รถ SUV สีดำพุ่งทะยานออกจากลานบ้านพร้อมเสียงเครื่องยนต์คำรามลั่นราวกับวัวกระทิงคลั่ง ขณะขับผ่านรถตู้คันเดิม ซอมบี้หลายตัวยังคงยืนบื้ออยู่ตรงนั้น พวกมันเอาแต่แหงนหน้ามองขึ้นไปบนหน้าต่างตึกอย่างโง่งม
แต่พอเห็นรถ SUV พุ่งทะยานเข้ามาอย่างบ้าระห่ำ ฝูงผีดิบก็แห่กรูเข้าใส่ทันที ฉินจงไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เขาเหยียบคันเร่งจนมิด พุ่งชนรถเสียที่จอดขวางทางจนกระเด็นเปิดเปิง แล้วสลัดฝูงซอมบี้ทิ้งไว้เื้ัอย่างรวดเร็ว
ตามแผนของฉินจง ระยะทางจากที่นี่ไปถึงตึกเป้าหมายไม่ได้ไกลนัก การขับรถลุยนับว่าตอบโจทย์ที่สุด ตราบใดที่สภาพการจราจรไม่ถึงขั้นอัมพาต รถ SUV คันนี้ก็น่าจะมีแรงปะทะพอให้บดขยี้เปิดทางรอดไปได้
ทว่าโลกความจริงมักโหดร้ายเสมอ ทันทีที่ฉินจงหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายหลัก สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนไป บนถนนหกเลนที่กว้างขวางลามไปถึงทางเท้า กลับถูกซากรถไร้เ้าของจอดขวางเอาไว้จนแน่นขนัด ไม่มีแม้แต่ช่องว่างพอให้หมาลอดผ่านได้ด้วยซ้ำ
"เวรเอ๊ย!"
แววตาของฉินจงฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขาเหยียบเบรกจนตัวโก่ง ดูเหมือนความประมาทที่หวังพึ่งโชค จะทำให้เขาพลาดเื่พื้นฐานอย่างไม่น่าให้อภัย
ถึงจะเผื่อใจไว้แล้วว่ารถอาจจะติด แต่นี่มันถนนสายหลัก ต่อให้ถูกปิดตายจนชนไม่พ้น อย่างน้อยก็น่าจะปีนฟุตบาทขับบดขยี้ไปตามทางเท้าได้สิ
แต่สภาพความเป็จริงกลับบัดซบกว่าที่คิด ความแออัดของซากรถที่นี่เข้าขั้นวิกฤต แม้แต่บนทางเท้าก็ไม่มีพื้นที่ให้ขยับเขยื้อนเลยสักนิด
สีหน้าของชายหนุ่มเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขารีบเข้าเกียร์ถอยหลังเตรียมชิ่งหนี ทว่าพอเหลือบมองกระจกมองหลัง มือที่จับพวงมาลัยก็พลันชะงักกึก ถนนด้านหลังถูกฝูงซอมบี้ที่วิ่งไล่ตามมาแห่ปิดล้อมจนมองไม่เห็นทาง
กะด้วยสายตาคร่าว ๆ ฝูงผีดิบพวกนี้มีไม่ต่ำกว่าหลักสิบ หรืออาจจะทะลุร้อยตัว ขืนปล่อยให้รถ SUV ตกอยู่ในวงล้อมของซอมบี้ที่คลั่งราวกับฉีดอะดรีนาลีนมาเต็มหลอด มีหวังพวกมันได้รุมทึ้งเขย่ารถจนพลิกคว่ำอย่างแน่นอน
และถ้าถึงตอนนั้น ต่อให้เขาจะมีฝีมือเก่งกาจแค่ไหน ก็ไม่มีทางสับซอมบี้นับร้อยตัวพร้อมกันได้หรอก
ฉินจงสูดหายใจลึก บังคับตัวเองให้เยือกเย็นลง บนโลกนี้ไม่มีใครมีมุมมองพระเ้าที่รู้ล่วงหน้าได้ทุกอย่าง ในเมื่อก้าวพลาดไปแล้ว ก็ต้องห้ามสติแตกจนทำพลาดซ้ำสองเด็ดขาด
จังหวะนั้นเอง หางตาของเขาเหลือบไปเห็นทางเข้าลานจอดรถใต้ดินอยู่ไม่ไกล วินาทีนี้ไม่มีเวลาให้คิดให้ชั่งใจอีกแล้ว ชายหนุ่มเหยียบคันเร่งจนมิด หักพวงมาลัยพุ่งทะยานเข้าไปในนั้นทันที
ทางเข้าเป็ทางลาดชัน ทันทีที่หักเลี้ยวผ่านโค้งแรก สภาพแวดล้อมเบื้องหน้าก็พลันมืดลง ฉินจงตบไฟหน้ารถ แสงสว่างจ้าสองดวงสาดส่องทะลวงความมืดมิดออกไปเป็ทางยาว
ที่ปลายทางห่างออกไป เขาเห็นแสงสว่างรำไรลอดเข้ามา นั่นน่าจะเป็ทางออกอีกฝั่งของลานจอดรถแน่ ๆ แววตาของฉินจงจุดประกายความหวัง เขารีบเหยียบคันเร่งพุ่งตรงไปยังแสงสว่างนั้น
ทว่าจู่ ๆ เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งพรวดเข้ามาขวางหน้ารถ! ไม่รู้เลยว่าในลานจอดรถใต้ดินแห่งนี้มีซอมบี้ซ่อนตัวอยู่มากแค่ไหน แต่ทันทีที่พวกมันได้ยินเสียงเครื่องยนต์กระหึ่มและเห็นแสงไฟหน้ารถที่สาดส่องเข้ามา ฝูงผีดิบก็แห่กรูเข้ามาล้อมกรอบจากทุกทิศทางทันที
ถึงอย่างนั้นฉินจงก็ไม่ได้ตื่นตระหนก ตอนนี้เขากำลังกุมพวงมาลัยควบคุมรถยนต์ที่เป็ดั่งอสุรกายเหล็กกล้าอยู่ ซอมบี้สองขาเดินดินต่อให้ดุร้ายแค่ไหน ก็ไม่มีทางเอาเนื้อหนังมางัดกับรถยนต์สี่ล้อได้หรอก
ฉินจงกระแทกคันเร่งจนมิด รีดเร้นความเร็วของ SUV ทะยานไปข้างหน้า ซอมบี้ที่โผล่มาขวางทางถูกชนอัดเต็มแรงจนร่างกระเด็นลอยละลิ่วกลางอากาศ
เมื่อเห็นว่าตัวรถเข้าใกล้ทางออกมากขึ้นเรื่อย ๆ มุมปากของฉินจงก็กระตุกยิ้มขึ้นมา แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็ต้องแข็งค้างไปในเสี้ยววินาที เพราะตรงทางออกดันมีรถเก๋งเจ็ดแปดคันจอดชนอัดก๊อปปี้กันไว้อยู่ ปิดตายเส้นทางเอาไว้อย่างแ่า
"ไอ้เวรเอ๊ย..."
วินาทีนี้ฉินจงถึงกับหมดคำจะด่า ตลอดทางที่ผ่านมามีเื่บัดซบให้ต้องสบถเยอะเกินไป จนเขาเริ่มี้เีจะสรรหาคำมาด่าแล้ว
ชายหนุ่มตวัดพวงมาลัยหักหัวรถ SUV กลับอย่างรวดเร็ว เพื่อมุ่งหน้าย้อนไปทางเข้าเดิม ทว่าจังหวะนั้นเอง แสงและเงาบริเวณปากทางเข้าก็เกิดความเคลื่อนไหว ฝูงซอมบี้ที่วิ่งไล่ตามมาั้แ่บนถนน ไหลบ่าทะลักเข้ามาในลานจอดรถราวกับเขื่อนแตก
ชั่วพริบตา ซอมบี้นับร้อยตัวก็คำรามต่ำลั่นขึ้นมาพร้อมกัน เสียงโหยหวนแหลมปรี๊ดดังก้องสะท้อนไปมาในพื้นที่ปิดทึบของลานจอดรถใต้ดิน ประสานเสียงกันจนทำเอาฉินจงถึงกับหูอื้อและใจสั่นระรัว
ใบหน้าของฉินจงทะมึนตึง คิ้วขมวดเข้าหากันแน่นจนแทบจะผูกเป็ปม เขากัดฟันกรอด ทางเข้าถูกปิดตายสนิทไปแล้ว ดูท่าคงจะหนีออกไปไม่ได้ง่าย ๆ ชายหนุ่มตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เหยียบคันเร่งพารถ SUV หักเลี้ยววนเป็วงกลมอย่างบ้าคลั่งอยู่กลางลานจอดรถ
ตัวรถหมุนคว้างกวาดล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า ซอมบี้จำนวนนับไม่ถ้วนถูกชนอัดจนร่างปลิวว่อน ภาพความวินาศสันตะโรนี้ หากครูสอนขับรถของฉินจงมาเห็นเข้า คงต้องรีบประเคนฉายา 'เพชฌฆาตบนท้องถนน' ให้เขาอย่างไม่ต้องสงสัย!
โครม!
แต่เมื่อซอมบี้แห่ทะลักเข้ามาสมทบมากขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับแสงสลัวในลานจอดรถที่บดบังทัศนวิสัย เพียงแค่กะจังหวะพลาดไปนิดเดียว ตัวรถก็สั่นะเืเลื่อนลั่น พุ่งอัดก๊อปปี้เข้ากับเสาปูนต้นหนึ่งเข้าอย่างจัง
เพล้ง!
เศษปูนหลายชิ้นร่วงกราวลงมากระแทกใส่กระจกหน้ารถ จนรอยร้าวแตกแขนงลุกลามเป็ใยแมงมุมไปทั่วทั้งบาน
แรงกระแทกมหาศาลเหวี่ยงร่างของฉินจงให้พุ่งถลาไปข้างหน้าอย่างแรง โชคดีที่เข็มขัดนิรภัยกระชากรั้งตัวเขากลับมาได้ทัน พร้อมกับถุงลมนิรภัยที่ะเิออกมารองรับแรงปะทะเอาไว้ได้มากที่สุด
แต่ถึงอย่างนั้น ฉินจงก็ยังรู้สึกหูอื้อตาพร่า มีเสียงวิ้งดังลั่นอยู่ในหัว ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวจนเห็นดาวระยิบระยับ ใน่ไม่กี่วินาทีนั้น เขารู้สึกราวกับตัวเองกำลังล่องลอยอยู่กลางอากาศ ไร้เรี่ยวแรงจนแทบไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน
...
แฮร่... แฮร่!
เสียงคำรามของซอมบี้ที่ดังแทรกโสตประสาทเข้ามา ความโหยหวนที่แฝงไปด้วยความกระหายเือย่างบ้าคลั่ง กระชากสติของฉินจงให้กลับมาตื่นตัวอีกครั้ง
ชายหนุ่มสะบัดหัวแรง ๆ ไล่ความมึนงง แล้วรีบบิดกุญแจสตาร์ตรถ SUV อีกครั้ง แต่เครื่องยนต์กลับครางเสียงแชะ... แชะ... อย่างไร้เรี่ยวแรงราวกับคนใกล้ตาย ก่อนจะดับวูบและเงียบสนิทไปในที่สุด
เมื่อรู้ตัวว่ารถพังจนใช้งานไม่ได้แล้ว ฉินจงก็ทุบพวงมาลัยระบายอารมณ์ด้วยความหงุดหงิด เขาปรายตามองฝูงซอมบี้ที่กำลังเข้ามาล้อมกรอบ ชายหนุ่มไม่กล้าชักช้า รีบคว้าดาบถีบประตูรถเปิดออกแล้วพุ่งตัวลงมาทันที ขืนนั่งบื้ออยู่ข้างในก็มีแต่ต้องรอความตายเท่านั้น
เนื่องจากผลกระทบจากแรงกระแทกอย่างรุนแรงเมื่อครู่ ทำให้สภาพร่างกายของฉินจงยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทันทีที่เท้าแตะพื้น ร่างกายของเขาก็ซวนเซโงนเงนจนเกือบจะหน้าคะมำ ชายหนุ่มรีบใช้ดาบค้ำยันพื้นประคองร่างเอาไว้ได้ทันท่วงที
ไฟหน้ารถ SUV ฝั่งหนึ่งแตกละเอียดไปแล้ว ส่วนอีกฝั่งก็กะพริบติด ๆ ดับ ๆ แสงไฟวูบวาบในลานจอดรถที่มืดมิด สาดส่องให้เห็นใบหน้าของฝูงซอมบี้ที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ แสงเงาที่พาดผ่านยิ่งขับให้ใบหน้าเน่าเฟะเ่าั้ดูวิปริตและชวนสยดสยองขนพองสยองเกล้าหนักกว่าเดิม
ฉินจงไม่รอช้า เขาทิ้งตัวกลิ้งมุดเข้าไปใต้ท้องรถเก๋งคันหนึ่งอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ตะเกียกตะกายคลานลอดใต้ซากรถคันแล้วคันเล่าไปกว่าเจ็ดแปดคัน จนกระทั่งไปซุ่มเงียบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดใต้รถตู้คันหนึ่งโดยไม่ให้เกิดเสียงแม้แต่น้อย
สภาพแสงในลานจอดรถตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่ามืดสนิท อย่าหวังเลยว่าไอ้พวกซอมบี้สมองกลวงไอคิวติดลบพวกนี้จะฉลาดพอมามุดก้มหาใต้ท้องรถทีละคัน ต่อให้พวกมันคิดจะหาจริง ๆ ท่ามกลางความมืดมิดขนาดนี้ โอกาสที่จะมองเห็นเขาก็แทบจะเป็ศูนย์
เมื่อสถานการณ์รอบตัวเริ่มปลอดภัยขึ้นเล็กน้อย ฉินจงถึงเพิ่งรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวเข่า พอใช้มือลูบคลำดูในความมืดก็พบว่ามีเืเหนียวเหนอะหนะเปียกชุ่มติดมือมาด้วย ไม่รู้เลยว่าิัไปครูดถลอกจนเป็แผลเหวอะั้แ่เมื่อไหร่
ขณะเดียวกัน อาการเจ็บแปลบที่หน้าอกก็แล่นปลาบขึ้นมาราวกับถูกเข็มทิ่มแทง น่าจะเป็อาการาเ็ช้ำในจากการขับรถชนเมื่อครู่ แต่ยังโชคดีที่ไม่ใช่อาการสาหัสถึงขั้นเอาชีวิตไม่รอด ฉินจงพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก กลั้นเสียงสะอื้นหลบซ่อนตัวนิ่ง ๆ เพื่อรอเวลาให้ฝูงผีดิบพวกนี้สลายตัวไปเอง
ฝูงซอมบี้รุมล้อมรถ SUV คันนั้นอยู่พักใหญ่ แต่ไม่นานสมองอันน้อยนิดของพวกมันก็คงจะลืมไปแล้วว่าตามลงมาที่นี่ทำไม พวกมันจึงเริ่มแตกฮือและเดินโซเซสะเปะสะปะไปทั่ว ซอมบี้บางตัวพอเห็นแสงสว่างลอดมาจากปากทางเข้า ก็เดินเตาะแตะออกไปตามสัญชาตญาณ
ฉินจงนอนหมอบนิ่งแนบแผ่นหลังติดกับพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ เขาพยายามปรับจังหวะการหายใจให้แ่เบาและราบเรียบที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเสียงรบกวนจนไปดึงดูดความสนใจของพวกมันเข้า
เวลาล่วงเลยผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง ชายหนุ่มค่อย ๆ ลอบชะโงกหน้าออกไปสำรวจลาดเลา แต่กลับพบว่านอกจากซอมบี้กลุ่มเล็ก ๆ ที่เดินออกไปแล้ว ผีดิบส่วนใหญ่ยังคงเดินวนเวียนยั้วเยี้ยอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน
เมื่อเห็นแบบนั้น ฉินจงก็เริ่มสบถด่าในใจด้วยความร้อนรน ขืนมารอนอนให้พวกมันเดินจากไปเองแบบนี้ ไม่รู้ว่าชาตินี้ชาติหน้าจะได้ออกไปไหม
แต่ทันใดนั้นเอง หางตาของฉินจงก็เหลือบไปเห็นแสงสะท้อนสีเขียวเรืองรองสลัว ๆ ในความมืดอีกฝั่งหนึ่ง เขาหรี่ตาเพ่งมองผ่านความมืดอย่างตั้งใจ ก่อนที่หัวใจจะพองโตด้วยความหวัง เพราะมันคือป้ายไฟสีเขียวที่เขียนตัวอักษรคำว่า 'ทางหนีไฟ' ติดเอาไว้
สถานการณ์แบบนี้ฉินจงไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวลุกขึ้นยืน เขาตัดสินใจกระดึบตัวคลานลอดใต้ท้องรถไปอย่างเงียบเชียบ ชายหนุ่มหมอบราบไปกับพื้น มือข้างหนึ่งกำด้ามดาบไว้แน่น ค่อย ๆ คลานมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งของทางหนีไฟทีละคืบทีละนิ้ว
ตลอดเส้นทาง รอบตัวเขายังคงมีเสียงคำรามต่ำในลำคอของฝูงซอมบี้ดังแว่วมาให้ได้ยินเป็ระยะ ฉินจงพยายามกดข่มความหวาดหวั่นในใจเอาไว้ แล้วค่อย ๆ เคลื่อนตัวคืบคลานไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
ภายในลานจอดรถใต้ดินมืดสนิทจนแทบจะมองไม่เห็นนิ้วมือตัวเอง ฉินจงทำได้เพียงภาวนาในใจเงียบ ๆ ว่า... ขออย่าให้บัญเอิญซวยคลานไปสวมกอดกับซอมบี้ตัวไหนเข้าเลยเถอะ!