นับจากวันที่หอคอยศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเชื่อมต่อเข้ากับดินแดนทรินิตี้เซเว่นและแท่นพิธีกรรมโบราณได้ผุดขึ้นไปทั่วทั้งผืนโลก เส้นแบ่งระหว่างอารยธรรมเก่ากับความเป็จริงใหม่ก็ได้ถูกลบเลือนไปอย่างไม่อาจหวนคืนอีกต่อไป
และในวินาทีนั้นเอง ประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ได้พลิกผันอย่างมหาศาล
ไม่ต่างจากพายุที่พัดทำลายทุกความเข้าใจที่เคยมีมาก่อนหน้านี้
มนุษย์ทุกผู้ทุกนามที่ได้เหยียบย่างขึ้นไปบนแท่นพิธีกรรม
ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจ ความบังเอิญ หรือถูกบีบบังคับจากสถานการณ์ก็ตาม ต่างก็ได้รับผลแห่งการวิวัฒน์อย่างเท่าเทียมกัน
พวกเขาต่างก็รู้สึกถึงสิ่งหนึ่งที่ได้ถือกำเนิดขึ้นกลางอก เหนือหัวใจ
บางคนรู้สึกถึงการเต้นที่หนักหน่วงดุจเปลวเพลิง บางคนััได้ถึงเสียงกระซิบอันลึกล้ำของสิ่งเร้นลับที่ไม่อาจอธิบาย
บางคนถึงขั้นร่ำไห้ด้วยความปีติปนหวาดกลัว เพราะรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่ามีบางสิ่งกำลังแผ่ขยายอยู่ภายในตนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
สิ่งนั้นคือแกนกลางแห่งเผ่าพันธุ์
มันมิใช่เพียงแค่กลุ่มพลังงานหรือลักษณะของเนื้อเยื่อพิเศษ หากแต่เป็ห้วงมิติขนาดเล็กที่มีอยู่ภายในร่างของผู้วิวัฒน์ทุกคน
ห้วงมิตินั้นเชื่อมต่อเข้ากับจิตสำนึกของผู้ และต่อให้จะไม่มีผู้ใดสามารถอธิบายได้อย่างแน่ชัดว่าเจตจำนงหรือสิ่งมีชีวิตใดเป็ผู้สร้างมันขึ้นมา แต่ทุกคนกลับััได้โดยพร้อมเพรียงว่า บางสิ่งที่อยู่ในนั้นมีชีวิตและกำลังเฝ้าดูพวกเขาอยู่ในทุกลมหายใจ
เผ่าพันธุ์มนุษย์เรียกสิ่งนี้ว่าอาณาจักรต้นกำเนิด มันคืออาณาเขตเอกเทศแห่งจิตใจิญญา
ในแต่ละบุคคลจะมีลักษณะเฉพาะไม่เหมือนใคร บางคนเห็นดินแดนที่เต็มไปด้วยทะเลสาบลอยฟ้า
บางคนเห็นหอสมุดลอยได้ที่มีหนังสือแห่งกาลเวลาบรรจุอยู่
บางคนพบว่ามันเป็เพียงทุ่งหญ้ากว้างไกลไร้สิ้นสุด
แต่ในทุกกรณี อาณาจักรนั้นได้ให้บางสิ่งกลับคืนแก่พวกเขา
ในอาณาจักรต้นกำเนิดนั้น ไม่เพียงแต่เป็แหล่งพลังงานหลักของผู้วิวัฒน์ มันยังเป็พื้นที่ที่หล่อหลอมอัตลักษณ์ของพวกเขา ชี้นำแนวทางแห่งการเติบโต และปลุกเร้าศักยภาพแฝงเร้นอันลึกล้ำที่ไม่เคยมีใครััมาก่อนในโลกเก่า
อาณาจักรต้นกำเนิดนั้นเปรียบเสมือนิญญาดั้งเดิม ก่อรูปใหม่ขึ้นมาพร้อมกับพลังของเผ่าพันธุ์อำนาจที่ถูกสุ่มเลือก
บ้างได้รับเผ่าพันธุ์ัจันทราผู้สงบนิ่งดั่งผืนน้ำแข็งนิรันดร์ บ้างได้รับเผ่าพันธุ์เทวทูตแห่งาผู้ถือบัญญัติแห่งแสง
บ้างได้รับพลังแห่งอสูรที่สามารถเปลี่ยนร่างเป็พายุไร้รูปได้ และไม่ว่าใครจะได้รับสิ่งใด อาณาจักรต้นกำเนิดก็จะยอมรับมันเป็รากฐานและค่อยๆขับเคลื่อนพลังเ่าั้ให้ก่อตัวเป็ยุทธวิธี เวทมนตร์ อักขระ หรือกระทั่งทักษะเฉพาะตัวที่เป็เอกลักษณ์
ด้วยเหตุนี้เอง ยุคสมัยแห่งความแข็งแกร่งจึงได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างแท้จริง
ความรู้เก่าเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีชั้นสูงในยุคก่อนถูกลดความสำคัญลงอย่างต่อเนื่อง
มนุษย์เริ่มหันเหจากโลกทัศน์เดิมที่เคยเชื่อมั่นต่อพลังงานฟิสิกส์และการคำนวณ มาเป็การไขว่คว้าแนวทางใหม่แห่งการขัดเกลาร่างกาย ขยายจิตสำนึกและสืบหาความหมายของพลังที่มาจากจิติญญาและการวิวัฒน์
ทุกภูมิภาคของโลกเริ่มเกิดสถาบันฝึกฝนและสำนักบ่มเพาะพลังขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผู้คนกลุ่มแรกที่สามารถใช้พลังของอาณาจักรต้นกำเนิดได้อย่างสมบูรณ์กลายเป็ผู้ทรงอิทธิพล เปรียบเสมือนบรรพชนของเหล่าผู้วิวัฒน์ยุคแรก และไม่ช้านานนัก ปรากฏการณ์การมุ่งหน้าเข้าสู่หอคอยศักดิ์สิทธิ์ก็ได้กลายเป็พิธีกรรมอันสูงส่งในหมู่มนุษย์
ผู้วิวัฒน์ที่สามารถควบคุมพลังในอาณาจักรต้นกำเนิดของตนได้อย่างมั่นคง จะสามารถเข้าสู่หอคอยศักดิ์สิทธิ์เพื่อเชื่อมต่อกับมิติเชื่อมโยงขนาดใหญ่ที่เรียกว่าทรินิตี้เซเว่น โลกใบใหม่นั้นคือดินแดนแห่งโอกาสและหายนะที่ผสมผสานกันอย่างลึกล้ำ
ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถกลับออกมาได้ และก็ไม่ใช่ทุกคนที่เข้าไปแล้วจะตายจากไป แต่คือสถานที่แห่งบททดสอบที่แท้จริงของผู้วิวัฒน์ทุกผู้
ที่นั่นมีภูมิประเทศอันหลากหลาย ั้แ่ทุ่งโล่งที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตกินเนื้อ ไปจนถึงนครลอยฟ้าที่ผู้คนสามารถสั่งการธาตุทั้งสี่ได้เพียงแค่เปล่งเสียงเอ่ยนามของตนเอง
เมืุ่์เริ่มวางรากฐานแห่งอารยธรรมในทรินิตี้เซเว่น พวกเขาเริ่มเรียนรู้ว่าแต่ละเผ่าพันธุ์ต่างมีเขตแดนของตนเอง มีระบบสำนัก และตำหนักศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดสายเืและเจตจำนงแห่งเทพเ้าหรืออสูรในอดีต
ทว่ามนุษย์กลับมิได้ตกต่ำหรือถูกข่มเหงอย่างที่เคยเป็ในอดีต กลับกัน ผู้วิวัฒน์สายเืมนุษย์ที่บางคนได้รับพลังอำนาจของเผ่าพันธุ์โบราณต่างๆ กลับแสดงศักยภาพอันไร้ขอบเขต เหนือกว่าที่บรรดาเผ่าอื่นๆจะคาดคิด
เพราะอาณาจักรต้นกำเนิดของมนุษย์นั้นมีจิตสำนึกที่ยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดียิ่งกว่าทุกเผ่าพันธุ์ในทรินิตี้เซเว่น
ภายในห้วงระยะเวลากว่า 3,000 ปีแห่งยุคสมัยศักดิ์สิทธิ์ มนุษย์ได้จัดตั้งกลุ่มอารยธรรมขึ้นอย่างรวดเร็ว บ้างรวมตัวกันเป็จักรวรรดิแห่งผู้วิวัฒน์ บ้างตั้งตนเป็อิสระและสร้างสำนักที่มีรูปแบบของตนเองขึ้นมานับไม่ถ้วน
พวกเขาสร้างอาวุธจากแก่นธาตุในอาณาจักรต้นกำเนิด แปรเปลี่ยนเป็ดาบศักดิ์สิทธิ์ หอกทมิฬ คทาแห่งแสง และผนึกพันธะกับสัตว์เทพ พวกเขาค้นพบความลับของพลังธาตุอักขระเส้นทางยุทธและความลับที่บันทึกไว้ในอดีตกาลที่ไม่ใช่ของโลกมนุษย์เดิมอีกต่อ
และด้วยเหตุนี้เอง เผ่าพันธุ์มนุษย์จึงมิได้เป็เพียงผู้มาเยือนในทรินิตี้เซเว่นอีกต่อไป แต่กลับกลายมาเป็หนึ่งในเผ่าพันธุ์หลักของโลกใบใหม่ พวกเขาค่อยๆแทรกซึมเข้าไปในทุกระดับของโครงสร้างอำนาจ สืบทอดวิถียุทธของตน สร้างสายพันธุ์ลูกผสมและพันธมิตรกับเผ่าอื่นๆ
จนในที่สุดก็มีผู้วิวัฒน์ในยุคปัจจุบันที่แข็งแกร่งถึงขนาดสามารถควบคุมอาณาจักรต้นกำเนิดได้หลายชั้น สร้างรูปลักษณ์ใหม่แห่งการมีอยู่อย่างเต็มภาคภูมิเลยก็ว่าได้