ตอนที่ 15 ฏวังหลวง
“ฮองเฮาก่อฏ ฮองเฮาก่อกบฎ ท่านเสนาบดีกรมวังตายแล้ว มีฏในวังหลวง”
เสียงร้องของขันทีที่หนีเอาชีวิตรอดทันที่วิ่งออกไปจากตำหนักก็ะโดังลั่นจนได้ยินทั่วกัน เสวียนฮวาปากสั่นระริกมองดูซากศพเกลื่อนกลาดอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
ภายในไม่กี่อึดใจ สถานการณ์พลิกผันจนถึงเพียงนี้ ตัวนางจากที่กำลังจะถูกปะาชีวิต คนที่หมายจะปะานางต่างถูกบั่นศีรษะตายสิ้นทันทีสิบกว่าคน เืไหลทาพื้นตำหนักเจิ่งนองเต็มไปหมด บางศพถูกฟันกระโหลกแหว่งวิ่นสมองเทไหลออกมาดูแล้วน่าสยดสยองนัก
สีหน้าของผางเยว่นิ่งสงบ ริ้วรอยความเครียดบนหน้าเขาสักนิดก็หามีไม่ ยามที่นางแสร้งปั้นปึ่งใส่เขานั้นยังจะมีแววแห่งความกลัดกลุ้มมากกว่า
“ทูลเชิญพระองค์รีบเสด็จไปกับหม่อมฉันเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
“เ้า! เ้าแน่ใจแล้วหรือ”
“ไม่มีเวลาแล้วพ่ะย่ะค่ะ ไปกันเถิด”
เสวียนฮวาสับสนไปหมด เขาจะพานางหนีออกจากวังหลวงงั้นหรือ นี่เขาวิปลาสไปแล้วหรือไร! ทหารอารักขาวังหลวงเข้มแข็งนัก แถมทหารที่เฝ้าเวรยามรักษาเมืองไคฟงอีกห้าพัน เขาผู้เดียวกับนางหนึ่งคนจะหนีฝ่าออกไปได้อย่างไร!
เมื่อรู้ตัว ผ้าคลุมจิ้งจอกขนหิมะก็คลุมร่างของเสวียนฮวาแล้ว
“พระองค์จำได้หรือไม่ ที่กระหม่อมเคยบอกว่ากระหม่อมจะเป็ผู้สังหารพระองค์เอง เรายังพอมีทางรอด พระองค์ลองให้โอกาสกระหม่อมลองดูสักครั้งเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
ใบหน้าที่ซีดเผือกมาตลอดของหญิงสาวก็เป็สีแดงด้วยเืฝาด
“คนโง่...” หญิงสาวเอ่ยได้เพียงนั้น ก้อนแข็งก็จุกขึ้นในคอ
ผางเยว่ไม่เอ่ยคำใด เขาหันหลังกลับคุกเข่าย่อกายลง “กราบทูลพระองค์ประทับบนหลังกระหม่อมเถิด”
หญิงสาวยิ้มทั้งน้ำตา เื่ที่เกิดขึ้นมันเป็ความจริงหรือ ชายที่นางรักนั้นเขาทำให้นางถึงเพียงนี้ หญิงสาวทอดร่างลงไปกอดคอแกร่งเขาแน่น แผ่นหลังอันหนาและกว้างนี้ทำให้หัวใจของเสวียนฮวาอบอุ่นขึ้นมาในทันที
เขาหยัดกายขึ้น แล้วหยิบผ้าแพรที่ปูแท่นบรรทมมาตัดตามยาวแล้วเอามามัดหญิงสาวที่เกาะอยู่บนหลังร่างเขาอย่างเร่งร้อน
“แน่นเกินไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่...” ความจริงมันแน่นนัก แน่นจนนางอึดอัด แต่นางปรารถนาความแแ่เยี่ยงนี้ มือเรียวเล็กทั้งสองข้างกอดร่างเขาแน่น หญิงสาวหลับตาแล้วแนบแก้มลงไปบนแผ่นหลังอันบึกบึนนั้น “เ้าไม่ต้องมาเจรจาทำเหมือนข้าเป็ฮองเฮาอีกแล้ว ข้ามิอยากฟัง”
เสวียนฮวาไม่รู้ว่าเขาได้ยินหรือไม่ เขาไม่ตอบอะไรนางอีก เอาแต่มัดร่างนางให้ติดกับเขาจนแน่ใจแล้วเขาก็รีบพานางเดินออกจากตำหนักในทันที
หญิงสาวไม่คาดหวังว่านางจะรอดตาย ถึงเขามีวรยุทธสูงส่งเพียงไหนนางก็ไม่คิดว่าเขาจะสามารถฝ่าทหารนับพันของวังหลวงออกไปได้ นางนึกภาพการตายของตัวเองไว้หลากหลาย เขาถูกดาบแทงทะลุกาย ร่างนางสิ้นใจพร้อมกับเขาด้วยคมดาบเดียวกัน หรือนางถูกลูกธนูปักจากข้างหลังและนางสิ้นใจลงบนแผ่นหลังของเขา หรือเขาจนมุมแล้วสังหารนางในพริบตาด้วยน้ำมือของเขาเอง
ไม่ว่าจะสิ้นชีวิตด้วยประการใด ชีวิตนี้นางไม่เสียดายอีกแล้ว
นางได้เห็นน้ำใจของชายที่นางรัก เขาสู้ยอมทุ่มเทให้นางถึงเพียงนี้ หญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองนั้นโชคดีเสียยิ่งกว่านางหยูจีที่ได้รับความรักจากฉู่ป้าหวางเสียอีก และนางมั่นใจว่าแม้นกระทั่งโจวหยี (จิวยี่) ก็หาได้รูปงามเท่ากับผางเยว่คนนี้
เสวียนฮวาแนบหูลงไปฟังเสียงหัวใจเขา อมยิ้มกริ่มและรอความความตายอันแสนหวานที่กำลังจะมาถึง
ผางเยว่ห้อสุดฝีเท้า ร่างของทหารองครักษ์อันใหญ่โตกำยำที่แบกร่างของสตรีในผ้าคลุมขนจิ้งจอกอยู่ข้างหลังนั้น เป็ภาพที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในวังหลวง ใครจะคาดคิดเล่าว่าทหารองครักษ์แต่เพียงผู้เดียวจะสังหารคนของราชสำนักแล้วแบกฮองเฮาผู้ต้องโทษหนีไปเช่นนี้
ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าจะมีการก่อฏอย่างอุกอาจเช่นนี้ที่ตำหนักใน นี่คือข้อได้เปรียบที่สุดที่ผางเยว่มี ดังนั้นสิ่งแรกที่ผางเยว่ต้องทำให้เร็วที่สุดให้ได้นั่นก็คือไปที่ประตูหลังของวังหลวงซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดให้จงได้
ทหารวังบางส่วนได้รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว และแน่นอนว่ากลุ่มขันทีที่มีหน้าที่เฝ้าอยู่โดยรอบตำหนักในก็เป็คนแรกที่รู้ข่าวการฏในวังหลวง ชายหนุ่มแบกร่างหญิงผู้เป็ที่รักวิ่งไปได้ไม่นาน เขาก็เห็นกลุ่มขันทีมีอาวุธในมือคอยท่ารอประจันหน้าเขาราวสามสิบกว่าคน
ขันทีองครักษ์ ฝึกมาอย่างทหารแม้นจะมีฝีมือไม่เลว แต่ร้างการต่อสู้ที่ถึงขั้นเอาเืเนื้อมานาน ด้วยวังหลวงสุขสงบนัก หากจะได้ลงไม้ลงมือก็แค่ทุบตีสังหารนางกำนัลหรือขันทีชั้นผู้น้อยที่ต้องโทษ หาได้เคยสู้ศึกที่เอากันถึงชีวิตไม่
สามสิบหกขันทีต่อหนึ่งชายผู้ซ่อนฝีมือไว้ระดับจอมยุทธ ผู้เป็ัเร้นกายในวังหลวงใต้คราบของทหารองครักษ์ชั้นผู้น้อย ฝีมือดาบที่บรรลุถึงขั้นจิตแห่งดาบก็เตรียมที่จะแผลงฤทธิ์ออกไปในทันใด
ร่างบางที่อยู่บนหลังเขานั้นแม้นจะเป็เหมือนตัวถ่วงที่ทำให้เพิ่มน้ำหนักแก่กายเขามากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันมันก็คือร่างของสตรีที่เขาทั้งรักและเทิดทูนจนสุดหัวใจ ความรักนั้นอาจจะทำให้คนอ่อนแอได้ก็จริง แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มพลังให้กับผู้ที่ตกอยู่ในห้วงแห่งความรักให้แข็งแกร่งขึ้นมาได้อย่างเหลือเชื่ออีกด้วย
เหล่าขันทีองครักษ์แห่งตำหนักในเมื่อรวมกลุ่มกัน นอกจากผู้เป็นายอย่างกงกงที่มีตำแหน่งสูงกว่า กุ้ยเฟย และองค์ฮ่องเต้แล้ว คนกลุ่มนี้ไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตา เคยชินแต่ว่าใครเห็นพวกเขาขึงขังแล้วก็กลัวเกรง
แต่นี่เป็ครั้งแรกที่ขันทีองครักษ์เหล่านี้กลับไม่ััถึงความหวาดหวั่นจากคนที่เผชิญหน้าพวกเขาเลย ชายผู้แบกฮองเฮาต้องโทษก็คงท่าร่างวิ่งเข้าหาพวกเขาอย่างน่าสพรึงกลัว ดุจดั่งวัวคลั่งที่พร้อมจะขวิดทุกอย่างที่ขวางหน้าไม่มีผิด
และกลายเป็เหล่าขันทีพวกนั้นที่ตกเป็ฝ่ายกลัวเสียเอง
สีหน้าของคนหมู่มากกลับซีดเผือก ร่างใหญ่โตกำยำของผางเยว่ซึ่งแบกร่างอดีตฮองเฮาที่คลุมด้วยหนังจิ้งจอกอีกชั้นนั้นทำให้เขาดูราวกับเป็อสูรกายบนโลกมนุษย์ ท่าร่างของผางเยว่ที่พุ่งมาหานั้นรวดเร็วและหนักแน่นตามประสาผู้เยี่ยมยุทธ
ขันทีคนแรกที่ยกดาบไว้รออยู่แล้ว ในครรลองสายตาเขาเห็นร่างของผู้ฏถลาเข้ามาหาตัวเอง มือของเขานั้นกลับแข็งเหมือนศิลา ไม่ทันที่เขาจะกรายดาบออกไป ดาบในมือของผางเยว่ก็สะบั้นศีรษะของขันทีคนแรกหลุดเสียแล้ว
สามสิบกว่าคนที่หวาดกลัว กับหนึ่งจอมยุทธที่ทุ่มเทสุดชีวิต ไม่กี่อึดใจ ชีวิตของขันทีองครักษ์สิบกว่าชีวิตก็มอดดับด้วยคมดาบของผางเยว่ ชายหนุ่มสังหารคนที่อยู่ข้างหน้าให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ต้องไม่มีใครที่ยังมีชีวิตอยู่เื้ัของเขา เพราะเขาได้แบกแก้วตาดวงใจไว้บนแผ่นหลัง การต่อสู้ยังรอข้างหน้าอีกมาก ตวัดกระบี่แต่ละครั้งต้องสัมฤทธิ์ผล
ดุจพยัคฆ์แหวกเข้าฝูงสมัน ในไม่กี่อึดใจขันทีที่ยังมียังรอดจากคมดาบของผางเยว่ก็แตกหนีเอาชีวิตรอดไปคนละทิศคนละทาง
ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รดต้นคอเขา
“ท่านเป็อะไรหรือไม่” ผางเยว่เอ่ยถาม
“ข้านอนหลับสบายนัก เ้าอย่าได้กวนข้า”
ผางเยว่ยิ้มอย่างโล่งใจ
“ที่รักของข้า” เสวียนฮวากระซิบข้างหูเขาเบาๆ นางััได้ถึงชีพจรของผางเยว่ที่เต้นถี่แรงขึ้นทันที “เ้าได้ยินหรือไม่ เ้าเป็ที่รักของข้า ข้ารักเ้า”
“ขอรับ” เขาตอบเบาๆ แล้วก็พาร่างวิ่งไปข้างหน้าดุจม้าห้อตะบึง
เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์อุกอาจะขึ้นประการหนึ่ง และด้วยเหตุที่ผางเยว่ฝีมือลึกล้ำอีกประการหนึ่ง กว่าที่นายพลผู้รักษาวังหลวงและพระนครไคฟงจะรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น...ผางเยว่ก็สังหารขันทีไปแล้วสามสิบกว่าคน สังหารทหารองครักษ์ที่เฝ้าเวรยามที่ประตูหลังของวังหลวงจนตายสิ้น รวมทั้งหมดแล้ว ภายในเวลาเพียงก้านธูปเศษ ผางเยว่ก็สังหารคนตายรวมไปทั้งหมด 65 คนแล้วพาฮองเฮาหนีพ้นกำแพงวังหลวงได้สำเร็จ
แต่ปลายทางเขานั้นคือหยวินหนาน และการที่เขาจะพาทั้งตัวเองและฮองเฮาหนีให้พ้นจากกำแพงเมืองไคฟงนั้น ก็เป็เื่ที่แทบเป็ไม่ได้เลย