ตั้งแต่ได้ยินคำมั่นสัญญาออกจากปากของฉินหล่าง ซูอินก็ค่อนข้างโล่งใจ
ชีวิตกลับมาสงบสุขอีกครั้ง และเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ระยะนี้ซูอินไม่ได้พักเลย เธอมีเรื่องใหญ่สองอย่างที่ต้องทำ
เรื่องแรกสำคัญที่สุดคือ รับรางวัล
ผ่านไปสามวัน การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบรองชนะเลิศจบลงในที่สุด ทีมยักษ์อิตาลีแพ้และเป็นที่จับตามองของแฟนๆทั่วโลกในเวลาเดียวกันคนจำนวนไม่น้อยที่คาดหวังจากการเสี่ยงโชคลอตเตอรี่ฟุตบอลไม่ลังเลที่จะมาต่อคิวลงเดิมพันอย่างหนักจนแถวยาวเหยียด
ซูอินที่รู้ผลการแข่งขันอยู่แล้วไม่ตกใจเธอเองก็เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถทำเงินได้มาก
เมื่อมีโชคลาภก็ควรเงียบไว้
เจ้าของบ่อนที่ได้ยินข่าวรู้สึกว่ามันน่าเหลือเชื่อและอาจเกิดการโกงกันได้ทุกเมื่อ แม้แต่หลิวชิ่งกั๋วผู้จัดจำหน่ายก็ยังซื้อหากคนที่ต้องการเงินจำนวนมากนั้นเป็นคนอื่น เขาก็คงหาวิธีทำอะไรสักอย่างทว่าคนที่ลงเดิมพันคือหลินเฉวียนผู้เป็นดั่งพี่น้องของเขาหลิวชิ่งกั๋วจึงทำได้เพียงแสดงความยินดี และตะโกนบอกให้อีกฝ่ายเลี้ยงข้าวเพราะตนเองก็ซื้อด้วยนิดหน่อย ทำให้ได้รับเงินมาเช่นกันหลังจากที่ผลออกมาเขาได้ขอให้เจ้ามือรับแทงในเมืองมอบเงินรางวัลคงไม่ต้องบอกว่าเขากระตือรือร้นขนาดไหน เจ้ามือรู้สึกโกรธแต่เพราะได้เงินจำนวนมากแล้วจากผู้ที่แทงว่าทีมอิตาลีจะชนะจึงไม่ใส่ใจมากนักกับเงินจำนวนแค่น้อยนิด
ไม่นานเงินจำนวนมหาศาลก็มาถึงมือซูอินเงินเดิมพันหนึ่งหมื่นห้าพันหยวน จากอัตราต่อรองเธอได้เงินราวๆ หกหมื่นหยวน
หากรวมกับเงินต้นที่ต้องคืนฉินหล่างตอนนี้เธอมีเงินอยู่ในมือเจ็ดหมื่นกว่าหยวน
เงินจำนวนนี้หากเป็นในอนาคตคงไม่ได้มากมายไม่พอซื้อห้องขนาดหนึ่งตารางเมตรในเมืองใหญ่ด้วยซ้ำแต่หากในตอนนี้มันเป็นจำนวนเงินเหลือเฟือ สามารถซื้อบ้านได้หนึ่งหลัง
เธอไม่เสียเวลา รีบลงมือทำเรื่องที่สอง ซื้อบ้าน
เธอเห็นจักรยานคันหนึ่งจอดอยู่ที่ล็อบบี้ของโรงแรม เมื่อสอบถามหลินเฉวียนและได้รับอนุญาตให้นำไปใช้เธอจึงขี่จักรยานไปรอบเมืองและแถบชานเมืองทุกวัน
ตระกูลหลิงเริ่มต้นจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เมื่อชาติก่อนอู๋อู๋กีดกันเธอ ไม่ยอมให้แตะต้องธุรกิจแต่บางครั้งเธอได้ยินสองสามีภรรยาตระกูลหลิงหารือกัน เธอได้รับอิทธิพลจากสิ่งที่ได้ยินได้ฟังทุกวันทำให้พอจะจำเรื่องนี้ได้
เธอผ่านย่านต่างๆ พยายามฟื้นความทรงจำที่สับสนกระจัดกระจายผ่านไปสองสามวันเธอก็จัดตารางพื้นที่รื้อถอนออกมาได้
การรื้อถอนของเมืองผิงเริ่มจากฝั่งตะวันออก ซึ่งอยู่ห่างจากเขตมณฑลไม่มากจึงมักจะได้รับผลประโยชน์อยู่เสมอเนื่องจากความใกล้ชิด
และแล้วเธอก็ตั้งเป้าไปที่เขตเมืองเก่าแห่งหนึ่ง
เธอเคยมาที่ชุมชนเล็กๆ นี้ เป็นตอนที่เธอมาบ่อนใต้ดินกับหลินเฉวียนในเวลานั้นเธอรู้สึกคุ้นๆ พื้นที่นี้ แต่เมื่อเห็นแม่เฒ่าสวีเธอก็ลืม
เธอปั่นจักรยานเยี่ยมชมสถานที่ที่คุ้นเคย ไม่นานก็นึกออก
ที่นี่คือพื้นที่ทางฝั่งตะวันออกของเมืองซึ่งถูกรื้อถอนเป็นที่แรกน่าจะเริ่มราวๆ ตอนที่ชั้นมัธยมปลายเพิ่งเปิดเทอมคำสั่งรื้อถอนที่นี่ก็ได้รับการอนุมัติ
ที่นี่แหละ!
เธอล็อกเป้าหมายอย่างมีความสุขก่อนจะเริ่มหาตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์แต่ไม่ว่าจะขี่จักรยานเข้าไปกี่ซอยก็ไม่พบเลยสักแห่ง
เหนื่อยจนเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้า ในที่สุดเธอก็นึกได้ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพิ่งเปิดได้ไม่ถึงสองปี คาดว่าน่าจะยังไม่มีตัวกลางจำหน่ายต่อให้เปิดตลาด ก็ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยม
เมื่อรู้ว่าไม่สามารถพึ่งพาพวกตัวแทนขาย เธอจึงเปลี่ยนเป้าหมาย
กลับไปยังโรงแรมเพื่อขอร้องคนคนหนึ่ง หลินเฉวียน
ครั้งก่อนที่มาชุมชนเล็กๆ นี้ เขาเข้าไปข้างในเพียงคนเดียวมองออกเลยว่าเขาคุ้นเคยกับที่นี่มาก อีกทั้งหลินเฉวียนก็รู้ว่าเธอมีเงินเรื่องนี้ให้เขาช่วยเหลือ ไม่ว่าคิดอย่างไรก็ดูน่าเชื่อถือที่สุด
ซูอินรู้เพียงว่าอีกฝ่ายน่าเชื่อถือแต่เธอก็บอกไม่ได้ว่าน่าเชื่อถืออย่างไร
เพิ่งพูดเรื่องนี้กับเขาเมื่อตอนมื้อเช้า หลังจากนอนกลางวันเธอเตรียมตัวไปร้านพี่หงเพื่อดูว่าจะช่วยอะไรได้ไหม แต่กลับถูกอีกฝ่ายรั้งไว้
“ได้ข่าวแล้วหรือคะ”
ซูอินเบิกตากว้าง เร็วขนาดนี้เลยหรือ
เพิ่งผ่านการพักผ่อนช่วงกลางวันใบหน้าขาวของเด็กสาวเป็นสีแดงระเรื่อ ผมสีดำเรียบถูกมัดขึ้นเป็นหางม้าเผยให้เห็นใบหน้าละเอียดอ่อนที่ดูสบายตา
มนุษย์คือสัตว์ที่ใช้สายตาในการสัมผัสหลินเฉวียนมองซูอินเป็นรุ่นน้องแต่เมื่อได้มองสาวน้อยคนนี้ก็ทำให้เขารู้สึกดีไม่น้อย
ในวันที่ร้อนอบอ้าวเธอกลับทำให้แสงแดดดูเบาบางก่อนที่เขาจะอธิบายด้วยท่าทีใจเย็น “ฉันมีเพื่อนอยู่ในชุมชนนั้นวันนี้ไปเล่นไพ่นกกระจอกที่นั่นจึงได้คุยเรื่องนี้ในชุมชนนั้นมีครอบครัวหนึ่งต้องการขายบ้าน ตอนนี้เธอว่างไหม จะได้ไปดูด้วยกัน”
ช่วงบ่ายร้านของพี่หงไม่ยุ่งเท่าไร ช่วงที่ยุ่งมากที่สุดคือตอนเย็นหลังจากสอบขึ้นชั้นมัธยมปลาย ช่วงตอนเย็นที่เร่งรีบ เธอมักจะไปช่วยอยู่เสมอ
ตอนที่เธอกลับชาติมาเกิดโดยไม่มีเงินติดตัวสักหยวนก็ได้พี่หงช่วยเหลือแม้ว่าตอนนี้เธอจะไม่ต้องการเงินค่าแรงวันละสิบหยวนแล้ว แต่ในเมื่อพี่หงยุ่งเธอก็จะช่วยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ยิ่งไปกว่านั้น ที่ร้านมีหรงหรงเจ้าปอมเมอเรเนียนที่น่ารักให้เธอเล่น
ตอนนี้เพิ่งจะบ่าย ไม่ส่งผลกระทบมากนักซูอินไม่ลังเลและตัดสินใจไปดูบ้านกับหลินเฉวียน
ผ่านไปไม่นาน ทั้งคู่ก็มาถึงปากทางเข้าชุมชนเมื่อเข้าไปเป็นทางเลี้ยวคดเคี้ยวก่อนจะมาหยุดยืนอยู่หน้าตึกเก่าทรงกระบอก
หน้าตึกเก่าเป็นสวนเล็กๆ สนามหญ้าเล็กๆนั้นกลายเป็นพื้นที่ที่มีการก่อสร้างผิดกฎหมาย ประตูถูกเปิดทิ้งไว้เมื่อยืนอยู่หน้าประตูมองเข้าไป มีโต๊ะไพ่นกกระจอกตั้งอยู่มากมายสายตาของผู้ชายหลายคนจับจ้องอยู่ที่ไพ่นกกระจอก โดยถอดเสื้อพาดบ่า ในมือคีบบุหรี่จนควันคละคลุ้งแค่ยืนอยู่หน้าประตูก็ได้กลิ่นควันฉุนออกมา
“ที่นี่คือ…”
ซูอินไม่พูด แต่หลินเฉวียนก็เข้าใจความหมาย จึงพยักหน้าเบาๆ
“คือที่นี่แหละไม่ผิด”
ซูอินเข้าใจแล้วว่าทำไมครั้งก่อนเมื่อมาถึงปากทาง หลินเฉวียนจึงไม่ให้เธอเข้ามาเพราะที่นี่ค่อนข้างวุ่นวาย
และในครั้งนี้ เขาก็ยังคงไม่ให้เธอเข้าไป
“เธอรออยู่ที่นี่ก่อน เดี๋ยวฉันจะเข้าไปเรียกคนออกมา”
ซูอินยืนรออยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้อย่างว่าง่ายเธอมองทุกอย่างในห้องด้วยความประหลาดใจ ใช้ชีวิตมาสองชาติแต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาเห็นสถานที่
สายตาอยากรู้อยากเห็นของเธอเรียกความสนใจจากคนในห้อง โต๊ะไพ่นกกระจอกที่อยู่ใกล้ทางเข้ามากที่สุด ชายร่างกำยำมีรอยสักมองมาที่เธอ
เมื่อสบตากัน ซูอินรู้สึกกลัวตามสัญชาตญาณดวงตาของเธอในตอนนี้เต็มไปด้วยความตื่นตัว
“มาหาคนหรือ มาผิดที่แล้วมั้ง”
ชายร่างกำยำมีรอยสักตะโกน จากนั้นก้มหน้าเล่นไพ่ต่อโดยไม่สนใจเธอ
คนพวกนี้เหมือนจะไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น แค่ไม่ไปยุ่งใช้ชีวิตของตนเองก็จะปลอดภัย
แต่หากไปยุ่งกับพวกเขาเข้า…
เมื่อนึกถึงเหล่าอันธพาลที่ยังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวซูอินก็แอบไม่สบายใจ
ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรต่อ หลินเฉวียนก็เดินออกมาพร้อมกับคนคนหนึ่ง
คนที่ออกมาด้วยเป็นชายวัยกลางคน น่าจะสูงราวๆ 175 เซนติเมตร รูปร่างผอมเพรียวผมบาง ส่วนบนศีรษะล้าน ดวงตาคู่เล็กเป็นประกาย
ตอนที่อยู่ไกลๆ ซูอินรู้สึกคุ้นหน้าชายคนนี้เมื่อเดินเข้ามาใกล้จึงนึกขึ้นได้ คนคนนี้เธอเจอเมื่อตอนที่ซื้อลอตเตอรี่ฟุตบอลครั้งแรกไม่ใช่หรือ
ตอนนั้นเขานั่งดื่มเบียร์อยู่กับเจ้าของจุดขายลอตเตอรี่
ในชาตินี้ คนที่ทำหน้าที่ดูแลส่วนของทางการและชุมชนใต้ดินทั้งสองฝ่ายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงสามารถเป็นมิตรต่อกัน นั่งดูบอล กินเนื้อย่างและดื่มเบียร์ด้วยกัน
ซูอินรู้สึกว่ามีบางอย่างในใจกำลังสั่นไหว
สิ่งนั้นคือทัศนคติทั้งสามของเธอ