45 นักพรตม่อหลาง
สาวงามนางนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นแม่นางหลี่ซา หรือลิซ่า หนึ่งในสี่หงส์ดรุณนั่นเอง โดยวันนี้นางออกมาซื้อของใช้ส่วนตัว ก่อนจะเข้ามาที่ร้านอาหารแห่งนี้เพื่อทานมื้อเที่ยง “ อ้าว แม่นางลิซ่านั่นเอง อ้อ ข้าขอแนะนำให้ท่านรู้จัก นี่แม่นางเสี่ยวเฟย ส่วนนี่แม่นางหลินซู่เฟิน” อาหลงแนะนำให้นางได้รู้จักสาวงามทั้งสองที่นั่งร่วมโต๊ะกับเขา โดยหลังจากที่หลี่ซานั่งลงร่วมโต๊ะกับคนทั้งสามตามคำเชิญ สาวงามทั้งสามต่างยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร “ ดาหลิง แม่นางหลิน นี่คือแม่นางหลี่ซา หนึ่งในสี่หงส์ดรุณที่เลื่องชื่อ นอกจากนางจะเป็นโฉมงามที่เลื่องชื่อแล้ว ฝีมือในการประดิษฐ์คิดค้นของนางก็ถือว่าหาตัวจับได้ยากเลยทีเดียว” ชายหนุ่มแนะนำให้สองสาวได้รู้จักกับอีกฝ่ายเช่นกัน โดยหลี่ซามีท่าทีที่สงสัยและประหลาดใจเมื่อได้ยินเขาเรียกสาวงามที่อยู่ข้างกายว่าดาหลิงซึ่งแปลว่าที่รัก “ พี่หลี่ซา ช่างงามสมคำร่ำลือจริง ๆ เป็นวาสนาของเสี่ยวเฟยที่มีโอกาสได้พบกับท่าน” ต้วนอี้เฟยกล่าวชมพร้อมยกย่องและให้เกียรติอีกฝ่ายเป็นพี่ โดยไม่ถือพระองค์แต่อย่างใด ถือว่านางเป็นคนที่ใจกว้างและมีมารยาทที่ดีงามยิ่ง “ คุณชายเสียมหลอ เมื่อวานเซียนเอ๋อเอ่ยถึงท่านให้ข้าฟัง นางมีความสุขมากจริง ๆ ที่ท่านไปหานางที่หอเมื่อวาน” หลี่ซาเอ่ยกับชายหนุ่มพร้อมทั้งแอบชำเลืองไปทางองค์หญิงห้า เพื่อสังเกตว่านางจะมีอาการหึงหวงใด ๆ หรือไม่ ก่อนจะพูดจาตัดพ้อชายหนุ่มแทนเพื่อนรักของนาง “ ท่านเรียกแม่นางเสียวเฟยว่าดาหลิง แล้วท่านเอาฮันนี่ไปไว้ไหนเจ้าคะ?” ถึงแม้โฉมงามแห่งหอหงส์ดรุณจะรู้สึกดีต่อแม่นางเสี่ยวเฟยไม่น้อย แต่ยังไง ๆ นางก็ต้องเห็นแก่เพื่อนรักของนางมากกว่า ดังนั้นจึงอดที่จะพูดประชดประชันอีกฝ่ายไม่ได้ “ เอ่อ....แม่นางหลี่ซา เรื่องของฮันนี่ข้ารับปากว่าจะรีบหาทางช่วยเหลือนางให้ได้ ว่าแต่ปากกาที่ท่านลองผลิตเป็นอย่างไรบ้าง?” เสียมหลอรับปากกับอีกฝ่าย ว่าเขาจะหาทางช่วยเพื่อนรักของนางให้ได้ พร้อมทั้งถือโอกาสเปลี่ยนหัวข้อที่สนทนาอยู่ทันที พร้อมทั้งยังสั่งให้เสี่ยวเอ้อนำข้าวและกับข้าวที่ขึ้นชื่อของที่นี่มาเพิ่มอีก 2-3 อย่าง “ อ้อ ใช่สิ ข้าลืมไปเลย นี่คือปากกาที่ข้าเพิ่งผลิตเสร็จ โดยสร้างจากวัสดุที่ข้าหาได้ง่าย ๆ แถวนี้ ท่านลองดูว่าป็นอย่างไรบ้าง” หลี่ซาโดนอาหลงชวนเปลี่ยนประเด็น ทำให้นางลืมไปว่านางกำลังจะตำหนิอีกฝ่าย พร้อมทั้งรักษาสิทธิ์ในการช่วงชิงตัวเขาแทนเพื่อนรักของนาง “ อืม ยอดเยี่ยมจริง ๆ แม่นางหลี่ ท่านใช้เวลาเพียงแค่ 2 วันก็สามารถเรียนรู้ส่วนประกอบ และผลิตเลียนแบบมันขึ้นมาได้สำเร็จ แถมยังสามารถใช้เขียนได้จริง ๆ อีกด้วย” เสียมหลอหลงเอ่ยชมบุตรีของอาจารย์หญิงของเขา หลังจากที่เขาได้ทดลองนำปากกาด้ามนั้นมาทดลองเขียน และปรากฏว่าสามารถเขียนได้ดีเช่นเดียวกับด้ามต้นแบบที่เขาให้นางไป ต่างกันเพียงแค่ด้ามที่เขาให้ยืมจะทำจากพลาสติค ส่วนด้ามที่นางประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมานั้นทำจากโลหะ “ ท่านคงไม่ลืมข้อตกลงที่ท่านเคยรับปากกับข้า เมื่อตอนที่ท่านไปที่หอหงส์ดรุณเมื่อวันก่อนนะเจ้าคะคุณชาย” โฉมงามแห่งหอหงส์อรุณเอ่ยปากทวงสัญญากับอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะพยักหน้าน้อย ๆ เป็นการตอบรับ “ แน่นอน แม่นางหลี่ซา ทุกจะเป็นไปตามข้อตกลงที่เราได้เคยตกลงกันไว้ ปากกาด้ามนี้จะมีชื่อว่า โมนาลิซ่า และท่านจะได้ส่วนแบ่งรายได้ตามที่เราได้คุยกันไว้อย่างแน่นอน” “ ข้าอยากให้ปากกาออกวางขายเร็ว ๆ ข้าจะได้มีเงินไปไถ่ตัวข้าเองและเซียนเอ๋อให้เป็นอิสระเสียที” นางเอ่ยกับชายหนุ่มตรงหน้าอย่างมีความหวัง ในขณะที่สาวงามอีกสองนางต่างตั้งอกตั้งใจฟังคนทั้งสองคุยกันอย่างใจจดใจจ่อ “ คุณชาย เมื่อปากกาโมนาลิซ่าผลิตเสร็จ ท่านอย่าลืมส่งไปให้ข้าจำหน่ายที่เมืองเสียนหยินด้วยนะเจ้าคะ ข้าเชื่อว่ามันจะต้องขายดิบขายดีจนผลิตไม่ทันแน่นอนเจ้าคะ” หลินซู่เฟิน ซึ่งถือว่าเป็นเทพธิดาแห่งการค้าลงมาจุติ เอ่ยกับพันธมิตรทางการค้าของนางอย่างตื่นเต้นดีใจ ราวกับได้พบขุมสมบัติก็ไม่ปาน “ ท่านคิดว่าเราควรจะขายเจ้าพู่กันวิเศษนี้ในราคาด้ามละเท่าไหร่ดีเจ้าคะคุณชาย ด้ามละ 1,000 ตำลึงเป็นอย่างไร?” สหายรักของกันเย่ว์หนี่เอ่ยถามเสียมหลอหลง เพื่อที่นางจะได้ตั้งราคาได้ถูกต้องและเหมาะสมกับคุณภาพของมัน เมื่อสินค้าถูกส่งไปที่เมืองเสียนหยินของนาง “ ข้าว่าเพื่อให้ขายได้ง่ายและเร็วขึ้น เราควรขายมันที่ราคาด้ามละ 400 ตำลึงก็พอ โดยต้นทุนการผลิตของปากกาเหล่านี้ ตกไม่ถึงด้ามละ 4 ตำลึง เท่ากับเราจะทำกำไรได้ถึง 100 เท่าเลยทีเดียว” ชายหนุ่มตอบคำถาม พร้อมทั้งอธิบายเหตุและผลให้นางเข้าใจ ก่อนจะพูดถึงส่วนแบ่งกำไรว่าเขาจะแบ่งออกเป็นสี่ส่วน ส่วนแรกเป็นของเขาและพันธมิตร 99 ตำลึง ส่วนที่สองอีก 99 ตำลึงเป็นของแม่นางหลี่ซาผู้ผลิตคิดค้น ส่วนที่สามอีก 99 ตำลึงเป็นของแม่นางหลินซู่เฟินที่เป็นตัวแทนจำหน่าย ส่วนสุดท้ายอีก 99 ตำลึงจะบริจาคให้กับการกุศล โดยจะนำไปตั้งกองทุนช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยแล้งในขณะนี้ “ แค่เราจำหน่ายปากกาเหล่านี้ให้ได้ 3,000 ด้าม ท่านก็จะได้รับส่วนแบ่งเป็นจำนวนเกือบ 300,000 ตำลึงเลยทีเดียว รวมทั้งท่านด้วย แม่นางหลิน นอกจากนี้พวกเรายังมีส่วนที่จะช่วยให้ชาวบ้านที่ประสบภัยได้เงินบริจาคช่วยเหลืออีก 300,000 ตำลึงอีกด้วย พวกท่านว่าเช่นนี้ดีหรือไม่?” ชายหนุ่มอธิบายให้กับสองสาวฟังถึงผลประโยชน์ที่พวกนางจะได้รับอย่างละเอียด ทำให้พวกนางรู้สึกตื่นเต้นดีใจอย่างมาก ไม่เว้นแต่องค์หญิงห้า ก็ทรงพลอยโสมนัสไปด้วย “ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ข้าก็มีหวังที่จะได้ไถ่ตัวข้าเองและเซียนเอ๋อแล้ว แถมยังเหลือเงินไว้สำหรับทำการค้าอีกตั้ง 100,000 ตำลึงเลยทีเดียว” หลี่ซาเอ่ยออกมาอย่างดีใจจนเนื้อเต้น ก่อนที่แม่นางหลินจะบอกอย่างยิ้มๆ ว่า ลำพังแค่เมืองเสียนหยินแห่งเดียวก็คงขายปากกาได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ด้ามแน่นอน “ เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณพี่หลินล่วงหน้าแล้ว” นางเอ่ยพร้อมย่อตัวคารวะอีกฝ่าย ด้วยความสำนึกขอบคุณจากใจจริง ๆ ก่อนที่เสียมหลอหลงจะชวนทุกคนทานข้าวต่อ เมื่อเสี่ยวเอ้อนำอาหารที่สั่งเพิ่มมาเสิร์ฟที่โต๊ะ “ เมื่อครู่ได้ยินว่าแม่นางหลินจะเดินทางกลับเมืองเสียนหยินในวันรุ่งขึ้น ไม่ทราบว่าเส้นทางของท่านต้องผ่านอำเภอหลงซานหรือไม่?” อาหลงเอ่ยถามอีกฝ่าย ก่อนที่นางจะพยักหน้ารับ พร้อมทั้งเล่าให้ทุกคนได้ทราบว่า มารดาบังเกิดเกล้าของนางก็เป็นชาวอำเภอหลงซานเช่นกัน ดังนั้นนางต้องแวะไปเยี่ยมบรรดาญาติ ๆ ของพ่อแม่นางอยู่แล้ว ได้ยินเช่นนั้น อาหลงจึงเอ่ยปากขอร้องให้นางช่วยเป็นตัวแทนเจรจาการค้า รวมทั้งช่วยก่อตั้งและดูแลการค้าในอำเภอหลงซานให้กับเขา ก่อนที่เขาจะเดินทางไปรับตำแหน่งนายอำเภอที่นั่นในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งนางตอบรับปากเขาด้วยความยินดี “ ด้านค่าตอบแทน ข้าจะให้ค่าเสียเวลากับท่านเป็นเงิน 2,000 ตำลึง และคนของข้า หวังฮั่นจะไปรอท่านที่ในตัวอำเภอ พร้อมตั๋วแลกเงิน 50,000 ตำลึงที่ข้าฝากเขาไปก่อนล่วงหน้า” “ คุณชายอย่าได้กล่าวเช่นนี้ บุญคุณที่ท่านเคยช่วยชีวิตข้ากับเสี่ยวหลานไว้ ถือว่าล้นฟ้า เพียงได้ช่วยตอบแทนท่านบ้างเพียงเท่านี้ ไม่นับว่าเป็นอย่างไรได้?” นางเอ่ยปฏิเสธค่าตอบแทนที่อีกฝ่ายเสนอมา เพราะนางต้องการจะตอบแทนบุญคุณของเขาที่เคยช่วยชีวิตนางมาก่อน “ ดาหลิง ท่านต้องไปรับตำแหน่งนายอำเภอที่อำเภอหลงซาน ใยท่านไม่บอกข้าสักคำ?” เป็นองค์หญิงห้าเอ่ยตัดพ้อกับชายหนุ่มด้วยความน้อยใจนิด ๆ ที่เขาปิดบังนางไว้ ก่อนที่เขาจะอธิบายว่า เขาตั้งใจจะบอกนางช่วงบ่ายของวันนี้ เพราะไม่อยากให้นางต้องเป็นห่วง “ คุณชาย ข้าชักจะรู้สึกเป็นห่วงท่านขึ้นมาแล้วสิ ท่านแม่ของข้าเคยเล่าให้ข้าฟังว่า ที่นั่นมีแต่พวกมีอิทธิพล พวกนั้นเปรียบเสมือนฮ่องเต้ท้องถิ่นก็ไม่ปาน โดยนายอำเภอแต่ละคนที่ผ่านมา แทบจะไม่มีบทบาทใด ๆ เลย เปรียบเสมือนเป็นหุ่นเชิดของพวกเขา ส่วนคนที่แข็งข้อต่อต้านก็มักจะประสบเคราะห์ร้ายอยู่เสมอ จนทุกวันนี้แทบจะไม่มีใครกล้าไปรับตำแหน่งที่นั่นอีกเลย” แม่นางหลิน อธิบายให้อีกฝ่ายฟังด้วยความเป็นห่วงในความปลอดภัยของเขา โดยเฉพาะองค์หญิงห้า ต้วนอี้เฟย ที่ดูจะเป็นห่วงเป็นใยชายหนุ่มตรงหน้านี้เป็นพิเศษ “ พวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไป คุณชายท่านนี้จะไม่มีเหตุอันตรายถึงแก่ชีวิตอย่างแน่นอน แถมที่นั่นจะเป็นที่ที่สร้างชื่อให้กับเขาอีกด้วย” จู่ ๆ ก็มีนักพรตเฒ่าปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับเดินเข้ามาเอ่ยทำนายทายทักเสียมหลอหลงด้วยแววตาที่ดูเหมือนจะไม่เคยพบเห็นคนที่มีนรลักษณ์เช่นนี้มาก่อน โดยนักพรตชราผู้นี้อยู่ในชุดนักพรตสีขาวล้วนดูบริสุทธิ์ ผมบนศีรษะขาวโพลนราวกับหิมะ หน้าตาเอิบอิ่มดูเปี่ยมไปด้วยความเมตตา “ คุณชายท่านนี้ นรลักษณ์ของท่านช่างประหลาดยิ่งนัก จริง ๆ แล้วดวงชะตาของท่านจะต้องจบสิ้นและหมดอายุขัยไปตั้งแต่หนึ่งปีที่แล้ว แต่เหตุใดท่านยังคงมีชีวิตยืนยาวมาจนถึงวันนี้ได้” “ อีกทั้งข้าได้ตรวจพลังจิตวิญญาณของท่าน กลับปรากฏว่ามันเป็นของคนที่มีอายุ 40 ปี หาใช่เพียงแค่ 20 ปี อย่างที่มันคนจะเป็น” นักพรตผู้มีฌานและตบะแก่กล้า เอ่ยทักอีกฝ่ายอย่างประหลาดใจ เพราะว่าเขายังไม่เคยเห็นคนที่มีความพิเศษเช่นนี้มาก่อน กล่าวคือมันเหมือนกับว่ามีดวงจิตของคนที่มีอายุ 40 มาอาศัยอยู่ในร่างของหนุ่มน้อยวัย 20 ปีผู้นี้มากกว่า ในขณะที่เสียมหลอหลงถึงกับทึ่งและรู้สึกเลื่อมใสในญาณหยั่งรู้ของนักพรตเท่าผู้นี้ จึงเชิญผู้อาวุโสนั่งร่วมโต๊ะเพื่อขอคำชี้แนะจากอีกฝ่าย “ ผู้น้อยรู้สึกเลื่อมใสท่านผู้เฒ่า ไม่ทราบท่านผู้อาวุโสมีนามอันสูงส่งว่าอย่างไรขอรับ” อาหลงเรียนถามชื่อแซ่ของอีกฝ่าย หลังจากที่นักพรตเฒ่าตอบรับคำเชิญและหย่อนก้นลงประจำเก้าอี้เป็นที่เรียบร้อย “ ฮ่าฮ่าฮ่า พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่าข้าเป็นใคร เพราะมันไม่สำคัญ เป็นเพราะพวกเรามีวาสนาต่อกันจึงชักนำให้ข้ามาพบกับพวกเจ้าในวันนี้” ท่านผู้เฒ่าหัวเราะ พร้อมทั้งบ่ายเบี่ยงไม่ยอมเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตนต่อคนทั้งสี่ แต่กลับหันไปทางแม่นางหลี่ซาอย่างเพ่งพินิจอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยทำนายทายทักโชคชะตาของนางออกมา “ แม่นางท่านนี้ เจ้าจะบรรลุเป้าหมายในชีวิต ก็ด้วยจากความช่วยเหลือของบุรุษที่อยู่ตรงหน้าเจ้าคนนี้” นักพรตเฒ่าเอ่ยกับโฉมงามแห่งหอหงส์ดรุณ ก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มที่เขาอ้างอิงถึงเมื่อครู่ ด้วยรอยยิ้มอันเปี่ยมไปด้วยเมตตา “ ท่านหมายถึงข้าจะได้ไถ่ตนเอง และเป็นอิสระเพราะคุณชายเสียมหลอผู้นี้ใช่มั้ยเจ้าคะท่านผู้เฒ่า?” หลี่ซาเอ่ยถามกับอีกฝ่ายเพื่อความแน่ใจ โดยนางยอมรับว่าที่นักพรตผู้นี้ทำนายมานั้นมีส่วนที่เป็นความจริงเกือบทั้งหมดเลยทีเดียว “ นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่เจ้าต้องการมากที่สุดในชีวิตมิใช่หรือแม่นาง เจ้าลองทบทวนดูอีกทีสิ ว่าจริง ๆ แล้วเจ้าต้องการอะไรกันแน่?” “ ท่านหมายความว่าข้าจะได้เจอกับแม่ของข้า โดยการช่วยเหลือของคุณชายเสียมหลอเช่นนั้นหรือเจ้าคะ?” นางเอ่ยถามท่านผู้เฒ่าด้วยความตื่นเต้นดีใจ หลังจากที่ใช้ความคิดทบทวนถึงสิ่งที่นางต้องการจริง ๆ ในชีวิต ซึ่งสิ่งนั้นก็คือการได้มีโอกาสได้พบกับท่านแม่บังเกิดเกล้าของนางในอีกไม่ช้า ท่านผู้เฒ่าพยักหน้าน้อย ๆ อย่างพึงพอใจ ที่สาวงามตรงหน้านี้สามารถเข้าใจถึงเรื่องราวที่เขาเองต้องการจะสื่อ ทำเอาหลี่ซายิ้มออกมาได้ และรู้สึกมีความหวังมากขึ้น ว่าตนเองมีโอกาสที่จะได้พบกับแม่ของนางอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ “ ส่วนแม่นางท่านนี้....” นักพรตชราเอ่ย พร้อมกับหันไปทางหลินซู่เฟิน และกล่าวทำนายทายทักอนาคตของนางเป็นรายต่อไป “ สำหรับเจ้า แม่นาง เจ้าจะเป็นผู้ที่มั่งคั่งที่สุดคนหนึ่งของอาณาจักรแห่งนี้ ภายในไม่เกิน 10 ปีต่อจากนี้” “ เจ้าจะเป็นเทพธิดาแห่งการค้าขายและธุรกิจ เรียกว่าจะมีทรัพย์สินเงินทองมากมายจนนับไม่หวาดไม่ไหวกันเลยทีเดียว” ชายชราเอ่ย พร้อมทั้งกล่าวต่อไปอีกว่า ผู้ที่จะช่วยให้นางบรรลุการใหญ่ดังกล่าวได้ จะต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจ และการช่วยเหลือจากบุรุษที่อยู่ตรงหน้านางคนนี้เช่นกัน “ ส่วนเจ้า แม่นางน้อย จากที่ข้าได้ดูลักษณะของเจ้า เจ้าถือว่าเป็นผู้ที่มีดวงชะตาที่สูงส่งยิ่งนัก เจ้าจะก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดที่ผู้หญิงคนหนึ่งสามารถจะเป็นได้” “ โดยความช่วยเหลือของชายผู้นี้เช่นกัน สรุปว่าดวงชะตาของพวกเจ้าทั้งสาม ล้วนผูกมัดและผูกติดอยู่กับคุณชายท่านนี้นั่นเอง” หลังจากได้ฟังคำทำนายของอีกฝ่าย อาหลงถึงกับพยักหน้าด้วยความเลื่อมใสต่อความแม่นที่นักพรตผู้นี้ได้ทำนายทายทักมา ซึ่งยังไม่มีข้อที่ผิดเลยแม้แต่ข้อเดียว “ แล้วดวงชะตาของคุณชายท่านนี้ล่ะเจ้าคะ ท่านอาจารย์ อนาคตของคุณชายเสียมหลอจะเป็นเช่นไรบ้าง?” เป็นองค์หญิงห้าที่เอ่ยถามผู้อาวุโส เพราะนางอยากจะรู้ว่าชีวิตของชายที่นางรัก จะเป็นเช่นไรบ้างต่อจากนี้ “ เฮ้อ....ดวงของคุณชายต่อจากนี้จะต้องพบเจอกับอุปสรรคน้อยใหญ่นานัปการ ซึ่งล้วนแต่จะทำให้เขาต้องพบกับความยากลำบากและบททดสอบอีกมากมาย นับว่าเป็นบทพิสูจน์สำคัญที่จะตัดสินว่า เขาเหมาะสมและคู่ควรกับตำแหน่งสำคัญ ๆ ที่เขาวาดหวังไว้หรือไม่?” “ เขาจะต้องพบกับบททดสอบและความท้าทายมากมาย และถึงแม้อาจจะต้องได้รับบทเรียนที่เจ็บปวดบ้าง แต่ในท้ายที่สุดแล้ว เขาจะบรรลุการใหญ่ที่ได้วาดหวังไว้อย่างแน่นอน ข้าขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับท่านด้วยคุณชายเสียมหลอ” ท่านผู้เฒ่าเอ่ยทำนายทายทักอนาคตของอีกฝ่ายด้วยความมั่นใจ ในขณะที่อาหลงเองกลับทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เหมือนไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะไม่สามารถอ่านใจท่านผู้เฒ่าผู้นี้ได้เลย “ หรือว่าท่านผู้เฒ่าคนนี้จะมีวิชาอ่านใจเช่นเดียวกับข้าและอาจารย์สาม อีกทั้งยังอยู่ในระดับที่เหนือกว่าข้าอยู่มาก ทำให้ข้าไม่สามารถอ่านใจท่านได้เลย” เสียมหลอหลงคิดในใจเบาๆ ก่อนที่จะเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่าท่านผู้เฒ่ารู้จักกับท่านม่อเทียน เจ้าสำนักม่อจื่อหรือไม่ ที่เขาถามเช่นนี้เพราะเขาสังเกตว่าคนทั้งสองมีส่วนที่คล้ายคลึงกันไม่น้อย อาจจะเป็นพี่น้องหรือญาติกันก็ได้ “ ม่อเทียนเช่นนั้นรึ ฮ่าฮ่าฮ่า คนผู้นี้เป็นศิษย์ผู้น้องของข้าเอง หากเทียบกับข้า ถือว่าน้องหกของข้าผู้นี้ ประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยการก้าวขึ้นเป็นเจ้าสำนักในที่สุด ในขณะที่ตัวข้า ม่อหลาง กลับกลายมาเป็นตาแก่พเนจร ไม่มีสำนักเป็นของตนเอง ว่าแต่เจ้าเป็นอะไรกับน้องหกของข้างั้นรึ?” “ ผู้น้อยเป็นบุตรบุญธรรมของท่านม่อเทียนขอรับ ท่านผู้อาวุโส” ชายหนุ่มตอบคำถามของนักพรตเฒ่า ท่ามกลางหญิงสาวทั้งสามนางที่ให้ความสนใจ และตั้งอกตั้งใจฟังชายหนุ่มต่างวัยที่กำลังสนทนากันแทบไม่กระพริบตา “ ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่รู้ว่าเจ้ามีวาสนาที่ได้เป็นบุตรบุญธรรมของเขา หรือว่าเป็นเขาเองที่มีวาสนาได้เป็นบิดาบุญธรรมของเจ้ากันแน่?” ......................................................................................................................................คุยกันหลังฉาก...มาแล้วนะครับ สำหรับตอนที่ 45 ที่หลาย ๆ ท่านลอยคอ รอคอย ขออภัยที่อัพช้านะครับ เนื่องไรท์ติดภารกิจและช่วงนี้ไม่ค่อยสบายบ่อย ๆ แต่ยังไงจะพยายามอัพให้ถี่ที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ สำหรับตอนนี้อาหลงของเราก็ได้อยู่ท่ามกลางสาวงามตั้งสามนาง เรียกว่าเป็นดาวล้อมเดือนก็ว่าได้ แถมเขายังบังเอิญได้มาพบกับนักพรตเฒ่าผู้มีตบะแก่กล้า จนเขาไม่สามารถที่จะใช้วิชาอ่านใจกับอีกฝ่ายได้เลย นอกจากนี้ท่านผู้เฒ่ายังช่วยทำนายโชคชะตาและอนาคตของหนึ่งชาย สามหญิงอีกด้วย ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป รอติดตามอ่านและลุ้นได้ในตอนต่อไปได้เลยครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านด้วยดีเสมอมานะครับ ถึงแม้ว่าช่วงหลัง ๆ แทบจะไม่มีคอมเมนท์เลย นอกจากขาประจำที่น่ารักอย่างเช่นคุณ Linda 30466 และคุณ Monazeza ที่ยังคอยเม้นท์ให้กำลังใจแทบทุกตอน คอมเมนท์ที่หายไปอาจจะเป็นเพราะรีดแต่ละท่านอาจจะยุ่งกับภารกิจของแต่ละคน หรืออาจจะเป็นเพราะไม่พอใจในงานเขียนของไรท์ อันนี้ไรท์ก็ไม่แน่ใจ ยังไงท่านใดที่อาจจะไม่พอใจกับงานเขียนก็สามารถเสนอแนะ และช่วย ติ วิจารณ์ ได้นะครับ ไรท์จะได้นำไปปรับปรุงงานเขียนให้ดียิ่งขึ้น ขอบคุณล่วงหน้านะครับ สุดท้ายนี้ ไรท์อยากจะบอกว่า ไรท์จะไม่มีวันเทรีดที่น่ารักแน่นอน เพราะไรท์รู้ดีว่ายังมีรีดพันธ์แท้อย่างน้อย 1-2 คนที่ยังคอยติดตามอ่านอย่างเหนียวแน่น ขอบคุณจริง ๆ ครับ ........................................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต “ เมื่อชีวิตยื่นมะนาวให้ ข้าก็แค่คั้นมันทำน้ำมะนาว”