ทั้งสี่เดินออกจากวัดภูมินทร์ดาบบุญช่วยจึงสตาร์ทเครื่องรถตู้ที่จอดรอ ลงจากที่นั่งคนขับเพื่อเตรียมปิดประตู อิงอิ้งเดินนำหน้าทุกคนตามด้วยจีม ทันใดมีชายชุดดำสิบคนสวมหมวกไหมพรมคลุมศีรษะ ใส่หน้ากากอนามัยสีดำ พร้อมแว่นกันแดด เป็การพรางใบหน้าแบ่งกำลังออกเป็สองส่วนอ้อมมาจากด้านหน้า และด้านหลังรถทั้งหมดเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว คนหนึ่งล็อคคอที่ด้านหลังดาบบุญช่วยอีกคนชกเข้าที่ใบหน้าและที่ท้อง ดาบบุญช่วยถึงกับทรุดลงกองกับพื้น
ขณะที่ทุกคนกำลังในั้นไอ้คำถูกรุมด้วยคนร้ายอีกสองคนแต่นักรบองครักษ์สามารถปัดป้องด้วยมือเปล่า พร้อมตอบโต้กลับ เตะสกัดอีกคนร้ายจนมันเสียหลักถอยหลังกรูด
ขณะที่หมวดสาวตั้งสติได้กำลังจะโผไปช่วยดาบบุญช่วยกลับถูกคนร้ายคนหนึ่งล็อกคอเข้าที่ด้านหลัง เธอจึงสะบัดศอกเข้าใส่ คนร้ายสองคนจึงลงมือรุมชกหมวดสาวต่างปะทะตอบโต้กันไปมา
ขณะขุนฟองเคลื่อนไหวเพื่อจะช่วยหมวดอิงอิ้งก็ถูกคนร้ายสามคนล้อมไว้ ไวเท่าความคิดขุนฟองกำหมัดชกคนร้ายคนหนึ่งพร้อมสะบัดหลังมือซ้ายตบคนร้ายอีกคน ในจังหวะนั้นถูกคนร้ายถีบเข้าที่ด้านหลังทำให้เสียหลักเซไป
ไอ้คำเมื่อปัดป้องสองคนร้ายได้จึงขยับประชิดตัวนายเหนือหัวของตน ทั้งสองหันหลังชนกันร่วมกันต่อสู้กับคนร้ายที่ล้อมเข้ามา
ในภาวะวิกฤติจีมเห็นเพื่อนรักโดนรุมแต่ตนไม่มีทักษะการต่อสู้จึงเหวี่ยงกระเป๋าสะพายฟาดไปที่คนร้ายคนหนึ่งเข้าที่หัว คนร้ายเือาบจากน้ำหนักของโทรศัพท์มือถือ
“นี่นี่...ไม่รู้จักชั้นซะแล้ว” พร้อมตั้งการ์ดกำหมัดทั้งที่ในใจเต้นระรัวด้วยความกลัว ร้องเสียงออกมาดังๆ
“ว้าก...ถอยไป”คนร้ายดูท่าทางของเธอก็รู้ว่าเธอไม่เป็มวยจึงตบที่ใบหน้าเธอหนึ่งฉาด ทำเอาจีมเซไป
”ไอ้เลวตบผู้หญิงชั้นเพศเดียวกับแม่แกนะหน้าสวยๆ ของชั้นบวมหมด...แก..” พูดจบขยับเข้าหาคนร้าย แต่หมวดอิงอิ้งชิงถีบคนร้ายคนนั้นเข้าเต็มเท้า“นี่...อย่าทำเพื่อนชั้น ยัยจีม แกเป็ไงมั่ง”
เมื่อดาบบุญช่วยลุกขึ้นได้ จึงเคลื่อนตัวเพื่อสมทบกับหมวดอิงอิ้ง แต่สามารถสกัดได้เพียงคนเดียว หมวดสาวจึงโดนรุมจากคนร้ายสามคน หนึ่งในนั้นชักมีดสปริงออกมา หมวดสาวขมวดคิ้ว ยกแขนทั้งสองตั้งการ์ดขึ้นระวังตนอย่างสูงสุด
“หนอย...รุมผู้หญิงยังไม่พอยังจะใช้เครื่องทุ่นแรงอีกเหรอ...ไป..ไปเอากระโปรงมาใส่ไป๊” ขาดคำ คนร้ายจ้วงแทงแต่เธอสามารถหลบคมมีดอย่างหวุดหวิด ในจังหวะนั้นมีอีกคนออกหมัดชกใส่ เธอใช้มือรับหมัดคนร้ายที่ใช้มีดแทงจ้วงแทงอีกครั้งด้วยเธอต้องระวังตัวจึงไม่สามารถหลบคมมีดได้พ้นคมมีดถากต้นแขนที่กลมกลึงใบหน้าสวยละมุมบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป ร้องออกมาด้วยความเ็ป
ขุนฟองได้ยินเสียงหมวดสาวจึงพุ่งตัวเข้าใช้หมัดชกคนร้ายจนเซ แล้วบีบที่ข้อมือจนมีดหลุดมือ
ขณะที่จีมยืนเก้ๆกังๆ ไม่ห่างจากเพื่อนรัก คนร้ายคู่ปรับประจันหน้าเธออีกครั้งพร้อมพุ่งเข้าบีบคอ
“ยัยตัวแสบ ตายซะเถิดทำชั้นเสียเื” ไอ้คำเห็นดังนั้นจึงปัดคนร้ายสามคนที่กลุ้มรุมตนออกจนเหล่าร้ายล้มลง สายตาแสดงแววกราดเกรี้ยวพุ่งเข้าถีบคนร้ายที่บีบคอจีมเซพ้นไปจีมคลำคอตนเองพร้อมหายใจหอบหนักเพราะขาดอากาศหายใจไปชั่วขณะ
“แม่นางเป็อะหยัง” จีมตอบกลับแสดงความไม่พอใจแต่สีหน้ามีความโล่งใจ “เกือบตายสิ...ถามได้”
การต่อสู้ยังคงชุลมุนต่างตอบโต้กันไปมาทั้งห้าคนอยู่ในวงล้อมของเหล่าร้าย ขุนฟองหันหลังชนกับไอ้คำ มีอิงอิ้ง จีมยืนเคียงข้าง ส่วนดาบบุญช่วยยืนข้างไอ้คำ มีเสียงคนร้ายะโออกมาพร้อมชักปืนออกมาขู่
“อย่าขัดขืนให้เสียเวลาข้า้าแค่หมวดคนเดียวคนอื่นไม่เกี่ยวอย่ายุ่งไม่งั้นพ่อจะยิงให้ตายซะ”
แววตาของขุนฟองฉายประกายความมุ่งมั่นหันไปกระซิบกับไอ้คำ“หมัดพายุเน้อ”
พูดจบขุนฟองและไอ้คำต่างกำหมัด ยกแขนวาดวนเหนือศีรษะพร้อมเกร็งแขนมือกลั้นลมหายใจ ออกเสียง “หมัดพายุ”ขาดคำชกหมัดพุ่งไปยังคนร้าย ฉับพลันเกิดแรงปะทะมหาศาลจนคนร้ายทั้งหมดล้มลงกับพื้น
อิงอิ้งจีม ดาบช่วยต่างตะลึง ทึ่งในพลังปะทะของสองหนุ่ม เสียงจีมอุทานออกมาเบาๆ
“ว้าว..อย่างกับฝ่ามือพิชิตัของก๊วยเจ๋งเวอร์ชั่นเซียวจ้านเลย เฟี้ยว..เริดสุด”
เหล่าคนร้ายใกับพลังที่คาดไม่ถึงรับแรงปะทะที่ทรงพลังคล้ายโดนแรงะเิลูกย่อมๆ ต่างกระเด็นรู้สึกเ็ปไปทั้งตัว พยายามฝืนจะลุกขึ้นแต่ไม่สามารถลุกขึ้นได้
ขุนฟองกับอ้ายคำขยับจะปะทะกับคนร้ายอีกครั้ง ทันใดรถตู้สองคันไม่มีเลขทะเบียนแล่นเข้ามาด้วยความเร็วเบรกแรงจนเสียงดังสนั่น เหล่าร้ายต่างกรูวิ่งขึ้นรถมีประกายไฟแลบออกมาจากรถพร้อมเสียงปืน ปัง ปัง ปัง !!
ด้วยสัญชาตญาณขุนฟองโน้มอิงอิ้ง และทุกคนให้ก้มหลบ ขุนฟองลุกขึ้นพุ่งเข้าใส่รถคันที่ยิงปืน มีะุอีกสามนัดยิงซ้ำออกมา ขุนฟองเบี่ยงตัวหลบแต่คมะุหนึ่งนัดถากเฉือนเข้าที่หัวไหล่ขวาของขุนฟอง ใบหน้าบิดเบี้ยว ขมวดคิ้ว จับแผลที่หัวไหล่ของตนพร้อมร้องออกมาเบาๆ“โอ้ย” จังหวะนั้นรถทั้งสองคนขับทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อสถานการณ์คลี่คลายอิงอิ้งหันมาหาขุนฟอง สีหน้าแสดงความเป็ห่วงเปิดดูแผลที่หัวไหล่ของขุนฟอง
“ท่านขุนฟองเป็ไงบ้างคะยัยจีมเป็ไงมั่ง อาช่วยาเ็ตรงไหนคะ” ไอ้คำนึกว่าอิงอิ้งจะถามตน จึงอ้าปากค้าง จีมหันมาเห็นเข้าจึงหัวเราะออกมา
“พี่คำเป็ไงบ้างคะาเ็ตรงไหนไม๊คะ”
“ข้าเ้าบ่เป็หยัง แม่นางเป็จะใด เจ็บที่ใดพ่อง คอกับหน้าแม่นางแดงแต๊ก๋า”
“ใช่ชั้นเกือบตายค่ะมันบีบคอกะให้ชั้นตายเลยว่าแต่ตายไม่ว่าหน้าอย่าเสียโฉมนะ.55555.....ยัยอิ้งหน้าชั้นเป็ไงมั่งอะแก”
คนโดนถามจึงหันมายิ้มพร้อมส่ายหน้าเบาๆ พร้อมมีหยดน้ำตาไหลออกมา หันมาโอบเพื่อนรัก
“เจ็บมากไหมแก” เมื่อเห็นเพื่อนรักน้ำตาไหลจึงร้องไห้ออกมา
“แกชั้นโอเค ไม่เป็ไรแล้ว แกละ เืแกออกที่แขน ไหนแผลลึกไม๊เจ็บมากไหม” สองสาวต่างกอดกันแน่น
ทั้งขุนฟองและไอ้คำยิ้มด้วยความรู้สึกเอ็นดูในความรัก ความเป็ห่วงของเพื่อนรักทั้งสอง ส่วนดาบบุญช่วยมีอาการจุก ปวดกล้ามเนื้อบริเวณอกจึงเดินตัวงอจนขุนฟองต้องเข้ามาประคองเพื่อเดินไปขึ้นรถตู้ด้วยกัน
ระหว่างนั่งรถดาบบุญช่วยรายงานหมวดอิงอิ้งเื่สายสืบโดนทำร้ายเมื่อวาน หมวดสาวมีแววตาครุ่นคิดประติดประต่อลำดับเวลาจึงเข้าใจเื่ราวพยักหน้าช้าๆ
“อิ้งเข้าใจแล้วค่ะทำให้ดูเหมือนโจรกระจอกชิงทรัพย์ปกติแต่อิ้งคุยกับเขาเมื่อวานได้เบาะแสชัดเจนมาก แล้วสายสืบส่งข้อมูลให้ทางแชทเยอะเลยค่ะ ตัวการใหญ่คง้าดูว่าสายสืบส่งข้อมูลให้ใคร วันนี้คงตั้งใจมาจัดการกับอิ้งเพื่อทำลายหลักฐานด้วยค่ะ”
อิงอิ้งกับดาบช่วยจึงตัดสินใจกลับมาที่บ้านดร.จักรินทร์ เพื่อตั้งหลักว่าจะทำอย่างไรต่อต่างได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าจะไม่ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ เพราะเป็การแสดงความเคลื่อนไหวและไม่เกิดประโยชน์อะไร เธอคาดเดาได้ว่ามีคนของตัวการใหญ่คุมสถานีตำรวจท้องที่หมวดสาวจึงตัดสินใจทำรายงานผู้บังคับบัญชาในสายงานปราบปรามยาเสพติดแทน
เมื่อถึงบ้าน ดร.จักรินทร์เห็นสภาพแต่ละคนที่าเ็เืไหล ฟกช้ำ จึงตื่นตระหนก โผเข้ากอดหลานสาวสุดที่รัก“ตาย ตาย ตายใครทำหลานชั้นจีมเป็ไงมั่งเจ็บตรงไหนบ้าง...โถลูก”
“ไอ้แก๊งเลวมันบีบคอหนู...ฮือฮือ” พูดจบสะอื้นร้องไห้ออกมาเสียงดัง
“แล้วหนูอิ้งเป็ไงบ้างลูก....โหเืออกแดงเถือกเลย”
อิงอิ้งยิ้มรับด้วยความเกรงใจ“ไม่เป็ไรค่าลุง อิ้งไม่เป็ไรมาก แค่แผลถากไปเองค่ะ อิงอิ้งซะอย่างสบายมาก” ลุงจั๊กจับหัวอิงอิ้งด้วยความเป็ห่วง “ท่านขุนฟอง คุณคำ ดาบช่วย เจ็บตรงไหน าเ็มีแผลไม๊”
ดร.จักรินทร์ ขนเอาเครื่องมือปฐมพยาบาลชุดใหญ่แจกจ่ายให้ทุกคน เอาครีมแก้ฟกช้ำทาให้ที่คอและแก้มของจีมอย่างเบามือ “โถลูกลุง ใครมันช่างใจร้ายทำหลานรักของลุงได้”
ความเจ็บใจที่ถูกทำร้ายพุ่งขึ้นมาจนหยุดไม่ได้ ผสมกับความซาบซึ้งในความรักของลุงจั๊กที่มีต่อตน ท่วมท้นออกมาเป็น้ำตาไหลอาบสองแก้ม ส่วนไอ้คำนั่งมองสองลุงหลานด้วยอารมณ์ที่ตื้นตันในใจอดเป็ห่วงจีมไม่ได้ จีมหันมาเห็นสายตาของไอ้คำจึงก้มหลบตาอย่างเงียบๆ
“คุณคำเจ็บตรงไหนไม๊ครับดูจากภายนอกแล้วมีแค่รอยฟกช้ำนะผมทายาให้ไม๊” ดร.จักรินทร์สังเกตเห็นไอ้คำนั่งเงียบจึงแสดงความเป็ห่วง” รอยฟกช้ำส่วนใหญ่อยู่ที่หน้าอกกับ่ลำตัว ดร.จักรินทร์จึงเปิดเสื้อไอ้คำทาครีมแก้ฟกช้ำให้ จีมแอบมองซิกซ์แพคของไอ้คำแล้วรีบเบือนหน้าหนีทั้งที่รู้สึกถูกดึงดูด
“ดาบช่วย...มาๆ..ผมทายาให้คอเป็รอยช้ำหนิ” ขณะทายาดาบช่วยอดยิ้มกลบเกลื่อนความเจ็บจากแผลฟกช้ำ “พี่ดอกเตอร์ครับ อย่าคลึงครับผมสยิวกิ้ว...เคลิ้มเลย...อึ่ม...ผมเปลี่ยนใจเป็สายวายดีกว่า...มามะที่รัก” พูดจบทั้งสองะเิเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นห้องรับแขก จีมและอิงอิ้งหัวเราะตาม
จีมออกปากแซว “ลุงจั๊กขา...อาช่วยช่างป็นคู่ที่เหมาะสมกันเลยนะคะ 5555”
“อิงอิ้ง อย่ามัวแต่หัวเราะแผลหนูเป็ไงบ้างลูก...มาๆ เดี๋ยวลุงจั๊กทำแผลให้”
จีมจึงแอบกระซิบลุงจั๊ก “ลุงจั๊กขา หมูเขาจะหามอย่าเอาคานไปสอด เชื่อจีมลุงอยู่เฉยๆค่ะ”
ดร.จักรินทร์ทำหน้างงยังไม่ทันถามกลับ เห็นขุนฟองเอื้อมมือหยิบสำลีในกล่องปฐมพยาบาล แม้จะดูเงอะงะ แต่พยายามหายาในกล่อง
“ยะจะใดข้าเ้าบ่เข้าใจยาในยุคนี้” ดร.จักรินทร์จึงหยิบยาฆ่าเชื้อส่งให้พร้อมทั้งแนะวิธีทำความสะอาดแผลให้
หมวดคนสวยพยายามจะแย่งสำลีจากมือขุนฟองเพื่อทำแผลให้ตนเองแต่ตนใช้มือซ้ายไม่ถนัด ขุนฟองจึงนั่งลงข้างๆ จับบิดตัวของเธอให้หันหน้าเข้าหาตนพลางใช้สำลีถูเบาๆบนแขนอย่างอ่อนโยน
ขณะที่ชายหนุ่มบรรจงทำแผลให้สาวงามที่ตนมีใจ สายตาก็อดจ้องตาและมองใบหน้านั้นด้วยความรู้สึกเสน่หาจนไม่อาจละได้ ตาคู่นั้นเกิดประกายพึงใจแฝงความรู้สึกเป็ห่วงออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ มือนุ่มนวลสื่อััที่อ่อนโยน จนเ้าของแขนอดใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกสะเทิ้นอาย ความอบอุ่นแผ่ซ่านสู่ส่วนลึกของใจ จนลืมความเจ็บไปสิ้น แม้ปราศจากคำพูดใดจากชายหนุ่มแต่การสื่อสารนั้นชัดเจนจนอยากให้โลกหยุดหมุนเหลือเพียงลำพัง
“แล้วแผลท่านขุนฟองเป็ยังไงบ้างคะอิ้งใส่ยาให้นะคะ” ดวงตาคู่งามส่องประกายหวานจนชายหนุ่มแอบยิ้มออกมา
“ข้าเ้าบ่เป็หยังแม่นางทุเลาฤาไม่”
“มาค่ะ อยู่นิ่งๆ” อิงอิ้งใช้สำลีแตะแผลของชายหนุ่มอย่างเบามืออีกฝ่ายสุขใจกับการัันั้นสายตาฉายแววประทับใจ รับรู้กับตนเองว่าเริ่มรู้สึกดีกับสาวสวยที่อยู่ตรงหน้า สายใยแห่งความผูกพันเริ่มถักทอขึ้นอย่างหนาแน่น ความสวยงามจากหน้าตารูปร่างที่มีเสน่ห์เป็เพียงแรงดึงดูดเบื้องต้นตามสัญชาตญาณของชายหนุ่ม แต่สายตาที่มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวกล้าหาญจริงใจกลับเป็ดั่งสายรัดแก้วที่ผูกใจของตนให้ติดตรึงในความงดงามของหญิงคนนี้
ความรักความผูกพันเริ่มก่อร่างขึ้นในใจทั้งสองอย่างเงียบงันในขณะที่หมวดสาวรู้สึกหวั่นถึงภัยที่กำลังคืบคลานเข้าหาตน การถูกลอบระดมยิงในบ้าน เหตุการณ์ที่บุกทำร้ายเธอในที่สาธารณะบ่งบอกว่าจอมบงการคงไม่ปล่อยเธอไว้แน่