“นอกจากสิ่งของเหล่านี้แล้วยังมีเกวียนเทียมล่อซึ่งน่าจะอยู่ที่บ้านเดิมของท่านอาสะใภ้รองเกวียนเทียมล่อคันนั้นเป็นของสกุลหยวนเรา พวกเราต้องไปเอากลับคืนมา ส่วนบ้าน หากพวกเขาคิดจะเฝ้าอยู่เช่นนั้นก็ปล่อยไปเถิดก็แค่บ้านซึ่งสร้างจากอิฐโคลนที่มีแค่ไม่กี่ห้องเท่านั้นอย่างไรเสียสุดท้ายแล้วบ้านหลังนั้นก็ต้องตกเป็นของพวกเราอยู่ดี พวกเขาย่อมไม่มีทางเอาไปได้และท้ายสุดแล้วก็จะพบว่าการทำเช่นนี้มีแต่จะเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์”
ผู้เฒ่าหยวนที่กำลังสูบแท่งยาสูบใช้แท่งยาสูบเคาะบนโต๊ะกล่าวว่า“เจ้าใหญ่พูดถูก พวกเราต้องไปทวงของของเราที่บ้านสกุลกู้ เจ้าใหญ่เจ้าไปกับอาสามและอาสี่ ไปเอาทรัพย์สินของบ้านรองกลับมา สะใภ้อย่างพวกเจ้าก็ไปด้วยครั้งนี้พวกเราจะพ่ายแพ้ไม่ได้เป็นอันขาด!”
เพียงแค่พูดถึงสกุลกู้ในใจผู้เฒ่าหยวนก็รู้สึกหวั่นเกรง จึงสั่งให้ผู้อื่นไปแต่ตัวเองกลับไม่ไปเพราะกลัวว่าหากไปแล้วจะต้องขายหน้ากลับมาอีกเขารู้สึกว่าเขากับสกุลกู้ไม่ถูกชะตากัน หรือสรุปแล้วคือเขาคิดว่าสกุลกู้คือตัวหายนะของตนนั่นเอง
หยวนเหล่าต้ารู้สึกหวั่นเกรงสกุลกู้เหมือนเช่นบิดาจึงไม่อยากไปที่นั่น เขายิ้มพลางกล่าว “ท่านพ่อเรื่องเช่นนี้ต้องให้ท่านเป็นคนนำถึงจะถูก หากท่านไม่ไปด้วยลำพังแค่พวกเราคงไม่อาจต่อกรกับสกุลกู้ได้”
“เจ้านี่มันไม่เอาไหนเสียเลย!”ผู้เฒ่าหยวนต่อว่าบุตรชาย
“พวกเราไปบ้านผู้นำสกุลก่อนแล้วค่อยไปบ้านสกุลกู้ดีหรือไม่ข้าไม่เชื่อหรอกว่าคนสกุลกู้จะกล้ายึดของที่เป็นของสกุลเราไป!”
“แต่หากทำเช่นนี้บ้านของผู้นำสกุลอาจจะขอส่วนแบ่งได้…” หยวนเหล่าต้าเอ่ยอย่างลังเล
ผู้เฒ่าหยวนรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันใด เขารู้จักคนเหล่านั้นดีแต่ละคนโลภมากยิ่งกว่าสิ่งใด
“ท่านพ่อ ท่านอารองออกจากสกุลไปแล้ว หากไปตามผู้นำสกุลก็คงไม่มีประโยชน์ไม่สู้ไปเชิญหลิ่วซิ่วไฉให้ไปด้วยกัน เขาต้องช่วยพูดให้พวกเราเอาชนะสกุลกู้ได้แน่” เจ้าใหญ่กล่าว
“งั้นก็เอาตามนี้ เจ้าใหญ่เจ้าไปเชิญหลิ่วซิ่วไฉที่บ้านสกุลหลิ่วให้มาช่วยพวกเรา หากทวงของได้มาข้าจะแบ่งให้เป็นสินเดิมของเจ้าด้วย”
นี่คือสิ่งที่นางเองก็ต้องการเช่นกันเจ้าใหญ่รีบรับคำก่อนจะเร่งไปบ้านสกุลหลิ่วพร้อมกับมารดา
กู้อวี้นั่งอยู่บนรถเข็นใต้ชายคาหน้าบ้านสกุลกู้มองหิมะที่ปลิวตกลงมาบนผ้าห่มหนังกระต่ายซึ่งวางพาดอยู่บนขาของเขา รอบข้างรายล้อมไปด้วยชาวบ้านหลายคนรวมถึงผู้ใหญ่บ้านทั้งหมดเหมือนกำลังปรึกษาอะไรบางอย่างกันอยู่
ครั้นทุกคนมองเห็นแต่ไกลว่าคนสกุลหยวนและหลิ่วซิ่วไฉกำลังเดินมุ่งหน้ามาทางนี้สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็นสนอกสนใจ หนึ่งในนี้เอ่ยอย่างหยามเหยียดว่า “ข้านึกแล้วว่าเดี๋ยวพวกเขาต้องมาแล้วก็มาจริงๆ เสียด้วย”
ใครอีกคนเอ่ย“อย่างไรเสียพวกเขามีสายเลือดเดียวกัน ได้ยินว่าบ้านรองเกิดเรื่องไม่แน่อาจจะมาเพื่อเสนอตัวเข้ามาช่วยก็เป็นได้”
“เจ้าคิดว่าคนอื่นเขาจิตใจดีเหมือนเจ้าหรืออย่างไร”
“เจ้าเองก็คิดในแง่ร้ายเสียเหลือเกิน”
“ข้าพนันสองอีแปะว่าพวกเขาไม่ได้มาเพื่อจะเสนอตัวช่วยเหลือแต่มาเพื่อทรัพย์สินของบ้านรองต่างหาก”
“ข้าก็พนันสองอีแปะเช่นกัน…”
ไม่นานนักคนสกุลหยวนและหลิ่วซิ่วไฉเดินมาถึงหน้าบ้านสกุลกู้ท่ามกลางสายตารู้ทันของชาวบ้านที่มองมา กู้อวี้มองคนเหล่านี้แล้วนิ่งเงียบไม่กล่าวคำใด
หลังหลิ่วซิ่วไฉทักทายผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านทุกคนผู้ใหญ่บ้านก็ถามถึงเหตุผลที่มา
“ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านทุกท่าน เรื่องที่บ้านรองเสียชีวิตบนเขาเป็นที่รู้กันไปทั่วทั้งหมู่บ้านแล้วผู้เฒ่าหยวนและทุกคนในสกุลหยวนรู้สึกเศร้าเสียใจอย่างมากถึงแม้ว่าบ้านรองจะถูกให้แยกบ้านและถูกขับไล่ออกจากสกุลไปแล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขาก็คือสายเลือดของสกุลหยวน”
ทุกคนพยักหน้า “ถูกต้อง”
หลิ่วเหวินไฉกล่าวต่อ“ในเมื่อเป็นเช่นนี้สกุลกู้ไม่ควรคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของบ้านรองให้แก่บ้านผู้เฒ่าหยวนหรอกหรือเวลานี้บ้านรองจากไปแล้ว ดังนั้นทรัพย์สินทุกอย่างก็สมควรตกเป็นของบ้านผู้เฒ่าหยวนกู้อวี้ เจ้าคงไม่ได้คิดจะยึดเอาทรัพย์สินของบ้านรองเป็นของตนใช่หรือไม่ แม้จะคิดเช่นนี้จริงหากเรื่องนี้ถึงที่ว่าการ การกระทำของเจ้าจะถือว่าไร้เหตุผลอย่างยิ่ง ดังนั้นจงอย่าทำให้บิดาของเจ้าซึ่งเป็นถึงซิ่วไฉต้องเสียชื่อเพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้เลย”
พวกเขามาเพื่อเงินทองทรัพย์สินจริงๆด้วย ทว่าหยวนเหล่าเอ้อร์เป็นบุตรชายของผู้เฒ่าหยวน การที่ผู้เฒ่าหยวนมาทวงทรัพย์สมบัติของบุตรชายที่ตายไปก็ไม่นับว่าผิดชาวบ้านทุกคนคิดในใจขณะมองกู้อวี้
กู้อวี้เงยหน้ามองหลิ่วเหวินไฉรวมถึงคนสกุลหยวนคนอื่น ก่อนจะเอ่ยเย้ยหยัน “ข้าก็นึกว่าพวกท่านมาเพื่อปรึกษาเรื่องขึ้นเขาไปช่วยตามหาคนเสียอีกคิดไม่ถึงว่าครอบครัวท่านอารองเพิ่งจะเสียไป พวกท่านทุกคนก็อดรนทนไม่ไหวรีบมาทวงทรัพย์สินของบ้านรองถึงที่นี่ช่างเป็นครอบครัวที่รักใคร่กลมเกลียวกันดีเหลือเกิน ข้านับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว”
ประโยคนี้ของกู้อวี้ทำให้หยวนเหล่าซานและหยวนเหล่าซื่ออับอายไม่กล้าสู้หน้าผู้ใดกลับเป็นหยวนเหล่าต้าที่ถลึงตาโต“ทุกคนในหมู่บ้านล้วนรู้ดีว่าบ้านรองเสียชีวิตบนภูเขา เป็นเช่นนี้แล้วจะตามหาอีกทำไม”
“นั่นสิ รีบนำเงินทองทั้งหมดของเจ้ารองออกมาหาไม่แล้วพวกเราจะไปฟ้องร้องต่อที่ว่าการ!” เจียงซื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
กู้อวี้กลับยิ้มเอ่ยว่า“ที่ว่าการอยู่ทางทิศใต้ พวกท่านเชิญไปฟ้องได้ตามสบาย แต่ข้าอยากจะขอเตือนไว้สักประโยคเจ้าหน้าที่ของที่ว่าการให้ความสำคัญกับหลักฐาน การที่พวกท่านกล่าวว่าทรัพย์สินเงินทองของท่านอารองหยวนอยู่ที่บ้านข้าพวกท่านมีหลักฐานหรือไม่ เช่นว่าทรัพย์สินเหล่านั้นมีอะไรบ้างหรือมีใครสามารถเป็นพยานให้ได้บ้าง
“หากทรัพย์สินที่พวกท่านว่านี้หมายถึงของตอบแทนที่เพิ่งได้มาพวกท่านมีเอกสารมายืนยันหรือไม่ และหากยืนยันจะนำเรื่องนี้ไปฟ้องต่อที่ว่าการจะพูดเพียงปากเปล่าไม่ได้ เรื่องนี้หลิ่วซิ่วไฉเองย่อมรู้ดีที่สุด หากไม่ทราบ ข้าคงแปลกใจอย่างมากว่าเจ้าสอบผ่านซิ่วไฉมาได้อย่างไร”
“เจ้า…”สีหน้าหลิ่วเหวินไฉเต็มไปด้วยโทสะ ทว่าเถียงกู้อวี้ไม่ออกสักคำ
กู่อวี้กล่าวต่อ “กฎหมายกำหนดไว้ว่าหากต้องการแจ้งเสียชีวิตจะต้องมีศพ หากไม่มีศพคนผู้นั้นจะต้องหายตัวไปอย่างน้อยครึ่งปีจึงจะสามารถแจ้งเสียชีวิตได้นั่นหมายความว่า หากพวกท่านต้องการทรัพย์สินเงินทองของท่านอารองก็ต้องรออีกครึ่งปีเพื่อให้กฎหมายระบุเป็นที่แน่นอนเสียก่อนว่าพวกเขาเสียชีวิตไปแล้วจริงๆ
“อีกประการ ท่านอารองถูกขับไล่ออกจากสกุลหยวนแล้วทั้งยังถูกให้แยกบ้านด้วย ชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้านสามารถเป็นพยานเรื่องนี้ได้ นอกจากนั้นยังมีหนังสือขับไล่และหนังสือให้แยกบ้านเป็นหลักฐานสำคัญในเมื่อเป็นเช่นนี้นั่นหมายความว่าท่านอารองมิใช่คนสกุลหยวนอีกต่อไปหากท่านอารองมีอันเป็นไปจริงๆทุกคนในหมู่บ้านก็จะมีส่วนในทรัพย์สินเงินทองของท่านอารองไม่ใช่สกุลหยวนแค่สกุลเดียว”
จบประโยคนี้ชาวบ้านทุกคนต่างต่อว่าด่าทอบ้านใหญ่สกุลหยวนต่างๆนานา พูดว่าพวกเขาและหลิ่วเหวินไฉโลภมาก บ้านรองเพิ่งจะตายไปก็คิดจะมาเอาสมบัติเสียแล้วไม่ห่วงและไม่คิดจะตามหาคนหายไปเลยแม้แต่น้อย ขนาดชาวบ้านซึ่งไม่ใช่สายเลือดเดียวกันยังปรึกษากันว่าจะขึ้นเขาไปตามหาอย่างไรแต่บ้านใหญ่สกุลหยวนกลับคิดแต่เรื่องทรัพย์สินเงินทอง
ผู้หญิงในหมู่บ้านที่อยู่ในที่นี้ด่าว่าบ้านใหญ่สกุลหยวนและหลิ่วเหวินไฉอย่างไม่มีชิ้นดียุคนี้ทุกคนล้วนมีฐานะยากจน หากบ้านรองมีอันเป็นไปจริงทุกคนในหมู่บ้านก็จะมีส่วนในทรัพย์สินของบ้านรองด้วย แต่บ้านใหญ่กลับคิดจะมาชุบมือเปิบเอาไปเป็นของตนเองผู้เดียวแบบนี้ใช้ได้ที่ใดกัน
หลิ่วเหวินไฉมองกู้อวี้ด้วยสายตาเคียดแค้นกู้อวี้ผู้นี้ช่างต่อกรได้ยากนักครั้งที่แล้วเขาก็เสียเปรียบให้อีกฝ่ายมาแล้วครั้งหนึ่ง ครานี้ยังต้องมาเสียเปรียบอีกนึกแล้วให้รู้สึกแค้นใจยิ่งนัก!
“ทุกท่านได้โปรดฟังข้าทรัพย์สินของท่านอารองอยู่ที่บ้านของข้าจริง เพียงแต่ท่านอารองยังทิ้งคำพูดไว้ด้วยว่าหากขึ้นเขาครั้งนี้ไม่ได้กลับลงมา ให้ข้านำทรัพย์สินเหล่านี้ไปขายแล้วนำเงินที่ได้เพื่อจ้างคนให้ขึ้นเขาไปตามหา”
คนสกุลหยวน “…”
ว่ากระไรนะ! นี่ไม่ใช่เท่ากับว่าพวกเขานำหน้ามาให้คนสกุลกู้ตบถึงหน้าประตูบ้านหรือ!!!