บทที่ 27: ผู้มาเยือนคนใหม่
เสียงเบรกดังเอี๊ยดพร้อมกับร่างระหงในชุดข้าราชการ DSI สีน้ำเงินเข้มที่ก้าวลงมาจากรถ ทำเอาหัวใจของผมเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ
ถนนสายเปลี่ยวหน้าทางเข้าคฤหาสน์สิริโสภาคย์ในยามวิกาลเงียบสงัด มีเพียงเสียงสายฝนที่ตกกระทบยอดไม้และแสงไฟหน้ารถยนต์ที่สาดส่องตัดผ่านม่านหมอกสลัว รถยนต์เอสยูวีสีดำคันนั้นเร่งเครื่องยนต์กระชากแซงรถบีเอ็มดับเบิลยูของผมขึ้นมาอย่างกะทันหัน ก่อนจะหักพวงมาลัยปาดหน้าจอดขวางลำปิดกั้นเส้นทางไว้อย่างชำนาญ มือของผมเลื่อนลงไปแตะด้ามปืนพกกล็อกเก้ามิลลิเมตรที่เหน็บอยู่ข้างเอวใต้เสื้อสูทโดยอัตโนมัติ สมองสั่งการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและพร้อมจะเหนี่ยวไกสังหารผู้บุกรุกทันทีหากเป็ภัยคุกคาม
ทว่า บานประตูด้านคนขับของรถเอสยูวีเปิดออกกว้าง เผยให้เห็นเรียวขายาวสวยในกางเกงสแล็กสีน้ำเงินเข้มทรงกระบอกเข้ารูป สวมรองเท้าส้นสูงหนังแท้สีดำขลับที่ก้าวลงมาเหยียบผืนดินเปียกแฉะ ร่างระหงสมส่วนในเสื้อเชิ้ตเครื่องแบบสีกรมท่าของกรมสอบสวนคดีพิเศษ สวมทับด้วยแจ็กเก็ตเครื่องแบบปักตราสัญลักษณ์ DSI สีทองอร่ามที่หน้าอกด้านซ้าย ปรากฏสู่สายตาภายใต้ร่มคันใหญ่สีดำที่เธอกางขึ้นมาบังสายฝน
ผู้หญิงคนนี้สวยสะกดสายตาอย่างน่าทึ่ง ใบหน้ารูปไข่คมคาย ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดประดุจหยกชั้นดี ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงกุหลาบธรรมชาติ จมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกถึงความมั่นใจในตัวเองสูงลิบ และที่โดดเด่นที่สุดคือดวงตาคู่คมกริบสีนิลกาฬที่เปล่งประกายความเฉลียวฉลาด เด็ดเดี่ยว และเยือกเย็นจนทำให้ผู้ชายทุกคนที่สบตาต้องรู้สึกเกรงขาม เธอรวบผมยาวสลวยสีดำสนิทมัดเป็หางม้าตึงเปรี๊ยะด้านหลัง เผยให้เห็นลำคอยาวระหงขาวเนียนน่าัั
ผมค่อย ๆ ลดมือออกจากด้ามปืน ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยตามมาดนายตำรวจระดับสารวัตร ก่อนจะเปิดประตูก้าวลงจากรถบีเอ็มดับเบิลยูไปยืนประจันหน้ากับเธอท่ามกลางละอองฝน
"ขับรถปาดหน้ากักขังหน่วงเหนี่ยวเ้าพนักงานตำรวจกลางดึกแบบนี้... ไม่ทราบว่าคุณมีธุระด่วนอะไรกับผมเหรอครับ?" ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ พลางจ้องมองใบหน้าสวยเฉียบของเธออย่างไม่วางตา
หญิงสาวร่างระหงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่มีเสน่ห์เย้ายวนแต่แฝงไว้ด้วยคมมีดโกนอาบยาพิษ เธอยื่นมือขวาที่เรียวยาวออกมาข้างหน้าพร้อมแสดงบัตรประจำตัวข้าราชการในซองหนังสีดำ
"ร้อยตำรวจเอกหญิงฟ้าใส สุวรรณเวช หรือเรียกสั้นๆ ว่า 'ผู้กองฟ้าใส' หัวหน้าชุดพนักงานสอบสวนเฉพาะกิจคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษค่ะ..." เธอแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงหวานกังวานทว่าหนักแน่นและทรงอำนาจ "ขออภัยที่ต้องทักทายกันอย่างกะทันหันแบบนี้นะคะ พันตำรวจโทนนท์... หรือจะให้ฉันเรียกว่า 'สารวัตรนนท์' นายตำรวจหนุ่มไฟแรงผู้เพิ่งได้รับเกียรติเลื่อนตำแหน่งมาหมาดๆ ดีคะ?"
การที่เธอรู้ชื่อ ยศ และตำแหน่งของผมอย่างแม่นยำ ยิ่งตอกย้ำว่าเธอได้ทำการบ้านและจับตาดูผมมาอย่างละเอียดก่อนหน้านี้แล้ว
"ยินดีที่ได้รู้จักครับผู้กองฟ้าใส... แต่ถ้ามีธุระเื่ราชการหรือการสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษน่าจะมีหนังสือประสานงานมายังสถานีตำรวจอย่างเป็ทางการตามขั้นตอน ไม่น่าจะต้องขับรถสะกดรอยตามผมมาจากเซฟเฮ้าส์เมืองทองธานีจนถึงหน้าบ้านพักส่วนตัวแบบนี้นะครับ" ผมยิงคำถามหยั่งเชิงเพื่อส่งสัญญาณให้เธอรู้ว่าผมจับได้ว่าเธอแอบสะกดรอยตามผมมา
ดวงตาคมกริบของฟ้าใสเปล่งประกายวับขึ้นมาทันที เธอไม่ปฏิเสธหรือแสดงอาการกระอักกระอ่วนแม้แต่น้อย กลับหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างถูกใจ
"สมกับเป็อดีตนายตำรวจแผนกสืบสวนคดีฆาตกรรมจริง ๆ ค่ะ สายตาไวและสัญชาตญาณดีเยี่ยม... แต่พอดีคดีฆาตกรรมเสี่ยวิชัย สิริโสภาคย์ เป็คดีใหญ่ที่มีความซับซ้อนสูง และมี 'สิ่งผิดปกติ' ในสำนวนคดีเดิมที่ส่งฟ้องศาลมากมายเหลือเกิน จนฉันไม่อาจรอขั้นตอนเอกสารราชการที่เชื่องช้าได้ค่ะ... อีกอย่าง คืนนี้ฝนตก อากาศค่อนข้างเย็น ฉันคิดว่าเราน่าจะหาที่อุ่น ๆ นั่งจิบกาแฟและคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันสักหน่อยจะดีกว่ายืนตากฝนตรงนี้นะคะ"
ฟ้าใสผายมือไปยังร้านกาแฟและเบเกอรี่สไตล์กลาสเฮ้าส์ยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ตั้งอยู่เยื้องกับปากซอยคฤหาสน์เพียงไม่กี่ร้อยเมตร
ผมนิ่งคิดประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว นี่คือโอกาสทองตามแผนการของนลินและรดาในการเข้าประชิดตัวและล้วงความลับของผู้กองฟ้าใส แม้จะเป็การเดินเข้าสู่ถ้ำเสือด้วยตัวเอง แต่ผมไม่มีทางเลือกอื่น
"ถ้าเป็คำเชิญจากหัวหน้าชุดสืบสวนคนสวย... ผมคงปฏิเสธไม่ได้ครับ" ผมตอบพร้อมส่งรอยยิ้มสุภาพทรงเสน่ห์กลับไป
ภายในร้านกาแฟกลาสเฮ้าส์สว่างไสวด้วยแสงไฟวอร์มไลท์สีส้มอบอุ่น กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดและเสียงเพลงบอสซาโนวาแ่เบาตัดกับเสียงพายุฝนภายนอกอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากเป็เวลาดึกมากแล้ว ทั้งร้านจึงไม่มีลูกค้าคนอื่นเลยแม้แต่คนเดียว มีเพียงพนักงานหลังเคาน์เตอร์ที่กำลังง่วนอยู่กับการทำความสะอาด
พวกเราเลือกนั่งที่โต๊ะมุมในสุดติดกระจกใสบานใหญ่ ฟ้าใสสั่งกาแฟเอสเปรสโซ่ร้อนเข้มข้น ส่วนผมสั่งอเมริกาโน่ร้อนไม่ใส่น้ำตาล
ฟ้าใสถอดเสื้อแจ็กเก็ตเครื่องแบบ DSI ตัวนอกออกพาดไว้กับพนักเก้าอี้ เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสีกรมท่าตัวในที่แนบเนื้อเน้นทรวดทรงองค์เอวอย่างเด่นชัด หน้าอกอวบอิ่มชูเต้าตึงเปรี๊ยะดันกระดุมเสื้อเชิ้ตจนแทบจะปริแยก เอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายทรงเสน่ห์ของหญิงสาววัยยี่สิบเจ็ดปีที่ผ่านการฝึกฝนร่างกายมาอย่างดี ผิวเนื้อบริเวณลำคอขาวผ่องตัดกับสีเสื้อเข้มชวนให้นึกถึงความเร่าร้อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้เครื่องแบบอันสง่างาม
"ผู้กองฟ้าใสมีข้อสงสัยอะไรในสำนวนคดีเดิมของเสี่ยวิชัยเหรอครับ?" ผมเริ่มต้นเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงจริงจังเพื่อคุมเกม "ในรายงานการสืบสวนระบุชัดเจนว่า ทนายธนาเป็ผู้จัดหายาเคมีสลับเปลี่ยนยาบำรุงหัวใจเพื่อหวังฮุบมรดก และเมื่อจำนนต่อหลักฐาน เขาก็ตัดสินใจยิงตัวตายหนีความผิดในโกดังร้าง... พยานวัตถุและผลนิติวิทยาศาสตร์ทุกอย่างสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์"
ฟ้าใสยกแก้วเอสเปรสโซ่ขึ้นจิบช้าๆ ดวงตาคู่สวยหรี่มองผมผ่านไอกรุ่นของกาแฟ ริมฝีปากสีแดงระเรื่อขยับเอ่ยคำพูดอย่างเฉียบคม
"สมบูรณ์แบบเกินไปต่างหากล่ะคะสารวัตรนนท์... คดีฆาตกรรมมรดกหมื่นล้านที่มีผู้ต้องสงสัยและผู้ได้รับผลประโยชน์มากมายขนาดนี้ แต่สำนวนคดีกลับถูกสรุปและปิดฉากลงภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ โดยโยนความผิดทั้งหมดให้ทนายความที่กลายเป็ศพพูดไม่ได้... ช่างบังเอิญเหลือเกินนะคะ ที่หลังจากการตายของเสี่ยวิชัยและทนายธนา คุณหนูรดา ลูกสาวบุญธรรมวัยยี่สิบปี ก็กลายเป็ผู้จัดการมรดกแต่เพียงผู้เดียว และที่บังเอิญยิ่งกว่านั้นคือ... สารวัตรหนุ่มเ้าของคดีอย่างคุณ กลับตัดสินใจจดทะเบียนสมรสแต่งงานกับทายาทสาวในทันที พร้อมย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หรู ขับรถสปอร์ตราคาแพง และได้รับผลประโยชน์จากกองมรดกนั้นอย่างเปิดเผย... คุณคิดว่าคนภายนอกหรือพนักงานสอบสวนอย่างฉันจะมองเื่นี้เป็ความบังเอิญจริง ๆ เหรอคะ?"
คำถามของฟ้าใสเปรียบเสมือนหมัดฮุกที่เหวี่ยงเข้าใส่หน้าผากของผมอย่างจัง เธอไม่ได้แค่สงสัย แต่เธอเล็งเป้าหมายมาที่ตัวผมโดยตรง
ผมสูดหายใจลึก สะกดกลั้นความตื่นตระหนกไว้ใต้ใบหน้าที่นิ่งสงบ ดึงทักษะการเจรจาต่อรองของตำรวจออกมาใช้
"การแต่งงานของผมกับรดาเป็เื่ของความรู้สึกส่วนตัวครับผู้กอง ใน่เวลาที่เธอสูญเสียพ่อและต้องเผชิญกับมรสุมชีวิต ผมเพียงแต่ทำหน้าที่ปกป้องและดูแลเธอในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง... กฎหมายไม่ได้มีข้อห้ามไม่ให้ตำรวจแต่งงานกับพยานหรือทายาทผู้เสียหายในคดีที่ปิดไปแล้วนี่ครับ หรือว่าดีเอสไอใช้ความรู้สึกอิจฉาหรืออคติส่วนตัวมาเป็หลักฐานในการรื้อฟื้นคดี?"
ฟ้าใสหัวเราะเสียงใส ดวงตาเป็ประกายวาววับราวกับกำลังสนุกกับการได้ต้อนเหยื่อให้จนมุม
"ฉันไม่เคยใช้ความรู้สึกทำงานค่ะสารวัตร... แต่ฉันใช้ 'หลักฐานเชิงประจักษ์' ต่างหากล่ะคะ"
ฟ้าใสโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้ ใบหน้าสวยเฉียบอยู่ห่างจากใบหน้าของผมเพียงไม่ถึงคืบ กลิ่นหอมหวานของน้ำหอมสกัดจากดอกมะลิป่าผสมกับกลิ่นไอกาแฟอบอวลกระทบประสาทััของผม ดวงตาคมกริบของเธอจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผมเพื่อจับพิรุธ
"คุณรู้ไหมคะว่าทำไมดีเอสไอถึงยอมรับโอนคดีนี้? เพราะมี 'ผู้หวังดี' ส่งไฟล์สำรองดิจิทัลชุดใหญ่มาให้เรา... ในนั้นมีทั้งแชตลับการสั่งซื้อสารพิษจากคลินิกเถื่อน ลายมือชื่อในพินัยกรรมปลอม บัญชีธนาคารต่างประเทศ... และที่เด็ดที่สุดคือ วิดีโอคลิปบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์สิริโสภาคย์..."
ลมหายใจของผมสะดุดกึก หัวใจเต้นกระหน่ำรัวปานจะทะลุออกมาจากอก เหงื่อเย็นเริ่มซึมชื้นตามฝ่ามือใต้โต๊ะ
ฟ้าใสเอื้อมมือเรียวขาวมาแตะที่หลังมือของผมช้าๆ ััจากปลายนิ้วที่เนียนนุ่มและอุ่นร้อนของเธอกลับทำให้ผมรู้สึกเหมือนโดนกระแสไฟฟ้าช็อตแล่นปราดไปทั่วร่าง เธอโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากอวบอิ่มแทบจะัักับใบหูของผม ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อยที่แฝงความอำมหิตจนน่าขนลุก:
*"คุณสารวัตรคิดว่า... คลิปวิดีโอสวิงกิ้งสามคนสุดเร่าร้อนที่คุณกำลังร่วมรักอย่างบ้าคลั่งกับคุณหญิงดารินและคุณหนูรดาบนเตียงนอนของเสี่ยวิชัยในคืนนั้น... มันจะคมชัดพอที่จะระบุใบหน้าและส่งตัวคุณสารวัตรเข้าไปนอนในเรือนจำความมั่นคงสูงได้ไหมคะ?"*
คำกระซิบนั้นทำเอาโลกทั้งใบของผมหมุนคว้างและดับวูบลงในทันที! ฟ้าใสไม่ได้แค่ถือไพ่เหนือกว่า... แต่เธอกุมหลักฐานที่สามารถทำลายล้างชีวิตและอนาคตของผมให้พังพินาศได้ในพริบตาเดียว!