บทนำ
กรุงเทพมหานคร ค.ศ. 2022
23.00 น.
“พยากรณ์อากาศ ่นี้จะมีฝนตกหนักอีกหลายวันติดต่อกันเนื่องจากอิทธิพลพายุ.. อาจทำให้น้ำท่วม ฉับพลันในบางพื้นที่ ควรหลีกเลี่ยงเส้นทาง..”
มือบางเอื้อมคว้าสมาร์ทโฟนก่อนจะกดปิดหน้าจอให้ดับลงแล้วฟุบศรีษะลงบนที่นอนหนานุ่ม อาการปวดหัวยังคงไม่ทุเลาลง ถึงแม้ว่าจะกินยาแก้ปวดไปแล้วก็ตาม
“ฮัดเช้ย”
ฟ้าพราวค่อยๆใช้แขนดันตัวเองขึ้นจากที่นอน ควานหาห่อทิชชู่ที่เธอโยนไว้ข้างๆ ตัว ก่อนจะหยิบออกมาสั่งน้ำมูก
“พรืดดด ปวดหัวแถมมีน้ำมูกอีกยาก็ไม่มีทำยังไงดีนะเรา”
เธออยากจะลุกขึ้นแล้วเดินลงไปร้านขายยาใกล้คอนโดที่พักแต่เมื่อหันไปเห็นตัวเลขในนาฬิกาก็รู้ว่าดึกเกินไป ร้านคงปิดกันหมดแล้ว จะส่งข้อความบอกเพื่อนสนิทมาส่งยาให้ก็เกรงใจ ฝนตกหนักขนาดนี้คงไม่มีใครอยากออกจากบ้านแน่นอน เธอนึกถึงวันที่ได้วิดีโอคอลคุยกับแม่ที่อยู่ต่างจังหวัด
“เรียนจบแล้วกลับมาทำงานที่บ้านเราดีไหมลูก มาช่วยป๊ากับม๊าที่โรงงาน”
“หนูอยากลองหางานทำ หาประสบการณ์สัก 2 ปีก่อนได้ไหมคะม๊า แล้วค่อยกลับไปช่วยที่บ้าน”
“หนูมาเลยไม่ได้เหรอ เฮียเขาจะได้ไปดูโรงงานลูกชิ้นอย่างเดียว ไม่ต้องวิ่งไปมาดูโรงงานน้ำพริกอีกที่”
“ให้เฮียดูไปก่อนนะคะม๊า แล้วจะกลับไปช่วยจริงๆค่ะ”
“จะดีเหรอ อยู่ตัวคนเดียว เพื่อนๆ ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ไปทำงานหมดแล้ว เกิดเจ็บป่วยไม่สบายใครจะดูแลหนูละลูก”
“หนูอยู่ได้ค่ะม๊า อาทิตย์หน้าก็มีนัดไปสัมภาษณ์งานเป็บริษัทต่างชาติเลยนะ”
“เฮ่อ ก็ได้ แต่ถ้าเขาไม่รับก็กลับมาบ้านเราเถอะนะ”
ฟ้าพราวเรียนจบด้านบริหารเพราะต้องรับ่ดูแลกิจการต่อจากที่บ้าน แต่ก่อนจะกลับก็อยากเข้าทำงานหาประสบการณ์ในบริษัทขนาดใหญ่ก่อน ยิ่งเป็บริษัทข้ามชาติยิ่งน่าสนใจ เพราะเธอลงทุนเทคคอร์สเรียนภาษาต่างประเทศ ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศล จีน หมดค่าเรียนไปหลายแสนบาทยังไม่เคยได้ลองใช้ในการทำงานเลย มีได้ใช้บ้างแค่ตอนไปเที่ยวต่างประเทศเท่านั้น
“พรืด”
ฟ้าพราวสั่งน้ำมูกอีกครั้งก่อนจะค่อยๆลุกจากเตียงนอน เดินไปหยิบกระเป๋าสะพายที่โซฟา ค้นหาของในซอกกระเป๋า เธอจำได้ว่าเคยใส่ยาลดน้ำมูกไว้
“อ๊ะ เหลือเม็ดเดียว”
เธอค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นเดินเข้าไปในครัวขนาดเล็ก เปิดตู้เย็นหาขวดน้ำเพื่อกินยา
จ๊อก จ๊อก
เสียงท้องส่งเสียงร้องครวญคราง ฟ้าพราวไม่ได้กินอะไรั้แ่เช้า เพราะอาการปวดหัวทำให้เธอหลับมาทั้งวัน
“ในตู้เย็นก็ไม่ได้ตุนของอะไรไว้เลย จะกินอะไรได้ล่ะ”
ถ้าจะเดินไปร้านสะดวกซื้อก็ต้องออกไปด้านหน้าโครงการคอนโดที่เธออยู่ ฟ้าพราวมองออกไปนอกระเบียง ฝนตกหนักแบบนี้ยอมอดข้าวดีกว่า หญิงสาวเดินกลับไปที่เตียงแล้วล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ท้องยังส่งเสียงร้องออกมาให้ได้ยิน
“สั่ง delivery ตอนนี้จะมีคนมาส่งไหมนะ”
ฟ้าพราวหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาก่อนจะเปิดแอพลิเคชั่นสั่งอาหารยอดฮิต ค่อยๆ เลื่อนหาร้านที่ยังเปิดรับออเดอร์อยู่
“ร้านนี้ละกันไม่ไกลมาก”
ฟ้าพราวกดสั่งอาหารและจ่ายเงินรวมทั้งให้ทิปพนักงานส่งอาหาร นึกขอบคุณที่ยอมรับออเดอร์ของเธอ ส่งข้อความบอกพนักงานส่งอาหารให้วางไว้ที่จุดรับด้านล่างแล้วนอนรอเสียงเตือนจากแอพพลิเคชันเมื่ออาหารใกล้มาถึง
ระหว่างนอนรอฟ้าพราวเหลือบไปเห็นหนังสือนิยายที่เพิ่งซื้อติดมือมาเมื่อวาน เธอเริ่มอ่านไปได้แค่เพียงสองบทแรกเท่านั้นก่อนจะหลับไป เช้านี้ตื่นขึ้นมาพร้อมอาการปวดหัวจากไข้หวัดถึงอยากจะอ่านต่อก็คงไม่ไหว
ฟ้าพราวเอื้อมมือไปหยิบหนังสือนิยาย “ฝันรักนักศึกษา” นึกถึงคำโปรยบนปกหลังที่เธออ่านก่อนจะตัดสินใจหยิบมาจ่ายเงิน
ฟ้าพราวจำได้ว่าบทแรกเป็บทเปิดตัวโจวเทียนอี้ หนุ่มหล่อของมหาวิทยาลัย ฐานะทางบ้านเข้าขั้นร่ำรวยเป็เศรษฐี ชาติตระกูลดีเรียกได้ว่าเป็ตัวละครพิมพ์นิยมแบบนี้คงหนีไม่พ้นบทพระเอก บทที่สองจึงเริ่มเพิ่มสีสันให้ตัวหลักโดยการใส่ตัวประกอบเล็กๆ เข้ามา
ปี๊บ ปี๊บ
“กรุณารอรับอาหาร พนักงานใกล้จะถึงแล้ว”
ฟ้าพราวอ่านข้อความแจ้งเตือนจากแอพลิเคชั่น แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นหยิบกุญแจออกจากห้องไป เมื่อประตูห้องปิดลง แสงเจิดจ้าเข้าปกคลุมห้องก่อนจะค่อยๆ จางลงพร้อมกับหนังสือนิยายเล่มนั้นที่เลือนหายไป เมื่อลงลิฟต์มาชั้นล่าง เธอค่อยๆ เดินมาหยิบอาหารที่จุดนัดรับ ขณะกำลังจะหันหลังกลับเตรียมเดินไปกดลิฟต์ แสงไฟที่เคยส่องสว่างก็ดับลงทั้งคอนโด
“ไฟดับก็ใช้ลิฟต์ไม่ได้สิ ดีนะที่ไม่ได้ติดอยู่ในนั้น”
ฟ้าพราวตัดสินใจว่าจะค่อยๆ เดินขึ้นทางบันได ห้องของเธออยู่แค่ชั้น 11 ยังพอเดินไหว ตามทางเดินมีเพียงแสงสลัวๆ จากไฟสำรองเท่านั้น เธอค่อยๆก้าวขึ้นบันไดไปทีละขั้น อาการปวดหัวเริ่มหนักขึ้นจนเธอต้องหยุดพักนั่งตรงบันได ระหว่างรอให้อาการดีขึ้น เธอนั่งคิดถึงเนื้อเื่ในนิยายต่อจากก่อนที่จะลงมาจากห้องพัก
“พี่เทียนอี้ ฉันไม่ได้ตั้งใจ อย่าโกรธเลยนะ”
จางหนิงอันพูดเสียงสั่นอย่างหวาดกลัว เธอไม่เคยเห็นเขาโกรธมากขนาดนี้มาก่อน
“ไม่ให้ฉันโกรธ งั้นฉันถามหน่อย เธอมีสิทธิ์อะไรเอาน้ำมาเทใส่หัวซูผิง เพื่อนของฉัน”
“ฉันแค่ แค่”
“แค่อะไร เธอมันเด็กร้ายกาจ ออกจากบ้านฉันไป ย้ายไปแล้วก็ไม่ต้องกลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก!!”
ชายหนุ่มะโเสียงดัง เด็กหญิงน้ำตานองหน้ารีบหันหลังวิ่งหนีกลับไป
ก็แค่บทตัวประกอบเล็กๆ เด็กสาวข้างบ้านนิสัยไม่ดี แอบชอบชายหนุ่มอายุห่างกันถึง 6 ปี ก่อนที่เธอจะย้ายตามครอบครัวไปทำงานที่เมืองอื่น
ฟ้าพราวนั่งอยู่ตรงนั้นอีกสักพัก จึงค่อยๆ ลุกขึ้น ขณะกำลังจะก้าวขาขึ้นบันไดขั้นต่อไป จู่ๆ ก็ปวดหัวรุนแรงจนทนไม่ไหว สติพลันดับวูบล้มลงพร้อมศรีษะที่กระแทกเข้ากับขอบบันไดสลบอยู่ตรงนั้น