ถ้าโลกมนุษย์้าที่จะเปลี่ยนเป็อารยธรรมระดับต่ำนั้น มีสามหนทางด้วยกันคือ
หนึ่งจะต้องมีพลังิญญาแห่ง์และปฐีปรากฎขึ้นมา เพื่อที่จะช่วยให้มนุษย์ฝึกฝนเพื่อเป็จอมยุทธ์ นักรบ หรือ จอมเวทย์ได้ และถ้าหากไม่มีพลังิญญาแห่ง์และปฐีปรากฎขึ้น ก็ต้องเลือกหนทางที่สอง
คือพวกเขาจะต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวะโถึงขั้นสร้างอารยธรรมระหว่างดวงดาวในอวกาศได้ และสุดท้ายหนทางที่สาม
คือพวกเขาจะต้องมีการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ ที่สามารถช่วยให้มนุษย์มีพลังที่ข้ามขีดจำกัด ด้วยวิธีการวิวัฒนาการจากการปรังปรุงพัฒนายีนในร่างกายของพวกเขา
มนุษย์เหล่านี้พวกเขาส่วนใหญ่จะมีพลังคล้ายกับนักรบที่ฝึกฝนโดยการใช้พลังงานออร่า ที่จะต้องแปลงพลังออร่ามาจากพลังงานแห่ง์และปฐีอีกทีหนึ่ง และจะมีมนุษย์บางคนที่พัฒนายีนและได้รับพลังเหมือนกับจอมเวทย์ที่มีพลังในการควบคุมธาตุต่างๆได้
หรือแม้กระทั่งควบคุมพลังของมิติอวกาศและเวลา หรือพลังที่ลึกลับแปลกประหลาดเช่นพลังของแรงโน้มถ่วงที่สามารถส่งผลต่อสภาพแวดล้อมรอบๆตัวของพวกเขา
หลังจากที่ริซาด้าและรีสได้รับการช่วยเหลือจากซาคและมีร่า พวกเขาจึงเดินทางออกจากป่าซูเนียร์ไปพักอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านฟาติส และหลังจากที่ริซาด้าและรีสได้พักอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านฟาติสได้สามวัน
และเนื่องจากเขากลัวว่าอันตรายจะเกิดขึ้นกีบรีสระหว่างเดินทางกลับอาณาจักรเรฟิเวอร์ทาร์ ริซาด้าจึงได้ฝากรีสไว้กับซาคและมีร่า จากนั้นเขาจึงเดินทางกลับอาณาจักรเรฟิเวอร์ทาร์เพียงลำพัง
เวลาผ่านไปได้ไม่นานหลังจากเขากลับไปอาณาจักรเรฟิเวอร์ทาร์ได้ราวสามเดือน รีสก็ได้ทราบข่าวเกี่ยวกับการล่มสลายลงของอาณาจักรเรฟิเวอร์ทาร์ และถูกยึดครองโดยอาณาจักรฟินิกซ์
หลังจากเวลาล่วงเลยผ่านนับสิบปีจากเหตุการณ์ครั้งนั้นเขาก็ไม่เคยกลับมาเยี่ยมเธออีกเลย จนกระทั่งถึงทุกวันนี้เธอก็ไม่รู้ข่าวคราวเกี่ยวกับพี่ชายคนโตและตระกูลราศวงศ์เรฟิเวอร์ทาร์ว่าพวกเขาเป็ตายร้ายดียังไง
ั้แ่นั้นมาเธอจึงอาศัยอยู่กับซาคและมีร่าเรื่อยมา
ซาคและมีร่าได้ปิดบังเื่ราวเหล่านี้กับซีค โดยการใช้เวทย์ลวงตาที่สามารถส่งผลต่อจิตใจได้ และทำให้เขามีความทรงจำว่ารีสคือน้องสาวของเขา ั้แ่นั้นมาซีคก็เชื่อมาตลอดว่ารีสคือน้องสาวของเขา
กลับมาที่ปัจุบัน
ฟริซกับเรียผู้เป็กรรมการทดสอบ ได้เดินไปหาซีคและพูดคุยกับเขาด้วยความนอบน้อม ซึ่งแตกต่างจากที่พวกเขาพูดคุยกับผู้ทดสอบคนอื่นๆด้วยความเย่อหยิ่ง
ฟรีซกับเรียได้แนะนำตัวกับซีคและจับมือทักทายเขา
“ข้ามีชื่อว่าฟรีซ ข้าจะขออนุญาติเป็ผู้นำเ้าไปทำการทดสอบส่วนที่เหลือ เป็การส่วนตัวด้วยตนเองได้หรือไม่ ”
ฟรีซยิ้มขณะที่จับมือทักทายและพูดกับซีค
“ ไม่มีปัญหา ” ซีคยิ้มขณะจับมือฟรีซและตอบกลับ
“ ถ้าเช่นนั้นข้าจะเป็ผู้ทำหน้าที่ดำเนินการทดสอบพร์ของผู้ทดสอบที่เหลือเอง ”
หลังจากทักทายกันเสร็จแล้วเรียได้กล่าวต่อทั้งสองคนและหันหลังเดินจากไป
“ เ้าตามข้ามา ”
ฟรีซพูดชักชวนซีค หลังจากนั้นเขาจึงเดินนำซีคไปไปที่จุดทดสอบที่สอง
พวกเขาเดินไปที่จุดทดสอบที่สองอยู่ห่างออกไปราวสามสิบเมตร ที่จุดทดสอบนี้จะใช้ศิลาสีเขียวรูปทรงกลมที่ใช้วัดพลังชีวิตในการทดสอบ
“ วางมือของเ้าลงบนศิลาทดสอบพลังชีวิต และผลลัพการทดสอบพลังชีวิตของเ้าจะปรากฎออกมาเป็ตัวเลข ”
ฟรีซให้แนะนำกับซีคเมื่อพวกเขาเดินมาถึงจุดทดสอบ
“ เข้าใจแล้ว ”
หลังจากที่ซีคตอบกลับแล้ว เขาจึงเดินไปที่ด้านหน้าศิลาทดสอบพลังชีวิตและวางมือของเขาลง
ขณะที่ซีคทำการทดสอบ ผู้ชมเกือบทุกคนที่อยู่รอบๆลานการทดสอบต่างให้ความสนใจต่อผลลัพธ์การทดสอบของซีค และแทบจะไม่มีใครสนใจผู้ทดสอบคนอื่นๆในการทดสอบแรกอีกต่อไป
ผู้ทดสอบคนอื่นๆต่างพากันกัดฟันด้วยความไม่พอใจและอิจฉาซีคจากการได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกัน
หลังจากที่ซีควางมือลงบนศิลาได้ไม่นานแสงสีเขียวก็ปรากฏขึ้นรอบๆศิลาก้อนนั้น และมีตัวเลข 0.4 สีดำปรากฎขึ้นเหนือศิลาก้อนนั้น ตัวเลขนี้มันคล้ายกับเวทย์มนตร์ที่ปรากฎออกมาจากอากาศอันว่างเปล่า
ผลลัพธ์การทดสอบพลังชีวิตของซีคกลับไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไป ใน่อายุเท่ากันกับเขาที่ไร้พลังการฝึกฝนพลังอ่อร่าหรือพลังเวทย์
ผู้ชมต่างผิดหวังกับผลลัพธ์การทดสอบของซีค เพราะพวกเขาคาดหวังว่าซีคจะมีร่างกายพิเศษโดยกำเนิดที่น่าใเช่นเดียวกับพร์ในการฝึกฝนของเขา
ผู้ที่มีร่างกายพิเศษโดยกำเนิดนั้นหาได้ยากเช่นเดียวกับผู้ที่มีพร์การฝึกฝนที่สูง
พวกเขาเ่าั้จะมีพลังชีวิตที่มากกว่าปรกติเมื่อพวกเขาทำการทดสอบพลังชีวิต แม้ว่าพวกเขาจะไร้การฝึกฝนก็ตาม พลังชีวิตคือพลังที่เกิดจากเืและกล้ามเนื้อภายในร่างกายที่เกือบทุกชีวิตจะต้องมีพลังนี้อยู่ในร่างกาย
ยกเว้นพลังชีวิตของเหล่าอันเดต และสิ่งมีชีวิตประเภทิญญารวมถึงสิ่งมีชีวิตธาตุต่างๆ จะไม่ใช้การวัดพลังด้วยวิธีเดียวกันนี้
ยกตัวอย่างเช่นมนุษย์ธรรดาดาทั่วไปในวันผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงแต่ไร้พลังของนักรบและจอมเวทย์จะมีพลังชีวิตอยู่ที่ 0.1 ถึง 0.5 เท่านั้น และถ้าเกิดว่าพวกเขาพลังชีวิตเท่ากับ 1 พวกเขาก็จะมีพลังชีวิตเทียบเท่ากับผู้ฝึกฝนพลังนักรบหรือจอมเวทย์ที่มีขอบเขตพลังระดับหนึ่ง
“แค่เื่ที่เขามีพร์การฝึกฝนของจอมเวทย์ไฟระดับที่เก้า มันก็น่ากลัวมากพอแล้ว ถ้าจะให้เขามีร่างกายพิเศษอีกมันก็คงจะน่าใเกินไป”
ผู้ชมคนหนึ่งพูดขึ้นมา และถอนหายใจ
หลังจากที่ได้ฟังถ้อยคำความคิดเห็นของคนคนเ่าั้ซีคจึงคิดกับตัวเองด้วยความหวัง
‘แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ พวกเ้ารอวันที่ข้าเริ่มฝึกฝนและวันที่ข้าได้รับร่างกายพิเศษจากระบบก่อน เมื่อนั้นอัจฉริยะคนไหนก็ไม่สามารถแข่งขันกับข้าได้ ฮึ่ม!’
ส่วนฟรีซก็อดไม่ได้ที่จะผิดหวังกับผลลัพการทดสอบของซีคเช่นกัน
“ไม่เป็ไร ไปที่จุดทดสอบที่สามกันเถอะ”
ฟรีซพูดขึ้นมาพร้อมกับเดินนำซีคไปจุดทดสอบถัดไป
“จุดทดสอบที่สามจะเป็การทดสอบพละกำลังในการต่อยของหมัด”
ขณะพวกเขากำลังเดินไปทีจุดทดสอบถัดไปฟรีซก็อธิบายให้ซีคฟังเกี่ยวกับจุดทดสอบถัดไป
เมื่อซีคเดินมาถึงจุดทดสอบที่สาม ด้านหน้าของเขาก็ปรากฏเครื่องมือทดสอบขนาดใหญ่รูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสที่มีขนาดใหญ่กว่าสองเมตร และมีจอดิจิทัลที่ดูทันสมัยอยู่ด้านข้างที่คอยทำหน้าที่คำนวนพละกำลัง
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมโลกแห่งการนักรบและจอมเวทย์แห่งนี้จึงมีการปรากฎเห็นเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าล้ำสมัย เพราะแท้ที่จริงแล้วทวีปฟาทาร์ริมนั้น มีการพัฒนาเทคโนโลยีที่พัฒนายาวนานมากว่า 1500 ปี
นับั้แ่การปรากฏตัวขึ้นขึ้นพลังิญญาแห่ง์และปฐี มนุษย์เริ่มที่จะเรียนรู้การฝึกฝนโดยการใช้พลังงานของ์และปฐีในการฝึกฝนพัฒนาความแข็งแกร่งของพวกเขา เพื่อที่จะปรับตัวให้อยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงและใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายและพลังเวทย์ต่อสู้กับสัตว์ที่กลายพันธุ์จำนวนมากมายมหาศาลในยุคนั้น
สัตว์กลายพันธุ์เ่าั้พวกมันมีความแข็งแกร่งของร่างกายที่พัฒนาเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมหลายร้อยหลายพันเท่า บางสายพันธ์สามารถใช้พลังิญญาแห่ง์และปฐีในการวิวัฒนาการร่างกายของพวกมันจนสามารถต่อสู้กับะเินิวเคลียร์ได้
มนุษย์เกือบจะสูญพันธ์ในยุคนั้น แต่หลังจากที่พวกเขาหลบซ่อนและวิจัยและพัฒนานานกว่าหลายสิบปี พวกเขาจึงค้นพบวิธีที่จะตอบโตสัตว์กลายพันธ์เ่าั้ โดยการใช้วิธีการฝึกฝนสองเส้นทางคือ
หนึ่งเส้นทางนักรบผู้ที่ฝึกฝนโดยใช้พลังออร่าและวิธีที่สองคือเส้นทางของจอมเวทย์ผู้ที่ฝึกฝนพลังเวทย์ ผ่านไปกว่าพันปีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับภัยพิบัติในครั้งโลกของพวกเขาขยายใหญ่ขึ้นหลายพันเท่า
จนถึงปัจจุบันพวกเขาก็ยังต้องต่อสู้กับเหล่าสัตว์กลายพันธ์เ่าั้ ที่ในปัจจุบันมนุษย์ในยุคนี้เรียกพวกมันว่าสัตว์อสูร
ทั้งพลังเวทย์และพลังออร่า มีต้นกำเนิดเดียวกันคือพลังิญญาแห่ง์และปฐี
รวมถึงพลังของจอมยุทธหรือผู้ฝึกฝนะในชีวิตที่แล้วของซีคก็ใช้พลังิญญาแห่ง์และปฐีฝึกฝนเช่นกัน แต่พวกเขาจะดึงมันมาใช้โดยตรงโดยไม่จำเป็ต้องเปลี่ยนเป็พลังเวทย์หรือพลังออร่าก่อน
เพราะเหตุนี้จึงทำให้พลังงานในร่างกายของพวกเขานั้นบริสุทธิ์กว่านักรบและจอมเวย์ และการฝึกฝนพลังิญญานี้ถือเป็เส้นทางการฝึกฝนสายกลางที่มีรากฐานมั่นคงที่สุด จอมยุทธทุกคนจะมีพลังพละกำลังของร่างกายที่มากมายมหาศาลมากกว่านักรบ และมีพลังเวทย์มนตร์คาถาที่น่าหวาดกลัวซะยิ่งกว่าจอมเวทย์
…
“เริ่มการทดสอบได้”ฟรีซพูดกับซีค
หลังจากฟังคำสั่งของฟรีซ ซีคจึงเดินไปหยุดที่หน้าเครื่องทดสอบพละกำลัง เขารู้วิธีการทดสอบในครั้งนี้อยู่แล้วโดยไม่ต้องให้ฟรีซบอกแก่เขา เพราะเขาเคยเห็นมันซ้ำๆหลายครั้งจากผู้เข้าร่วมการทดสอบในหลายปีที่ผ่านมา เขาจึงตั้งกระบวนท่าเตรียมที่จะชกไปที่เครื่องทดสอบพละกำลังและยืนนึ่งอยู่ราวสามสี่วินาที
ซีคค้นหาทักษะในความทรงจำของเขาในชีวิตที่แล้ว และพบเจอกับทักษะหนึ่งที่เหมาะสมกับการทดสอบในครั้งนี้ ทักษะนี้มีชื่อว่าหมัดพยัคขาว มันสามารถทำให้จอมยุทธยืมพลังของพลังิญญาแห่ง์และปฐีไปช่วยเสริมพลังของกล้ามเนื้อแขนได้ถึง 2 เท่าในระดับพลังของมนุษย์ทั่วไป และขอบเขตหลอมร่างกาย
ทักษะนี้เป็หนึ่งในทักษะระดับพื้นฐานขั้นสูงสุดของเขา ถ้าจะให้เทียบแล้วมันคงจะจัดอยู่ในทักษะระดับเงินเมื่อเทียบกับทักษะในโลกนี้ มันเป็ทักษะที่ช่วยเสริมพละกำลังของกล้ามเนื้อแขนระดับสูงที่สุดที่เขามีในชีวิตที่แล้ว
ทักษะเสริมพละกำลังระดับพื้นฐานขั้นต่ำจะสามารถเสริมพลังได้เพียง 1.25 เท่า และจะเทียบเท่าทักษะระดับเริ่มต้นในโลกนี้ ส่วนทักษะเสริมพละกำลังระดับพื้นฐานขั้นกลางจะสามารถเสริมพลังได้ 1.5 เท่า และจะเทียบเท่าทักษะระดับเหล็กในโลกนี้ สุดท้ายทักษะระดับพื้นฐานขั้นสูงจะเสริมพลัง ได้ 1.75 เท่า เทียบเท่าทักษะระดับทองแดงในโลกนี้
ส่วนทักษะการต่อสู้ระดับเหลืองขั้นต่ำที่เขามีทั้งหมด 3 นั้นจะเทียบเท่าทักษะระดับทองในโลกนี้
ทั้งสามทักษะนี้ไม่มีทักษะไหนที่ช่วยเสริมพลังแขนได้ เขาจึงเลือกใช้ทักษะระดับพื้นฐานขั้นสูงเท่านั้น
หลังจากที่เวลาผ่านไปราวสามลมหายใจ
ปัง!
ซีคต่อยไปที่จุดศูนย์กลางของเครื่องทดสอบพละกำลัง เสียงหมัดที่กระทบกับเครื่องทดสอบพละกำลังดังขึ้นเหมือนลูกปืน
ตัวเลขที่หน้าจอด้านข้างขยับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 10 20… 50 กิโลกรัม
100 กิโลกรัม
500 กิโลกรัม
1,089 กิโลกรัม!
ไม่แปลกใจว่าทำไมพละกำลังการต่อยของซีคในครั้งนี้ถึงมีมากกว่า 1 ตันเนื่องจากพลังหมัดดั้งเดิมของซีคที่ไม่มีการเสริมพลังด้วยทักษะพยัคขาวนั้นมีมากถึง 544 กิโลกรัม
พละกำลังดั้งเดิมของร่างกายมนุษย์ในยุคนี้นั้นมีเหนือกว่ามนุษย์ในยุคก่อนอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าพวกเขายังไม่ได้ฝึกฝนพลังของนับรบหรือจอมเวทย์ก็ตามที เนื่องจากสารอาหารที่มาจากสัตว์อสูรทำให้ร่างกายของพวกเขาวิวัฒนาการเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
กรรมการและผู้ชมต่างตกตะลึงกันอีกครั้ง !
“ ฮือฮา! ”
เสียงผู้ชมหลายคนพูดคุยกันหลังเห็นตัวเลขผลลัพการทดสอบของซีค
‘มันเป็ไปได้ยังไง! เขาใช้ทักษะอะไรกัน ทั้งที่เขาไม่มีร่างกายพิเศษและไร้การฝึกฝนของนักรบ แต่เขากลับะเิพลังโจมตีออกมาถึงถึง 1 ตัน ทั้งที่เขามีพร์ของจอมเวทย์ที่มันสวนทางกันกับการฝึกร่างกายของนักรบ? และต้องรู้ว่าการต่อยด้วยความแรงถึง 1 ตัน นั้นเทียบเท่ากับพละกำลังการชกของนักรบระดับหนึ่งทั่วไปเลยเชียวนะ ไม่ใช่ว่าเขามีพลังในขอบเขตนักรบระดับหนึ่งอยู่แล้วหรือไม่ … มันเป็ไปไม่ได้! ’
ฟรีซตกตะลึงและงุนงงอีกครั้ง แต่เขากลับคิดว่าทุกคนต้องมีความลับเป็ของตนเอง และเขาก็ไม่อยากรุกรานอัจฉริยะที่จะกลายเป็ปรมาจารย์จอมเวย์ผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต เขาจึงเลือกที่จะปิดปากเงียบและได้ถามคำถามกับซีคในเื่ราวที่เกี่ยวกันความลับนี้
เป็ที่เข้าใจกันดีว่ามนุษย์ที่ไร้การฝึกฝนออร่าหรือพลังเวทย์นั้น จะไม่สามารถใช้ทักษะของนักรบและจอมเวทย์ได้ แต่ซีคกลับแหกกฎในครั้งนี้โดยไม่มีใครรู้ ด้วยการใช้พลังิญญาแห่ง์และปฐีโดยตรง เขาสามารถใช้ทักษะของชีวิตที่แล้วได้ในระดับของมนุษย์ทั่วไป!
ฟรีซเดินไปหาซีคและพูดคุยกับเขา
“ ข้าไม่นึกว่าเ้าจะมีพละกำลังที่หน้ากลัวขนาดนี้ในระดับพลังของมนุษย์ธรรมดา เราไปที่การทดสอบสุดท้ายไปกันเถอะ ”
ฟรีซเพียงแค่ยิ้มให้ซีคและพูดด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อมลงอีกหลายส่วน
ซีคเพียงแค่ยิ้มให้กับคำชื่นชมของฟรีซแต่ไม่ได้ตอบกลับไป จากนั้นพวกเขาจึงเดินไปที่จุดทดสอบสุดท้าย
ที่จุดทดสอบสุดท้ายนี้จะเป็เครื่องวัดความเร็วในการเคลื่อนของไหวร่างกาย
มันเป็ลู่วิ่งขนาดใหญ่ที่ล้ำสมัยมันสามารถรองรับความเร็วในการเคลื่อนที่สูงสุดได้ถึง 1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ซีคขึ้นไปบนลู่วิ่งแล้วเริ่มวิ่ง คราวนี้เขาใช้ทักษะระดับเหลืองขั้นต่ำท่ีเทียบเท่าทักษะระดับทองในโลกนี้นั้นก็คือทักษะย่างก้าวเงาทมิฬ ทักษะนี้สามารถช่วยให้กล้ามเนื้อขาของเขาแข็งแกร่งขึ้นถึงสี่เท่า ทำให้ความเร็วในการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นถึงสี่เท่าเช่นกัน
10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 20.. 30.. 40… 80 .. 120.. 155 กิโลเมตรต่อชั่วโมง!
ฟรีซและผู้ชมทุกคนต่างเลิกประหลาดใจกับซีคเพราะเห็นว่าเขาอัจฉริยะที่มีเื่ให้น่าตกตะลึงอยู่เสมอและตอนนี้ทำพวกเขาเหมือนเป็เื่ปรกติไปแล้ว
เพราะเป็ซีคถึงทำได้! ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน
‘การใช้ทักษะระดับนี้ในร่างกายของมนุษย์ธรรมดาที่ไร้การฝึกฝน ส่งผลให้ร่างกายทำงานหนักเช่นกัน แต่ยังดีที่มีพลังงานจากพลังิญญาแห่ง์และปฐีคอยช่วยซ่อมแซมร่างกายของข้า’ ซีคคิดกลับตัวเอง
หลังจากที่การทดสอบของเขาจบลง ฟรีซที่เห็นท่าทางของซีคดูไม่ค่อยดี เขาจึงได้เชิญให้ซีคกลับไปพักผ่อน
ซีคเดินกลับไปนั่งพักกับครอบครัวของเขา
“ ข้าไม่รู้ว่าเ้าแอบซ่อนความแข็งแกร่งของเ้าไว้ลึกขนาดนี้ คงจะเก็บคงามลับไว้ให้พ่อใสินะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ”
ซาคเดินไปตบไหล่ซีคเบาๆและกล่าวชื่นชมซีคพร้อมกับหัวเราะออกมา
ซีคไม่ได้ปฏิเสธคำพูดของซาคเพราะที่เขาตัดสินใจเปิดเผยความแข็งแกร่งของเขาออกมาก็เพื่อที่จะทำให้พวกเขาภูมิใจ
“ แน่นอนข้ารองันนี้มาตลอด ”ซีคยิ้มและตอบกลับ
‘ ท่านก็แอบซ่อนไว้เหมือนข้ากับนั่นแหละ ’ซีคคิดในใจ
มีร่าก็เดินมาหาซีคและหยิกแก้มทั้งสองขางของเขาและกล่าวกับเขาพร้อมกับแสดงรอยยิ้มที่น่ากลัว
“ อ๊ะ! ข้าเจ็บนะท่านแม่ ”ซาคใช้มือแตะแก้มของเขาพร้อมกับลูบเบาๆ พร้อมกับมองไปที่กน้าของแม่และขมวดคิ้ว
“ ไม่ต้องมาพูดเลย เ้าเด็กตัวแสบ! เด็กตัวน้อยของแม่ในวันนั้น โตขึ้นถึงขนาดรู้จักซ่อนความลับของเขากับพ่อและแม่แล้วใช่หรือไม่ ” มีร่าดุซีคด้วยความเอ็นดู
“ ข้าก็แค่จะเก็บความลับในครั้งนี้ไว้ทำให้พวกท่านแปลกใจเท่านั้นเอง ”ซีคพูดกับแม่ของเขาพร้อมกับแสดงหน้ามุ่ย
ครั้งนี้รีสไม่ได้กล่าวอะไรกับซีค เธอได้แต่ส่งสายตามองไปที่พวกเขาทั้งสามคนพูดคุยหยอกล้อกันตามประสาพ่อแม่ลูก และรู้สึกคิดถึงพ่อแม่ที่แท้จริงของเธอ
ซีคเหลือบมองไปทางรีสและเห็นเธอยิ้มให้เขาเล็กน้อย ลึกๆแล้วเขารู้ดีว่าทำไมเธอถึงไม่เดินมาพูดคุยกับเขา
หลังจากนั้นผู้คนรอบๆต่างกล่าวชื่นชมเขา
หลังจากที่พูดคุยกับผู้คนรอบๆที่คอยมาแสดงความยินดีกับซีคและครอบครัวของเขาเสร็จแล้ว เขาจึงนั่งพักเพื่อรอการทดสอบของผู้ทดสอบคนอื่นๆ
แต่ที่หน้าแปลกใจคือผลลัพธ์การทดสอบของทุกคนหลังจากนั้นกลับมีคนหนึ่งที่มีพร์ท่าน่ากลัวไม่แพ้ซีค
ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ได้อันดันที่สองในครั้งนี้และเขาเป็ผู้ทดสอบคนสุดท้าย แน่เขากลับนำเซอไพรส์ที่ยิ่งใหญ่มาให้ทุกๆคนอีกครั้ง เขามีชื่อว่า เรค เขามีพร์การฝึกฝนของนักรบระดับ 8 และผลการทดสอบอื่นๆยังเหนือกว่าผู้ทดสอบส่วนใหญ่ และพ่ายแพ้ให้กับซีคเพียงเท่านั้น
สุดท้ายแล้วซีคก็เป็ผู้ที่มีผลรวมคะแนนเป็อันดับที่หนึ่งของการทดสอบในครั้งนี้
ส่วนริคกลับได้อันดับที่สามในครั้งเขายืนเหม่อลอย พร้อมกับคิดในใจว่าแทนที่เขาจะเป็ตัวเอกในการทดสอบในครั้งนี้กลับถูกแย่งความสนใจโดยซีค และเรคที่ได้อันดับที่สอง แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะสร้างกับทั้งสองคน ยิ่งเขาได้เห็นพละกำลังที่มหาศาลของซีกเขายิ่งตัวสั่นด้วยความหลวดกลัว และพละกำลังเรคก็ไม่แตกต่างกันมากนัก
…
หลังการทดสอบจบลง ฟรีซและเรียได้เดินไปหาซีคและเรคเป็การส่วนตัว และแนะนำเขาเกี่ยวการเลือกสถาบันนักรบและเวทย์มนตร์
"สำหรับพร์ที่แข็งแกร่งเช่นเ้าแล้ว สถาบันที่ดีที่สุดที่เหมาะกับพวกเ้าทั้งสองมีอยู่ทั้งหมด 7 สถาบัน และทั้ง 7 สถาบันเ่าั้ล้วนตั้งอยู่ที่ใจกลางเมืองหลวงของอาณาจักรเฟริคของเรา
…
“ ถ้าหาพวกเ้าทั้งสองพร้อมเดินทางเมื่อไหร่ก็มาหาข้าทันที ข้าจะเป็คนนำทางพวกเ้าเอง ข้าจะอยู่ที่อาคารศูนย์การทดสอบแห่งนี้ต่ออีกแค่สามวันเท่านั้นถ้าเกิดพวกเ้ามีคำถามอะไรที่สงสัยอยากจะถามข้าก็มาหาข้าได้ แต่พวกเ้าจงเตรียมตัวและจัดการทุกอย่างให้เสร็จภายในสามวันนี้ ” ฟรีซบอกกล่าวกับทั้งสองคน
“ เข้าใจแล้ว ” ฟรีซและเรคตอบกลับ
…