ทว่า ในขณะที่ความวุ่นวายกำลังจะจบลง น้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยไอสังหารอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากประตูด้านหลังเรือนโถง
"เกิดเื่อันใดขึ้น เหตุใดจึงมีเสียงเอะอะโวยวายกลางเรือนโถงของเปิ่นหวัง!"
‘มู่หรงเหยียน’ ในชุดลำลองสีดำสนิท ก้าวเข้ามาในห้องโถง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง ดวงตาคมกริบดุดันจับจ้องตรงมาที่เซี่ยชิงหลานทันที!
การปรากฏตัวของเสิ่นอ๋องทำให้อากาศในเรือนโถงคล้ายจะจับตัวเป็น้ำแข็ง บรรดาอนุที่เหลืออยู่พากันคุกเข่าลงกับพื้นจนร่างสั่นเทา อนุหลิ่วที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำชาและรอยพุพอง รีบใช้โอกาสนี้คลานเข้าไปใกล้เท้าของมู่หรงเหยียน บีบน้ำตาไหลอาบแก้ม ร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับใจจะขาด "ท่านอ๋อง... ฮือ... ท่านอ๋องช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ พระชายา... พระชายาทรงกริ้วที่หม่อมฉันทำน้ำชาหกใส่พื้นโดยมิได้ตั้งใจ จึงสั่งกักบริเวณและตัดเบี้ยหวัดหม่อมฉัน ทั้งยัง... ทั้งยังปัดถ้วยชาร้อนๆ นี้ราดรดตัวหม่อมฉันจนาเ็เพคะ!" อนุหลิ่วเอ่ยฟูมฟาย บิดเบือนความจริงอย่างหน้าด้านๆ เพื่อหวังให้สวามีจัดการสตรีตรงหน้า มู่หรงเหยียน หลุบสายตามองอนุหลิ่วด้วยความนิ่งเฉย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเซี่ยชิงหลาน ที่ยังคงยืนหลังตรงสง่างาม ใบหน้าของนางไร้ความตื่นตระหนก มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก แววตาคู่สวยนั้นนิ่งสงบราวกับกำลังนั่งชมงิ้วฉากหนึ่ง
"พระชายา... เ้ามีสิ่งใดจะแก้ตัวหรือไม่?" มู่หรงเหยียนเอ่ยเสียงต่ำ ไอสังหารกดดันแผ่ซ่านออกมารอบกาย เขายังคงระแวงว่าสตรีตระกูลเซี่ยผู้นี้จะเข้ามาสร้างความวุ่นวายในจวนของเขา ชิงหลานขยับพัดขนนกในมือเบาๆ ท่วงท่าเยือกเย็นดุจสายน้ำ "แก้ตัวงั้นหรือเพคะ? หม่อมฉันมิมีสิ่งใดต้องแก้ตัวเพคะ ทุกอย่างเป็ไปตามที่อนุหลิ่วกล่าว... หม่อมฉันสั่งกักบริเวณนางหนึ่งเดือน และตัดเบี้ยหวัดสามเดือนจริง"
"เ้าช่างใจกล้านัก แต่งเข้าจวนวันแรกก็สร้างความวุ่นวาย ลงทัณฑ์คนของเปิ่นหวังตามใจชอบ!" มู่หรงเหยียนก้าวเข้ามาใกล้รวบรัด แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้อากาศรอบตัวอึดอัดขึ้นทวีคูณ ชิงหลานไม่ถอยหนี นางสบสายตาดุดันนั้นตรงๆ "หม่อมฉันไม่ได้ทำตามใจชอบ แต่ทำตาม 'กฎระเบียบของราชสำนักและจวนอ๋อง' ต่างหากเพคะ อนุหลิ่ววาจาสามหาว วิพากษ์วิจารณ์พระชายาเอก ที่ได้รับพระราชทานสมรสลับหลัง ทั้งยังทำกิริยาซุ่มซ่ามซัดน้ำชาร้อนจัดเข้าหาหม่อมฉัน หากหม่อมฉันมิใช้พัดปัดป้อง บัดนี้ผู้ที่ต้องนอนาเ็พุพองคงเป็หม่อมฉัน ที่เป็พระชายาเอกของท่าน... ท่านอ๋องอยากให้เื่ที่อนุในจวนสาดน้ำชาทำร้ายพระชายาเอกล่วงรู้ไปถึงพระกรรณของฝ่าา และ เสด็จแม่ในวังหลวง จนจวนเสิ่นอ๋องถูกครหาว่าไร้ขื่อแปงั้นหรือเพคะ?" คำย้อนถามอันเฉียบคมและเท่าทันคนของชิงหลาน ทำให้มู่หรงเหยียนชะงักไปชั่วครู่ หัวใจของเขาไหววูบด้วยความประหลาดใจ สตรีตรงหน้าฉลาดเป็กรด นางไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายเพื่อขอความเห็นใจ แต่ใช้ 'กฎระเบียบ' และ 'ผลประโยชน์ของจวนอ๋อง' มาเป็เกราะกำบังได้อย่างไร้ที่ติ
เมื่อหันไปมองอนุหลิ่วที่เริ่มลนลานและหลบสายตา มู่หรงเหยียนผู้ผ่านศึกามานับไม่ถ้วนย่อมดูออกทันทีว่าใครพูดจริงใครโกหก
"ในเมื่อพระชายาจัดการตามกฎระเบียบ... เช่นนั้นก็เป็ไปตามที่พระชายาสั่ง ลากตัวอนุหลิ่วออกไป!" มู่หรงเหยียนโบกมือสั่งเสียงเฉียบขาด
"ท่านอ๋อง! ไม่นะเพคะ! ท่านอ๋อง!" อนุหลิ่วกรีดร้องเสียงหลงก่อนจะถูกบ่าวไพร่ลากตัวออกไปทันที บรรดาอนุคนอื่นๆ ต่างพากันขวัญหนีดีฝ่อ รีบขอตัวทูลลากลับเรือนของตนเองไปอย่างรวดเร็ว ภายในเรือนโถงเหลือเพียงมู่หรงเหยียนและเซี่ยชิงหลาน ทั้งสองยืนประจันหน้ากันชั่วครู่ มู่หรงเหยียนจ้องมองใบหน้างดงามล่มเมืองของชายาป้ายแดงด้วยสายตาที่ลึกล้ำยากจะคาดเดา "เ้าฉลาดกว่าที่ข้าคิด... เซี่ยชิงหลาน" เขาเอ่ยเสียงเรียบ
"หม่อมฉันเพียงแต่รักษาเกียรติยศให้ท่านอ๋องเพคะ" ชิงหลานย่อกายคารวะอย่างห่างเหิน "หากมิมีสิ่งใดแล้ว หม่อมฉันขอตัวกลับเรือนท้ายจวนก่อนเพคะ" นางหมุนตัวเดินจากไปทันที ทิ้งให้มู่หรงเหยียนยืนมองตามแผ่นหลังบางนั้นไปด้วยความรู้สึกสับสน ระคนสนใจในตัวนางมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
.
.
ยามค่ำคืน ณ เรือนพักท้ายจวนอันเงียบสงบ ชิงหลานนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้ แสงเทียนวับแวมสะท้อนใบหน้ามุ่งมั่น ข้างกายของนางคือชุ่ยเอ๋อร์ที่กำลังจัดเตรียมบัญชีและเอกสารลับที่ชิงหลานสั่งให้ไปรวบรวมมา
"พระชายาเ้าคะ นี่คือโฉนดร้านค้าสองคูหาที่ถนนสายหลักที่ฮูหยินใหญ่ยกให้เพคะ บ่าวไปสำรวจมาแล้ว คูหาหนึ่งเคยเป็ร้านขายเครื่องประดับเก่า แต่อยู่ในทำเลที่ดีเยี่ยมผู้คนพลุกพล่านมากเ้าค่ะ" ชุ่ยเอ๋อร์รายงานเสียงเบาด้วยความตื่นเต้น ชิงหลานหยิบโฉนดที่ดินขึ้นมาดู นิ้วเรียวบางลูบไปบนตัวอักษร แววตาประกายแสงแห่งความโลภ... เอ๊ย ความมุ่งมั่นในเชิงธุรกิจ ???? ชาตินี้นางจะใช้ร้านค้านี้บังหน้าเพื่อขยายกิจการลับๆ ร่วมกับอี้เหวินซวี่ เพื่อสะสมเงินทองให้มากพอในการหย่าร้างและใช้ชีวิตอย่างอิสระ "ดีมากชุ่ยเอ๋อร์ พรุ่งนี้เ้าจงนำเงินสินเดิมส่วนหนึ่ง แอบออกไปจ้างช่างมาปรับปรุงร้านค้า และนัดพบคุณชายสามตระกูลอี้ ให้ข้าที ข้ามีสูตรใบชาพิเศษและแผนการตลาดที่จะร่วมลงทุนกับเขา" ชิงหลานสั่งการอย่างเฉียบขาด "เพคะพระชายา บ่าวจะจัดการให้เงียบที่สุดมิให้คนในจวนรู้เพคะ" ชิงหลานพยักหน้า นางมองออกไปนอกหน้าต่าง ค่ำคืนนี้ช่างเงียบสงบ แผนการของนางกำลังดำเนินไปด้วยดี... ทว่า ในความมืดมิดภายนอกเรือนนั้น ร่างสูงสง่าของมู่หรงเหยียนในชุดพรางตากำลังยืนแอบซ่อนอยู่ใต้เงาไม้ใหญ่ สายตาคมกริบ ดุดันของเสิ่นอ๋องจับจ้องเข้ามาในห้องของชิงหลานผ่านรอยเปิดของหน้าต่าง เขาได้ยินแว่วๆ เื่การติดต่อบุรุษภายนอกและการทำสิ่งลึกลับ!