“พี่ใหญ่ไช่เริ่มลงมือแล้ว ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของเรา ไม่กี่วันที่ผ่านมา เจ้าไม่ได้ทำพิรุธให้ถังหลีจับได้ใช่หรือไม่” ถังต้าหลางถามภรรยา
“จะถูกจับได้ได้อย่างไรเล่า ข้าทำงานในโรงงานอย่างขยันขันแข็ง ท่านเคยเห็นข้าทำงานหนักขนาดนี้เมื่อไหร่กัน” จวงหุยเหนียงใช้มือทุบแขนและขาตนเองเพื่อคลายความเมื่อย “เมื่อไหร่นายอำเภอโจวจะส่งคนมาตรวจโรงงานสักที ข้าไม่อยากทำงานในที่เหม็นๆ นั่นอีกแล้ว”
“อีกไม่กี่วันหรอก ว่าแต่เจ้าเถอะ จำได้หรือไม่ว่าไหใส่ผักดองใบไหนที่เจ้าเอายาใส่ไว้”
“จะถามอะไรให้มากความ ถังที่ข้าใส่ยาไว้ข้าเอาไปวางเรียงกันไว้ในที่ที่ข้าจำได้ และที่ตรงนั้นก็ไม่มีใครเข้าไปวุ่นวายด้วย เจ้าเชื่อข้าเถอะน่า งานครั้งนี้ไม่มีพลาดอย่างแน่นอน” จวงหุยเหนียงกอดแขนสามี “ดีที่ตอนนั้นท่านเขียนหนังสือตัดสัมพันธ์กับถังหลีและถังซานไปแล้ว เพราะถ้าครั้งนี้ถังหลีถูกตัดสินว่ามีความผิด เราก็ไม่ต้องไปรับโทษกับนาง โทษของการใช้ฝิ่นคือประหารเชียวนะ ท่านดีใจหรือไม่ที่ต่อไปลูกที่เกิดจากนังมู่เหยาจะไม่มาโผล่หน้าให้ท่านรำคาญใจอีกแล้ว”
ถังต้าหลางไม่ตอบคำถาม แม้เขาจะโกรธและเกลียดอดีตภรรยา แต่อย่างไรถังหลีกับถังซานก็คือลูกของเขา
จวงหุยเหนียงเห็นสามีเงียบไป แต่เพราะวันนี้นางอารมณ์ดี นางจึงไม่อยากชวนเขาทะเลาะ ‘เหอะ...ยังคิดถึงลูกของนังแพศยานั่นอยู่ล่ะสิ เอาเถอะ ข้าจะไม่ทะเลาะกับท่านเพราะพวกมันอีก รอให้วันที่พวกมันถูกประหาร วันนั้นข้าจะหัวเราะให้ฟันร่วงเลย’
“เจ้ารีบไปทำอาหารเถอะ ป่านนี้ซุนเอ๋อคงหิวแย่แล้ว” ถังต้าหลางบอกภรรยาก่อนที่เขาจะเดินออกไปข้างนอก
“แล้วท่านจะไปไหน” จวงหุยเหนียงถาม
“ว่าจะออกไปดูงานงานที่ไร่”
“จวนจะค่ำแล้วนี่นะ ท่านไม่รอไปพรุ่งนี้เล่า มืดค่ำมาแล้วหากถูกงูกัดจะลำบาก”
“ข้าไปเดี๋ยวเดียวก็กลับแล้ว เจ้าไปทำอาหารเถอะ”
ถังซุนที่อยู่ในห้องคิดทบทวนคำพูดของมารดา แผนการยึดโรงงานทั้งหมดนอกจากบิดามารดาของเขาแล้ว ยังมีท่านลุงใหญ่ไช่กับนายอำเภอโจวร่วมรู้เห็นในแผนการนี้ด้วย
หากแผนการนี้สำเร็จ ครอบครัวของเขาก็จะร่ำรวยและได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย แต่หากแผนการไม่สำเร็จ โทษทั้งหมดจะต้องเป็นพวกเขาที่แบกรับ เพราะท่านแม่เป็นคนเอายาพิษไปใส่ไว้ในไหผักดอง ไม่ว่าจะเป็นลุงใหญ่ไช่หรือนายอำเภอโจวก็จะรอดพ้นจากความผิดนี้ไปได้อย่างสบาย
ถังซุนไม่ใช่คนดี และยังกลัวตายมากด้วย แต่เมื่อหลายวันก่อนที่เขาออกไปเดินเล่นจนไปได้ยินที่ถังหย่งเจ๋อพูดกับถังหลีที่หน้าโรงงาน ถังหย่งเจ๋อกำลังจะแต่งงานกับคุณหนูโจวของเขาอย่างนั้นหรือ แล้วยิ่งช่วงนี้ท่านลุงใหญ่ไช่ก็จ้างช่างให้มาปรับปรุงบ้านครั้งใหญ่ คงเตรียมไว้รอต้อนรับลูกสะใภ้กระมัง
‘โจวม่านหรู ข้าไม่อยากตายและไม่อยากเสียเจ้าไป แต่หากต้องให้ข้าเลือก ข้าก็ขอเลือกที่จะมีความสุขกับเจ้าก่อนที่ข้าจะตายก็แล้วกัน’
คืนนั้นเมื่อถังต้าหลางกับจวงหุยเหนียงดับไฟเข้านอน ถังซุนก็เดินออกไปข้างนอกท่ามกลางความมืด
สิบวันต่อมา
งานแต่งของโจวม่านหรูและถังหย่งเจ๋อถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ขบวนรับเจ้าสาวมีสินเดิมของเจ้าสาวอยู่เกือบร้อยหาบ ผู้คนต่างก็อิจฉาที่ถังหย่งเจ๋อที่เป็นเพียงบัณฑิตจากครอบครัวชาวนา แต่เขากลับได้แต่งกับลูกสาวเพียงคนเดียวของนายอำเภอโจว
เพียงแต่สายตาที่ชาวบ้านมองมาที่ถังหย่งเจ๋อกลับไม่ใช่สายตาของความอิจฉาเหมือนอย่างเสียงที่ได้ยิน ถังหย่งเจ๋อมองเห็นเพียงสายตาล้อเลียนและสายตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่มองมาที่เขา ถึงแม้จะแปลกใจ แต่เขาก็ต้องรักษาใบหน้าให้ดูสงบ เพราะงานแต่งวันนี้ต้องผ่านไปอย่างเรียบร้อย เมื่อโจวม่านหรูพอใจ นางจะได้ไม่มาหาเรื่องเวลาที่เขาจะรับหลีเอ๋อเข้ามาเป็นอนุ
พิธีไหว้ฟ้าดินใช้เวลาไม่นาน ถังหย่งเจ๋อพาโจวม่านหรูกลับไปพักที่ห้อง ส่วนเขาก็ออกมาต้อนรับแขกอยู่ด้านนอก
ห้องนอนตกแต่งด้วยของมงคลสีแดงดูงามตา แต่โจวม่านหรูกลับไม่มีความรู้สึกใดเมื่อได้เห็นของเหล่านี้ นางโยนผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวทิ้งลงพื้นอย่างอารมณ์เสีย “ทำไมเจ้าบ่าวของข้าไม่ใช่กู้เยี่ยนเฉิง”
“คุณหนู! พูดเช่นนั้นไม่ได้นะเจ้าคะ” เลี่ยวอิงรีบห้าม
“ทำไมข้าจะพูดไม่ได้ ข้ากับถังหย่งเจ๋อแต่งงานกันแค่ในนามเท่านั้น อีกอย่างเจ้าลองคิดดูว่าหากวันนี้เขาไปได้ยินเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับข้า เจ้าคิดว่าเขายังจะร่วมห้องกับข้าได้อยู่หรือ?”
“อย่างไรท่านเขยกับคุณหนูก็แต่งงานกันแล้ว หากท่านเขยไม่ยอมรับก็มีแต่ต้องหย่า แต่ท่านคิดว่านายท่านกับฮูหยินจะยอมให้ท่านเขยหย่ากับท่านหรือเจ้าคะ” เลี่ยงอิงล้วงยาออกมาหนึ่งเม็ด “คุณหนู ยานี้ฮูหยินบอกให้ข้าเอาให้คุณหนูกินให้ได้ คืนนี้เป็นคืนแต่งงาน คุณหนูกับท่านเขยต้องเข้าหอกันตามธรรมเนียมนะเจ้าคะ”
เพียะ!
“ยา! เจ้า...เจ้าไม่รู้หรือว่าข้าเกลียดยาแบบนี้ที่สุด ก็ไม่เพราะไอ้ยาบ้าๆ นี่หรือที่ทำให้ข้าออกไปพบหน้าใครไม่ได้” โจวม่านหรูตบหน้าเลี่ยวอิงไปหลายที
“คุณหนูอย่าตีบ่าวอีกเลยเจ้าค่ะ เป็นฮูหยินที่บอกให้บ่าวทำ แต่เพราะบ่าวเป็นบ่าวรับใช้ของคุณหนู บ่าวจึงมาถามคุณหนูก่อน หากบ่าวเชื่อคำพูดของฮูหยินเพียงอย่างเดียว บ่าวคงแอบเอายาเม็ดนี้ให้คุณหนูกินโดยที่คุณหนูไม่รู้ตัวแล้ว” เลี่ยวอิงรีบอธิบาย
โจวม่านหรูหยุดมือ “ท่านแม่ก็ดีแต่บังคับข้า”
“แต่ทั้งหมดก็เพื่อความสุขของคุณหนูนะเจ้าคะ อีกอย่างวิธีนี้ก็จะช่วยยึดท่านเขยไว้กับคุณหนู หาก...หากว่าคุณหนูท้องลูกท่านเขยขึ้นมา ท่านเขยก็จะไม่สามารถหย่ากับท่านไปตลอดชีวิต ต่อให้ท่านเขยจะมีอนุกี่คน คุณหนูก็จะเป็นที่หนึ่งเสมอ”
โจวม่านหรูนึกถึงข้อดีข้อเสียกับการเข้าหอร่วมกับถังหย่งเจ๋อ ในเมื่อข้อดีมีมากกว่า นางก็เลือกที่จะกินยาเม็ดนั้นเข้าไป ไม่นาน ร่างกายของโจวม่านหรูก็รู้สึกร้อนขึ้นมา
เลี่ยวอิงเห็นอย่างนั้นก็ไม่รอช้า นางรีบวิ่งไปตามถังหย่งเจ๋อ เพียงแต่หลังจากที่เลี่ยวอิงออกจากห้องไปได้ไม่นานก็มีบุรุษผู้หนึ่งเดินเข้ามาในห้องหอ หลังจากนั้นเสียงครวญครางอย่างสุขสมก็ดังขึ้น
เมื่อถังหย่งเจ๋อกับเลี่ยวอิงเดินมาถึงหน้าห้องก็ได้ยินเสียงนั้นไปเต็มๆ เลี่ยวอิงถึงกับคุกเข่าลงกับพื้นอย่างหวาดกลัว ส่วนถังหย่งเจ๋อก็หายเมาเป็นปลิดทิ้ง เขาใช้เท้าถีบประตูเข้าไปเต็มแรง และภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็ทำให้เขาโมโหจนเลือดขึ้นหน้า
ถังหย่งเจ๋อเดินไปที่เตียงแล้วกระชากชายหญิงคู่นั้นออก เพียงแต่สุราแก้วสุดท้ายที่เลี่ยวอิงเอาให้เขาดื่มกลับมีปฏิกิริยาขึ้นมาแล้ว จากนั้นสองบุรุษก็ช่วยกันปรนเปรอความสุขให้กับโจวม่านหรูทั้งคืน เลี่ยวอิงที่เห็นเหตุการณ์นั้นก็ถึงกับเป็นลมหมดสติไป
รุ่งเช้า ถังหย่งเจ๋อทุบตีและด่าทอโจวม่านหรูเสียงดังจนถังไช่และถังมู่เจียวต้องเข้ามาห้าม เมื่อพวกเขาได้ยินเรื่องราวทั้งหมด สามพ่อลูกก็มองโจวม่านหรูไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
ถังไช่ไม่มองและไม่ยอมรับน้ำชาจากมือลูกสะใภ้ด้วยซ้ำ ส่วนถังมู่เจียวก็รู้สึกรังเกียจพี่สะใภ้ที่ผ่านมือชายมาแล้วหลายคน ต้องโทษที่นางไม่ได้ยินข่าวลือเรื่องนี้มาก่อน ไม่เช่นนั้นนางไม่มีทางยอมให้พี่ชายแต่งพี่สะใภ้เช่นนี้เข้ามาแน่ แต่แม้นางจะรังเกียจโจวม่านหรู แต่นางก็ยังเตรียมตัวที่จะเข้าไปเป็นอนุให้กับโจวเหวินฉิง
ถังหย่งเจ๋อที่เพิ่งรู้เรื่องของโจวม่านหรูจากปากของเลี่ยวอิงก็อยากจะฆ่าโจวม่านหรูให้ตาย เขาเป็นบัณฑิตอนาคตไกลแต่กลับได้แต่งกับสตรีสกปรกเช่นนี้ และเมื่อนึกไปถึงเมื่อคืนที่เขาร่วมกับบุรุษผู้นั้นร่วมรักกับนาง เขาก็อยากจะตามไปฆ่าปิดปากบุรุษผู้นั้นเหลือเกิน แต่น่าเสียดายที่เขาไม่รู้ว่าบุรุษสวมหน้ากากคนนั้นคือใคร
“เจ้าของโรงงานแห่งนี้คือผู้ใด” นักการฉั่วถาม
ถังหลีพร้อมกับเฟิ่งเฮ่าและเฟิ่งฮวนที่ปลอมตัวเป็นเสี่ยวอู่กับเสี่ยวอี้ก็เดินออกมาหน้าโรงงานพร้อมกัน
ถังหลียื่นเอกสารขอเปิดโรงงานให้นักการฉั่วดู “ข้าเป็นเจ้าของโรงงานร่วมกับคุณชายใหญ่เฟิ่ง แต่เวลานี้คุณชายใหญ่เฟิ่งอยู่ที่เมืองหลวง ข้าเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องทั้งหมดเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นเจ้าก็ตามข้าไปที่ที่ว่าการอำเภอ”
“ท่านนักการ ท่านจะพาตัวน้องสาวข้าไปด้วยข้อหาใด ขอท่านโปรดชี้แจงด้วยขอรับ” ถังซานถาม หลังจากที่ถังซานถูกเฟิ่งเฮ่ากับเฟิ่งฮวนอบรมมารยาทและการวางตัว ทั้งยังสอนหนังสือและสอนวิธีทำการค้า ทำให้บุคลิกของเขาเปลี่ยนไปมาก ทั้งสุขุมและรอบคอบมากขึ้น
“มีคนร้องเรียนว่าผักดองของเจ้าผสมฝิ่นเข้าไป”
“ฝิ่น! เป็นไปไม่ได้ เราไม่เคยเห็นสิ่งไม่ดีนั้นมาก่อน แล้วเราจะเอามันมาจากไหน” ถังซานรีบปฏิเสธ
“ข้าคือพยาน และที่อยู่ในมือข้าคือหลักฐาน”
ทุกสายตาหันไปมองก็เห็นจวงหุยเหนียงวิ่งมาคุกเข่าแล้วร้องไห้อยู่ตรงหน้านักการฉั่ว “ท่านนักการ ช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ”
“เจ้าจะให้ข้าช่วยเรื่องใด” นักการฉั่วถามเสียงดัง นายอำเภอกำชับเขาไว้แล้วว่าให้เขาจัดการเรื่องนี้ให้ดี หากเขาทำงานสำเร็จ นายอำเภอจะให้เงินเขาถึงห้าร้อยตำลึง และเขาก็รู้แล้วว่าจวงหุยเหนียงผู้นี้เป็นคนที่นายอำเภอวางตัวเอาไว้
“เดิมข้ามีสถานะเป็นแม่เลี้ยงของถังหลี แต่เป็นเพราะนางอกตัญญูไม่อยากเลี้ยงดูเราสองสามีภรรยาเมื่อยามแก่ชรา นางกับถังซานจึงบังคับให้เราเขียนหนังสือตัดสัมพันธ์ ตอนนั้นแม้เราจะเสียใจ แต่เมื่อเป็นความต้องการของพวกเขา เราสองสามีภรรยาจึงได้แต่ต้องทำตาม” จวงหุยเหนียงร้องไห้อย่างน่าสงสาร “เมื่อไม่นานมานี้ลูกชายคนเล็กของข้าป่วย แต่เราไม่มีเงินมากพอที่จะพาเขาไปรักษา เราจึงบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากถังหลี เพื่อให้ได้เงินมารักษาลูกชาย ข้าจึงยอมทำตามคำสั่งนางทุกอย่าง เพียงแต่ข้าเพิ่งมารู้ความจริงว่าสิ่งที่นางให้ข้าเดินเท้าเข้าอำเภอไปรับอยู่ทุกวันนั้นคือผงฝิ่น ข้าเห็นนางเอาผงฝิ่นไปละลายน้ำแล้วใส่ลงไปในไหผักดองเจ้าค่ะ”
“ข้าจะเชื่อคำพูดของเจ้าได้อย่างไร”
“ท่านรออยู่ตรงนี้นะเจ้าคะ เดี๋ยวข้ามา”
จวงหุยเหนียงใช้เวลาไม่นานก็อุ้มไหผักดองใบเล็กออกมาสองใบ “นี่เจ้าค่ะ ผักดองในไหสองใบนี้เพิ่งทำเมื่อวาน หากท่านเอาไปตรวจก็จะพบว่ามีฝิ่นผสมอยู่”
“หากเป็นจริงดั่งที่เจ้าว่า ความดีความชอบนี้จะช่วยลดโทษให้เจ้าได้”
“ขอบพระคุณนักการมากเจ้าค่ะ” จวงหุยเหนียงโขกศีรษะให้นักการฉั่วก่อนที่จะหันไปพูดกับถังหลีอย่างเสียใจ “หลีเอ๋อ แม่ขอโทษที่ต้องทำอย่างนี้ หากแม่ไม่ทำแล้วถ้าเกิดแม่ถูกประหาร ใครจะดูแลน้องชายกับท่านพ่อของเจ้า อีกอย่างเรื่องที่เจ้าทำมันเป็นความผิดใหญ่หลวงจริงๆ มีใครในแคว้นต้าเยี่ยนของเราไม่รู้ถึงบทลงโทษของการมีฝิ่นไว้ในครอบครองบ้าง”
ชาวบ้านที่ยืนฟังอยู่เริ่มวิจารณ์
‘ข้าก็ว่าแล้วว่าทำไมผักดองธรรมดาถึงได้ขายดีนัก ที่แท้ก็ใส่ฝิ่นเข้าไปด้วยนี่เอง’
‘ข้าต้องไปบอกลูกสะใภ้ว่าไม่ให้นางมาทำงานที่โรงงานนี้อีกแล้ว หากลูกสะใภ้ของข้าถูกจับตัวไป แล้วใครจะเลี้ยงหลานชายกันล่ะ’
‘ไม่น่าเชื่อว่าถังหลีจะกลายเป็นคนเห็นแก่เงินขนาดนี้’
‘หรือว่าเมื่อก่อนที่ถังต้าหลางกับจวงหุยเหนียงมักจะเฆี่ยนตีถังหลีกับถังซานก็เพราะรู้ว่าลูกทั้งสองของพวกเขาเป็นคนโลภแบบนี้’
‘ไปเถอะพวกเรา ไปบอกให้ญาติของพวกเราออกมาจากโรงงานให้หมด ไม่เช่นนั้นเราอาจจะถูกจับไปพร้อมกับพวกเขาก็ได้’
ชาวบ้านส่วนใหญ่บุกเข้าไปในโรงงานแล้วพาญาติๆ ออกมา ทำให้ข้างในโรงงานไม่เหลือคนงานอยู่สักคน
“ในเมื่อพยานหลักฐานก็มีพร้อม ถังหลี...เจ้าตามข้ากลับไปที่ที่ว่าการอำเภอเดี๋ยวนี้เลย” นักการฉั่วหันไปสั่งการลูกน้อง “พาตัวนางไปที่ที่ว่าการอำเภอ”
“เจ้าสาม เจ้าตามหลีเอ๋อไป เดี๋ยวข้ากับเจ้ารองจะตามไปทีหลัง” เฟิ่งเฮ่าบอกถังซาน
“ขอรับ ข้าจะตามน้องสาวไปเดี๋ยวนี้” ถังซานรีบวิ่งตามรถม้าของนักการไปที่ที่ว่าการอำเภอทันที
“หัวหน้าองครักษ์ซ่ง ข้ากับเจ้ารองจะออกไปนอกเมืองแล้วย้อนกลับมาอีกที ที่เหลือต้องรบกวนท่านแล้วขอรับ” เฟิ่งเฮ่าบอก
“ออกนอกเมืองเวลานี้ พวกท่านคงเจอกับขบวนที่เดินทางมาจากเมืองหลวงพอดี” ซ่งหลินเย่บอก
“ข้าก็หวังว่าพวกเขาจะมาทันเวลา”