Survival Games [เกมส์แห่งการเอาชีวิตรอด]

    No.24 สั่นสะเทือนทั่วโลก

    วันต่อมา.....
    หลังจากกันต์รับรู้ถึงชะตากรรมของเขาที่จะต้องเผชิญแล้ว แม้เขาไม่อาจที่จะยอมรับมันได้ แต่ก็ไม่อาจที่จะหลีกหนีได้เช่นกัน ฮานะได้บอกกับเขาว่านี่คือผลลัพธ์และทางออกที่ดีที่สุดแล้ว ก่อนหน้านี้ที่เขาถูกคริสอัดสลบไป ในความเป็นจริงคือเธอไม่สามารถฆ่าเขาได้
    เพราะการครอบครองสมบัติของเผ่าปีศาจ เท่ากับว่าได้กลายเป็นส่วนหนึ่งกับเผ่าปีศาจไปแล้วนั่นเอง การฆ่าคนในเผ่าถือเป็นความผิดร้ายแรง แม้ว่าฐานะของคริสจะสูงส่งมากพอที่จะใครก็ได้ในเผ่า แต่ฐานะของกันต์คือคู่พันธะสัญญา ซึ่งมันเทียบเท่าได้กับผู้นำจอมมารเช่นกัน
    ฉะนั้นจึงมีเพีงแค่ 2 ทางเลือกเท่านั้นคือ เธอปล่อยให้สัตว์อสูรคร่าชีวิตเขาแทน เพราะถ้าหากทำเช่นนั้นย่อมไม่ถือว่าผิดกฏของเผ่าปีศาจ หรือไม่ก็ยอมรับกันต์เป็นคู่พันธะสัญญาแต่โดยดี และร่วมมือกันฟื้นฟูเผ่าปีศาจนั่นเอง เมื่อผลลัพธ์เป็นแบบนี้กันต์ได้แต่รู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะพยายามทำใจยอมรับมันไปก่อน แล้วค่อยหาวิธีแก้ไขทีหลังเอา
    ห้องนอนของใบหม่อน.....
    "ก๊อก!! ก๊อก!!"
    ".........."
    กันต์ที่เคาะประตูห้องของใบหม่อน แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใดใดออกมา จึงได้ถือวิสาสะเปิดเข้าไปเลย ก็พบว่าขณะนี้ใบหม่อนนั่งเซื่องซึมมองนอกหน้าต่างอยู่อย่างเหม่อลอย นับตั้งแต่กลับมาเธอก็เป็นแบบนี้ตลอด เขาพอจะเข้าใจว่าใบหม่อนนั้นคิดอะไรอยู่ จึงได้แต่ลากเก้าอี้ไปนั่งข้างๆ เธอ
    "เลิกคิดมากได้แล้ว เธอกลายเป็นคนอ่อนแอแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!!" กันต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุๆ ทำเอาใบหม่อนที่กำลังใจลอยถึงสะดุ้ง ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นเศร้าสร้อยขึ้นมา
    "พี่เขย..หนูอยากติดตามพี่เขยไปตลอด" น้ำเสียงของใบหม่อนแสดงออกถึงความท้อแท้อย่างเห็นได้ชัด
    กันต์จึงได้แต่ลูบหัวอย่างปลอบโยน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง "เธอเป็นญาติคนเดียวของพี่นะ ยังไงพี่ก็ต้องพาเราไปด้วยอยู่แล้ว จะคิดมากไปทำไมกัน"
    " ตะ..แต่..หนูอ่อนแอเกินไป..หะ..หนู..ไม่อยากเป็นภาระของพี่เขย" ใบหม่อนเด็กสาวที่เคยมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม บัดนี้กลับแสดงออกในคราบของเด็กสาวที่เปราะบาง
    แม้กันต์จะไม่เคยเห็นใบหม่อนเป็นแบบนี้มาก่อน แต่เขามั่นใจว่านี่คือบุคลิกที่แท้จริงของเธอ ไม่ว่าจะผ่านประสบการณ์ที่เลวร้ายมามากแค่ไหน แต่ยังไงซะเธอก็ยังเป็นเพียงเด็กสาววัย 15 เท่านั้น ย่อมต้องมีด้านที่อ่อนแอเผยออกมาเช่นกัน ก่อนจะโอบกอดใบหม่อนเข้ามา
    "สำหรับพี่แล้วเธอก็เหมือนกับน้องสาวแท้ๆ เป็นญาติเพียงคนเดียวที่พี่เหลืออยู่ เธอไม่เคยเป็นภาระของพี่ หรือต่อให้เป็นจริงพี่ก็จะไม่มีวันทิ้งเธอเอาไว้ข้างหลังหรอกนะ พี่ขอสัญญา" กันต์เอ่ยปลอบอย่างใจเย็น
    ทำเอาใบหม่อนถึงกับร้องไห้โฮครั้งใหญ่ นับแต่ที่โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงไป เธอต้องสูญเสียพ่อ แม่ และญาติสนิทที่เธอรักไปจนหมดสิ้น ไม่ว่าจะท้อแท้และสิ้นหวังเพียงใด เธอก็ไม่เคยที่จะร้องไห้ออกมาให้ใครได้เห็น ทว่าตั้งแต่ที่ได้พบกับพี่เขยที่น่าจะเป็นเพียงญาติคนสุดท้ายของเธอ มันทำให้เธอไม่ต้องอยู่คนเดียวอีกต่อไป
    เธอจึงตัดสินใจที่จะติดตามพี่เขยไปทุกหนแห่ง แต่การที่เธอได้พ่ายแพ้ให้กับราชาออร์คในครั้งนี้ มันทำให้เธอนั้นหวาดกลัวว่าพี่เขยจะทิ้งเธอไป เธอกลัวที่จะต้องกลับไปอยู่ตัวคนเดียวอีกครั้ง ทว่าเมื่อได้ยินสิ่งที่พี่เขยของเธอพูดออกมา มันทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว และจากนี้ไปเธอจะมีชีวิตอยู่เพื่อพี่เขยของเธอเท่านั้น
    ผ่านไปครู่ใหญ่กว่าใบหม่อนจะสงบลง ทำเอาเสื้อของกันต์ชุ่มไปด้วยน้ำตาของเธอ เมื่อกันต์เห็นว่าอารมณ์ของเธอกลับมาคงที่แล้ว ก็ค่อยๆ คลายกอด พลางเปลี่ยนเป็นลูบหัวแทน ก่อนที่กันต์จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ยากจะคาดเดาอารมณ์
    "เอาล่ะ!! ครั้งนี้เป็นความผิดพลาดของพี่เอง ที่ประเมินกองกำลังของศัตรูไม่เด็ดขาดพอ โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรมาก ไม่งั้นพี่คงต้องรู้สึกผิดไปจนวันตายแน่"
    "ไม่เกี่ยวกับพี่เขยหรอกคะ เพราะจริงๆ แล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าพวกมันจะแข็งแกร่งขนาดนี้" ใบหม่อนที่เห็นสีหน้าของกันต์เปลี่ยนไปรีบเอ่ยทักท้วงทันที ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างติดใจสงสัย
    "ที่หนูแปลกใจคือทั้งๆ ที่พี่เขยบอกว่าค่าสถานะของหนูกับราชาออร์คนั้นพอๆ กัน แต่การโจมตีสุดแรงเกิดของหนู ทำได้เพียงแค่สะกิดมันเท่านั้นเอง มันเป็นเพราะว่าอะไรกันแน่นะ"
    สิ้นเสียงของใบหม่อนกันต์ได้แต่ฉุกคิดอย่างหนัก จะว่าไปแม้แต่ออร์คระดับสูง 2 ตัวที่เขาสู้ด้วย ยังจัดว่าอันตรายขนาดนั้น ทั้งที่ค่าสถานะต่ำกว่าเขาแบบครึ่งต่อครึ่ง ก่อนจะได้คิดต่อก็ถูกเสียงของใครบางคนดังเรียกสติ
    "เพราะมนุษย์นั้นอ่อนแอยังไงล่ะ!!" "คริสใครให้เธอเข้ามาที่นี่"
    "ข้าจะไปที่ไหนมันก็เรื่องของข้า" คริสเอ่ยตอบอย่างไม่สนใจ พลางหันไปมองเด็กสาวที่ชื่อใบหม่อน และเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ "เจ้าเป็นน้องสาวของคู่พันธะข้ารึ!?"
    ใบหม่อนที่ยังสับสนอยู่จึงได้แต่ตอบรับอย่างงงๆ ก่อนที่กันต์จะเอ่ยสวนกลับไป "แล้วเธอมีสิทธิ์อะไรมาบอกว่ามนุษย์อ่อนแอ ทั้งๆ ที่เธอก็มาพึ่งพาพวกเราเหมือนกัน"
    "เจ้าคิดว่าข้าอยากจะทำเช่นนี้จริงๆ งั้นรึ หากเมื่อไหร่ที่ข้าไม่พึงพอใจ ข้าก็พร้อมจะทำลายพวกเจ้าทันที" คริสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม พร้อมกับจิตสังหารที่พรั่งพรูออกมา ราวกับเธอนั้นพร้อมจะสังหารกันต์อย่างเต็มที่
    "วู้บบบบบ!!"
    ฮานะที่ตามเข้ามาทีหลังใช้จิตสังหารของเธอ ลบล้างจิตสังหารของคริสทันที ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าที่จริงจัง
    "พวกเจ้าใจเย็นๆ กันไม่เป็นรึไง คริสเธอเป็นผู้นำเผ่าปีศาจนะ หัดมีความอดทนมากกว่านี้หน่อยสิ กันต์เจ้าเองก็เหมือนกัน ถึงคริสจะพูดรุนแรงไปบ้างแต่เธอนั้นก็พูดถูกต้องหมด ข้ากับคริสแทบไม่มีความจำเป็นที่ต้องพึ่งพาพวกเจ้า เพราะพวกเราก็ไม่รู้ว่ามนุษย์ในโลกนี้จะเติบไปได้ไกลมากแค่ไหน"
    แม้กันต์จะไม่พอใจที่เผ่าพันธุ์มนุษย์โดนดูถูก แต่ก็ต้องยอมรับความเป็นจริงว่ามันเป็นเช่นนั้น จึงทำได้แต่นั่งนิ่งเงียบโดยไม่พูดอะไร ส่วนใบหม่อนแม้จะไม่ชอบใจเหมือนกัน ทว่าเธอกลับรู้สึกเอะใจในอะไรบางอย่างขึ้น
    "พี่สาวบอกว่ามนุษย์นั้นอ่อนแอ หรือจะความหมายอื่นกันคะ!?"
    "หืม!! ดูเหมือนน้องสาวของคู่พันธะข้าจะฉลาดเหมือนกันนะ" คริสเอ่ยอย่างพึงพอใจ ผิดกับคนที่โดนแขวะอย่างกันต์ ที่ตอนนี้เริ่มจะหัวเสียหนักกว่าเดิม ก่อนที่คริสจะเอ่ยต่อโดยไม่สนใจ
    "ร่างกายของมนุษย์นั้นอ่อนแอและเปราะบางเกินไป ถึงแม้จะมีระดับพลังใกล้เคียงกับเหล่าอสูร จะยังไงซะความสามารถมันก็ยังต่างชั้นกันมากอยู่ดี ยิ่งเหล่าอสูรที่ใช้ออร่าได้ด้วยแล้ว พวกเจ้าก็เป็นได้แค่ของเล่นฆ่าเวลาเท่านั้น"
    "ออร่ามันคืออะไรคะ!?" ใบหม่อนยังคงถามต่ออย่างใสซื่อ ทว่าคริสได้แต่ส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
    "รอให้การเจรจาของพี่ชายเจ้ากับฮานะจบลงด้วยดี ถึงตอนนั้นแม้ว่าพวกเจ้าไม่อยากเรียน ข้าก็จะบังคับเคี่ยวเข็ญให้เรียนอยู่ดี" สิ้นเสียงของคริสใบหม่อนได้แต่กระพริบตาปริบๆ ส่วนกันต์ได้แต่ลอบถอนหายใจ เพราะเขาเองก็อยากรู้เหมือนกัน
    2 วันต่อมา.....
    ภายในห้องประชุมที่จัดขึ้นในคฤหาสน์เจ้าเมือง [ย้ายสถานที่ประชุมมาจากชั้นบนของสมาคมนักล่า เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหลออกไปภายนอก] การประชุมในครั้งนี้มีเพียง เจ้าเมือง สองอาวุโสจากสมาคมนักล่า และตัวแทนทั้ง 3 กิลด์ มีหัวหน้ากิลด์ รองหัวหน้ากิลด์ และเสนาธิการ
    บรรยากาศในการประชุมค่อนข้างเป็นไปอย่างราบรื่น จนมาถึงเรื่องสุดท้ายคือเรื่องเชื่อมสัมพันธไมตรีกับเผ่าอสูรศักดิ์สิทธิ์ของฮานะ และเผ่าปีศาจของคริส เดิมทีก็ไม่ได้เคร่งเครียดอะไรมากนัก แต่เมื่อเข้าใจในเนื้อว่าอยู่ร่วมกันภายในเมือง ทุกคนต่างก็มีสีหน้าเคร่งขรึมไปทันที ซึ่งทุกคนต่างก็คิดเหมือนกับกันต์ในครั้งแรก คือไม่ไว้ใจกลัวโดนหักหลัง ยิ่งเมื่อได้ยินว่าถ้าปฏิเสธพวกเธอก็พร้อมที่จะทำลายเมืองนี้ทิ้ง
    แม้ในที่ประชุมจะไม่พอใจที่ได้ยินแบบนั้น แต่คำตอบที่ได้รับจากกันต์ว่า แค่จิตสังหารเธอก็สามารถฆ่าเขาได้ มันจึงทำให้ทุกคนอดที่จะหวาดกลัวไม่ได้ เพราะถ้าขนาดกันต์ที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในเมือง ยังแพ้ได้อย่างง่ายๆ แบบนั้น แล้วจะมีใครในเมืองนี้ที่จะสู้ไหวกันล่ะ
    แน่นอนว่าถ้าพวกเขาปฏิเสธเมืองท่องราตรีอาจต้องล่มสลายก็เป็นได้ แต่ถ้าโชคดีอาจแค่เสียหายหนักอย่างใหญ่หลวง ซึ่งก็ไม่ต่างไปจากการล่มสลายอยู่ดี เมื่อทุกคนลงความคิดเห็นตรงกันแล้ว จึงให้เจ้าเมืองเป็นคนตัดสินใจแทน และคำตอบที่ได้รับก็คือยอมรับเงื่อนไขการเชื่อมสัมพันธไมตรี
    ก่อนที่เจ้าเมืองจะให้คนไปตามฮานะกับคริส เพื่อมาลงลายลักษณ์อักษรว่าจะไม่ทำร้ายซึ่งกันและกัน เมื่อพวกเธอมาลงลายมือเสร็จ ก็เริ่มประชุมกันต่อเล็กน้อยโดยมีพวกเธอร่วมรับฟัง แต่จังหวะนั้นเอง..........
    "ขอแสดงความยินดีด้วย เนื่องจากนักล่ามีค่าสถานะสูงถึง 5,000 ครบทุกอัน จึงขอเริ่มการปลดล็อค"
    "ปลดล็อค ห่วงโซ่อาหาร" "ปลดล็อค ขีดจำกัดของมนุษย์" "ปลดล็อค รูปแบบสกิลการต่อสู้" "ปลดล็อค รูปแบบการใช้พลังมานา" "ปลดล็อค แรงโน้มถ่วงระดับ 1 ทั่วโลก" "ปลดล็อค พื้นที่กักขังอสูรระดับ 1 ทั่วโลก" "ปลดล็อค ร้านค้าพิเศษระดับ 1 [ใช้ได้เฉพาะ 5,000 อันดับแรกเท่านั้น]"
    "สำหรับนักล่าที่ทำการปลดล็อคครั้งนี้ จะได้รับไอเทมพิเศษ 3 ชิ้น และพบกันใหม่อีกครั้งเมื่อมีการปลดล็อคครั้งต่อไป ขอให้นักล่าทุกท่านพยายามเอาชีวิตรอดกันให้ได้ล่ะ"
    เสียงประกาศจากระบบที่ได้ยินไปทั่วโลก ทำให้ทั่วโลกเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงเหล่าอสูรคำรามดังลั่นจนได้ยินกันไปทั่วโลก ส่วนช่องพูดคุยสื่อสารทั่วโลก ก็เต็มไปด้วยคำด่าทอสาปแช่งนักล่าที่ทำการปลดล็อคผู้นี้
    ทุกคนภายในห้องประชุมของเจ้าเมืองท่องราตรี ถึงกับช็อคค้างกันไปเป็นแถบๆ เพราะหลังจากได้ยินเสียงจากระบบแล้ว ร่างกายของคริสกับฮานะก็มีการเปลี่ยนแปลงทันที มีออร่าสีดำคลุมตัวของคริส ส่วนฮานะมีออร่าสีแดงคลุมตัวอยู่ แม้จะยังไม่มีใครที่สามารถมองเห็นออร่านั่นได้
    แต่ทุกคนในห้องกลับสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาล ที่มันเอ่อล้นออกมาจากตัวของทั้งสองได้ พลางได้แต่ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พร้อมกับชักอาวุธขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง เพราะไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นมาต่อจากนี้ หากพวกเธอกลายเป็นอสูรร้ายขึ้นมา มีหวังเมืองท่องราตรีได้พังพินาศลงไปในพริบตาอย่างแน่นอน