หนิงเชี่ยนพูดจบก็วิ่งไปยังห้องของพี่ชายคนรอง หยิบวิทยุติดตามตัวที่วางอยู่บนโต๊ะมาติดตรงเอวของเขา
สือเจียงหย่วนอยากจะหัวเราะแต่ก็ไม่กล้า เพราะเขารู้สึกว่าการติดวิทยุติดตามตัวไว้ที่เอวแบบนี้มันแปลกๆ จนไม่รู้จะอธิบายยังไง
และเขาก็พบว่าคังอิงก็คงคิดเช่นนี้เหมือนกัน เธอไม่เคยติดวิทยุติดตามตัวไว้ที่เอวเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆ เธอเพียงแค่ใส่มันไว้ในกระเป๋าเท่านั้น
แต่ก่อนสือเจียงหย่วนคิดว่าเวลาวิทยุติดตามตัวดังแล้วหยิบขึ้นมาจากแถวเอวมันตลกมาก แต่ทว่าคนที่อยู่รอบตัวเขาต่างก็ทำแบบนั้น เขาจึงเริ่มชินกับมัน
แต่หลังจากที่คังอิงซื้อวิทยุติดตามตัว สือเจียงหย่วนที่รู้สึกว่าตนเองที่โดดเดี่ยวแปลกแยก และคิดอะไรไม่เหมือนคนอื่น ในที่สุดก็พบเจอคนที่คิดเหมือนกัน การที่เขากับคังอิงมีมุมมองและความคิดเห็นเช่นเดียวกัน ทำให้เขารู้สึกว่าตนเองไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป
หลังจากหนิงชิ่งเซิงติดวิทยุติดตามตัวเรียบร้อย ก็ถือว่าแต่งตัวเสร็จแล้ว ตอนนี้เขาราวกับเป็นคุณชายรูปงามของอำเภอนี้
“เรียบร้อย แต่งตัวเสร็จแล้ว ก็ออกไปได้แล้วค่ะ นัดกับเขาหกโมงครึ่ง ตอนนี้หกโมงแล้ว ต้องรีบหน่อย เดินทางจากที่นี่ไปร้านนิวปารีสใช้เวลาสิบนาที ถึงก่อนเวลานัดดีกว่าไปสายนะ!”
หนิงเชี่ยนพูดจ้อไม่หยุด
“นี่ เธอยังเป็นแค่เด็กมัธยมปลาย รู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง? ทำไมรู้เรื่องพวกนี้ดีซะจริง”
หนิงชิ่งเซิงไม่พอใจ รู้สึกว่าน้องสาวของเขาไปเรียนรู้เรื่องไม่ดีมา พอพูดถึงเรื่องความรัก ก็รู้ดีไปเสียทุกอย่าง ไม่เอาใจใส่เรื่องเรียนเลย
“พี่คะ หนูทำเพื่อพี่นะ พี่ไม่เห็นหรือไงคะว่าพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้รักกันหวานชื่น อีกไม่นานก็จะมีลูกแล้ว แต่พี่กลับยังไม่คบกับใครเลย เอาแต่อยู่โดดเดี่ยวเปลี่ยวใจแบบนี้ พี่ไม่ร้อนใจบ้างหรือไง? ถึงพี่จะไม่สน แต่หนูหวั่นใจแทนพี่อยู่ดี”
หนิงเชี่ยนพูดอย่างกับคนแก่แดดแก่ลม
หนิงชิ่งเซิงเถียงกับเธอไม่ชนะ ใบหน้าเขาแดงก่ำอย่างช่วยไม่ได้ เขาจึงเตรียมตัวออกไปกับสือเจียงหย่วน
เดิมทีเขาวางแผนจะขี่มอเตอร์ไซค์ไป หลังจากได้ทำงาน หนิงชิ่งเซิงก็เก็บเงินซื้อมอเตอร์ไซค์ยามาฮ่า 125 ซีซี ตัวถังสีแดงสด เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายหรูหราสง่างาม
ปุ่มสตาร์ตระบบไฟฟ้าแสดงให้เห็นความโดดเด่นไม่ธรรมดา ผู้ขับขี่เพียงแค่กดนิ้วลงบนปุ่มสตาร์ตก็จะมีเสียงดัง ‘ฮึ่ม’ ขึ้นมา ไฟรถมอเตอร์ไซค์ก็จะติด แสงหน้ารถก็ส่องไปที่พื้นอย่างสง่างาม ปล่อยเบรกมือแล้วก็ค่อยๆ ขับออกไป ท่าทางเช่นนี้ทำให้สาวๆ ไม่รู้กี่คนพากันคลั่งไคล้มาเท่าไหร่แล้ว
ตอนนี้มอเตอร์ไซค์นำเข้าที่ทันสมัยและแพงที่สุดนั้นใช้ปุ่มสตาร์ตระบบไฟฟ้าเท่านั้น พอเปรียบเทียบกับการใช้เท้าสตาร์ตของมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อเจียหลิงสีดำสัญชาติจีน ก็เหมือนสุภาพบุรุษสวม ‘โรเล็กซ์’
พอชายหนุ่มในเมืองเล็กๆ อย่างหนิงชิ่งเซิงแต่งกายหรูหราสง่างาม ซ้ำยังขี่มอเตอร์ไซค์นำเข้าที่มีปุ่มสตาร์ตไฟฟ้า แค่ภาพลักษณ์แบบนี้ก็สามารถพิชิตใจสาวๆ ได้อย่างน้อยแปดส่วนแล้ว
ลองคิดดูสิว่า หากหนิงชิ่งเซิงสวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์ดัง แต่กลับขี่มอเตอร์ไซค์เจียหลิง 90 สีดำ ตอนสตาร์ตก็ต้องบิดสะโพกไปมา แล้วใช้เท้ากระทืบที่คันสตาร์ตแรงๆ บางทีอาจสตาร์ตไม่ติด ต้องออกแรงอยู่สิบกว่ารอบจนเหงื่อแตกพลั่ก ภาพลักษณ์ที่แสนสง่างามที่เขาพยายามสร้างขึ้นมาก็จะหายไปหมด...
ดูเหมือนการสร้างภาพลักษณ์เป็นคุณชายในเมืองเล็กๆ นี้ ก็ใช้เงินไม่น้อยอยู่เหมือนกัน
หนิงชิ่งเซิงเห็นว่าพี่ชายจะไปกับเขาด้วย จึงบอกสือเจียงหย่วนว่า “พี่ครับ พี่ขับรถพาผมไปหน่อยสิ”
ถึงแม้ว่ารถจี๊ปจะดูดิบเถื่อนไปบ้าง แต่ยังไงมันก็เป็นรถ ตราบใดที่มีรถยนต์ ผู้คนในอำเภอเล็กๆ นี้ก็จะมองว่าเป็นคนมีระดับ
ก่อนจะออกจากบ้าน หนิงชิ่งเซิงยังทาแว็กซ์ใส่ผมด้วย ถ้านั่งรถจี๊ปไปก็ไม่ต้องกลัวว่าทรงผมจะเสียทรง
สือเจียงหย่วนเห็นว่าหนิงชิ่งเซิงยอมประนีประนอมอย่างมาก ดูท่าอีกฝ่ายก็คาดหวังกับการดูตัวอยู่เหมือนกัน ชายหนุ่มจึงได้แต่แย้มยิ้มโดยไม่พูดอะไร เขาขับรถไปส่งหนิงชิ่งเซิงยังร้านอาหารตะวันตก นิวปารีส
การกินสเต๊กในร้านอาหารตะวันตกตอนดูตัว ถือเป็นวิธีตามสมัยนิยมของคนหนุ่มสาวในอำเภอนี้
หนิงชิ่งเซิงกับสือเจียงหย่วนลงจากรถ เดินเข้าไปในร้านอาหาร หนิงชิ่งเซิงมองไปรอบๆ แต่กลับไม่เห็นสาวสวยที่แม่ของเขาเคยพูดถึง เขาจึงเดินไปยังโต๊ะหมายเลข 14 ที่จองไว้ แล้วนั่งลงกับสือเจียงหย่วน
พนักงานเสิร์ฟเดินมาหาพวกเขาแล้วถามว่าต้องการสั่งอาหารเลยหรือไม่ หนิงชิ่งเซิงตอบว่ารออีกสักครู่ รอเพื่อนมาก่อน
สือเจียงหย่วนหาวออกมา จู่ๆ ก็รู้สึกว่าการดูตัวแบบนี้ช่างน่าเบื่อจริงๆ
เขาถึงไม่กระตือรือร้นที่จะหาแฟนหรืออะไรพวกนี้ ให้ไปนั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนสนิทยังดีกว่า หรือให้นั่งดื่มพลางพูดคุยกับคังอิงก็น่าสนใจกว่าการมาทนนั่งกระมิดกระเมี้ยนอยู่ในงานดูตัวแบบนี้ตั้งเยอะ
ทว่าสือเจียงหย่วนยังหาวไม่ทันสุด ก็หาวต่อไปไม่ได้อีก ได้แต่อ้าปากกว้างค้างอยู่อย่างนั้น
เพราะเขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เขารู้จักกำลังเดินมาทางนี้ ให้ตายเถอะ! อู๋ฮวนนี่หว่า!
คู่เดตที่หนิงชิ่งเซิงจะต้องดูตัวคงไม่ใช่หล่อนหรอกนะ?
คิดไม่ถึงว่าเรื่องที่เขาวิตกกลับเป็นจริง เห็นอู๋ฮวนเดินมาถึงโต๊ะของพวกเขา จากนั้นหล่อนก็ยิ้มแย้มแจ่มใสแนะนำตัว
“ฉันชื่ออู๋ฮวน คุณคือชิ่งเซิงใช่ไหมคะ?”
หนิงชิ่งเซิงมองแวบเดียวก็เห็นว่าหญิงสาวตรงหน้ารูปร่างหน้าตาสวยงาม แถมยังสูงโปร่งอีกต่างหาก ในใจเขาพลันรู้สึกประทับใจเธอขึ้นมาแล้วบ้าง เขารีบลุกขึ้นยืนแล้วบอกว่า
“สวัสดีครับ ผมหนิงชิ่งเซิงครับ”
จากนั้นหนิงชิ่งเซิงก็ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษแล้วเชิญเธอนั่งลง
สือเจียงหย่วนขยับเข้าไปด้านใน เพื่อให้หนิงชิ่งเซิงกับอู๋ฮวนได้นั่งเผชิญหน้ากัน ส่วนตัวเขานั่งเป็นหลอดไฟ [1] อยู่ด้านข้าง ตั้งใจจะอยู่อย่างเงียบๆ
แต่ถึงอย่างนั้นหนิงชิ่งเซิงกลับแนะนำเขาขึ้นมา “นี่พี่ชายของผมครับ สือเจียงหย่วน”
วันนี้อู๋ฮวนมาคนเดียว มีคนช่วยแนะนำให้เธอรู้จักกับหนิงชิ่งเซิง ลูกชายคนรองของท่านหัวหน้าหนิง ทางครอบครัวของเธอก็ยินดีอย่างมาก
ยิ่งได้ยินว่าหนิงชิ่งเซิงทำงานอยู่ที่สำนักงานพาณิชย์ฯ แถมยังหน้าตาหล่อเหลา เมื่อเทียบกับฟู่ซินหลางแล้วช่างต่างกันราวฟ้ากับดิน
อู๋ฮวนเข้าใจความหวังดีของพ่อกับแม่ ตอนที่เธอเดินมาถึงร้านอาหารตะวันตก เธอเห็นสือเจียงหย่วนอยู่ไกลๆ ตอนแรกเธอยังแอบดีใจ
เพราะก่อนหน้านี้เธอเคยเจอสือเจียงหย่วนกับคังอิงที่โรงพยาบาล ตอนนั้นเธอเข้าใจผิดคิดว่าเขาคือ ‘หนิงชิ่งเซิง’ คิดไม่ถึงว่าเขาเป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องของหนิงชิ่งเซิง…
หนิงชิ่งเซิงเองก็ดูไม่เลว ถึงแม้จะเป็นแบบกลางๆ ทั่วไป แต่พอแต่งตัวดีๆ แล้วก็ดูโดดเด่นมาก
หากเป็นปกติ หนิงชิ่งเซิงคงสามารถดึงดูดความสนใจของอู๋ฮวนได้ แต่เพราะมีสือเจียงหย่วนอยู่ข้างๆ หนิงชิ่งเซิงจึงดูด้อยลงไปมาก ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอก บุคลิก หรือแม้แต่การแต่งกาย
หนิงชิ่งเซิงสวมใส่เสื้อผ้าทันสมัยและมีราคาแพง อู๋ฮวนเป็นคนช่างสังเกต เธอดูออกว่าหนิงชิ่งเซิงนั้นตั้งใจแต่งตัวมาก แต่คนที่ไม่ทำตัวเป็นจุดสนใจอย่างสือเจียงหย่วน แค่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างสบายๆ ตามอารมณ์ แต่อย่างไรก็ตามท่าทางไม่แยแสสนใจของเขาดูเหมือนจะแผ่อออร่าชนิดหนึ่งออกมาจางๆ และกลับมีอะไรบางอย่างที่ทำให้อู๋ฮวนคลั่งไคล้ขึ้นไปอีก
สือเจียงหย่วนตัดสินใจแล้วว่ากลับไปจะต้องเตือนหนิงชิ่งเซิงว่าผู้หญิงคนนี้ไม่น่าคบ อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเธอเลย ยังไม่ได้แต่งงานก็ไปคบหาดูใจกับคนอื่น แถมยังทำให้ครอบครัวของคนอื่นแตกแยก ผู้หญิงแบบนี้จะเป็นคนดีได้อย่างไร?
ความรู้สึกของสือเจียงหย่วนที่มีต่ออู๋ฮวนคือเต็มไปด้วยความรังเกียจ ทว่าอู๋ฮวนสนใจเขามาก ระหว่างกำลังคุยกับหนิงชิ่งเซิง หล่อนมักจะแอบมองสือเจียงหย่วนเป็นระยะๆ
หล่อนเห็นว่าสือเจียงหย่วนเป็นคนเคร่งขรึมไม่ค่อยพูดจา ท่าทางเย็นชา
แต่เขากลับแผ่ออร่าเฉื่อยชา และไม่แยแสสิ่งต่างๆ ออกมาจากภายในตามใจชอบ ออร่าแบบนี้เป็นของคนที่มีความสามารถแข็งแกร่งเท่านั้น ทำเอาหล่อนถูกดึงดูดโดยไม่รู้ตัว
เชิงอรรถ
[1] หลอดไฟ เป็นสแลงที่หมายถึง บุคคลที่สาม ซึ่งเป็นแขกไม่พึงประสงค์ หรือส่วนเกิน