เรือนเหมยกุ้ย
“ท่านพี่ข้าเจ็บจังเลยเ้าค่ะ”เสวี่ยเหม่ยเหนียงหรืออนุเสวี่ยที่อยู่ในอ้อมกอดของไป๋หยางเจี๋ยเอ่ยด้วยสีหน้าน่าสงสาร
“ไม่เป็ไรเดี๋ยวพี่จะให้คนไปตามหมอที่ดีที่สุดในเมืองหลวงแห่งนี้มารักษาเ้าเอง”ไป๋หยางเจี๋ยกระชับอ้อมกอดของตนให้แน่นขึ้นแล้วเอ่ยกับอนุสาวด้วยน้ำเสียงห่วงใย
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะข้าเป็เพียงอนุจะเรียกหมอชื่อดังมารักษาคนอื่นอาจจะมองข้าไม่ดีนักนะเ้าคะ”เสวี่ยเหม่ยเหนียงเอ่ยเสียงเบาพร้อมกับหับกลับไปซบที่อกของชายคนรัก
“หึเ้าเป็เมียพี่ใครจะกล้าว่าเ้า” ไป๋หยางเจี๋ยเอ่ยปลอบคนในอ้อมแขน
“ถึงอย่างไรข้าก็เป็แค่อนุคงไม่กล้าเรียกใช้หมอชื่อดังหรอกเ้าค่ะ”เสวี่ยเหม่ยเหนียงแสร้งเอ่ยปฏิเสธเสียงเศร้า
“ใครจะมองเ้าอย่างไรก็ช่างเพราะในสายตาของพี่เ้าคือคนที่ดีที่สุด”ไป๋หยางเจี๋ยเอ่ยเสียงหวานแล้วจุมพิตที่แก้มนวลด้วยความรักใคร่
“ท่านพี่”อนุเสวี่ยเรียกชื่อของไป๋หยางเจี๋ยเสียงหวานแล้วจึงเริ่มซุกไซร้ที่ซอกคอของชายตรงหน้าอย่างได้ใจเวลาผ่านไปไม่นานเสียงครวญครางของคนทั้งคนก็ดังออกมาให้บ่าวไพร่ในเรือนได้ยิน คนรับใช้บางคนถึงกับเบือนหน้าหนีกับการกระทำของนายตนใครจะคิดว่าแม่ทัพอย่างไป๋หยางเจี๋ยจะลุ่มหลงอนุเสียจนลืมไปดูหน้าบุตรของตน
ยามเหม่า(07.00 - 08.59)
“ตายแล้วหลานย่าตื่นแล้วหรือช่างเป็เด็กที่รู้ความอะไรเช่นนี้”ฮูหยินผู้เฒ่าที่มาดูหลานั้แ่เช้าเอ่ยกับเด็กทารกทั้งสองที่ตอนนี้กำลังมองไปที่หญิงชราด้วยแววตาใสซื่อ
“วันนี้ย่าเอากำไลทองมาให้ชอบไหมจ๊ะ”นางซื่อเอ่ยพร้อมกับยกกำไลทองส่ายไปมา
“แอ้แอ้ ”(ชอบ ชอบ) หยางเฟิ่งร้องขึ้นมาเบาๆแล้วพยายามเคลื่อนมือไปตามกำไลทองในมือของย่าตน
“อ่าเฟิ่งเออร์ชอบหรือช่างเป็เด็กสาวที่รู้จักคุณค่าของของเสียจริง” นางซื่อเอ่ยชมแล้วจึงนำกำไลสวมเข้าไปที่มือและเท้าของเด็กทั้งสอง
กรุ้งกริ้ง กรุ้ง กริ้ง
“ฮ่าๆ”หยางเฟิ่งขยับแขนและขาของตนเบาๆจึงได้ยินเสียงกระพรวนทองนางจึงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจซึ่งตรงข้ามกับพี่ชายฝาแฝดของตนที่ตอนนี้แทบจะไม่ขยับตัวเพราะเขาเริ่มรำคาญเสียงของกระพรวนที่กำไลทองแล้ว
“เฟิ่งเออร์ดูท่าจะชอบกำไลที่ข้าให้แต่อาเหวินดูท่าแล้วคงจะรำคาญเสียมากกว่า”นางซือหันไปเอ่ยกับจือหลิงคนรับใช้คนสนิท
“อีกหน่อยคุณชายน้อยก็คงจะชินไปเองเ้าค่ะ”จือหลิงเอ่ยพร้อมกับมองไปที่นายคนใหม่ด้วยรอยยิ้มรักใคร่
“ท่านแม่”กุ้ยเจินที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จคารวะแม่สามีของตนอย่างนอบน้อม
“อย่าเพิ่งมากพิธีเลยเ้ายังไม่แข็งแรงนักเจินเออร์แม่ขอบใจเ้ามากที่มอบเ้าตัวเล็กทั้งสองมาให้ข้าเชยชม”นางซื่อกุมมือลูกสะใภ้คนโปรดแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ ซ้ำๆ
“ท่านแม่เป็ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณท่านที่ช่วยให้ข้ามีวันนี้”กุ้ยเจินเอ่ยขอบคุณแม่สามีของตนเสียงนุ่ม
“เอาเถอะต่อไปข้าจะสนับสนุนเขาทั้งสองคนเองข้าจะปกป้องเ้าสามคนแม่ลูกไม่ให้ใครหน้าไหนมารังแกพวกเ้าได้อีก”นางซื่อเอ่ยสัญญาเสียงเข้ม ในเมื่อนางเป็ทำให้เด็กทั้งสองนี้ได้เกิดมานางก็จะดูแลปกป้องให้ถึงที่สุดนางซือคิดในใจ
“แล้วหยางเจี๋ยมาดูเด็กๆบ้างหรือยัง”นางซือหันไปถามสะใภ้คนโปรดของตน
“ท่านพี่ยังไม่มาเ้าค่ะ”กุ้ยเจินเอ่ยเสียงเศร้า
“หืมมเ้าลูกเต่านั้นยังไม่มาอีกหรือ” นางซื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงขัดใจนางอนุนั้นชักจะเอาใหญ่เสียแล้วมารยาไม่ดูเวล้ำเวลาจริงๆ อนุมารยาก็แล้วไปเถิดแต่เ้าลูกเต่าของนางกลับโง่งมจนดูไม่ออกช่างเลี้ยงเปลือกข้าวสุกเสียจริงหากรู้ว่าโตมาจะโง่งมเช่นนี้ไม่สู้เลี้ยงด้วยหญ้าจะดีกว่าหรือนางซือได้แต่คิดอย่างปลงตก
“เ้าค่ะ”กุ้ยเจินตอบเสียงเบาแล้วจึงเลือกทิ้งสายตาของตนไว้ที่บุตรทั้งสองของตน
“เจินเออร์”นางซือเรียกสะใภ้คนโปรดของตนอย่างรู้สึกผิดหากนางไม่ดื้อดึงให้งานแต่งเกิดขึ้นหญิงสาวตรงหน้าของนางคงไม่ต้องมาทนทุกข์เช่นนี้
“ข้าไม่เป็ไรเ้าค่ะ”กุ้ยเจินเอ่ยพร้อมฝืนยิ้มให้นางซือ
“ไม่เป็ไรแม่เข้าใจแม่อยู่ข้างเ้านะ”นางซือเข้ามากอดปลอบสะใภ้ของตนอย่างรู้สึกผิด
“ต่อไปข้าจะลองสู้เพื่อบุตรทั้งสองของข้าเพื่ออนาคตของบุตรทั้งสองข้ายอมทำทุกอย่างเ้าค่ะ”กุ้ยเจินเอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับเริ่มปล่อยน้ำตาของจนให้ไหลลงมาอาบแก้มของตนนางได้สัญญากับตนเองแล้วว่าต่อไปนางจะสู้เพื่อบุตรทั้งสองของนางกุ้ยเจินคนอ่อนแอจะไม่มีอีกแล้วในโลกใบนี้จะเหลือแต่กุ้ยเจินแม่ที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อบุตรตัวน้อยของนางเท่านั้น