เมื่อถึงเวลาพักกองทีมงานต่างก็แยกย้ายกันไปทานอาหารกลางวัน ที่ทางโรงแรมเตรียมไว้อำนวยความสะดวกด้วยอาหารบุฟเฟต์ในห้องจัดเลี้ยงขนาดเล็ก ซึ่งจุคนได้ราวห้าสิบคน
พลอยพิมพ์มองนาฬิกาเห็นว่าเป็นเวลาใกล้เที่ยงจึงเดาว่ากงจักรอาจยังอยู่ในห้องทำงานหล่อนจึงบอกกับธุรกิจกองถ่ายว่าขอเวลาสักหนึ่งชั่วโมงแล้วจงใจพูดเผื่อว่าคนฟังจะช่วยขยายความ ‘พอดีแฟนพลอยเขาเป็นเจ้าของโรงแรมนี้น่ะค่ะพลอยก็เลยกะว่าจะไปทานข้าวเที่ยงเป็นเพื่อนเขา” หล่อนแสร้งเอามือปิดปาก “อุ๊ย! แต่พี่อย่าเอ็ดไปนะคะ เพราะพลอยยังไม่เคยบอกใคร’
เป็นไปตามคิดทันทีที่ธุรกิจของกองถ่ายทราบความก็คุยให้ทีมงานฟัง แล้วเรื่องพรรค์นี้ประเภทใครคบอยู่กับใครพวกนักข่าวนั้นชอบนักเชียว ยิ่งข่าวนั้นปูดออกมาจากเจ้าตัว ยิ่งไม่ต้องหา ‘มูล’
แค่นี้พวกนักข่าวก็จะได้เอาเรื่องของฉันไปเขียนถึงชาวบ้านชาวช่องจะได้รู้ซะที ว่าฉันรู้จักกับคุณในฐานะอะไร
ผู้หญิงสวยในชุดไทยก้าวเดินอย่างมาดมั่น เป็นครั้งแรกที่หล่อนเยื้องกรายมาหาเขาในช่วงเวลางานเมื่อมาถึงหน้าห้อง แววตาไร้มิตรคู่หนึ่งก็ส่งสัญญาณเขียวปั้ดใส่
“มาหาใคร”กมลาสวมวิญญาณนางร้ายขึ้นก่อน
“คุณกงจักรอยู่ไหม ฉันมีธุระจะคุยด้วย”
กมลาแกล้งทำหูทวนลม แล้วก็ตอบเสียงเรียบเรื่อย “ถ้าไม่นัดก็คงต้องมาวันหลัง”
“บอกเขาว่าฉันพลอยพิมพ์แวะมาหา ฉันถ่ายแบบอยู่ข้างล่าง” ดาราสาวเริ่มจะเก็บอาการไม่อยู่เมื่อรับรู้ได้ถึงรังสีความเกลียดชัง...แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าหล่อนเคยมีเรื่องใดขัดใจกับผู้หญิงคนนี้
กมลายังคงทำทองไม่รู้ร้อน พลอยพิมพ์แทบจะเหลืออด “นี่เธอเป็นเลขาฯประสาอะไร ถึงไม่รู้ว่า ฉันเป็นแฟนของเขาเธอน่าจะรู้นะ...ว่าใครเป็นใคร”
ดวงตาขวางจ้องเอาเรื่อง หากกมลาก็ไม่ยอมลงรอยให้ลุกขึ้นจากโต๊ะมายืนขวาง เมื่อเห็นว่าพลอยพิมพ์ตั้งท่าจะเข้าห้อง “ขอโทษนะ...เพราะฉันเป็นเลขาฯ ฉันถึงต้องทำหน้าที่ที่เจ้านายสั่งไว้คุณกงจักรไม่อนุญาตให้ใครเข้าพบในเวลานี้ ส่วนคุณจะเป็นใคร อันนี้ฉันไม่ทราบเพราะเท่าที่รู้มา ไม่เคยได้ยินว่าเจ้านายของฉันมีแฟน”
“ถ้าอย่างนั้นก็รู้ไว้ซะ ว่าฉันเป็นแฟนของเจ้านายแก”
พลอยพิมพ์ดันตัวเบี่ยงผ่านประตูทางเข้าจนฝ่ายนั้นเกือบล้มหน้าหงาย หล่อนจึงยิ้มเยาะ และพูดเป็นเชิงเตือนทิ้งท้าย “เป็นแค่ขี้ข้า อย่ามาสะเออะ”
เสียงประตูปิดดังโครมในขณะที่เจ้าของห้องกำลังหน้าบอกบุญไม่รับ...ท่าทางเขาคงไม่อยากรับแขกสักเท่าไหร่แต่ผู้หญิงที่มีจริตร้อยเล่มเกวียนอย่างพลอยพิมพ์ ก็รู้จักเอาน้ำเย็นเข้าลูบหล่อนพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน และปรี่เข้าไปประจบด้านข้างไม่รอให้ฝ่ายชายเอื้อนเอ่ยคำ
“ทูนหัวขา...พลอยคิดถึงจังเลย...มาทำงานถ่ายแบบตั้งแต่เช้าก็ไม่เห็นทูนหัวจะลงไปให้กำลังใจสักนิด คิดแล้วมันก็น่าน้อยใจ”
สีหน้าเบื่อหน่ายของกงจักรไม่มีปิดบัง “พลอยเข้ามาทำไม ในเมื่อผมสั่งตั้งหลายครั้งว่าเวลาทำงานผมไม่ชอบให้ใครเข้ามาก้าวก่าย”
“พลอยก็ไม่ได้มากวนใจอะไรทูนหัวเลยนะแค่จะมาชวนลงไปทานข้าวก็เท่านั้นเอง นี่มันก็เลยเที่ยงแล้ว ทูนหัวไม่หิวเหรอคะจะทานอะไรดี หรือว่าจะสั่งขึ้นมาทานข้างบน เดี๋ยวพลอยจะได้จัดการให้”
“ผมไม่หิว”
พลอยพิมพ์จึงเลิกตอแยแต่เปลี่ยนเรื่องมาฟ้องถึงพฤติกรรมเลขาฯหน้าห้อง “จักรต้องจัดการให้พลอยด้วยนะคะ แม่เลขาฯหน้าห้องของจักรน่ะพูดจาไม่ดีกับพลอยเลย”
ชายหนุ่มจึงถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย “พลอยหมดธุระรึยัง ผมจะทำงานต่อ”
เขาเอ่ยปากเป็นเชิงไล่แต่หล่อนก็ยังอดทนระงับความรู้สึก ถ้าเปรียบตัวหล่อนเป็นกระโถนนี่ก็คงนับเป็นครั้งที่ร้อยที่พันแล้วกระมังที่หล่อนต้องคอยรองรับอารมณ์ทุกเรื่องของเขาบางครั้งความน้อยใจมันก็ปรี่ขึ้นมาจุกอยู่กลางอก จนอยากจะตะโกนดังๆใส่หน้าแต่สุดท้ายหล่อนก็เลือกที่จะหลบจะหลีกทาง
หญิงสาวแสร้งยิ้มหวานให้ “งั้นพลอยไม่กวนจักรละ เดี๋ยวเราค่อยคุยกันใหม่ ตอนเย็นพลอยโทรหานะคะ”
ในขณะที่หมุนตัวกลับเสียงโทรศัพท์ที่หล่อนถือติดมาด้วยก็ดังขึ้นทีแรกหล่อนก็นึกว่าคนในกองถ่ายคงโทรศัพท์มาตามตัว แต่พอดูชื่อของสายที่โทรเข้าหล่อนก็รีบรุดออกจากห้องทันใด
ผ่านหน้าโต๊ะกมลาอีกครั้งปรายตามองก็เห็นแม่นั่นวางท่าผยอง ชูคอราวกับผู้กำชัยชนะ...ฝากไว้ก่อนเถอะแล้วจะได้เห็นดีกัน
พอเดินเลี่ยงจากจุดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังถี่ขึ้นอีกหลายครั้ง หญิงสาวมองซ้ายขวาไม่เห็นใครจึงกดรับพลางนึกอยู่ในใจว่าทำไมคนทางปลายสายถึงโทรมา
“สวัสดีค่ะท่าน พลอยกำลังติดถ่ายโฆษณาที่โรงแรมอยู่ค่ะท่าน” หญิงสาวพูดจาไพเราะรื่นหู แต่หางตาที่มองโทรศัพท์กลับแสดงอาการตรงกันข้าม
“เธอแน่ใจเหรอ ว่าไม่ได้พูดโกหก”
“พลอยพูดจริงค่ะท่าน เพียงแต่ตอนนี้พักกองเท่านั้น”
“พักกอง...แล้วทำไมต้องแล่นขึ้นไปหาผู้ชายที่ชั้นบน” เสียงเขาทุ้มต่ำ และดูเหมือนเขาจะรู้เรื่องว่าหล่อนอยู่ที่ไหนกำลังทำอะไร
“แหมท่านคะ...พลอยก็แค่แวะมาทักทายกันตามประสาท่านก็รู้ไม่ใช่เหรอคะ ว่าพลอยน่ะจริงใจกับท่าน”หล่อนทำปากหวานเอาใจ
ปลายสายยังคงหงุดหงิด “เธออย่าเอาละครมาใช้ในชีวิตจริงให้มากนัก”
เขาตัดสายทิ้ง...พลอยพิมพ์ได้แต่กำโทรศัพท์แน่นไม่รู้ใครแอบไปบอกตาแก่นั่นว่าหล่อนมาหากงจักร อ้อ! ลืมไป ว่าเขาหูตาอย่างกับเป็นสับปะรด แล้วนี่ก็ถิ่นของเขานึกแล้วก็ไม่สงสัยใคร หญิงสาวจึงชะโงกหน้ากลับไปมองหน้าห้องทำงานกงจักรอีกครั้งแล้วก็สบตาตรงๆกับกมลา
หล่อนเห็นแววเยาะกึ่งเย้ยจากแม่นั่น!
................................................จบตอนที่ 11