บทที่สี่
ตอบแทนพันเท่า
หลังจากที่ยามราตรีที่พบเจอเื่น่าตกตะลึงผ่านพ้นมาหลังจากที่มองเห็นราคาของเ้าเพิ่มสิ่งที่มันถูกขายอยู่ภายในร้านค้า
ภายในใจของจวนหยวนรู้สึกว่ามันนั้นเป็ของที่ไร้ประโยชน์ในทันที
มิใช่ว่าของที่อยู่ภายในนั้นนั้นไร้ประโยชน์แต่เพราะว่าต้องเสียงที่ปรากฏขึ้นมาฉันอยู่ห่างความเป็จริง
การซื้อของภายในนั้นจำเป็จะต้องใช้เงินซึ่งนั่นคือสิ่งที่คนที่ยากจนเช่นเขานั้นขาด
ด้วยราคาของความเพียงแค่สามอย่างที่ถูกขายอยู่ภายในร้านค้าทั่วไปมันก็มีราคาสูงเป็อย่างมาก
โดยภายในยุคสมัยนี้ซาลาเปาหนึ่งลูกมีราคายังไม่ถึง10 อีแปะ แล้วดูเ้าของที่มันถูกขายอยู่ขายในร้านสิเ้าของที่มันถูกมีขายอยู่ภายในร้านค้าโดนแล้วเป็ของที่มีราคาสูงทั้งสิ้น
ราคาของพวกมันสูงลิบลิ่วจนไปถึงหนึ่งจำเลยโดยราคาหนึ่งตำลึงถ้าจะให้ลองเปรียบเทียบดูแล้วคนใช้แรงงานเช่นเขาที่เป็ทาสแทบจะไม่มีโอกาสที่จะได้หรือว่าจับต้องเงินที่นั่นเลย
จริงอยู่ที่ว่าภายในสถานที่แห่งนี้หลังจากที่มาเกิดใหม่ภายในบ้านแห่งนี้และลองฟื้นความทรงจำดูแล้ว
จึงทำให้ได้รู้ว่าถึงแม้ว่าภายในยุคสมัยนี้จะคล้ายคลึงกับราชวงศ์ิแต่มันเองก็ไม่ได้เหมือนกันเสียทีเดียว
ทั้งสถานที่ประวัติศาสตร์ล้วนแล้วแต่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็เมืองประวัติศาสตร์หรือผู้คนล้วนแล้วไม่เหมือนกัน
เรียกได้ว่ามันคือโลกใบใหม่ที่มีเพียงแค่อารยธรรมเดิม
โดยภายในยุคสมัยนี้คนที่มีฐานะเป็ทาสแทบจะไม่ได้รับการเคารพเดี๋ยวไม่มีการให้เกียรติเลยแม้แต่น้อย
มองต่ำต้อยไม่ได้แตกต่างจากสิ่งมีชีวิตไร้ค่ามีหน้าที่เพีบงเพื่อทำประโยนช์ให้นายเท่านั้น
แต่ถ้าจะเทียบจากอัตราเงินของผู้ที่ได้รับเงินหนึ่งตำลึงคงจะทำงานเป็เวลานานกว่าที่จะได้รับเงินส่วนนี้มา
ร่างกายตอนนี้ค่อยค่อยดีขึ้นเรื่อยเรื่อยหลังจากที่พักอยู่ภายในโรงหมอแห่งนี้มาสักพัก
ยามนี้ร่างกายของจางหยวนเริ่มดีขึ้นเค้าเริ่มขยับร่างกายของตนเองได้สะดวกแล้วก็เริ่มไม่รู้สึกเ็ปกับแบบแผนที่ปรากฏขึ้นแล้ว
ยามที่นั่งอยู่บนเตียงะโลงมาจากเตียงอย่างรวดเร็วเพื่อลองทรงตัวแล้วลองขยับเขยื้อนร่างกาย
ในขณะที่ลองขยับเขยื้อนร่างกายมีหมอเฒ่าผู้นั้นคอยมองดูอยู่ห่างๆ
ตลอดหลายวันที่ผ่านมาอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้รู้สึกชื่นชมหมอผู้นี้เป็อย่างมาก
แม้ว่าจะไม่รู้จักกันเป็พิเศษแต่ว่าคนผู้นี้ดูไม่ได้รังเกียจเช่นเขาซึ่งสามารถตอบได้ในทันทีเลยว่าคนที่ไม่ได้รังเกียจทาสเช่นเขาในยุคสมัยนี้มีน้อยยิ่งนัก
เท้าทั้งสองข้างััลงทีเสยพร้อมกับขยับร่างกายของตนเองไปมา
เมื่อมองเห็นว่าบุรุษหนุ่มผู้นี้ร่างกายเริ่มดีขึ้นชายชราผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าพยักหน้าขึ้นลงอย่างพึงพอใจแล้วก็พูดขึ้น “ การาเ็ของเ้าดีขึ้นแล้วในวันพรุ่งนี้ก็สามารถออกไปจากสถานที่อย่างนี้ได้แล้ว ”
“ ว่าช่างน่าเสียดายขาของเ้ากระดูกหักโดนตัดเส้นเอ็นมาเป็เวลานานไม่สามารถรักษาได้” หมอเฒ่าที่อยู่เบื้องหน้ากล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่หนักใจ
ในตอนนี้ขาหนึ่งข้างของจางหยวนยังคงไม่สามารถใช้งานได้เป็เพราะว่าโดนตัดเส้นเอ็นรหัสกระดูกมาเป็เวลาหลายปีอย่างนี้คงจะไม่สามารถรักษาหายได้แล้ว
เขารู้ตัวดีว่าตนเองก็ต้องกายเป็คนพิการตลอดชีวิตแม้ว่าจะมีใบหน้าที่หล่อเร้าประมาณนึงแต่ว่าท่วงท่าการเดินนั้นไม่เคยสง่างามเหมือนกับคุณชายผู้อื่น
เมื่อเห็นท่านหมอกล่าวเช่นนั้นจรงหยวนมองต่ำลงดวงตาในตอนนี้มองต่ำลงไปที่บริเวณขาของตนเอง
ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาแล้วพูดกับไป “ ไม่เป็อันใดขอรับข้ารู้อยู่แล้วว่าอย่างไรก็ไม่สามารถกลับมาใช้งานได้อีก”
เมื่อท่านหมอผู้นี้เห็นว่าบุรุษหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าทำความเข้าใจเกี่ยวกับเื่นี้ได้จึงพยักหน้าตอบรับ
หลังจากนั้นมันก็แสดงใบหน้าที่ราวกับว่านึกบางอย่างออกมันล้วงมือเข้าไปภายในซื้อของตัวเองก่อนจะนำถุงบางอย่างออกมา
ท่านหมอผู้นั้นเก้าเข้ามาใกล้ใกล้พร้อมกับยื่นถุงผ้าสีขาวมาให้กับจางหยวน
จางหยวนเต็มไปด้วยความสับสนจ้องมองถุงผ้าลายลูกไม้ภายในมือของท่านหมอผู้นำอย่างสงสัย
“ อันใดอย่างนั้นหรือขอรับ? ” จางหยวนถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
ท่านหมอผู้นั้นยื่นมือมาใกล้ๆมากขึ้นเอกก่อนที่จะพูดขึ้น “ ผู้มีพระคุณของเ้าฝากสิ่งนี้เอาไว้ให้
จางหยวน ยื่นมือของตนเองไปรับมันเอาไว้ก่อนที่จะค่อยค่อยนำมันกลับมาดู
สิ่งที่อยู่ภายในมือเป็ถุงผ้าสีขาวลายลูกไม้ดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองอย่างสับสน
แต่ความรู้สึกที่สามารถััได้ในตอนนี้ดูเหมือนว่าด้านในจะมีบางอย่างอยู่
ตัดสินใจจะเปิดดูบริเวณด้านในเมื่อเปิดบริเวณปากถุงมองเห็นว่าภายในนั้นมันมีบางอย่างหรือจริงๆ
โดยสิ่งที่มันอยู่ภายในนั้นก็ไม่ได้ผิดจากที่เขาคิดสักเท่าไหร่โดยสิ่งที่มันอยู่ภายในนั้นมันก็คือเงิน
เงินจำนวนประมาณสามตำลึงถูกเก็บเอาไว้ภายในถุงผ้า “ นี่มันอันใดอย่างนั้นหรือขอรับ?”
“ อันใดอย่างนั้นรึก็เงินน่ะสิ? ”
“ ข้ารู้ขอรับว่ามันเป็เงินแต่ว่าข้าถามว่าเหตุใดเงินจำนวนมากมายขนาดนี้ถึงฝากเอาไว้?” หยวนเต็มไปด้วยความสับสนเพราะว่าเ้าสิ่งที่อยู่ภายในมือยามนี้ยอมรับเลยว่ามันเป็เงินจำนวนที่มาก
เงินสามตำลึงถือว่าเป็เงินที่มากสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้หลาย10 วันเลยทีเดียว
แต่เหตุใดยามนี้ผู้มีพระคุณที่ลงทุนช่วยเหลือถึงนำเอาเงินจำนวนนี้มามอบให้อีก
ท่านหมอผู้นั้นเดินไปบริเวณริมห้องจากนั้นก็ค่อยๆหยิบถ้วยยาเดินกลับมาอีกครั้ง “ นั่นสินะคงอยากจะช่วยละมั้งอย่างไรผู้มีพระคุณของเ้าก็เป็คนที่มีจิตใจที่เมตตาเป็อย่างมาก ”
“ ทาสอย่าเศร้านะผู้คนมากมายไม่ค่อยเห็นค่าหรอก แต่สว่านางกลับช่วยเหลือเ้า”
“ ท่านหมอรู้อย่างนั้นหรือขอรับว่านางเป็ผู้ใด? ”
หมอเฒ่ายิ้มแล้วตอบ “ เื่นั้นข้าบอกไม่ได้”
“ เห็นว่าเ้าเก็บเงินนั้นเอาไว้เพื่อที่จะใช้ชีวิตต่อไปเถอะในวันนึงถ้าพบเจอเ้าก็ตอบแทนนางเอาแล้วกัน ”
“ แต่ข้าคิดว่าอย่างไรเสียนางเองก็คงจะไม่ได้้าของตอบแทนอะไรเช่นนั้นหรอก”
จางหยวนหลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นเขากำถุงผ้าใส่เงินภายในมือแน่นหลังจากนั้นก็ยกมือทั้งสองข้างประสานกันคารวะท่านหมอที่อยู่เบื้องหน้าและพูดออกมา “ ข้าสาบานว่าวันนึงต้องตอบแทนนางมากกว่านี้เป็1000 เท่า ”
ในตอนนี้ภายในใจเต็มไปด้วยความซาบซึ้งเขาไม่เคยรู้สึกว่าตนเองนั้นซาบซึ้งแก่น้ำใจของผู้ใดมากเท่าครั้งนี้เลย
…
หลังจากนั้นอีกประมาณสองวันร่างกายหายดีแล้วก็ออกมาจากโรงหมอ
บุรุษหนุ่มวัย18 ปีแต่งกายด้วยชุดสีขาวเรียบง่าย ร่างกายสูงโปร่งมีใบหน้าที่หล่อเร้าเสียแต่ว่ากำลังเดินขาเป๋ ท่าทางการเดินที่ขาข้างหนึ่งพิการทำให้บุคลิกที่หล่อเ่าั้ไม่ได้สง่างามจนกลายเป็ที่ต้องตาของผู้คน
เขากำลังเดินอยู่บริเวณข้างถนนเส้นใหญ่ของเมืองจินหยวน
หลังจากที่ออกมาจากภายในโรงหมอท่านหมอผู้นั้นมอบถุงผ้าที่ใส่อาหารมาให้หนึ่งถุงแล้วก็ยังมอบยารักษาอีกจำนวนหนึ่งติดมาด้วยเพราะความสงสัย
จางหยวนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายแล้วคิดภายในใจ “ เ้าอย่างไรดีตอนนี้จำเป็ต้องหาเงินเพิ่ม เงินติดตัวในตอนนี้มีเพียงแค่สามตำลึง ”
ขณะที่กำลังเดินอยู่ข้างถนนแล้วก็กำลังเต็มไปด้วยความสับสนในเส้นทางที่ตนเองจะไปต่อ
ยามนี้คิดเพียงอย่างเดียวว่าจะหาเงินมาจากที่ใดมองไปทางซ้ายทางขวาก็มีแต่ผู้คนมากมายที่ไร้ซึ่งความใยดีกับคนพิการเช่นเขา
แต่ในขณะที่กำลังเดินไปบริเวณด้านหน้านั้นเองไม่ได้มองทางข้างหน้าจึงชนเข้ากับบางอย่าง
ร่างกายชนเข้ากับบางอย่างทีแข็งดุจหินผา “ ตู้บ!!! ”
จางหยวนร่างกายกระเด็นถอยหลังล้มลงไปนั่งอยู่กับพื้นพร้อมกับส่งเสียงอุทานออกมาเล็กน้อย “ โอ๊ย~ ”
ภายในหัวเต็มไปด้วยความมึนงงจางหยวนสั่นศีรษะของตนเองก่อนที่จะมองไปด้านหน้า
เมื่อมองเห็นกับสิ่งที่ตัวเองเดินชนเข้าดวงตาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความใหรือชายร่างั์ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าดวงตาที่ดุร้ายมองตาขวางใส่จางหยวน
มองเห็นเช่นนั้นภายในใจของจางหยวนเต้นรัวด้วยความตื่นกลัว “ น่ากลัว…”
จบบท