บทที่ ๒ (2)
พี่ใหญ่ เฉินหย่งเล่อ พี่ชายในอุดมคติ
พระจันทร์ดวงโตเคลื่อนสูงสู่กลางผืนฟ้าเสียงเคาะเกราะบอกโมงยามดังในความเงียบสงบกลีบดอกเหมยแดงโรยร่วงจูบผืนหิมะพร่างพรมทั่วสวนหน้าเรือนวสันต์คำนึง ฝีเท้าเล็กๆในรองเท้าปักสีแดงสดใสห่อหุ้มอุ้งเท้าจากความเหน็บหนาวมือป้อมซุกอยู่ในปลอกแขนกันหนาว ดวงหน้ากลมแป้นแหงนมองดวงจันทร์กระจ่างฟ้า
ผืนแผ่นดินในภพนี้ช่างสงบสุขเหลือเกินโลกยามนี้ของหย่งชิ่งสะอาดใสไร้มลภาวะ เสียแต่นางยังเยาว์นักมีฐานะเป็ถึงบุตรสาวสุดหวงของประมุขพรรควิหคเพลิงโอกาสที่จะได้ออกไปชื่นชมทัศนาทิวทัศน์หลังกำแพงสูงเป็เื่ยากยิ่งกว่าปีนขึ้น์
ท่านพ่อหวงนางราวกับไข่ในหินมิเคยให้ถูกลมถูกฝนต้องหิมะไม่เคยมีคนนอกได้ยลโฉมหน้าของคุณหนูเฉินหย่งชิ่งแห่งพรรควิหคเพลิงเลยแม้แต่คนเดียว
“ยามซฺวี แล้วเ้ายังเล่นอะไรอยู่ชิ่งเอ๋อร์ ข้านึกว่าท่านแม่กล่อมเ้านอนแล้ว”
หย่งชิ่งยังยืนนิ่งในท่าเดิมครู่ใหญ่ก่อนหันหลังให้แสงจันทร์ไปหาบุรุษหนุ่มรูปร่างสูงผอมสวมอาภรณ์สีฟ้าทับด้วยเสื้อคลุมสีดำปกป้องจากอากาศหนาว
พี่ใหญ่ เฉินหย่งเล่อคุณชายใหญ่แห่งพรรควิหคเพลิง วัยเพียงสิบสี่ปีแต่แฝงด้วยกลิ่นอายจอมยุทธ์สูงส่งถ้าเื่วรยุทธ์แล้วพี่ใหญ่เก่งที่สุดในบรรดาพี่น้องใบหน้าหล่อเหลาคมคายเหมือนบิดาเจ็ดส่วน มารดาสองส่วนอีกหนึ่งส่วนคือความลงตัวที่์บันดาลให้ ยามนี้พี่ใหญ่ไม่ได้รวบผมปล่อยให้เส้นไหมสีดำพาดบนบ่า ดวงหน้าคมคายอ่อนเยาว์แตะแต้มด้วยแสงจันทร์นวลแสนเคลิบเคลิ้มชวนพิศไม่รู้หน่าย
เรือนศิลาขาวของคุณชายใหญ่อยู่ด้านซ้ายและเรือนวิมานเมฆาของคุณชายรองอยู่ด้านขวาขนาบเรือนวสันต์คำนึงที่หย่งชิ่งพำนักอยู่บิดาตั้งใจให้พี่ใหญ่และพี่รองคอยปกป้องดูแลน้องเล็กตลอดเวลา
หย่งเล่อเห็นเงาร่างหนึ่งที่กลางสวนเมื่อเห็นว่าเป็น้องน้อยจึงรีบออกมาดูแล
ั์ตาเฉียบคมจับจ้องบนร่างกลมป้อมด้วยแววตาอ่อนโยนน้องเล็กประดุจนกน้อยสีสันสดใส พาคนในพรรควิหคเพลิงชุ่มชื่นหัวใจที่นี่เงียบเหงามานานปี เมื่อมีเสียงนกน้อยเริงร่าร่อนไปมาทั่วคฤหาสน์จึงบังเกิดความครึกครื้นสนุกสนาน
“พี่ใหญ่ว่าบนจันทรานั่นมีกระต่ายไหม”หย่งชิ่งในวัยสองขวบห้าเดือนชี้นิ้วไปบนแผ่นฟ้า
“ตอนนี้ข้ายังเห็นกระต่ายอยู่เลย”ผู้เป็พี่ชายตอบยิ้มๆ
ถ้านางบอกไปพี่ใหญ่จะเชื่อไหมว่านอกจากแผ่นดินแห้งแล้ว อย่าว่าแต่เงากระต่ายเลย แม้กระทั่งแมลงสักตัวยังไม่มี
ร่างป้อมเข้าไปใกล้พี่ชายชูแขนให้เขาอุ้ม
“ข้าง่วงแล้ว”
หย่งเล่ออุ้มน้องน้อยอย่างรู้งานไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพาน้องสาวเข้านอน คุณชายใหญ่แตะแก้มเย็นสีแดงราวผลอิงเถาน้องเล็กน่ารักน่าทะนุถนอมยิ่งนัก ร่างน้อยหอมกรุ่นด้วยกลิ่นดอกไม้สดชื่นนางช่างจำนรรจาออดอ้อนหลอมละลายดวงใจบุรุษอันแข็งกระด้างให้อ่อนยวบ เขาเข้าอกเข้าใจรู้ซึ้งถึงสำนวนรักหยกถนอมบุปผาเมื่อได้ดูแลหย่งชิ่ง
พี่ชายเกือบทุกคนหลงใหลแม่น้องน้อยมีเพียงน้องสี่เฉินหย่งสือเท่านั้นที่ไม่ค่อยสนใจหย่งชิ่งเท่าไรออกจะไม่ชอบด้วยซ้ำ
น้องสาวกอดคอพี่ชายซบใบหน้ากลมแป้นบนบ่ารู้สึกสบายยิ่งนัก พี่ชายสามารถเคลื่อนไหวลมปราณเพิ่มความร้อนในกายเพื่อคลายหนาวนางกอดเขาไว้ก็เหมือนกอดก้อนหินอุ่นจัดก้อนหนึ่ง
“พี่ใหญ่สอนข้าฝึกวรยุทธ์ได้ไหม”
“เ้าเป็อิสตรีจะฝึกไปไยสู้เย็บปักถักร้อยกับท่านแม่ไม่สบายกว่ารึ” ริมฝีปากที่มักเป็เส้นตรงของหย่งเล่อเปลี่ยนเป็รอยยิ้มน่ามอง
พี่ใหญ่เป็ชายงามหล่อเหลาเสียตรงชอบทำหน้าดุ ทำให้สตรีนางใดเห็นหน้าก็ต้องหลีกหนีนับพันลี้
ดังนั้นรอยยิ้มนี้จึงเป็ของนางเพียงผู้เดียวเท่านั้น!
“ข้าไม่อยากเป็ตัวภาระแก่พวกท่านทั้งสี่หากข้ามีวรยุทธ์ ข้าก็จะได้ท่องยุทธภพอย่างไรเล่า” ความฝันสูงสุดของนางเชียวนะ
“ข้าต้องถามท่านพ่อก่อน” หย่งเล่อหาข้ออ้าง
“ท่านพ่อต้องเห็นด้วยกับข้า” นางตีขลุม
“ท่านพ่อตามใจเ้าทุกเื่แต่เื่ที่จะทำให้เ้าเกิดอันตราย ท่านมีหรือจะยอม”
นั่นแหละข้อเสียของท่านพ่อ!
ขอกลับชาติไปเกิดใหม่อีกรอบได้ไหม
ไม่ละ...เผื่อไม่ได้มาภพนี้ล่ะก็เสียดายแย่
หย่งชิ่งแนบแก้มบนบ่าพี่ชายเอ่ยเสียงเบา “ข้ารู้ว่าท่านจะช่วยข้า”
รอยยิ้มคล้ายมีคล้ายไม่มีผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา
เมื่อเดินถึงหน้าเรือนสาวใช้ผู้หนึ่งกลับมายืนขวางหย่งเล่อ ช่างขวัญกล้าเกินไปนัก
“คารวะคุณชายใหญ่” สาวใช้วัยปักปิ่นย่อกายอ่อนช้อยคำนับหย่งเล่อ พลางยิ้มเอียงอายชม้ายตาใส่ปรุงแต่งด้วยจริตมารยา
หย่งเล่อรูปงามหล่อเหลาเป็ที่สะดุดตาผู้อื่นบรรดาสาวใช้ต่างมองตาเป็มัน หวังจะได้รับใช้คุณชายใหญ่เป็การส่วนตัวเผื่อมีวาสนาได้เป็อนุภรรยาของเขา สร้างความรำคาญให้หย่งเล่อมิใช่น้อย
หย่งชิ่งกระซิบกระซาบข้างหูพี่ใหญ่
“้าให้บ่าวไปรับใช้คุณชายที่เรือนหรือไม่เ้าคะ”
“เ้าชื่ออะไร” หย่งเล่อถามเสียงเรียบ
ใบหน้างดงามไม่น้อยหน้าหญิงสาวตระกูลสูงในเมืองชายแดนแห่งนี้แสดงความปีติออกนอกหน้าอี้เฟยทะนงในความงามของตนอยู่หลายส่วน เฝ้าฝันจะได้เป็อนุภรรยาของคุณชายสักคนในคฤหาสน์วิหคเพลิงนับว่า์เข้าข้างนางแล้ว
“บ่าวชื่ออี้เฟยเ้าค่ะ” อี้เฟยก้มหน้าน้อยๆแสดงท่าเอียงอาย แต่ั์ตาพราวพรายร้อยเล่ห์
“พรุ่งนี้เ้าไปพบพ่อบ้านเฉียนเขารู้ว่าต้องจัดการอย่างไร ออกไปแล้วก็อย่ากลับมาให้ข้าเห็นหน้าอีก” น้ำเสียงดุดันเฉียบขาดกดดันสาวใช้ผู้ทะเยอทะยานจนต้องถอยกรูดออกไปหลายก้าว
ั์ตาคู่งามฉายแววประหวั่นพรั่นพรึงไม่คิดฝันว่าคุณชายที่กำลังจะเป็บุรุษเต็มตัวจะปฏิเสธหญิงงามอย่างสิ้นเยื่อใย
นางหารู้ไม่ว่าหย่งเล่อเกลียดผู้หญิงที่สุดนอกจากมารดาหลินจื่อผิงและน้องเล็กหย่งชิ่งแล้ว เขาแทบไม่ชายตาแลสตรีคนไหนมากเื่ มากความ มากปัญหา สู้ไม่พบไม่เจอเสียดีกว่า
“คุณชายใหญ่ได้โปรดให้โอกาสบ่าวผู้โง่งมด้วย บ่าวสำนึกผิดแล้วได้โปรดเมตตาอย่าไล่บ่าวออกไปจากที่นี่เลย” สาวใช้ผู้โชคร้ายโขกศีรษะกับพื้นเย็นจัดจนเืไหลซึมออกมาจากหน้าผากน้ำเสียงหวานเล็กปนสะอื้นร้องขอความเมตตาอย่างน่าสงสาร
คุณชายใหญ่ผู้เ็าหาใส่ใจไม่อุ้มน้องน้อยเข้าเรือนนอนแล้วรีบปิดประตูเพื่อรักษาไออุ่นจากอ่างไฟในห้อง
เมื่อเข้ามาถึงในห้องแล้วหย่งชิ่งเพิ่งรู้สึกถึงแก้มทั้งสองข้างที่ชาดิก เมื่อกระทบอากาศอุ่นจึงรู้สึกแปลบปลาบบนผิวไม่น่าออกไปตากลมหนาวข้างนอกห้องเลย นางห่อตัวเข้าหากันเกาะพี่ชายแน่นเหมือนลูกลิง
ร่างน้อยถูกวางลงบนเตียงเบามือเสื้อคลุมถูกถอดจากร่างกลมป้อมด้วยฝีมือพี่ชายผ้าคลุมผืนใหญ่ที่ห่มตัวเขาถูกนำมาห่อกายของน้องเล็ก ผ้าห่มถูกนำไปอุ่นแล้วกลับมาเปลี่ยนกับเสื้อคลุมเพิ่มความอบอุ่นให้น้องน้อย
หย่งชิ่งนอนคว่ำหันหน้าหาพี่ใหญ่เขาก็ยื่นมือไปเกาหลังให้น้องน้อยอย่างรู้งาน หน้าที่กล่อมชิ่งเอ๋อร์หลับทุกคนต่างทราบดีว่าต้องเกาหลังให้นางจนผล็อยหลับจึงจะหยุดมือได้น้องสี่เป็เพียงผู้เดียวที่ไม่ยอมเกาหลังให้น้อง
“เ้าใจดีเกินไป ถ้าไม่ใช่เพราะเ้าบ่าวผู้นั้นคงถูกข้าสั่งเฆี่ยนหลังขาดก่อนจะถูกโยนออกไปนอกกำแพงโดยมิได้เงินแม้แต่อีแปะเดียว”
“มีคนรักดีกว่ามีคนเกลียดนางแค่พึงใจในตัวท่าน ไม่ได้ทำผิดอันใด พี่ใหญ่ก็ปล่อยนางไปเถิด” สาวใช้คนนั้นคงเพิ่งมาใหม่จึงไม่รู้ความในคฤหาสน์พรรควิหคเพลิงเพราะสาวใช้ทุกคนรู้ดีว่าไม่สามารถพูดยั่วเย้ากับคุณชายใหญ่ได้
พี่ใหญ่โเี้กับผู้อื่นยกเว้นกับน้องน้อยชิ่งเอ๋อร์เพียงผู้เดียว
ช่างเป็พี่ชายในอุดมคติของนางอย่างแท้จริง
ั์ตาพราวใสเมื่อครู่กำลังหรี่ลงเรื่อยๆความอบอุ่นปลอดภัย กินอิ่มนอนอุ่นทุกเมื่อเชื่อวัน ช่างเป็โชคดีของเฉินหย่งชิ่งเหลือเกิน
กู๊ดไนต์ค่ะพี่ชาย