“แฮ่ก…แฮ่ก…”
เด็กผมเทาพุ่งผ่านแนวไม้แห้งอย่างรวดเร็ว เศษใบไม้ปลิวตามแรงเท้า เื้ั หมูป่าขนดำตัวหนึ่งกำลังพุ่งไล่ติดมาติด ๆ กีบเท้ากระแทกพื้นดังตึงตัง ฝุ่นดินกระเด็นทุกครั้งที่มันเร่งความเร็ว อาอวี้หันกลับไปมอง ก่อนหัวเราะออกมา
“เร็วจริงแฮะ เ้านี่!”
เขาเหยียบโขดหิน ะโข้ามรากไม้ใหญ่ แล้วเปลี่ยนทิศทางกะทันหันอย่างคล่องแคล่ว ราวกับรู้ตำแหน่งของทุกก้อนหินทุกต้นไม้ในป่าแห่งนี้อยู่แล้ว
หมูป่าพุ่งตามมาติด ๆ โดยไม่คิดชะลอแม้แต่น้อย
“แต่ถ้าอยากตามข้าให้ทัน…” รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าเด็กน้อย “…เ้าคงต้องฝึกอีกหลายปี เ้าหมูน้อย!”
แนวไม้เริ่มบางลง เสียงผู้คนดังแว่วมาจากด้านหน้า กลิ่นเนื้อรมควันกับขนมแป้งทอดลอยมาตามลม
หมู่บ้านไม้ดำอยู่เบื้องหน้า
บ้านเรือนของหมู่บ้านถูกสร้างจากไม้สีดำหม่นแทบทุกหลัง กระท่อมไม้เรียงตัวตามทางดินแคบ ๆ ควันไฟยามเช้าลอยขึ้นจากปล่องควันหลายแห่ง ตลาดเล็กตรงใจกลางหมู่บ้านกำลังคึกคัก ชาวบ้านกำลังต่อรองราคา เด็กเล็กวิ่งเล่น แม่ค้าะโเรียกลูกค้า
ไม่มีผู้ใดทันสังเกตเห็นเด็กผมเทาที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาพร้อมบางสิ่งด้านหลัง
อาอวี้กวาดตามองอย่างรวดเร็ว ก่อนสายตาจะหยุดลงตรงแผงขายหมู
ดวงตาเขาพลันสว่างขึ้น
“เจอแล้ว!”
เขาชี้นิ้วไปด้านหลังตนเองด้วยใบหน้าร่าเริง
“ข้านำหมูป่าร้อน ๆ มาส่ง! ฮ่าๆๆ!”
สิ้นเสียง หมูป่าขนดำก็พุ่งทะลุเข้าตลาดทันที
ผู้คนแตกฮือ แม่ค้าร้องลั่น เด็กหลายคนรีบวิ่งหลบ แผงผลไม้ด้านข้างถูกชนจนส้มกลิ้งเกลื่อนพื้น
หมูป่าพุ่งตรงเข้าใส่แผงขายหมูอย่างไม่ลังเล
ตู้ม!
โต๊ะไม้คว่ำ เนื้อสด กระดูก และเครื่องในกระเด็นกระจาย ชาวบ้านรีบถอยห่างออกไปทันที
ชายกล้ามโตเ้าของร้านขายหมูยืนนิ่งอยู่กลางความวุ่นวาย เส้นเืค่อย ๆ ปูดขึ้นตรงขมับ เขาก้มมองแผงของตนเองที่พังยับ ก่อนเงยหน้ามองหมูป่าซึ่งยังหอบฟืดฟาดไม่หยุด
จากนั้นยกหมัดขึ้น
ตูม!
หมัดหนักอัดลงกลางหัวหมูป่าเต็มแรง ร่างมหึมาทรุดลงกับพื้นทันที ก่อนแน่นิ่งไร้การตอบสนอง
ตลาดทั้งแห่งเงียบลงชั่วครู่
ชายขายหมูสูดหายใจเต็มปอด อกขยายขึ้นช้า ๆ ก่อนเสียงคำรามจะะเิออกมาจนะเืทั้งตลาด
“อาาาาาาาาาาอวี้!!!!”
ไม่ไกลออกไป เด็กผมเทากำลังเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี เขายกมือบังแสงแดดยามเช้า ก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยความรู้สึกสดชื่น
“ฮ่าๆ ออกกำลังกายยามเช้าเสร็จสิ้น นับเป็วันที่ดีวันหนึ่ง”
กล่าวจบ เขาก็เดินต่อไปพร้อมรอยยิ้มหน้าบาน ราวกับไม่ได้ยินเสียงะโโวยวายของเ้าของร้านขายหมูที่ดังตามหลังมาเลยแม้แต่น้อย
“อาอวี้!! เ้าเด็กเวร!!”
เสียงคำรามของเ้าของร้านขายหมูยังดังก้องทั่วตลาด
แม่ค้าขายผักก้มเก็บของที่กระจัดกระจาย พลางเหลือบมองทิศที่เด็กผมเทาเดินหายไป
“เด็กนั่นกล้าขึ้นทุกวันจริง ๆ…”
ชายแก่ร้านสมุนไพรลูบเคราเบา ๆ “กล้าไม่พอ วิ่งเร็วปานลมกรดอีกต่างหาก”
ชายขายเชือกขมวดคิ้ว “เร็วเกินไปด้วยซ้ำ เด็กสิบขวบไม่น่าเร็วได้ขนาดนั้น”
“หรือมันปลุกชีพจรแล้ว?”
คำพูดนั้นทำให้คนรอบข้างชะงักไปเล็กน้อย
ก่อนชายแก่ร้านสมุนไพรจะหัวเราะออกมา
“เลอะเลือนแล้วหรือตาเฒ่า ปกติเขาปลุกชีพจรกันตอนอายุสิบสามปี เด็กสิบขวบ? ฝันไปเถอะ”
“ก็จริง…”
ชายขายเชือกพยักหน้า แต่ยังไม่คลายคิ้ว
“แต่ว่า…เ้าว่าเ้านั่นมันดูปกติงั้นรึ?”
บรรยากาศพลันเงียบลงชั่วครู่
เ้าของร้านขายหมูซึ่งกำลังยกซากหมูป่าขึ้นจากพื้นแค่นหัวเราะ
“ปกติ?”
“เด็กกำพร้าที่กล้าวิ่งไปยั่วหมูป่าจากป่าด้านเหนือ ล่อมันเข้าตลาด แล้วเดินหนีหน้าตาเฉยแบบนั้นน่ะหรือ?”
แม่ค้าขายผักนิ่งคิดเล็กน้อย
“เอ่อ…”
ชายแก่ร้านสมุนไพรลูบเคราอีกครั้ง
“…พูดแบบนั้นก็มีเหตุผลอยู่”
“ข้าบอกแล้ว เด็กนั่นไม่ปกติ” ชายขายเชือกพึมพำ “เมื่อเดือนก่อนข้าเห็นมันปีนกำแพงไม้ด้านตะวันตกเหมือนลิงป่า”
“เมื่อสัปดาห์ก่อนยังวิ่งแซงหมาล่าสัตว์ของพรานหลิวอยู่เลย”
“แล้วเมื่อวาน?”
เ้าของร้านขายหมูชี้ไปยังแผงพังยับของตน
“เมื่อวานมันขโมยซาลาเปาจากร้านข้า!”
“ร้านเ้าขายหมู”
“...นั่นไม่ใช่ประเด็น!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วตลาด
.....
ยามเที่ยง ตลาดเริ่มเงียบลง ร้านค้าทยอยเก็บของ แสงแดดแรงขึ้นจนเงาคนสั้นลง
ชายขายหมูแบกซากหมูป่าเดินออกจากตลาด สีหน้าดำทะมึน
“เ้าจะไปไหน?” แม่ค้าขายผักถาม
“ไปหาผู้ใหญ่บ้าน”
“อีกแล้วหรือ?” เธอส่ายหน้าเบา ๆ
“ก็ใช่หนะสิ!” เขากัดฟัน “ข้า้าคำอธิบาย”
ชายแก่ร้านสมุนไพรเดินเข้ามา “จิ้ๆ เ้านี่น้า อย่าใจร้ายกับเด็กมันนักเลย”
ชายขายหมูหยุดเดิน ก่อนเส้นเืจะปูดขึ้นขมับ
“ใจร้าย?”
เขาหันกลับมาเสียงดัง “ครั้งก่อนมันขโมยซาลาเปาข้าหน้าตาเฉย! ข้าไปฟ้องผู้ใหญ่บ้าน วันต่อมามันปล่อยงูเข้าห้องเก็บเนื้อข้า!”
คนรอบข้างเริ่มเงียบลง
“แล้วครั้งนี้?” ชายขายเชือกถาม
ชายขายหมูแทบะเิ
“ครั้งนี้มันเอาหมูป่ามาพังร้านข้าทั้งตัวไงเล่า!!”
ตลาดเงียบไปเสี้ยวลมหายใจ ก่อนเสียงหัวเราะจะปะทุขึ้นจากหลายคน
“เอาเถอะ ๆ…” ชายแก่ร้านสมุนไพรหัวเราะเบา ๆ
“หัวเราะกันเข้าไปเถอะ!” ชายขายหมูสะบัดมือ “รอบนี้ข้าจะไม่จบแค่คำขอโทษแน่!”
บ้านผู้ใหญ่บ้านตั้งอยู่ปลายหมู่บ้าน รั้วไม้เตี้ยล้อมรอบ ลานดินหน้าบ้านเงียบสงบผิดกับตลาด
ผู้ใหญ่บ้านกำลังนั่งสานตะกร้าอยู่ใต้ชายคา
ชายขายหมูเดินเข้ามา หยุดตรงหน้า
“ผู้ใหญ่บ้าน!”
ชายชราเงยหน้าขึ้นช้า ๆ มองซากหมูป่าบนบ่า ก่อนมองหน้าคนพูด
“…อีกแล้วหรือ”
“ฮึ่มมม!” ชายขายหมูแทบจะโยนซากลงพื้น “ข้า้าคำอธิบาย!”
ผู้ใหญ่บ้านถอนหายใจ “ว่ามา”
“เด็กนั่นล่อหมูป่าเข้าตลาด! ทำร้านข้าพัง!”
ผู้ใหญ่บ้านเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนสายตาจะค่อย ๆ เงยขึ้นไปบนหลังคา
บนขอบหลังคา เด็กผมเทานั่งอยู่ กัดผลไม้ ดวงตาใสแป๋วมองลงมา
อาอวี้ยิ้ม “ท่านมาแล้ว”
ชายขายหมูชี้ขึ้นทันที “เ้า!!”
อาอวี้กระพริบตา “อะไร?”
“เ้ายังมีหน้ามาถามอีก!!”
อาอวี้เอียงคอเล็กน้อย ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ครั้งก่อนท่านบอกว่า้าค่าเสียหาย ค่าซาลาเปาที่ข้าเผลอหยิบเพราะไม่ได้ตั้งใจ จึงนำงูไปเก็บไว้ให้เพื่อชดเชย คาดว่าท่านน่าจะชอบ เนื้องูอร่อยจริงๆนะ”
ชายขายหมูเริ่มสั่น
“ครั้งนี้ข้ากลัวท่านลำบาก ยามเช้าท่านขายเนื้อ ยามเย็นต้องออกไปล่าหมูอีก”
อาอวี้ยิ้มบาง “เพราะงั้นข้าเลยส่งหมูให้เป็ค่าเสียหาย ท่านจะได้ไม่ต้องลำบากไปล่าหมูอีก”
"ไม่เป็ไรๆ ท่านไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก ฮ่าๆๆ"
ความเงียบกดลงทั้งลาน
ผู้ใหญ่บ้านหลับตาช้า ๆ เหมือนปวดหัวกับโลกนี้
รอบลานเริ่มมีชาวบ้านเดินมามุงเพิ่มทีละคน ไม่มีใครพูด แต่สายตาทุกคู่จับอยู่ที่หลังคาเดียวกัน
ชายขายหมูกำหมัดแน่น
“ผู้ใหญ่บ้าน…”
เขาสูดลมหายใจลึก
“…วันนี้ข้าขออนุญาตตีเด็ก”