก่อตัวในใจของพวกเขาก็ไม่ได้หายไปง่าย ๆ
‘ลีจองฮุน ไอ้สารเลวนั่น...!’
‘ดูเหมือนว่ามันจะทำตัวเงียบ ๆ อยู่ภายใต้อำนาจของลูกพี่ยังกี แต่จริง ๆ แล้วมันซ่อนตัวเพื่อเอาชนะแบบนี้’
ในสายตาของคนทั้งสองที่มองลีจองฮุน มีความรู้สึกหวาดกลัวแฝงอยู่
เมื่อเห็นเช่นนั้น ชีกุกก็แสดงสีหน้าเคร่งขรึม
“ไอ้พวกสารเลวนี่ แกคิดจะฟาดลูกตาใส่บอสงั้นเหรอ?”
คลื่นพลังเวทย์พลันทิ่มแทงทั้งสองคน
ความแค้นในดวงตาของทั้งสองจึงหายไปในทันที
“ไม่พอใจงั้นเหรอ? งั้นพวกแกสองคนก็ไปอยู่กับคิมยังกีซะสิ”
ทั้งสองตัวสั่น ปฏิเสธอย่างรวดเร็ว
"มะ…ไม่ใช่ครับ พะ…พวกผมไม่กล้าที่จะไม่พอใจครับ”
"ชะ…ใช่ครับ ท่านประธานลีน่ะเหมาะสมมาก ๆ”
“นะ…แน่นอนสิ! ลูกพี่จองฮุนน่ะอายุมากที่สุด แล้วก็นั่น นั่น นั่น อะไรนะ อ๋อ ยังฉลาดที่สุดอีกด้วย”
"ชะ…ใช่แล้ว"
เมื่อเห็นทั้งสองพูดแบบนั้น ชีกุกก็เก็บคลื่นพลังเวทย์ แต่สีหน้าของเขาก็ยังคงเ็า ทำให้คังบงกิลและฮันมยองโฮตึงเครียดไม่กล้าขยับตัวมากนัก
หลังจากมองทั้งสองด้วยสายตาที่เยือกเย็นอยู่ครู่หนึ่ง ชีกุกก็หันมาจ้องที่ลีจองฮุน
ถึงแม้จะไม่ได้รับผลกระทบจากพลังเวทย์ของเขา แต่สีหน้าของลีจองฮุนก็ดูไม่ดีนัก
"ประธานลี ไม่มีอะไรไม่พอใจใช่ไหม?”
ชีกุกถามคำถามแล้วมองไปที่ลีจองฮุน
ริมฝีปากของเขาขยับขึ้น แต่ไม่ว่าจะเป็เพราะมีคำพูดมากเกินไปหรือเพราะเขาไม่มีความกล้าที่จะพูด สุดท้ายก็ไม่มีเสียงใด ๆ หลุดออกมา
ชีกุกมองไปที่ทั้งสามคนแล้วพูดขึ้นว่า
“เรามาพูดกันตรง ๆ เถอะ”
คังบงกิลกับฮันมยองโฮพยักหน้าอย่างรวดเร็ว ส่วนลีจองฮุนเพียงแค่มองไปที่ชีกุกด้วยสีหน้าซีดเซียว และแสดงออกถึงความไม่เข้าใจ
“เมื่อตอนที่คิมยังกียังเป็หัวหน้า ถึงแม้ว่าบงกิลกับมยองโฮจะกัดกันและทำตัวไร้สาระก็ตาม แก๊งก็ยังสามารถรักษาไว้ได้ เพราะท้ายที่สุดมันเป็การต่อสู้ระหว่างเหล่ารองหัวหน้าภายใต้บอสอยู่ดี”
คังบงกิลและฮันมยองโฮพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูด
“แต่เมื่อบอสจากไปโดยที่ไม่ได้ตั้งใครเป็ผู้สืบทอด แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นหากทั้งสองต่อสู้กันในสถานการณ์แบบนี้? มันจะกลายเป็ารอบด้านเลยไม่ใช่เหรอ?”
ทั้งสองพูดอะไรไม่ออก พวกเขาทำเพียงแค่กระแอมในลำคอและมองหน้ากันครู่หนึ่งก่อนที่จะเสหน้าออกไป
“ถ้าพวกแกทั้งสองสู้กัน ไม่ว่าใครจะชนะ แต่แกทั้งสองก็จะเจ็บตัวอยู่ดี ถ้าอย่างนั้น แกคิดว่าจะหยุดแก๊งคู่แข่งอื่น ๆ ไม่ให้โจมตีด้วยได้งั้นเหรอ”
“…”
“…”
“แต่ถ้าฉันให้คนหนึ่งเป็ขึ้นเป็บอส อีกคนจะเชื่อฟังและทำตามใช่ไหม? พวกแกแต่ละคนจะปฏิบัติต่อกันและกันอย่างดีเหมือนกับเป็พี่เป็น้องใช่ไหม?"
“…”
“…”
“นั่นเป็เหตุผลที่ฉันพยายามแต่งตั้งประธานลีเป็บอสคนต่อไปเพื่อสืบทอดต่อจากคิมยังกี ก่อนอื่นเลยคือเขาอายุเยอะที่สุดและฉลาดที่สุด”
ทั้งสองคนพยักหน้ารับ
แต่ลีจองฮุนที่กำลังฟังเื่ราวไม่ได้พยักหน้าตาม
แต่เขากลับมองไปที่ชีกุกด้วยความจิตใจที่หวั่นเกรง
ชีกุกรู้สึกถึงการจ้องมองนั้นจึงพูดกับลีจองฮุนว่า
“ทำไมเหรอ มีปัญหาอะไรกับคำพูดของฉันงั้นเหรอ”
“…”
ชีกุกรู้สึกได้ถึงความสงสัยและไม่วางใจอย่างรุนแรงที่เก็บงำไว้ในสายตาและลมหายใจที่เงียบงันของลีจองฮุน
ชีกุกหัวเราะ เขามองไปที่คังบงกิลและฮันมยองโฮแล้วพูดว่า
“ถึงอย่างั้นก็เถอะ ฉันเดาว่าฉันควรจะลองคุยกับประธานลีก่อน พวกแกไปที่ห้องนั้นและช่วยพวกเด็ก ๆ แล้วกัน ไว้ฉันเรียกพวกแกค่อยมา”
“ขะ…เข้าใจแล้วครับ”
“คะ…ครับ”
คังบงกิลและฮันมยองโฮลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปจากห้องวีไอพี
เมื่อแน่ใจว่าทั้งสองคนออกจากห้องไปแล้ว ชีกุกก็ถามลีจองฮุนว่า
“อะไรทำให้แกสงสัยและไม่ไว้ใจฉันขนาดนั้นกัน”
“…คุณเป็ใครกันแน่”
“เมื่อกี้ฉันก็บอกไปแล้วนี่ ฉันลีชีกุก นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ห้อง 1 ที่โรงเรียนประถมคึมช็อน”
“ในตอนแรก เมื่อคังบงกิลบอกว่าจะไปที่ร้านของเขาสักระยะหนึ่ง ฉันไม่ได้คิดอะไรมาก และมันก็เหมือนกับตอนที่เห็นคุณมาที่ห้องกับคังบงกิล แต่ฉันก็นึกขึ้นได้ตอนที่คุณทุบหัวคิมยังกี อา...คุณเป็คนเรียกคังบงกิลไป”
“…”
“ทำให้ร้านของคังบงกิลสั่นคลอน เพื่อเรียกตัวคังบงกิลออกมา ตามหาคิมยังกีผ่านคังบงกิล ฆ่าคิมยังกี แล้วใช้ดุลอำนาจภายในแก๊งของเขาพลิกกลับเพื่อทำให้ฉันกลายเป็บอส คุณคิดว่านี่เป็ความคิดที่ออกมาจากหัวของเด็กประถมจริง ๆ น่ะเหรอ?”
“…”
“คุณไม่ใช่เด็กประถม ถึงภายนอกคุณจะดูเป็เด็กในวัยนั้น แต่คุณไม่ใช่อย่างแน่นอน ไม่มีวันเป็ ให้มีแนวโน้มว่าคุณจะเป็คนแคระเสียดีกว่า แต่ไม่มีทางเป็นักเรียนประถมเด็ดขาด เป็ไปไม่ได้!”
ในประโยคที่เกี่ยวกับการเป็คนแคระ ทำให้ชีกุกะเิเสียงหัวเราะออกมา
ทว่าลีจองฮุนเพียงแค่จ้องมองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
่เวลาหนึ่ง ชีกุกก็หยุดหัวเราะ
เขายังคงมองไปที่ลีจองฮุนด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าและพูดว่า
“เพราะเหตุนี้คิมยังกีถึงแต่งตั้งแกเป็ซีอีโอของโคลเวอร์ และฉันกำลังพยายามทำให้แกได้นั่งในตำแหน่งบอส”
“…”
“ส่วนที่สงสัยว่าเป็คนแคระน่ะเหรอ? นั่นนับเป็เหตุผลที่น่าเชื่อถือและสมเหตุสมผล เหมือนกับเหตุผลอันสมเหตุสมผลที่ว่า ลูกที่เกิดจากลิงชิมแปนซีกับมนุษย์ไม่สามารถเกิดขึ้นได้”
“…”
“การมีเหตุผลและฉลาดเป็ข้อดีที่ประธานลีมี แต่บางครั้งความมีเหตุผลนั้นก็เข้าครอบงำตัวเอง”
“…”
“บางครั้งมีบางสิ่งในโลกนี้ก็ยากที่จะอธิบายอย่างสมเหตุสมผล และในตอนนี้ฉันที่กำลังพูดอยู่ต่อหน้าประธานลีบังเอิญเป็คนประเภทนั้นด้วยสิ”
“…”
“ฉันอยู่โรงเรียนประถมคึมช็อน ประถมศึกษาปีที่ 6 ห้อง 1 จริง ๆ นะ อายุสิบสาม ปัจจุบันอาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ชื่อว่าบ้านพักพิงเทวทูต ตั้งอยู่ในเขตคึมช็อน ฉันจะบอกเลขบัตรประชาชนให้ฟังเอาไหม? 050501...3...”
“ช่างมัน หยุด หยุดเถอะครับ”
ลีจองฮุนพูดด้วยเสียงสั่นเครือ
ชีกุกััได้ถึงน้ำเสียง
ความสับสนที่เขาเป็อยู่ตอนนี้ มาจากสิ่งที่เกิดขึ้นและการพังทลายของสามัญสำนึก