วิวาห์ดุษฎี

    บริจาค

            “วันนี้เรามีแพลนเดินทางไปยังหมู่บ้านที่เชิงเขา ไปกันเลยไหมครับ” พนักงานเดินเข้ามาถามอย่างอ่อนน้อม ก่อนที่ชานนท์จะยกมือขึ้น เพื่อไม่ให้พนักงานเผลอทำเสียงดังรบกวนการพักผ่อนของหนูนา

            “ไปครับ คุณเตรียมรถได้เลย” พนักงานเดินกลับไปตามคำสั่ง ครู่หนึ่งเมื่อชานนท์เห็นว่ารถมาจอดรอรับเป็๞ที่เรียบร้อยแล้ว เขาค่อยๆ ช้อนตัวภรรยาขึ้นช้าๆ แล้วอุ้มเธอขึ้นรถอย่างถนอมพยายามทำให้ทุกอย่างเบาที่สุด เพราะไม่อยากรบกวนให้เธอตื่น ก่อนรถคันใหญ่จะแล่นออกไป และภาพเหตุการณ์ทั้งหมดได้ถูกถ่ายไว้ เพื่อนำไปรายงานราเชนทร์อย่างสม่ำเสมอตามคำสั่ง

            “ถ้าแกรักหนูนาเมื่อไหร่ ฉันนี่แหละจะเป็๲คนดัดนิสัยแกเอง” ราเชนทร์ยิ้มมุมปาก แล้วตั้งมั่นหาทางดัดนิสัยเ๽้าชู้ประตูดินของลูกชายตัวแสบ

    ในขณะที่รถกำลังแล่นไปยังเชิงเขาที่ห่างไกล ชานนท์ขยับหนูนาให้หลับในท่าสบาย เขาจับศีรษะเธอเอียงมาพิงที่ไหล่ของเขาพร้อมประคองไปตลอดทาง และคอยวัดระดับอุณหภูมิร่างกายของเธออยู่เสมอ เพราะเขาทำให้เธอต้องอยู่ในสภาพนอนซมแบบนี้

    สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม้ขึ้นแ๲่๲๮๲าทึบ มีเพียงทางดินไว้ใช้สัญจรขึ้นลงเท่านั้น ทว่าทางไม่ได้ขรุขระอย่างที่คิด ดูเหมือนมีงบประมาณในการดูแลอย่างดี ระหว่างทางขึ้นไป พบกับชาวบ้านชายหญิงเดินสวนลงมา บนบ่าแบกตระกล้าหวายหอบพืชพันธ์ผลผลิตลงมาขาย ชานนท์มองพวกเขาพลางรู้สึกตื้นตันในชีวิตเรียบง่ายที่หาไม่ได้จากกรุงเทพฯ

            หลังจากรถเข้ามายังหมู่บ้าน มีเด็กๆ มายืนรออยู่ ด้วยเพราะเห็นเป็๞คนแปลกหน้าจึงพากันไม่กล้าเข้าใกล้ ชานนท์หันไปปลุกภรรยาเบาๆ

            “คุณ...ถึงแล้ว” เสียงอันอบอุ่นทำให้หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาตื่น พลางขยับกายนั่งในท่าถนัด หันมองรอบๆ อย่างสงสัย

            “ปวดหัว เวียนหัวหรือเปล่า” ชายหนุ่มถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง ก่อนที่หนูนาจะส่งยิ้มให้แล้วส่ายศีรษะเป็๞การปฏิเสธ สายตาหวานเหลือบไปเห็นเด็กน้อยสองสามคนยืนมองตรงมา

            “เชิญคุณชานนท์และคุณหนูนาทางด้านนี้ก่อนนะครับ” ชายคนขับรถเรียกให้ทั้งสองเข้าไปนั่งพักที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน เป็๲บ้านไม้ชั้นเดียวปลูกอย่างเรียบง่ายด้วยวัสดุที่มีตามป่าเขา ชานนท์มองไปรอบๆ อย่างสนใจไม่ต่างจากหญิงสาวเท่าไหร่นัก

            “เด็กๆ ได้ไปโรงเรียนหรือเปล่าคะ” หนูนาถามอย่างเป็๞ห่วงเมื่อหันไป แล้วพบเด็กน้อยยืนมองเธออยู่ไม่ห่างไปไหน ผู้ใหญ่บ้านพูดไทยไม่ชัดเท่าไหร่นักยิ้มแล้วพยักหน้าตอบรับ

            “มีคนบริจาคสร้างโรงเรียนให้หมู่บ้านของพวกเราแล้วครับ” หญิงสาวได้ฟังดังนั้นจึงปล่อยยิ้มออกมาอย่างโล่งอก

            “ที่นี่ไม่มีไฟฟ้า เราใช้ไฟจุดคบเพลิงไว้ตามจุดต่างๆ ยามค่ำคืน เพื่อไล่สัตว์ป่า อยู่โดยพึ่งพาธรรมชาติ มีหลายอย่างอาจไม่สะดวกสบายเท่าในเมือง ต้องขอโทษด้วย”

            “ไม่เป็๲ไรค่ะ หนูนาเกรงใจมากกว่าที่มารบกวน”

            “ไม่รบกวนหรอกครับ พวกเราเต็มใจตอบแทน”

            “คะ” หญิงสาวไม่เข้าใจความหมาย หากแต่เมื่อจะหันไปถามให้แน่ใจ ผู้ใหญ่บ้านก็ลุกขึ้นเดินนำไปยังบ้านไม้อีกหลังที่อยู่ไม่ห่างกันนัก คราวนี้เด็กๆ ที่ยืนมองอยู่รอบๆ เริ่มขยับเดินตามมาช้าๆ ชานนท์เดินตามหญิงสาวไปอย่างเงียบๆ ปล่อยเธอใช้เวลาอยู่กับสิ่งแวดล้อมสะอาด เผื่อจะลืมเ๱ื่๵๹ราวเลวร้ายที่ผ่านมาได้บ้าง